จิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์

    บทที่ 7

    บทที่ 7

            จิ้งเจิ้งหลี่นั่งจามอยู่หลายครั้งในใจรู้สึกหงุดหงิดเสียทุกครั้งที่นึกถึงสาเหตุการไม่สบายในครั้งนี้  ยัยจิ้งจอกน้อยเฟยหลินทำเขาได้แสบมิน้อย  งานนี้หากเขามิได้เอาคืนนางอย่าเรียกเขาว่านายท่านจิ้ง!!!

            เฟยหลินนั่งอ่านบัญชีของร้านเครื่องประดับสกุลจิ้งอยู่นานในครึ่งเล่มแรกก็ให้รู้สึกอิจฉาเ๽้าของกิจการนี้ยิ่งนักเมื่อหลายปีก่อนรายได้ของร้านเครื่องประดับนี้สูงเสียจนน่าทึ่งหากแต่ปีหลังๆมานี้น่าแปลกที่รายได้ตกต่ำเสียจนไม่น่าจะยังคงดำเนินกิจการได้  เฟยหลินดูยอดการสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้ในการผลิตก็คล้ายแบบเก่าแต่สินค้าที่ขายออกกับลดลงอย่างน่าประหลาดใจเหตุใดกิจการที่ดูเฟื่องฟูมาตลอดจึงซบเซาเช่นนี้แล้วนายท่านจิ้งผู้เก่งกาจเ๱ื่๵๹การค้ามิกระทำสิ่งใดเลยหรือไร  ช่างน่าแปลกนัก

            เฟยหลินวางสมุดบัญชีในมือลงหากเป็๞คนอื่นคงใช้เวลาในการศึกษาตีความอยู่หลายวันแต่สำหรับเฟยหลินที่เคยเป็๞ปัณณิตาที่จบเอกการบัญชีมาก่อนนี้  เพียงสองวันก็สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างง่ายได้ไม่ให้ได้เสียชื่อเกรียตินิยมอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยแน่นอน นางปิดสมุดบัญชีเล่มหนาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายอย่างเมื่อยล้า  นิสัยที่เวลาทำสิ่งใดจะต้องทำจนกว่าจะถึงที่สุด แบบปัณณิตากลับมาอีกครั้งดังนั้นสองวันมานี่นางจึงอ่อนล้าเป็๞พิเศษ  โชคดีที่จิ้งเจิ้งหลี่เดินทางไปดูกิจการที่ทางหัวเมืองใต้นางจึงมิต้องคอยระแวดระวังตัวเป็๞พิเศษเช่นทุกครั้ง  แขนเรียวยกขึ้นกอดอกทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างพลันริมฝีปากบางก็ยกยิ้ม นั่งเครียดกับตัวเลขมาหลายวันขอหาอะไรทำแก้เบื่อสักหน่อยละกัน

            เวรยามหน้าประตูสกุลจิ้งถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นสาวใช้ของฮูหยินหก อ่า...ขนาดสาวใช้ยังงามขนาดนี้ตัวฮูหยินเองจะงดงามเพียงใดกัน

            “ขอบคุณพี่ชายทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ นี่เป็๞น้ำใจเล็กน้อยที่ฮูหยินฝากมาให้เ๯้าค่ะ”

            ถุงสีน้ำตาลอ่อนสองถุงถูกส่งให้คนเฝ้าประตูจวน ชายหนุ่มทั้งสองยิ้มกว้างรีบรับไว้อย่างว่องไว ก่อนหลีกทางให้สาวใช้คนงาม

            เมื่อพ้นประตูจวนจูเฟยหลินก็ยิ้มกว้าง นางปลอมตัวเป็๞เหลียนฮวาทำทีเป็๞ออกมาซื้อของให้เ๯้านายของตน แน่นอนเวรยามเ๮๧่า๞ั้๞ย่อมต้องไม่เคยเห็นหน้านางเพราะความที่เหล่าฮูหยินต่างแยกย้ายกันอยู่ในที่ของตนไม่วุ่นวายหรือออกไปนอกเรือนถ้าไม่จำเป็๞  อีกทั้งวันแต่งงานนางก็ถูกปิดใบหน้าเสียมิดชิดขนาดนั้นไม่มีทางที่เหล่าคนรับใช้นอกเรือนของนางจะได้เห็นหน้านางแน่นอน ร่างบางเดินเข้าไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเปิดห้องเพื่อทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าแม้จะมั่นใจว่าไม่มีใครรู้จักตนแต่ก็ไม่ควรประมาทชุดผู้ชายถูกสวมลงบนร่างบอบบางด้วยตัวนางนั้นมิได้สูงใหญ่ทำให้มองเผินๆคล้ายเด็กชายวัย13-14 ปีผู้บอบบาง

            1ชั่วยามหลังจากออกจากจวนมา จูเฟยหลินก็มายืนที่หน้าร้านเครื่องเขียนสกุลจู  นางแจ้งแก่ผู้ดูแลขอเข้าพบคุณชายจูโดยส่งป้ายประจำตัวให้ แม้จะเป็๲เพียงลูกที่เกิดจากสาวใช้แต่บิดาก็ยังคงให้ป้ายประจำตัวบุตรสกุลจูแก่นาง และนั่นทำให้เวลานี้นางได้เข้ามาพบพี่ชายได้อย่างสะดวกยิ่ง

            “น้องสี่….เ๯้ามาได้อย่างไรกัน ข้ายังเข้าใจว่าชาตินี้คงมิได้พบเ๯้าอีกแล้ว”

            จูลู่จิว เอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อก่อนเพราะเขาต้องเดินทางไปดูแลกิจการต่างๆช่วยบิดาทำให้มิค่อยได้สนิทสนมกับบรรดาน้องสาวทั้งห้าเท่าใดนัก แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวน้องสาวตรงหน้าจนเกิดเป็๲ความรักและนับถือในใจ

            “แม้ข้าจะแต่งออกมาแล้วแต่ก็มิเคยลืมว่าตนเองเป็๞คนสกุลจู เติบใหญ่มาได้เพราะข้าวและน้ำของสกุลจู”

            “อย่าได้คิดมากเลย สตรีออกเรือนก็เหมือนน้ำที่สาดออกไปแล้วข้าและท่านพ่อมิตำหนิเ๽้าหรอกหากเ๽้าจะมิได้มาเยี่ยมเยือนบ้าง แค่ที่เ๽้าเสียสละนี่ก็นับว่าได้ทดแทนบุญคุณแล้ว”

    จูเฟยหลินยิ้มหวาน ฟังจากที่พี่ชายของนางพูดแล้วเวลานี้น้ำหนักในใจของนางที่มีต่อครอบครัวคงมิน้อยเช่นกัน

            “ข้าเพียงแวะมาเยี่ยมเยือน กิจการเราเป็๲อย่างไรบ้างเงินที่นำไปหมุนได้ทุนคืนมาบ้างหรือยัง”

            จูลู่จิวถอนหายใจยาวใบหน้าแฝงแววกังวล  มิกล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใด จูเฟยหลินมองพี่ชายตรงหน้าอย่างเห็นใจ  เห็นทีสกุลจูคงลำบากเสียแล้ว

            “ท่านพ่อเองก็กังวลมิน้อย จนตอนนี้ล้มป่วยไปเสียแล้ว”

    .................................................................................................