เสียงหัวเราะของซูหลีหลี่ทำให้ทั้งเหอจงและเหอเจวี๋ยต่างก็พากันคาดเดาได้ในทันทีว่าความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกของซูหลีหลี่และซูหย่งเหอไม่ค่อยจะดีเท่าใดนัก
“ข้าออกมานานแล้วหากไม่รีบกลับสาวใช้ที่คอยรับหน้าให้ข้าที่จวนคงจะร้อนรนแย่แล้วดังนั้นข้าจึงต้องขอตัวก่อน หวังว่าวันหน้าเมื่อได้พบกันอีกท่านลุงเหอและท่านอาเหอคงจะสามารถหาคนที่คิดร้ายกับพวกท่านได้ในเร็ววัน”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงต่างก็ยิ้มออกมาโดยเฉพาะเหอจงเขาไม่คิดว่าคุณหนูใหญ่ในจวนขุนนางอย่างซูหลีหลี่จะลดตัวลงมาเอ่ยเรียกเขาว่าท่านอาเช่นนี้ทำให้เขาอดรู้สึกดีกับนางมากยิ่งขึ้นไม่ได้
“ข้าเองก็หวังว่าวันหน้าเมื่อได้พบกันเ้าจะไม่มีเื่ร้อนใจใดๆจนต้องออกปากขอความช่วยเหลือจากพวกข้า”เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ยิ้มออกมา
ซูหลีหลี่รู้อยู่แล้วว่าเหอเจวี๋ยผู้นี้เป็คนหลักแหลมอย่างหาตัวจับได้ยากหากไม่ใช่เพราะพิษของหนอนกู่ที่ยังตกค้างอยู่เขาย่อมจะเป็คนที่แค่เพียงนางเอ่ยออกมาไม่กี่ประโยคเขาก็สามารถคาดเดาความ้าของนางได้แล้วส่วนเหอจงแม้ว่าจะเป็คนหลักแหลมเช่นเดียวกันแต่ก็ยังต้องใช้เวลาลับคมอีกหลายปี
ชาติที่แล้วสองคนนี้คือแกนนำสำคัญที่ช่วยให้ฮั่วจิ่นหรงได้เป็ใหญ่หากจะพูดตามตรงที่สาเหตุพวกเขาช่วยฮั่วจิ่นหรงล้วนเป็เพราะนางและจุดจบของพวกเขาก็ล้วนเป็เพราะนางเช่นเดียวกันหากไม่ใช่เพราะนางพวกเขาก็ไม่มีทางช่วยเหลือฮั่วจิ่นหรงแล้วฮั่วจิ่นหรงก็คงไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะย้อนกลับไปตลบหลังทำร้ายพวกเขาอย่างเช่นที่ฮั่วจิ่นหรงเคยบอกกับนางในชาติที่แล้ว
“เ้าคงจะไม่รู้กระมังว่ายามนี้อดีตแม่ทัพนายกองที่เชื่อฟังคำสั่งของเ้าถูกข้ากำจัดทิ้งไปหมดแล้ว” คำพูดประโยคนี้ของฮั่วจิ่นหรงในชาติที่แล้วยังคงตามมาหลอกหลอนนางถึงในชาตินี้ไม่ใช่แค่เพียงความเจ็บช้ำที่ถูกฮั่วจิ่นหรงหักหลังแต่นางยังรู้สึกช้ำใจที่เป็สาเหตุให้คนเหล่านี้ต้องตายดังนั้นชาตินี้หากมีสิ่งใดที่นางสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้นางย่อมไม่รีรอที่ออกหน้ามาช่วยเหลือ
เพียงแต่เหอเจวี๋ยและเหอจงเป็คนที่มีความระมัดระวังตัวมากพอสมควรหากอยู่ๆ นางชี้ชัดว่าอนุคนใหม่ของเหอเจวี๋ยคือคนวางพิษหนอนกู่เข้าตัวเขาทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงจะไม่เชื่อและจะต้องคิดว่านางตั้งใจเข้าหาพวกเขาเพราะมีจุดประสงค์เป็แน่นางจึงแค่เพียงเอ่ยถึงวิธีจับตัวคนร้ายอย่างคร่าวๆ เท่านั้นด้วยความเฉลียวฉลาดของคนทั้งสองนางเชื่อว่าอีกไม่นานเหอเจวี๋ยและเหอจงก็คงจะต้องหาตัวคนร้ายที่แฝงกายอยู่ในจวนได้แน่
เมื่อเอ่ยปากอำลากันเรียบร้อยแล้วซูหลีหลี่จึงได้พาสาวใช้ของตนเองเดินทางกลับจวนแน่นอนว่าก่อนจะกลับสายตาของนางก็เฝ้าวนเวียนหาซูฉางเยว่อีกครั้งยามนี้ในใจของนางก็ได้แต่คิดว่าเป็เพราะนางและซูหลีเซียงย้อนกลับมาเื่ราวบางอย่างจึงได้เปลี่ยนไปนางก็ได้แต่หวังว่าซูฉางเยว่จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับบิดาและมารดาแท้ๆของเขาอย่างเป็สุขการที่เขาไม่ได้รับาเ็และไม่ได้พบกับนางดังเช่นในชาติที่แล้วอาจจะถือว่าเป็เื่ดีของเขาก็ได้อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ต้องเติบใหญ่ท่ามกลางสนามรบอาบกลิ่นอายโลหิตั้แ่ยังเด็กเฉกเช่นในชาติที่แล้วเมื่อคิดได้เช่นนั้นซูหลีหลี่จึงได้มีรอยยิ้มออกมานางไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของนางที่โผล่พ้นหมวกผ้าที่ใช้ปิดบังใบหน้าทำให้คนที่อยู่บนชั้นสองของโรงน้ำชาพลันมีสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
“นางคือซูหลีหลี่”เมื่อเสียนอ๋องเอ่ยเช่นนี้คนของเขาก็พลันส่งเสียงถามในทันที
“คนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“สตรีที่สวมใส่ชุดสาวใช้ของสกุลซูคนที่ตัวสูงที่สุด บอบบางที่สุดและมีรอยยิ้มงดงามมากที่สุดข้าจดจำรอยยิ้มของนางได้” เสียนอ๋องเอ่ยพลางไอออกมาเขาจำได้ดีว่าทุกครั้งที่นางไปเยี่ยมเยียนท่านตาของนางในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลรอยยิ้มยามที่นางได้พบกับท่านตาของนางมักจะเป็เช่นนี้และเขาเคยให้สัญญากับท่านตาของนางว่าจะทำให้นางมีรอยยิ้มเช่นนี้ตลอดไป
“เหตุใดนางจึงได้มาอยู่ที่นี่”เมื่อเสียนอ๋องเอ่ยถามเช่นนี้คนของเขาก็หันไปหาหน่วยสอดแนมของตนเองในทันที
“นางน่าจะหนีออกจากจวนมาท่องเที่ยวในตลาดพ่ะย่ะค่ะ”คำตอบของคนของเขาทำให้เสียนอ๋องพยักหน้า
“ที่แท้นางก็ชอบออกมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาข้างนอกจวนเช่นนี้นี่เอง”เขาเอ่ยพลางยิ้มออกมาเขารู้สึกคุ้นตายามที่นางใช้เข็มโจมตีท่านแม่ทัพผู้กำลังคลุ้มคลั่งของกองกำลังรักษาเมืองจึงได้ยืนจับตามองพฤติกรรมของนางอย่างใกล้ชิดแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยแต่ก็พอจะจับใจความได้ว่านางและแม่ทัพของกองกำลังรักษาเมืองรู้จักกัน
“บอกกับคนของพวกเราเื่ในวันนี้อย่าให้ผู้ใดรายงานความผิดพลาดในวันนี้ของกองกำลังรักษาเมืองให้เบื้องบนได้รับรู้ ส่งคนไปที่จวนสกุลซูเพิ่มอีกและสั่งให้พวกเขาคอยดูแลความปลอดภัยของนางให้มากกว่านี้นางอยากออกจากจวนก็อย่าได้ขัดขวางอีกทั้งยังต้องช่วยนางแผ้วถางทางให้ด้วยผู้ใดกล้าขวางทางก็จงกำจัดให้นางเสีย”เมื่อเสียนอ๋องเอ่ยเช่นนี้คนของเขาก็รับคำแล้วรีบออกคำสั่งกับลูกน้องของเขาในทันที
“ส่งคนไปติดตามคุ้มกันคุณหนูใหญ่ซูอย่างแ่าหากนางออกจากจวนพวกเ้าก็คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้นางและคอยเฝ้าติดตามอารักขานางด้วย”เมื่อเห็นคนของเขาออกคำสั่งเช่นนี้เสียนอ๋องก็ยิ้มออกมาแล้วจ้องมองแผ่นหลังที่ค่อยๆจางหายไปท่ามกลางผู้คน เขาติดหนี้บุญคุณหลี่รุ่ยผู้เป็ตาของนางจึงตั้งใจเอาไว้ว่าจะคอยดูแลนางให้ดีไม่ให้นางต้องเผชิญกับความทุกข์ยากเพราะการแต่งงานกับคนไม่ได้ความเฉกเช่นบิดาของนางอีก
แม้ว่ายามนี้เขาจะมีสุขภาพไม่ค่อยจะดีแต่เขาก็เชื่อว่าหากพยายามดูแลสุขภาพตนเองให้ดีก็คงจะสามารถดูแลนางให้อยู่ดีมีสุขไปได้ตลอดชีวิตถึงยามนั้นหนี้บุญคุณที่เขารู้สึกติดค้างต่ออดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงหลี่ก็จะได้จางหายไปจากใจของเขาได้เสียที
ส่วนซูหลีหลี่แม้ว่าจะสามารถสร้างหนี้บุญคุณกับคนสกุลเหอได้สำเร็จแต่เพราะไม่อาจจะช่วยเหลือบุตรชายบุญธรรมของตนเองในชาติที่แล้วกลับมาได้ทำให้นางพลันรู้สึกเซื่องซึมอยู่บ้างจนเมื่อนางเกือบจะกลับไปถึงจวนแล้วถึงได้พบกับซูจวิ้นผู้เป็พี่ชายคนโตที่เกิดจากอนุภรรยาของบิดานางจึงได้หยุดชะงักด้วยความใเขามองเพียงปราดเดียวก็สามารถจดจำนางได้แล้วจึงได้รีบเดินปรี่เข้ามาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“คุณหนูใหญ่ท่านรีบกลับจวนเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นคุณหนูรองจะต้องทำให้กลายเป็เื่ใหญ่แน่”เมื่อซูจวิ้นเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันขมวดคิ้วในทันที เขาจึงได้เอ่ยต่อ
“ข้ากำลังจะเดินไปรายงานผลการเรียนให้ท่านพ่อทราบที่เรือนหลักจึงได้เห็นว่าคุณหนูรองกำลังจะไปที่เรือนของเ้าเมื่อครู่นี้ข้าเห็นคุณหนูใหญ่สวมใส่ชุดสาวใช้อยู่ที่ตลาดจึงคิดได้ว่าคุณหนูรองเองก็คงจะระแคะระคายเื่นี้แล้วเช่นกันข้าจึงรีบออกมาตามเ้ากลับจวนก่อนที่คุณหนูรองจะสร้างเื่”เมื่อซูจวิ้นเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็ยกชายกระโปรงขึ้นแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูทางด้านหลังจวนในทันทีซูจวิ้นทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยเตือนนางออกมาอย่างที่มักจะทำ
“อย่าวิ่งเ้าเป็สตรีอย่าได้ยกชายกระโปรงสูงถึงเพียงนั้นจะได้ไหม”แม้ว่าจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ก็ยังรีบยื่นมือมาดึงชายแขนเสื้อของนางแล้วพานางไปที่ประตูทางด้านข้างในทันที
“ประตูทางด้านนี้ใกล้เรือนของข้าคนเฝ้าประตูคือคนของข้า”เขาเอ่ยพลางจับจูงนางไปส่วนซูหลีหลี่ก็ยินยอมติดตามพี่ชายต่างมารดาเข้าไปในจวนในทันที
“พวกนางเป็สาวใช้ของข้า”เขารีบปล่อยชายแขนเสื้อของน้องสาวลงแล้วเอ่ยกับคนเฝ้าประตูด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึมแล้วจึงได้เดินนำทางนางและคนของนางไปทางด้านหลังเรือนของตนเอง
“เ้ารีบเดินไปทางนี้มันเป็ช่องทางที่เชื่อมกับด้านหลังเรือนของเ้า เ้าคงยังไม่ลืมกระมัง”เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้นี้ซูหลีหลี่ก็ยิ้มพลางย่อกายออกมา
“ขอบคุณพี่ชายใหญ่เ้าค่ะหนี้บุญคุณของท่านในครั้งนี้ข้าจะรีบทดแทนให้อย่างดี”เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ซูจวิ้นที่ล่วงรู้ความสามารถในการทดแทนบุญคุณของนางสาวต่างมารดาเป็อย่างดีรีบยกมือขึ้นมาโบกไปมาเพื่อปฏิเสธในทันที
“อย่าเลยคุณหนูใหญ่ ข้าทนแบกรับการทดแทนบุญคุณจากเ้าไม่ไหวหรอกเ้ารีบกลับเรือนของเ้าไปเถิดอย่าปล่อยให้คุณหนูรองรังแกเ้าได้เพียงเท่านี้ก็สาแก่ใจของข้าแล้ว”เมื่อซูจวิ้นเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆแล้วรีบวิ่งกลับไปที่เรือนของตนเองในทันที