เทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา

    ตอนที่​ 26 หนึ่งดาบ

    ตอนที่​ 26 หนึ่งดาบ

     

    [แรงเยอะมาก]​

     

    เจียจิงประเมิน​พละกำลังคู่ต่อสู้​ในใจ

     

    ดาบคู่ต่อสู้​ไล่ตามมาขย้ำเหยื่อให้ได้

     

    เขาไม่รอช้าปรับจุดศูนย์รวม​ของร่างกาย

     

    ดาบเหวี่ยงออกไปด้านข้าง คราวนี้​เขาไม่ได้ตั้งใจ​ใช้ดาบเข้าปะทะกันตรงๆ

     

    เค้ง

     

    เสียงดาบดังขึ้น

     

    "ฮึ่ม"

     

    เจียจิงแม้จะวาดดาบไปด้านข้างใบดาบคู่ต่อสู้​เพื่อจะเบี่ยงเบน​มันออกไป

     

    เขาต้องใช้แรงทั้งหมด​เพื่อเบี่ยงมันได้

     

    คู่ต่อสู้​มองด้วยดวงตาสดใส แม้ว่าดาบจะโดนปัดออก แต่คู่ต่อสู้​ต้องสิ้นเปลือง​แรง

     

    ดาบเค้านั้นดุร้ายจะคอยไล่ล่าเหยื่อไม่ปล่อย จนกว่าจะบดขยี้​ได้เท่านั้น​

     

    เขาทำให้เจียจิงเป็นฝ่ายตั้งรับ ส่วนตนก็รอจังหวะ​ให้เหยื่ออ่อนล้าหมดแรง

     

    ความไม่พอใจ​ปรากฏ​ขึ้นในจิตใจ

     

    เจียจิงรู้สึกเลยว่าเขายังไม่ใช่คู่มือ

     

    เทคนิค​ดาบเขาเหนือกว่า​และการป้องกัน​ก็ยอดเยี่ยม​มาก

     

    แต่พละกำลังกับต่างกันเท่าตัว

     

    เขาสามารถ​ต้านรับการโจมตีอันมหาศาลของคู่ต่อสู้​ได้เป็นเวลานาน

     

    แต่ท้ายที่สุด​เรี่ยวแรง​ทางกายภาพ​ก็หมดลง แม้เขาจะป้องกัน​ดาบคู่ต่อสู้​ได้ทุกครั้ง แต่ต้องใช้พละกำลังทั้งหมด​ที่มีออกมา

     

    เขาใช้แรงทั้งหมด​ต่อเนื่อง​ ในขณะที่​คู่ต่อสู้ยังมีแรงเหลือเฟือ​พอจะต่อสู้​ได้ต่อ

     

    "เจียจิงพ่ายแพ้...!!!"

     

    ทุกคนเงียบฉี่​

     

    "ศิษย์​อาวุโส​คนนี้มีพลังมาก แม้ว่าเจียจิงจะป้องกัน​และปัดมันออกไปได้ตลอดทุกครั้ง​ แต่สุดท้าย​พลังกับไม่พอต่อสู้​ต่อได้"

     

    "แม้แต่​เจียจิงยังเอาชนะไม่ได้"

     

    "ไม่นึกเลยว่าศิษย์​อาวุโส​ปีสี่จะไร้ยางอาย​อย่างมาก ถึงขนาดมารังแกรุ่นเยาว์​แบบนี้"

     

    ศิษย์ทุกคนต่างโกรธแค้น ตอนนี้บางคนเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าคู่ต่อสู้​ตรงหน้าคือใครกัน

     

    ด้วยจำนวนศิษย์​สายในที่มีอยู่มากมาย

     

    ทำให้ตอนแรก​ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

     

    แต่ตอนนี้​บางคนจำหน้าได้แล้วว่าเป็นใคร

     

    ในบรรดาศิษย์​สายใน ปีสี่จะมีจำนวนน้อยสุด จากนั้นก็ลดหลั่น​ลงมา ส่วนศิษย์​ใหม่หรือจะเรียกว่า ศิษย์​ปีหนึ่งมีจำนวนมากสุด

     

    ส่วนใหญ่​ศิษย์​ปีสี่จะเก็บตัวไม่ค่อยปรากฏ​ตัวให้เห็นบ่อยนัก เพราะมันคือปีสุดท้าย​ของพวกเค้าที่จะได้อยู่ในสำนักอาญาสวรรค์​ จากนั้นก็ถูกขับไล่ย้ายออกไปอยู่ที่สาขาของสำนักอาญา​สวรรค์

     

    ทำให้ศิษย์​ปีสี่ไม่กล้าโผล่มาให้เห็นบ่อยนัก

     

    ศิษย์​อาวุโส​ทั้งสามแม้ว่าสถานะพวกตนถูกเปิดเผย​ แต่พวกเขาไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย

     

    "ทีนี้จะมีใครมาท้าทาย​อีกไหม...!!!"

     

    เสียงตะโกนดังลั่น เขาต้องการ​บดขยี้ศิษย์​รุ่นเยาว์​ให้หมดทุกคน โดยเฉพาะ​ศิษย์​ร้อยอันดับแรกที่มีความภาคภูมิใจ​อันสูงส่ง

     

    "ข้าเอง"

     

    ฉุ่ฉีปรากฏ​ออกมา

     

    "เขาจะทำได้หรือไม่?"

     

    "เขาน่าจะดีกว่าเจียจิง"

     

    "ฉุ่ฉีอยู่อันดับ​สูงกว่า และชนะเจียจิง​ด้วย"

     

    "เขาต้องจัดการเจ้าพวกนั้นได้แน่"

     

    ทุกคนต่างพูดคุย เห็นได้ชัดว่าฉุ่ฉีได้รับความคาดหวัง​มากกว่า

     

    "เจ้าเป็นยังไงบ้าง"

     

    "แม้วันนี้เจ้าจะพ่ายแพ้​ แต่เจ้าสามารถ​เอาชนะมันได้ในครั้งหน้า"

     

    "ขอบคุณ"

     

    "เจ้าต้องระวังตัว​ให้มาก"

     

    ทั้งสองพูดคุยกัน ทั้งคู่​ต่างเป็นคู่แข่ง​และยังเป็นมิตรสหาย​ที่ดีต่อกัน

     

    "หึหึ... ข้าชื่นชม​ความกล้าหาญเจ้าจริงๆ"

     

    "เจ้าไม่กลัวจะพ่ายแพ้​และจะได้รับอับอายต่อหน้า​คนอื่นเลย"

     

    ศิษย์​อาวุโส​ยิ้มเยาะและมองด้วยความเย็นชา​

     

    "ข้าไม่กลัวความพ่ายแพ้​ ตอนนี้​ข้าต้อง​การเผชิญหน้า​กับคนเก่ง เพื่อที่จะได้เก่งกว่า"

     

    ฉุ่ฉีมีใบหน้าสงบนิ่งและมีอาการตื่นเต้น​

     

    "เจ้ามองข้าว่าเป็นหินให้เหยียบข้ามสินะ"

     

    คู่ต่อสู้​มีสีหน้าเย็นชาขึ้นมามากกว่าเดิม

     

    "สมกับเป็นศิษย์​ที่แก่กว่า สามารถ​เข้าใจสิ่งนี้ได้ง่ายๆ​" ฉุ่ฉีตอบกลับ

     

    "ดี... มาดูกันว่าเจ้า​สามารถ​ทำมันได้ไหม"

     

    เขาระงับอารมณ์​และยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

     

    ฉุ่ฉีชักดาบออกมา

     

    ศิษย์​อาวุโส​กำดาบแน่น

     

    หนึ่งดาบ...!!!

     

    เขาเคลื่อนไหว

     

    ดาบเหมือนสายฟ้าและแสงสะท้อนบนใบดาบ

     

    เหมือนว่าจะเกิดฟ้าแลบขึ้นบนสนาม

     

    ดาบมาถึงด้านหน้าคู่ต่อสู้

     

    ดาบรวดเร็ว​เช่นนี้ทำให้ศิษย์​อาวุโสต้อง​เปลี่ยนสีหน้าทันที

     

    คู่ต่อสู้​มองไม่เห็นดาบ 

     

    แต่ด้วยประสบการณ์ต่อสู้ที่มากกว่า​และสัญชาตญาณ​ร่ำร้องออกมา

     

    ศิษย์​อาวุโส​หลบหนึ่งดาบได้

     

    เขารอดพ้นจากหนึ่งดาบ เกิดความรู้สึก​หนาวเย็น​และมีเหงื่อไหลออกมา

     

    "ข้ายอมรับ​ความ​พ่ายแพ้"

     

    "เจ้าชนะ"

     

    ฉุ่ฉียอมรับความ​พ่ายแพ้และเดินออกจากสนามแต่โดยดี

     

    "..."

     

    ศิษย์​อาวุโส​จ้องมอง​แผ่นหลังของฉุ่ฉีอย่างเงียบๆและหายใจอย่างยากลำบาก

     

    ตอนนี้​ฉุ่ฉีคือหนึ่งดาบและถ้าเขาไม่สามารถ​เอาชนะคู่ต่อสู้​ได้ในดาบเดียว เขาจะยอมรับ​ความพ่ายแพ้ขึ้นมาเอง

     

    เขาไม่ให้โอกาสคนอื่นได้ตอบโต้

     

    ศิษย์​อาวุโส​แม้ว่าจะได้รับชัยชนะ​ แต่เขารู้สึก​ว่ามันไม่ใช่ชัยชนะอย่างสมบูรณ์

     

    เขารู้สึก​หดหู่​และยิ่งกว่า​สูญเสีย

     

    คล้ายกับเรื่องเทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา ที่คุณอ่าน