เย่ิตาถลึงด้วยอารมณ์กึ่งโกรธกึ่งสับสน ก่อนจะโฟกัสไปที่คำพูดของเย่เหิน และรับฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“เ้าว่ามีผู้าุโช่วยเหลือเ้า ฆ่าคนตระกูลเฉิน แถมเ้ายังกล่าวว่าจะมอบเหมืองให้หนึ่งเหมือง ….. ไอ้ลูกโง่!!”
เย่ิโกรธมาก จนเลขาต้องรีบเข้าไปบังเย่เหินเอาไว้ เพราะกลัวว่าเย่เหินจะโดนบาทาลูบพักตร์
“ท่านเ้าสำนัก ใจเย็นเอาไว้ก่อน ตระกูลเฉินยังไม่น่าจะรู้ว่าบุตรคนรองตายไปแล้ว แถมยังตายในอาณาเขตป่าลึกลับอีก ”
เลขากล่าว
“เื่ตระกูลเฉิน ช่างหัวมันประไร เย่อิง!! ไปบอก องค์รักษ์จิง ให้รวมกำลังพลทั้งหมดของสำนัก ไปขนคริสตัลผนึกปราณที่มีทั้งหมด รีบเดินทางไปยังเนินเขาแห่งป่าลึกลับทันที เราจะให้ความคาดหวังของผู้าุโทีน เสียเปล่าไม่ได้”
เย่ิสั่งเสียงดัง จนทั้งสามคนที่เหลือมองกันตาค้าง
“เอ่อ.. ท่านพ่อ ท่านจะไม่สงสัยสักหน่อยหรือ”
“เ้าเห็นลูกท้อนี่หรือไม่ ท่านปู่ของเ้า เคยใช้เศษเสี้ยวหนึ่งของมัน ในการเลื่อนไปขั้น ผู้าุโขั้นสูง ทำให้เราตระกูลเราโด่งดังจนเป็ที่รู้จัก ทรัพย์สินเงินทองที่พวกเ้ามีใช้ก็มาจากเหล่าลูกศิษย์ที่อยากฝึกให้บรรลุ ตามชื่อเสียงของท่านปู่ แล้วเ้าดูนี่ซิ … นี่มันทั้งลูก!! ไม่ใช่แค่เศษเสี้ยว บุคคลที่มีลูกท้อพันปี จะต้องไม่ธรรมดาแน่ เราจะต้องรักษาสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ให้ได้ เย่อิง!! ยังไม่ไปอีกเรอะ”
“คะ? ค่ะ ไปแล้วค่ะท่านพ่อ”
“พวกเราก็ต้องรีบไปช่วย เย่เหินเ้าไปตามลูกศิษย์ทั้งร้อยคนมาช่วยคนด้วย เลขาเ้าไปจ้างสำนักคุ้มภัยซักร้อยคนมาช่วยขนสัมภาระพักแรม 50 อีก 50 ช่วยคุ้มภัย”
แม้เลขา เย่เหินและเย่อิง จะยังมึนๆ แต่ด้วยคำสั่งที่สุดจะเด็ดขาด ทำให้ทั้งสามต้องรีบไปทำตามทั้งแบบนั้น ดูเหมือนสำนักเย่ จะชุลมุนวุ่นวายกันน่าดู
ถัดไปภายในเขตป่าลึกลับอันเต็มไปด้วยต้นไม้มากมายห้อมล้อม ที่ห่างจากตัวบ้านของซัน ดูเหมือนว่านางซันจะกำลังหลงป่าเสียแล้ว แต่ก็ยังดีที่เธอได้ปักธงสีชาเขียวอันเล็กๆ ไว้ตลอดทาง เพราะมันสามารถเป็ป้ายนำทางให้เดินกลับไปบ้านได้
“เวรเอ้ย อยากบินได้แบบเซียนในหนังจริงๆ วุ้ย อุตส่าห์ทำภารกิจขนาดนี้ ไม่เห็นจะเก่งขึ้นเลย”
แม้ซันจะไม่รู้สึกเหนื่อย แต่การที่ต้องเห็นแต่ป่ามันก็น่าเบื่อเช่นกัน เธอเริ่มคิด..ว่าทำไมถึงไม่ยอมออกจากบ้านมาตั้งพันปี ทั้งที่ในป่าก็ไม่ได้มีสัตว์ป่าดุร้ายสักตัว
[ข้าจะทิ้ง 5 ภารกิจสุดท้าย พร้อมรางวัลไว้ให้เ้า ดูเหมือนว่า ตัวข้าจะต้องไปแล้ว]
“อ่า…มีอะไรส่งมา ข้าละเอือมเ้าเสียเหลือเกิน”
5 ภารกิจสุดท้าย
1.ก่อตั้งสำนัก ศิษย์เอก 10 คน ชาย5 หญิง5 ฝึกให้พวกเขาบรรลุขั้นเซียน (รางวัล สลับเพศได้ตามอัธยาศัย)
2.ต่อหน้าผู้คนวางตัวให้สูงส่งตลอดเวลา ห้ามทำเทพนางฟ้าขายหน้า (รางวัลได้รับทันที เครื่องเล่นเกมทุกชนิดพร้อมเกม สามารถออนไลน์ แจมโลกปัจจุบันได้ มีของในแหวนมิติทันทีที่รับเควส หากเผลอหลุดหนึ่งครั้ง สุ่มทำลาย 1 เครื่อง)
3.ออกเผยแพร่ศรัทธาต่อเทพนางฟ้า ให้ผู้คนรับรู้ว่านางมีตัวตน อาทิตย์ละครั้ง (รางวัลได้รับทันที ดวงตาแห่งความจริง พร้อมสั่งซื้ออาหารออนไลน์ได้ หากละเมิดไม่เผยแพร่ จะต้องกินแค่มันเผาตลอดอาทิตย์)
อีก 2 ข้อขอติดไว้ก่อน นะครับ อยากให้มันสัมพันธ์กับเนื้อเื่มากที่สุด
ทันทีที่ทราบถึงรางวัลของภารกิจ ซันถึงกับดี๊ด้าออกอาการอย่างตื่นเต้น ชีวิตที่เหงามานับพันปี หากได้เกมส์ออนไลน์มาเล่น ต่อให้จะผ่านไปอีกสักพันปี ก็ยังไหว แถมยังสั่งอาหารออนไลน์ส่งทันใจได้อีก ชีวิตคนติดห้องกำลังจะกลับมาแล้ว
ซันที่กำลังตื่นเต้นกับแพชชั่นใหม่ บวกกับอารมณ์ที่เบื่อป่า ทำให้นางตัดสินใจเดินกลับไปทางเดิน ชมนกชมไม้ ไปด้วยอย่างสบายอารมณ์ จนเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับเควสอื่นๆ เลย
โดยไม่ได้รู้เลยว่า ทางออกจากป่ามันมีอยู่สองเส้นทาง ซึ่งความกว้างทางเดินอยู่ที่ 1 กิโลเมตร และนางได้ใช้ธงชาเขียวอันเต็มไปด้วยพลังลมปราณระดับเซียน ส่งผลกดดันให้เหล่าสัตว์ปิศาจดุร้ายต้องหนีออกไปที่ทางออกอีกทางแทน
ผ่านไป 30 นาท่ี หลังจากเย่ิ ได้รวบรวมกำลังพล ราว 300 คน ออกเดินทางเข้าลุยอีกด้านของทางเข้า
“เรามากันได้เกือบครึ่งทางแล้ว ยังไม่เจอสัตว์ปิศาจเลยสักตัว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เย่ินำกองกำลังที่รวบรวมมาได้ มุ่งเดินทางไปยังเนินเขาทิศตะวันออก ตามที่ปลาทีนบอก ถึงจะเร่งรีบแต่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงแต่อย่างใด
ครืนนนน….
จู่ๆ ก็เกิดแรงสั่นะเืไปทั่วบริเวณ ราวกับจะมีแผ่นดินไหว แต่เมื่อหันซ้ายแลขวา ดันไปเจอเข้ากับฝูงสัตว์ปิศาจจำนวนมหาศาลทางด้านซ้าย จากฝุ่นควันแล้วจำนวนไม่น่าน้อยกว่าร้อยตัว
“ทุกคน!! ตั้งค่ายกล!! พวกเราต้องคุ้มกันกองคริสตัลให้ปลอดภัย”
สั้นคำของเย่ิเ้าสำนัก เหล่าลูกน้องนับร้อย รวมไปถึงพวกสำนักคุ้มภัย ต่างพากันตั้งแถวปล่อยผสานลมปราณออกมาเป็โล่ให้เอียงเป็โดม ขณะที่ คนประมาณ 50 ต้องเร่งขนเกรียนบรรทุกคริสตัลเคลื่อนไปด้านหน้า
ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก …. อ๊ากกก
ฝูงสัตว์อสูรพากันวิ่งตรงขึ้นโล่ ะโข้ามพวกเขาไป โดยไม่หันกลับมาขู่ หรือคำรามใส่สักนิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความงุนงงให้กับทุกคนเป็อย่างมาก ฝูงสัตว์อสูรใช้เวลาเพียงสองนาที ก็วิ่งผ่านไปจนหมด ดูเหมือนว่าจะมีเพียงบางคนที่าเ็จากการรับน้ำหนักไม่ไหวจนแขนหักข้าง สองข้าง
แต่ก็ถือว่าโชคดีมากโข เพราะหากต้องปะทะกับสัตว์อสูรจำนวนขนาดนั้น คงต้องล้มตายเกือบทั้งหมดแน่
ฟืบบบบบ….
หลังพ้นจากฝูงสัตว์อสูรไปแล้ว ก็มีแสงสีเขียวอ่อนกำลังเคลื่อนต่อมาทางพวกเขา คล้ายเซฟโซนแบบในเกมส์หลายๆ เกมส์ที่จะบีบไล่คนจนกว่าจะเหลือรอดเพียงผู้เดียว
เย่ิ ทำได้เพียงมองดูแสงสีเขียวขยับเข้ามาหาพร้อมๆ กับคนอื่น เขายืนนิ่งราวกับยอมรับชะตากรรม แต่เมื่อแสงนั้นเคลื่อนตัวผ่านกลุ่มของเย่ิไป แสงสีเขียวไม่เพียงแต่ไม่ทำร้ายพวกเขา แต่ยังช่วยส่งไออุ่นมาปกคลุมร่างกายให้อบอุ่นอีกด้วย
“นี่มัน พลังปราณจากเขตแดน หรือจะเป็ฝีมือของเซียนคนนั้นกัน”