"การหลบหลีกการโจมตีของแรบบิทฮอร์นหนักเอาการอยู่เหมือนกันแฮะ" ท่านพี่เอลิออทพึมพำบางอย่าง หลังจากที่ได้สังหารเ้ากระต่ายมีเขาตรงหน้า
เด็กคนอื่นๆต่างยังคงวุ่นวายอยู่กับการโจมตีไปที่เ้าสัตว์อสูรตัวนี้ เนื่องด้วยมันเป็สัตว์อสูรประเภทความเร็ว การจะโจมตีเอื่อให้เข้าตำแหน่งเขาของมันไม่ใช่เื่ง่ายๆ
แน่นอนว่าในการโจมตีครั้งแรกของฉัน หลังจากเสกบอลน้ำแข็งออกมาแล้ว ฉันไม่ปาไปที่สัตว์อสูรในที ก็เพราะมีโอกาสที่สัตว์อสูรจะหลบหลีกได้ ยิ่งแรบบิทฮอร์นเป็สัตว์อสูรประเภทความเร็ว ขาหลังทั้งสองข้างของมันทรงพลังเป็อย่างมาก อีกทั้งมันยังมีเขาที่แหลมคม จึงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะจัดการ
ฉันพับเื่เป้าหมายการเป็เศรษฐีหนีธงหายนะเอาไว้ แล้วจ้องไปทางท่านพี่เอลิออทที่ดูเหมือนจะเพิ่งจัดการสัตว์อสูรตัวน้อยเสร็จเป็คนแรก
ท่านพี่เอลิออทยืนนิ่งอยู่หน้าศพสัตว์อสูร พึมพำบางอย่าง ราวกับกำลังตกตะกอนผลึกความคิดเกี่ยวกับการโจมตีของเขาเมื่อครู่ เขาทบทวนทั้งภาคทฤษฏีที่อาจารย์สอนและการปฏิบัติจริง จากนั้นเมื่อเขาจัดการความคิดเสร็จก็ลงมือเฉือนเ้าแรบบิทฮอร์นด้วยมีดสั้นที่พกติดตัวเพื่อหาแกนสัตว์อสูร
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนในห้องก็สามารถจัดการเ้าแรบบิทฮอร์นได้ เด็กบางคนทนไม่ไหวเสกเวทไฟขนาดใหญ่โจมตีเป็ห่าดาวตก บางคนที่มีหัวคิดหน่อยก็ใช้เวทดินสร้างกำแพงขนาดใหญ่ล้อมแล้วค่อยโตมตี ทุกคนล้วนจัดการกับเ้าแรบบิทฮอร์นได้
สมกับเป็ห้องของเด็กที่มีความสามารถจริงๆ แต่หลังจากที่จัดการได้เด็กในห้องต่างทำสีหน้าทุกข์ทรมาณมากกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าพวกเขาต้องผ่าร่างสัตว์อสูรตัวน้อยเพื่อเอาผลึกแกนอสูร ทุกคนทำหน้าเจื่อนๆเมื่อมองไปยังศพแรบบิทฮอร์นที่ตนเองจัดการ แต่สุดท้ายก็ยอมผ่าร่างของมันกัน
ทุกคนล้วนมือเปื้อนไปด้วยเืของสัตว์อสูรชนิดนี้
หลังจากคาบเรียนใน่เช้าจบลง ฉันกับท่านพี่ก็ไปทานอาหารเที่ยงกันที่ลานสนามหญ้าข้างๆอาคารปีกตะวันออก ใน่เช้าเหล่าสาวใช้ได้เตรียมข้าวกล่องใบเล็กเอาไว้ให้แล้ว อีกทั้งภายในยังมีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งหากไม่อยากทานข้าวกล่องสามารถไปซื้ออาหารอย่างอื่นที่โรงอาหารได้
ในขณะที่ทานอาหารอยู่นั้น ฉันก็คิดขึ้นมาได้ว่าควรจะบอกท่านพี่ว่าใน่บ่ายฉัน้าจะออกไปด้านนอกเสียหน่อย
"ท่านพี่คะ" ฉันเอ่ยเรียกท่านพี่เอลิออท
"หืม?" ท่านพี่เอลิออทวางตะเกียบลงบนกล่องข้าวแล้วมองมาทางฉันด้วยความสงสัย
"วันนี้ น้องว่าน้องจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย..." ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยขึ้น
"ไปข้างนอก?" ท่านพี่เอลิออทเผยสีหน้าเป็กังวลออกมา
ครั้งล่าสุดที่ฉันออกไปกับท่านพี่ ฉันก็นอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน เนื่องจากการใช้มานาที่เกินกว่าขีดจำกัดพลังของตัวเอง แต่ว่าท่านแม่หรือสาวใช้คนอื่นๆเข้าใจว่าอาการของฉันยังไม่ค่อยดี และการออกไปข้างนอกทำให้อาการของฉันแย่ลง ในสายตาของท่านพี่เอลิออทเต็มไปด้วยความกังวล
"มะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เข้าไปเดินเล่นภายในเมืองเฉยๆ" ฉันโกหกออกไป ด้วยความสำนึกผิดทำให้ฉันแสร้งเบี่ยงสายตามองออกไปด้านนอก ซึ่งตรงกับทางเมืองหลวงโดยบังเอิญ
"อืม เข้าใจแล้ว ให้อัสลันไปด้วยไหม?" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยถึงชื่อขององค์รักษ์ประจำตัวของตัวเอง
"ไม่เป็ไรค่ะ น้องไม่อยากให้เป็เื่ใหญ่" ฉันเอ่ยปฏิเสธไป ถ้าหากคุณอัสลันตามมาด้วยจริงๆ การแอบออกไปล่าสัตว์อสูรย่อมต้องถูกขัดขวางอย่างแน่นอน
"งั้นเหรอ... อืม ถ้าอย่างนั้นในตอนเย็นหลังจากพี่เลิกเรียนวิชาดาบแล้ว พี่จะออกไปหา เจอกันตรงหอนาฬิกากลางเมืองตอนสี่โมงครึ่งนะ" ท่านพี่เอลิออทชี้ไปทางหอนาฬิกาสูงที่อยู่ไม่ไกลจากปราสาทมาก แต่สามารถเห็นได้อย่างเด่นชัด
"ค่ะ!" ฉันตอบรับไป จากนั้นก็รีบเก็บกล่องข้าวแล้วลุกขึ้น หมายจะเดินไปที่ห้องพักของตัวเองเพื่อทำการเปลี่ยนชุด
หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ ฉันก็แยกจากท่านพี่เอลิออทออกมาแล้วใช้ทางลับในการออกไปสู่พื้นที่ภายนอกปราสาท
เมื่อออกมาภายนอกแล้ว ฉันไม่ได้มุ่งไปในเมืองอย่างที่บอกท่านพี่เอาไว้ แต่เดินไปอีกทาง ซึ่งเป็ชายแดนเขตปลอดภัย
เมื่อมาถึงชายแดนเขตปลอดภัยแล้ว ฉันก็เริ่มมองหาสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่ไม่ว่าจะเพ่งมองแค่ไหนฉันก็เห็นแต่พงหญ้ากับต้นไม้กระจัดกระจาย
พื้นที่ล่าของจริงแตกต่างจากในความคิดของฉันมาก ในตอนแรกฉันนึกว่าจะเป็พื้นที่หญ้าโล่งกว้างที่สามารถมองเห็นสัตว์อสูรได้ทั่วไป เหมือนกับเกมRPGลงดันเจี้ยนที่เคยเล่น แต่ในความจริงแล้วพื้นที่โดยรอบนี้กลับไม่เป็แช่นนั้น พื้นที่ส่วนใหญ่นอกเขตปลอดภัยล้วนเป็ป่าไม้ ซึ่งยิ่งเมื่อไกลจากตัวเมืองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทึบขึ้น
ในเมื่อเป็แบบนั้นก็ช่วยไม่ได้ คงต้องพึ่งพาความรู้จากความทรงจำเอาแล้วกัน เอ จะมีเวทอะไรที่ช่วยให้สามารถหาสัตว์อสูรเจอได้ง่ายๆบ้างไหมนะ?
กรรซ์ กรรซ์
ในขณะที่กำลังคิดไปด้วยพร้อมกับเดินเข้าไปในป่าให้ลึกขึ้นอีกเล็กน้อยนั้น จู่ๆก็ได้ยินเสียงร้องขู่ดังมาจากทางด้านหลัง ฉันรีบร่ายเวทสร้างทวนน้ำแข็งขึ้นมาในทันที ครั้งนี้ไม่ได้ประหยัดมานาเหมือนในตอนกลางวัน เพราะว่านี่คือเป้าหมายหลักของฉัน การล่าสัตว์อสูร!!
[ฟรอสต์!] ทันทีที่เอ่ยจบ น้ำจากอากาศรอบๆก็กลั่นตัวออกมาเป็ก้อนน้ำแข็ง ซึ่งพวกมันรวมตัวกันเรื่อยๆจนกระทั่งกลายเป็ด้ามขนาดเท่ากับไม้กวาดพื้น ที่ปลายทวนเป็เกล็ดน้ำแข็งที่ค่อนข้างจะแหลมคม
ฉันกำทวนเอาไว้ในมือแน่น จากนั้นก็พยายามมองหาต้นเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินเสียงขู่ดังมาจากด้านหลังของตัวเอง เมื่อหันกลับไปก็ไม่เจอกับอะไร
อะไรกัน? เมื่อครู่ฉันรู้สึกว่าได้ยินเสียงจริงๆนะ? แต่เมื่อลองเดินกลับไปทางที่ฉันจากมา ฉันก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย?
หรือว่าฉันจะหูฝาดไปเอง?
ในขณะที่ฉันกำลังจะปลดการ์ดลงนั้น จู่ๆก็มีเงาดำพุ่งตรงออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง มันพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ารอคอยจังหวะนี้ จังหวะที่ฉันลดการป้องกันลง!
ฟุบ กรรซ์!!
ทันทีที่เงานั้นปรากฏออกมากลางแสง ฉันก็เห็นเขาแหลมคมที่งอกออกมาตรงกลางจากหน้าผาก ดวงตาสีแดงเืฉายแววอาฆาต มันพุ่งโจมตีโดยไม่เกรงกลัวทวนน้ำแข็งในมือฉัน
แรบบิทฮอร์น!?
ฉันมองไปยังสัตว์อสูรตรงหน้าด้วยความใ ร่างกายของแรบบิทฮอร์นลอยอยู่บนอากาศ มันพุ่งตรงมาทางฉัน แย่แล้ว ถ้าไม่หลบตอนนี้ ฉันจะต้องโดนเขาของมันแทงเข้าแน่ๆ
ประสาทตอบรับของฉัน พลิกตัวหลบเ้าสัตว์อสูรตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นก็ไม่สามารถหลบสัตว์อสูรตรงหน้าได้พ้น เขาแหลมคมของมันกรีดแทงเข้าไปที่กล้ามเนื้อแขนของฉัน แรงพุ่งตัวส่งให้แรงที่เขาทิ่มเข้ามาแรงมากแรงขึ้น เขาของมันเฉือนเนื้อของฉันออกไปราวกับใบมีดที่แหลมคม ด้วยแรงส่งทำให้ร่างของแรบบิทฮอร์นพุ่งเข้ากระแทกแขนฉันอย่างแรง
พลัก ฟุบ
หลังจากที่กระแทกเข้าที่ตัวฉัน ร่างของเ้าแรบบิทฮอร์นก็ลอยไปอีกด้านพร้อมกับหลบเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อซ่อนตัว
"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาอย่างทรมาน แรงกระแทกของแรบบิทฮอร์นรุนแรงอย่างมาก ยิ่งเมื่อแขนของฉันาเ็ รู้สึกเหมือนแขนเกือบจะหักไปแล้ว
ความรู้สึกแสบชาที่บริเวณต้นแขนหนักขึ้น พร้อมๆกับเืของฉันที่ไหลรินออกมาอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมาแขนซ้ายของฉันก็ขยับไม่ได้แล้ว ถ้าเืยังไหลออกมากไปกว่านี้ บางทีมันอาจจะทำให้ฉันถึงขั้นเสียชีวิตลงได้
เื่เมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วมาก ชั่วครู่เดียวฉันก็ได้รับาเ็หนักเสียแล้ว? เห็นได้ชัดว่าวิธีการโจมตีของเ้าแรบบิทฮอร์นแตกต่างจากที่ฉันสู้ไปเมื่อตอนกลางวัน ที่นี่เป็ที่สถานที่ของมัน มันย่อมได้เปรียบเมื่ออยู่ในป่า แต่มันเป็แค่สัตว์อสูรระดับต่ำไม่ใช่หรือ?