เมื่อหายใจทั่วท้องอานนท์ซึ่งอยู่ในชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีกาแฟตัดเข้ารูปอย่างทันสมัยกางเกงสแล็กสีน้ำตาลเข้มยาวคลุมรองเท้าหนังปลายแหลมเนื้อตัวทุกกระเบียดนิ้วของเขาบ่งว่าเป็คนเอาใจใส่ ดูแลตนเองเป็อย่างดีโดยเฉพาะเครื่องหน้าซึ่งแม้จะมีกรามสองข้างเป็เหลี่ยมดวงตารีเฉียงชี้ขึ้นรับกับคิ้วดก จมูกโด่งเป็สันริมฝีปากหยักหนาในแบบฉบับผู้ชายมาดเข้ม แต่ผิวที่ขาวจัด ช่วยให้โดยรวมเขากลายเป็หนุ่มหล่อมีเสน่ห์อย่างที่ใครถ้าไม่รู้จักตัวตนแท้จริงคงจะนิยมชมชอบจนอยากคบหาด้วย
“เราพร้อมแล้วล่ะเธอลองกดกริ่งเรียกเ้าของบ้านดูสิ”
ทว่ายังไม่ทันได้เอื้อมมือไปยังกริ่งตรงต้นเสาด้านนอกประตูไม้บานหน้าสุด ซึ่งถูกทาด้วยสีฟ้าน้ำทะเลก็เปิดผลัวะพร้อมกับร่างสูงของชายคนหนึ่ง เดินออกมาด้วยใบหน้าถมึงทึงเขาคนนั้นมองหล่อนกับอานนท์ด้วยหางตา แต่ก็ไม่สนใจนักยังคงะโด้วยถ้อยคำไม่พอใจใครสักคนในบ้านฟังแล้วทำเอาหล่อนต้องกระเถิบไปยืนตัวลีบอยู่ด้านข้างกำแพงทีเดียว
“กูก็ไม่อยากทำงานร่วมกับพวกมึงนักหรอกดูเหอะว่ามึงสองคนถ้าไม่มีกูช่วยจัดแสงให้ แล้วจะไปกันได้สักกี่น้ำวะ”
เสียงใครอีกคนะโไล่หลังก่อนที่เ้าตัวจะโผล่หน้ามา “ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้ทำงานมาด้วยกันตั้งหลายครั้ง มันก็ต้องมีทะเลาะ ถกเถียงกันบ้างแต่เราก็หาเหตุผลคุยกันสิวะ ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์แบบนี้”
ผู้พูดโผล่หน้ามาเมื่อจบประโยคและชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อพบว่าบริเวณนอกรั้วบ้านไม่ได้มีแค่คนที่ะโด่าปาวๆอยู่ลำพัง กลับปรากฏคนแปลกหน้าอีกสองเสียงของเขาคนนั้นจึงเบาลงใน่ท้าย
แต่ฝ่ายที่กำลังโกรธและด่าทอเมื่อครู่ยังไม่ลดละ “มึงมันก็พวกเดียวกันสองคนรวมหัว...เชิญมึงรับงานกันตามสบาย ต่อไปกูจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก”
“ใจเย็นๆสิวะเพื่อน”
เขาคนนั้นพูดเหมือน ‘ตัดเป็ตัดตาย’ และคงจะจากไปโดยไม่เผาผีเมื่อคำพูดถัดไปซึ่งฟังแล้วแสลงหูกว่าเก่า “กูไม่นับมึงสองคนเป็เพื่อนแล้วโว้ยคนอย่างกูไม่มีวันจนตรอก รับรองวันข้างหน้า ถ้ากูไปได้ดีกว่ากูจะมาเหยียบมึงให้จมดิน...”
จอมพธูได้แต่ยืนนิ่งมือหันไปคว้าข้อมือของอานนท์ไว้แน่น ได้แต่มองผู้ชายที่หน้าตาดุดันปากร้ายวาจาเชือดเฉือนผู้นั้น เดินอาดๆอย่างนักเลงไปขึ้นรถซึ่งจอดห่างจากตัวบ้านไม่ไกลนักแล้วบึ่งรถหายไปทางซอยด้านหน้าจนลับตาจึงกลับมามองผู้ชายอีกหนึ่งคนที่ยืนส่ายหัว ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพียงครู่หนึ่งเขาคนนั้นเริ่มหันมาทางหล่อน...น้ำเสียงบ่งว่าอารมณ์ยังคงตกค้างจากการทุ่มเถียงกันเมื่อครู่
“คุณสองคนมาหาใคร”
คนถูกถามหน้าซีดตัวสั่นเพราะเดาจากสถานการณ์ได้อย่างเดียว ว่าผู้ชายที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับตรงหน้าคงจะเป็เ้าของบ้าน ซึ่งเป็ฝ่ายนัดหล่อนมาแน่
“ฉันจะมาคุยเื่ตกแต่งภายในค่ะที่นัดกับคุณไว้เมื่อวานตอนเย็นๆ”
เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพูดเบาแต่ก็พอจับใจความได้ ถึงการไม่ยินดียินร้ายในการนัดพบเจอกันตอนนี้ ซึ่งหล่อนเห็นว่าสิ่งที่เขาสองคนทะเลาะกันนั้นมันไม่เกี่ยวกับหล่อนสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเข้าข้างใน”
ฟังแล้วห้วนจนนึกอยากจะถอดใจยิ่งเห็นใบหน้ากลมขาวของฝ่ายนั้น แสดงรอยเคร่งเครียดดวงตารีภายใต้แว่นตาหนากรอบทอง หารอยยิ้มได้ไม่ พอหันกลับไปมองอานนท์ ขานั้นทำหน้าเบ้ปากเบะเป็การใหญ่ ก่อนจะแอบนินทาผู้ชายเ้าของบ้าน ซึ่งทีแรกนั้นคาดหวังไว้ดิบดีว่าคงจะหน้าตาดี หล่อสมาร์ทอย่างที่ตั้งธงไว้
“ผิดหวังจริงเชียวทีแรกก็นึกว่าจะหล่อ สูง ถึงจะไม่ได้อย่างที่คิดไว้ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะอ้วน เตี้ยแล้วก็หน้ากลมยังกับซาลาเปาแบบนี้ นี่ถ้ามีจุดแดงๆกลางหน้าผากเราต้องคิดว่าเป็ไส้หมูไข่เค็มแน่นอน”
อานนท์พูดติดตลกทิ้งท้ายแต่ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะไม่เบานัก ผู้ที่เชื้อเชิญเข้าบ้านทีแรกจึงชะโงกหน้ากลับมามองตาเขียว จอมพธูจึงถองข้อศอกใส่ หวังหยุดการนินทาอีกฝ่ายแล้วมันก็ได้ผล เมื่ออานนท์หุบปากฉับ แล้วทั้งสองจึงเดินตามเ้าของบ้านเข้าไป
“คุณนามคะ”
จอมพธูร้องเรียกเมื่อผู้ชายที่หล่อนคาดว่าเป็เ้าของชื่อกำลังจะเดินหายลับไปยังทางเชื่อมของบ้านหลังเล็กด้านหน้า หายไปสู่ตัวบ้านด้านหลังเขาหันกลับมาตามเสียงเรียก เห็นได้ชัดว่าคิ้วสองข้างนั้นชนกันจนกลายเป็เส้นเดียวแสดงความขุ่นข้องหมองใจบางอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ปริปากพูดอะไรออกมามากไปกว่า
“เชิญคุณสองคนนั่งคอยที่ชุดรับแขกด้านหน้าครับ...เดี๋ยวผมไปตามเ้าของบ้านมาให้”
เขาหายลับไปแล้วทั้งสองคนจึงทิ้งตัวลงบนชุดรับแขก ซึ่งตั้งชิดผนังห้องด้านหนึ่ง หันไปมองหน้ากันก็ยังต้องแสดงความมึนงงไปชั่วคราว อานนท์เป็ฝ่ายเอ่ยข้อสงสัยขึ้นมาก่อน
“ตกลงตาคนนั้นไม่ใช่เ้าของบ้านหรอกเหรอ...แล้วเป็ใครยังไงก็ไม่แนะนำตัว เสียมารยาทที่สุดเลย แขกมาหาถึงบ้าน กลับเดินดุ่มๆหายไปซะดื้อๆเราว่าสงสัยงานตกแต่งที่เธอจะรับบ้านนี้ เห็นทีจะงานช้างไม่ก็งานหินซะแล้ว”
“นนท์ก็อย่าพูดเกินไปสิ...เห็นเขาไม่หล่อถูกสเป็กหน่อยทำเป็ตินั่นติโน่นเชียวนะ”
พักหนึ่งผู้ชายร่างท้วมคนเดิมก็เดินกลับมา พร้อมกับในถาดมีแก้วน้ำเปล่าสองใบ เขานำมาเสิร์ฟด้วยตนเองและหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“คุณแวะมาคุยเื่งานตกแต่งภายในใช่ไหมครับ”
เขาจงใจถามอานนท์เพราะตามเดิมน่าจะเข้าใจแบบแรก ที่คิดว่าผู้ชาย ก็คือบุคคลที่นัดมาพบดังนั้นเมื่อคนถูกถามยังนั่งเงียบ จอมพธูจึงต้องสะกิดเข้าที่สีข้าง
“อ๋อ...ใช่ครับผมอานนท์ ที่คุยกับคุณเมื่อวาน...เอ่อ...คุณชื่อนาม ใช่ไหมครับ”
อานนท์โพล่งถามชื่ออีกฝ่ายไปตามตรง หลังจากที่นึกสงสัยว่าเ้าของชื่อที่พูดถึงตกลงใช่เ้าของบ้านหรือไม่...แล้วคำตอบก็ทำเอาคนถามเกือบหน้าหงายเมื่อสีหน้าที่บึ้งตึงของฝ่ายนั้นเริ่มดีขึ้น มีรอยยิ้มเจือที่มุมปาก ดูจะเป็ขบขันในบางสิ่ง
“โทษทีนะครับที่ผมยังพูดไม่เคลียร์...ผมไม่ใช่ทั้งเ้าของบ้านที่นี่ และก็ไม่ใช่ผู้ชายชื่อ ‘นาม’ คนที่คุณเอ่ยถึง”
จอมพธูพูดแทรก “หมายความว่ายังไงคะ”
“ผมชื่อชุมสายครับเป็เพื่อนของคนที่คุณพูดถึง...นั่น...เ้าตัวออกมาพอดี”
แขกทั้งสองคนผู้มาเยือนจึงหันไปมองตามการบอกกล่าวของชุมสาย และเมื่อเ้าของบ้านตัวจริงโผล่หน้ามานั่นถึงกับทำให้อานนท์ ซึ่งเคยสัญญาว่าจะไม่ออกอาการวี้ดว้าดถึงกับสะกิดจอมพธูยิกๆ
ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก...เพราะความโดดเด่นทั้งมวลในตัวบุคคลผู้เป็เ้าของบ้านและเ้าของชื่อนั่นต่างหาก
อานนท์กระซิบเสียงเบา แทบจะลอดริมฝีปากจับใจความได้ว่า ‘หล่อจัง’
.............................................จบตอนที่ 3