ยามเย็นที่แสงจันทร์ทอดตัวลงมาอาบสวนหลังคฤหาสน์ตระกูลเฉิน ราวกับใครเอาผ้าขาวบาง ๆ มาคลุมไว้
บริเวณนี้ เป็ส่วนที่ลับตาผู้คนและอยู่ใกล้ๆ เรือนหลังเล็กที่ข้าพักอยู่
ข้ากระเถิบเท้าอย่างเงียบเชียบ กลัวจะเหยียบหอยทากหรืออะไรสักอย่างเข้าโดยไม่ตั้งใจ
กลิ่นดอกเหมยลอยมากับลมเย็น ๆ จนข้าต้องสูดหายใจลึก ๆ ให้ชื่นใจ แต่แล้วน้ำค้างเ้ากรรมก็ดันซึมผ่านชายแขนเสื้อจนข้าสะดุ้ง รีบยกมือขึ้นปัดป้องอย่างลนลาน
「นี่ข้าจะได้ฝึกวิชาหรือจะเป็หวัดกันแน่」 [ -- ]
ในมือข้ายังถือคัมภีร์เก่าแก่ของตระกูลที่ข้าได้มาในคืนนัน
ตัวอักษรบนกระดาษเหลืองกรอบดูเหมือนจะพร้อมปลิวหายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ ข้ากำมันแน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ ตำรานี้จะกลายเป็ขี้เถ้า
「นี่แหละ...วิชาปราบผีของจริง! ถ้าข้าฝึกได้ ข้าจะต้องเก่งกาจเหมือนบรรพบุรุษแน่ ๆ」 [ >O< ]
ข้าสูดลมหายใจอีกครั้ง คราวนี้ได้กลิ่นดินชื้นกับกลิ่นหญ้าอ่อนผสมกันจนจมูกแทบจะแสบ
ข้าคุกเข่าลงใต้ต้นเหมยใหญ่ ใบไม้ร่วงปลิวว่อนตามแรงลมราตรี ข้ากางตำราออก พลางเพ่งมองตัวอักษรที่บรรยายถึงวิชา "จุดไฟด้วยพลังจิต"
「ถ้าข้าทำได้จริง... ข้าจะไม่ต้องกลัวผีอีกต่อไป!」 [ >///< ]
ข้าหลับตา ตั้งสมาธิตามที่ตำราบอก
เสียงใบไผ่เสียดสีกันราวกับวงดนตรีกลางคืน ข้าพยายามรวบรวมจิตใจให้นิ่งดุจผิวน้ำในคืนไร้ลม แต่ความคิดกลับวุ่นวายเหมือนฝูงผีเสื้อที่บินวนอยู่เหนือหัว
「สำรวมจิตใจหน่อย ๆ ข้าพยายามบอกตัวเอง」 [ ^^’ ]
ข้าลืมตาขึ้น มองเปลวเทียนที่วางอยู่เบื้องหน้า มันยังคงมืดสนิท ไร้แสงใด ๆ ราวกับจะเย้ยหยันความพยายามของข้า
ข้าลองทำซ้ำใหม่
ครั้งที่หนึ่ง
ครั้งที่สอง
ครั้งที่สาม
…
…
…
ครั้งที่สิบ
มิได้มีอะไรเกิดขึ้น
"นี่มันตำราปลอมหรือเปล่าเนี่ย! ข้าทำตามทุกอย่างแล้ว ทำไมไฟไม่ติดสักที!" เสียงข้าดังแว่วในความเงียบงัน ข้าขมวดคิ้ว หัวใจร้อนรุ่ม [ >.< ]
สายลมเย็นพัดผ่านอีกครา ข้าััได้ถึงบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้
「หรือว่ามีผีจริง ๆ...」 [ O_o ]
ข้าหันขวับไปมอง แต่มีเพียงเงาไหวของใบไม้และเสียงหัวเราะแ่เบา คล้ายกับสายลมที่พัดผ่าน
「เสียงอะไร... หรือข้าหูแว่วไปเอง」 [ -0- ]
ข้าสะบัดหัว ไล่ความคิดฟุ้งซ่าน
ข้าหลับตาอีกครั้ง พยายามเพ่งสมาธิอย่างหนักจนรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม ความเงียบงันเย็นเยียบจนหัวใจสั่นสะท้าน ข้ากำมือแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ
「ข้าต้องทำได้... ข้าต้องทำได้...」 ทว่าทุกอย่างยังคงเงียบงัน [ TOT ]
ข้าเพ่งพยายามส่งพลังไปจุดไฟเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนข้ารู้สึกเหนื่อยล้า ข้าทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าอย่างหมดแรง [ x_x ]
ข้าหยิบตำราขึ้นมาดูอีกครั้ง ตัวอักษรบนหน้ากระดาษพร่าเลือนในสายตา
「ข้าคงไม่เหมาะกับวิชานี้จริง ๆ หรือ...」 ข้าถอนหายใจแ่เบา ความขมขื่นตกค้างในอก [ T^T ]
ทันใดนั้น ข้ารู้สึกคันที่ปลายจมูก ก่อนจะจามออกมาเสียงดัง
"ฮัดเช้ย!"
เปลวไฟพลันลุกวาบขึ้นบนเทียนตรงหน้า แสงสว่างส่องประกายวูบวาบในความมืด ข้าใจนเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว [ >A< ]
??
??
??
「นี่...ข้าทำได้จริง ๆ เหรอ? หรือข้าจามแรงไปจนไฟติดเอง?」
[ >///<~ ]
ข้ามองเปลวไฟที่ไหวระริก ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะข้า
เสียงบางอย่างดังแ่เบาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ คล้ายเสียงหัวเราะที่พยายามกลั้นไว้ ข้าหันไปมอง เห็นเงาร่างหนึ่งซ่อนตัวอยู่หลังใบไม้
「ใครกัน...?」 ข้าขมวดคิ้ว รู้สึกทั้งอายทั้งขำในคราวเดียวกัน
[ ^///^ ]
"ข้าทำได้จริง ๆ เหรอ? หรือข้าจามแรงไปจนไฟติดเอง?" ข้าพึมพำกับเปลวไฟที่ยังคงลุกโชติ่
[ >w<~ ]
เสียงของเฉินอี้เฟิง
ข้าหลบตัวอยู่เงียบ ๆ ระวังไม่ให้กิ่งไม้เกี่ยวชายเสื้อจนเกิดเสียงดัง
ข้าต้องกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นเสี่ยวเหมยเดินย่อง ๆ เข้ามาในสวน ท่าทางระแวดระวังราวกับกำลังจะลอบเข้าไปขโมยขนมในครัว
นางค่อย ๆ คุกเข่าลงใต้ต้นเหมยใหญ่ หยิบตำราเก่า ๆ ออกมาเปิดดู สีหน้าจริงจังเสียจนข้าเกือบหลุดหัวเราะออกมา 「
นางนี่...เอาจริงเอาจังกับเื่พิลึก ๆ ได้ขนาดนี้เชียวหรือ」
ข้าขยับตัวเข้าใกล้อีกนิด เผื่อจะได้ยินว่านางพึมพำอะไร
"จุดไฟด้วยพลังจิต..."
นางพึมพำเบา ๆ แล้วหลับตา ขมวดคิ้วแน่นจนหน้าผากย่น ข้าต้องกัดริมฝีปากตัวเองแน่น กลัวจะหลุดเสียงหัวเราะออกไปให้โดนจับได้
นางทำท่าเพ่งสมาธิอยู่นานจนข้าเริ่มเมื่อยขา ใบหน้าเปื้อนเหงื่อของนางดูจริงจังเสียจนข้าอดขำไม่ได้
「นี่นางคิดว่าตัวเองเป็เซียนหรืออย่างไร」 ข้าส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มกว้าง
"นี่มันตำราปลอมหรือเปล่าเนี่ย! ข้าทำตามทุกอย่างแล้ว ทำไมไฟไม่ติดสักที!" เสียงบ่นของนางดังขึ้น
ข้าต้องรีบยกมือปิดปากตัวเองแน่น หัวเราะจนไหล่สั่น
「นางนี่...เปิ้นเสียจนข้าอยากจะเดินออกไปช่วยสอนเอง」
หลายครั้งข้าต้องกลั้นหัวเราะกับความเปิ้นของนาง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเอ็นดูอย่างประหลาด
「นางนี่...น่ารักกว่าที่ข้าคิดไว้ซะอีก」
ข้าค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ก็ยังไม่กล้าออกจากที่ซ่อน ได้แต่แอบมองนางต่อไป ใจเต้นตุบ ๆ อย่างคนเพิ่งเห็นปาฏิหาริย์กับตาตัวเอง
ข้าดูไปก็ขำไป ใจหนึ่งก็อดสงสารไม่ได้ เห็นนางนั่งหมดแรงอยู่ใต้ต้นเหมย ใบหน้าเศร้าหมองราวกับลูกแมวเปียกฝน
「หรือว่าข้าควรออกไปปลอบนางดี」 ข้ากำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรดี
ทันใดนั้น นางจามออกมาเสียงดัง
"ฮัดเช้ย!"
เปลวไฟพลันลุกวาบขึ้นบนเทียนตรงหน้า ข้าตาโต รีบยกมืออุดปากตัวเองแน่นกว่าเดิม กลัวจะเผลอร้องออกมา
「อะไรกัน! ไฟติดจริง ๆ หรือ!」
หัวใจข้าเต้นแรงราวกับจะะโออกมานอกอก ข้าชะโงกหน้าดูอีกทีให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด เสี่ยวเหมยเองก็ดูใไม่แพ้กัน นางจ้องเปลวไฟตาโต ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
หัวใจข้าเต้นแรงราวกับจะะโออกมานอกอก ข้าชะโงกหน้าดูอีกทีให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด เสี่ยวเหมยเองก็ดูใไม่แพ้กัน นางจ้องเปลวไฟตาโต ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
「บ้าไปแล้ว! อะไรกันนี่! ข้าฝันอยู่หรือเปล่า หรือว่าสวนหลังบ้านนี้มีปีศาจแกล้งข้าอยู่จริง ๆ」
ข้ากะพริบตาถี่ ๆ พยายามขยี้ตาเงียบ ๆ หลังพุ่มไม้ เผื่อว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่เปลวไฟเ้ากรรมก็ยังลุกโชติ่อยู่ดี
「นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน! นางจามทีเดียว ไฟติดเฉยเลย? หรือข้าจะโดนเสี่ยวเหมยเล่นกลใส่? หรือว่านางเป็เซียนปลอมตัวมาเกิด?」
ข้าต้องรีบยกมืออุดปากตัวเองแน่นกว่าเดิม กลัวจะหลุดเสียงร้องออกไปให้โดนจับได้
「ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อเป็อันขาด! โลกนี้จะมีวิชาอะไรแบบนี้ได้ยังไงกัน! หรือว่าข้าจะต้องไปขอขมาบรรพบุรุษที่เคยหัวเราะเยาะเื่ผีสางิญญา」
ข้าส่ายหน้าแรง ๆ จนใบไม้ไหวตาม
แต่พอเห็นเสี่ยวเหมยนั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น ข้าก็อดขำอีกครั้งไม่ได้
「นางก็ใเหมือนกันนี่นา! อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้บ้าอยู่คนเดียว」
ข้ากัดริมฝีปากกลั้นหัวเราะ น้ำตาแทบไหล
「ถ้าเื่นี้ไปเล่าให้ใครฟัง มีหวังโดนหาว่าข้าสติไม่ดีแน่ ๆ!」