ตอนที่ 10
เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว อันเฟินเยว่ ก็คิดว่าเธอน่าจะได้กินไก่ตัวนี้ ถ้าเอากลับบ้านไปให้พี่สาวได้กินเป็ส่วนใหญ่ เธอคงไม่มีความสุขอย่างแน่นอน แต่ก่อนเ้าของร่างเดิม อาจจะใจดี แต่นั่นมันเมื่อก่อน แต่ไม่ใช่กับเธอสักหน่อย
ในความทรงจำนั้น เธอจำได้ว่าใกล้จากจุดนี้ มีลำธารอยู่สายหนึ่ง ซึ่งเมื่อใครก็ตามที่เข้าป่ามาก็มักจะไปที่ลำธารเพื่อคลายร้อน เธอจึงนำไก่ป่าตรงไปที่ลำธาร และคิดที่จะทำไก่ป่าที่นั่น และจะได้ย่างเพื่อนำกลับไปกินที่ห้อง และจะแบ่งให้กับน้องชายอีกด้วย เธอไม่ห่วงพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้นัก เพราะพี่ชายของเธอมีเงินเดือน สามารถซื้อของบำรุงตัวเองและพี่สะใภ้ได้
ในความมุ่งมั่นนั้น อันเฟินเยว่ ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของเธอนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่รอบมองเธออยู่ ั้แ่เห็นวิธีจับไก่ของเธอที่ดูไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แต่ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว แต่แทนที่เธอจะเอากลับบ้าน แต่กลับเดินไปอีกทางซึ่งตรงกันข้าม ซึ่งเขารู้ว่าที่นั่นเป็ลำธารไหลผ่าน เขามองตามหลังบางไป
เขารู้ว่านี่เป็ลูกสาวบ้านอันคนรอง ที่ได้ยินว่าแม่ของเธอไม่ชอบนัก แต่กลับรักลูกสาวคนโตมากกว่า แต่เขารู้ว่าเธอคนรักวัยเด็กอย่างเหลียงห่าวอู๋ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาเคยเห็นว่าแอบพบกับคนพี่ เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์เป็แบบไหน เขาจะชอบใครกันแน่ เขาเองก็ไม่คิดที่จะสนใจ
เพราะไม่ใช่เื่ของเขา แต่ก็อดสงสารคนที่เดินไปไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอจะรู้หรือเปล่าว่าพี่สาวและคนรักกำลังสร้างปัญหาให้กับตัวเอง
เขาคิดไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังแอบตามเธอไป อยากรู้ว่าเธอ้าจะไปไหน วันนี้เขาไม่ได้ไปทำงานเพราะว่าเป็วันหยุด จึงได้เข้าป่าเพื่อที่จะดักสัตว์ เขาได้กระต่ายมาหนึ่งตัว และกำลังว่าจะมาหาไก่ป่ากลับไปสักตัวแต่ อันเฟินเยว่ ตอนนี้ไล่พวกมันไปหมดแล้ว เขาจึงเอาเพียงกระต่ายและเก็บเห็ดได้ไม่น้อยเลย แค่นี้ก็พอแล้ว
อันเฟินเยว่ เมื่อมาถึงลำธารเธอกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับไก่ดี เธอเห็นว่าไก่ยังเป็อยู่จึงนำมีดออกมา จะปาดคอไก่ก็ไม่กล้า จะเอาหินทุบหัวให้มันตายก่อนก็ไม่กล้าอีก ตอนนี้จึงเป็ภาพที่ตลกมากสำหรับ เหวินหลิวหลาง ที่แอบตามมา และแอบมองดูลูกสาวคนรองของบ้านอัน
"ฮึๆๆๆๆ" เขาหัวเราะออกมาเสียงเบาๆ กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงเขา แต่เขาอดเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ภาพที่เธอกำลังทำมันตลกมากจริงๆ
"เธอกำลังเล่นตลกอะไรกันนะ ทำเหมือนกับว่าไม่เคยฆ่าไก่อย่างนั้นล่ะ"
เขามองอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน หรือว่าเขาจะออกไปช่วยดีนะ ถ้าเขาไม่ออกไป เธอจะได้ฆ่าไก่ตัวนั้นหรือเปล่านะ เขากำลังตัดสินใจอยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขารู้สึกว่า อันเฟินเยว่ คนนี้ไม่เหมือนกับที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านั้น เขารู้สึกว่าเธอคนนี้ดูมีสีสันกว่าเยอะเลย
เมื่อเห็นว่าเธอได้แต่ถอนหายใจ ก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เขาคิดว่าที่เธอจะฆ่าไก่ตอนนี้ คงจะต้องทำอะไรก่อนที่จะกลับบ้านอย่างแน่นอน จึงได้ตัดสินใจเดินไปให้ห่างจากเธอสักหน่อย และก็แกล้งไปที่ริมลำธาร และทำเป็ล้างหน้าเพื่อที่จะดับร้อน
ส่วน อันเฟินเยว่ ที่เห็นว่ามีคนเดินมาที่ริมลำธาร จึงได้หยุดที่จะทุบหัวไก่ไปก่อน กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะขอความช่วยเหลือจาก เหวินหลิวหยาง ดีหรือเปล่า แล้วถ้าขอให้เขาช่วย เื่ที่เธอได้ไก่มาจะรู้ไปถึงหูแม่ของเธอหรือเปล่านะ การตัดสินใจนี่มันยากจริงๆ
ส่วน เหวินหลิหยาง เองก็แอบเหลือบมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายมองมาที่เขาและทำหน้าเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี เธอทำหน้าอย่างนั้นก็ทำให้เขากลั้นหัวเราะเอาไว้จนสุดความสามารถไม่อย่างนั้นเขาได้หัวเราะอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน และเขาตัดสินใจว่าจะช่วยในที่สุด
"เธอกำลังทำอะไร จะให้ช่วยอะไรหรือเปล่า" เขาถามออกไปอย่างมีน้ำใจ
ส่วนคนที่ถูกถามก็ยิ้มออกมาเหมือนกับเด็กถูกใจไม่มีผิด ทำให้เขามองไปที่เธอไม่ได้ อะไรจะดีใจอย่างนั้น
"พี่ชายหลิวหยาง พี่จะช่วยฉันจริงๆ หรือ" เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างปิดเอาไว้ไม่มิด
"ถ้าช่วยได้นะ"
"ช่วยได้แน่นอนค่ะ ฉันไม่กล้าที่จะฆ่าไก่ค่ะ ดูสิมันมองฉันอยู่อย่างนี้ แล้วใครจะกล้าตีมันล่ะ"
เธอว่าให้ไก่อย่างไม่พอใจ จนเขาอดที่จะกลั้นยิ้มไม่ได้ ไก่มันไม่ตายมันก็มองอยู่อย่างนั้นล่ะ ไม่แปลกหรอก มีแต่เธอนั่นล่ะที่แปลก มาห่วงความรู้สึกของไก่อยู่นั่นล่ะ ใครเขาจะทำกัน
"แล้วทำไมถึงไม่เอากลับไปที่บ้านกันล่ะ ที่บ้านของเธอต้องมีคนฆ่าให้เธอได้แน่ๆ เลย ทำไมต้องทำเองด้วย"
เขาถามในสิ่งที่อยากรู้ เพราะบ้านนั้นมีผู้ชายอยู่หลายคน ไม่จำเป็ต้องทำเองถ้าเธอใจไม่กล้าอยู่อย่างนี้
"เอ่อ..คือว่า...ฉัน"
เธอจะบอกดีหรือเปล่านะ ถ้าบอกไปเขาจะหาว่าเธอหวงกินหรือเปล่านะ เขาคงไม่ว่าหรอก ใครๆ ก็รู้ว่าเธอไม่เป็ที่รักของแม่ทั้งนั้นล่ะ
"ลำบากใจก็ไม่ต้องพูดหรอก" เขาเห็นสีหน้าลำบากใจของเธอจึงได้พูดขึ้น เขาไม่ได้อยากรู้มากอย่างนั้น แค่สงสัยแค่นั้นเอง
"ไม่ได้เป็ความลับอะไรหรอกค่ะ ฉันคิดว่าจะย่างและเอาเก็บไว้กินกับน้องชาย ถ้าฉันเอากลับไปบ้าน ฉันกับน้องชายคงจะแทบไม่ได้กิน แม่ของฉันคงเอาเก็บไว้ให้พี่สาวของฉัน นั่นล่ะ แล้วฉันจะต้องเสียสละของที่ฉันหามาอย่างยากลำบากกลับบ้านไปทำไมกัน"
เธอบอกไปตามตรง เขาจะไม่ชอบเธอก็ชั่งเถอะ ในเมื่อเธอพูดเื่จริง
"เป็อย่างนี้นี่เอง อย่างนั้นเดี๋ยวพี่ทำให้แล้วกัน เธอก็หาทางติดไฟเถอะ ให้ห่างจากตรงนี้สักหน่อยเถอะ"
"ได้ ขอบคุณพี่ชายหลิวหยางมากนะคะ พี่ใจดีที่สุดเลยค่ะ"
เมื่อถูกคำชมก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ดูเธอสิ ดีใจยังกับอะไรดี ชีวิตในบ้านหลังนั้นคงจะไม่ง่ายเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเธอจะทำเื่อย่างนี้ได้อย่างไรกัน
เหวินหลิงหยาง จัดการไก่อย่างรวดเร็ว เขาทำบ่อยอยู่แล้ว เื่นี้จึงไม่ยาก และเขายังจัดการกับกระต่ายที่ได้มาอีกด้วย เพื่อที่เมื่อกลับบ้านจะได้ไม่ต้องทำมันอีก
ผ่านไม่นานไก่ป่าตัวนั้นก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมย่างแล้ว และไฟก็ถูกจุดพร้อมย่างแล้วเช่นเดียวกัน เขาเสียบไม้ให้เธอเตรียมย่างอีกด้วย
"เสร็จแล้ว รับไปสิ"
"พี่ทำไมถึงได้ทำเร็วจังเลยค่ะ เก่งมากเลยค่ะ"
"ผมทำบ่อยน่ะ"
"แล้วนี่พี่หลิวหยาง จะกลับแล้วหรือคะ อย่าเพิ่งกลับค่ะ รอให้ไก่สุกแล้ว ฉันจะแบ่งไก่ให้กับพี่ด้วยค่ะ" เธอคิดว่าจะแบ่งไก่ให้กับเขาสักหน่อย เพราะสามารถช่วยเธอได้เยอะเลย
"ไม่เป็ไรหรอก เอากลับไปเถอะ พี่ไม่ได้ขาด พี่หาเองได้ เดี๋ยวว่าจะหาปลากลับไปทำอาหารด้วย จะเอาด้วยไหม เดี๋ยวจะหาเผื่อ"
เขาถามเธอ และเมื่อเห็นสายตากลมโตตื่นเต้นของเธอ ก็ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอคงจะอยากได้นั่นล่ะ
"ฉันจะกล้ารบกวนพี่อีกได้อย่างไรกันคะ" คำพูดกับแววตาช่างต่างกันมากจริงๆ
"ไม่เป็ไรหรอกนะ ถ้าได้หลายตัวแล้วจะแบ่งให้ ปลาในลำธารนี้หาไม่อยากหรอก ส่วนใหญ่เขาจะหาลำธารใกล้หมู่บ้านมากกว่า"
ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้ามาหาปลา ไกลถึงนี่กันอยู่แล้ว จึงเหลือปลาตัวใหญ่อยู่มาก
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ"
หลังจากนั้นเขาก็หาปลามาให้เธออีกสองตัวใหญ่ เธอก็ย่างไว้เหมือนกัน เตรียมเอาไว้ เธอคิดว่าวันนี้ทำให้แม่หงุดหงิด และไม่ทำตามใจจะต้องหาเื่อดข้าวเธออย่างแน่นอน
"เธออยู่คนเดียวก็ระวังตัวด้วยนะ ถ้าเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านล่ะ ในป่ามันมีแต่อันตราย"
ก่อนที่เขาจะกลับไปก็อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้ ผู้หญิงคนเดียวอยู่ในป่าอย่างนี้มีแต่อันตราย แม้เขาจะอยากอยู่เป็เพื่อนเธอ แต่ก็รู้ว่าไม่เหมาะสมสักเท่าไร ถ้าใครเห็นอาจจะทำให้เธอเสียชื่อเสียงได้
"ฉันรู้แล้วค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักก็จะกลับแล้วค่ะ"
เธอไม่อยากกลับไปตอนนี้ เพราะไม่อยากจะต้องทะเลาะกับแม่อีก วันนี้ทั้งไม่ทำอาหาร ไม่เก็บห้อง ไม่ซักผ้าให้ลูกสาวคนโปรดของแม่ ไม่รู้ว่าจะโกรธเธอไปมากแค่ไหนแล้ว มีทางเดียวคือไม่เอาหน้าที่แม่เกลียดไปให้เจอนั่นล่ะ
ส่วน เหวินหลิวหยาง ก็ทำใจเดินออกไป และทิ้งเธอไว้ ก่อนจากไปก็ยังมองมาด้วยความเป็ห่วงแต่ อันเฟินเยว่ ตอนนี้กำลังรู้สึกหอมกลิ่นปลาและไก่ย่างอยู่ จึงไม่ได้สนใจอะไร จึงไม่ได้รู้สายตาแห่งความห่วงใยนั้นเลยสักนิด
( ฝากกดติดตามด้วยนะคะ )