เปลไกวและเตียงนอนสำหรับจื่อิ ที่นายท่านหยวนสั่งให้ช่างที่มีชื่อเสียงด้านงานไม้ที่โด่งดังที่สุดในหยางโจวเป็ผู้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์และฝังมุกลงไป ทั้งยังให้เพิ่มสีสันที่สามารถบรรจงลงได้
“บิดา ท่านมิจำเป็ต้องใช้จ่ายมากมายเช่นนี้อาิยังเล็กนัก เขาอาจไม่รับรู้ได้ว่ามันมีคุณค่าเพียงใด”จื่อฮวาเอ่ยบอกบิดาออกมา นางเกรงว่าคนภายนอกรู้เขา จะกล่าวหาว่าบิดาฟุ่มเฟือยนั่นเพราะสีสันที่บรรจงแต้มลงไปล้วนมีราคาเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะนำมาใช้ได้
แต่เขากลับนำมาแต่งแต้มบนเตียงนอนของหลานชายอย่างไม่ยี่หระ
“อาิมิอาจรับรู้ แต่เ้าสามารถรับรู้ได้มิว่าใครจะว่าเช่นไร แต่บิดาเองก็อยากให้เ้าเชื่อมั่นว่าข้ารักเ้าและรักอาิมากมายนัก นั่นมิใช่เื่เท็จ” หยวนจื่อเซี่ยอธิบายออกมา
อีกทั้งเครื่องนอนที่ทำจากผ้าไหมชั้นดีประดับด้วยลูกปัดทองคำหรืองานปักขึ้นชื่อ รวมไปถึงม่านต่างๆที่ประดับประดาในห้องนี้และแน่นอนว่าเป็สีแดงสีแห่งความมงคลทั้งสิ้น
ยังมีของเล่นสำหรับเด็กทารกแรกเกิดที่เ้าตัวน้อยทำเพียงมองด้วยสายตาอีกมากมาย แม้คนอื่น ๆจะสงสัยว่าเหตุใดนายท่านจึงนำหยกแกะสลักรูปพยัคฆ์มากมายขนาดต่างกันไปมาไว้ในห้องนี้ก็ตาม
“นายน้อยเอาแต่จ้องมองพยัคฆ์ตนนั้นมิหยุดเลยเ้าค่ะนายท่าน” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ยออกมาแน่นอนว่าส่วนหนึ่งคงเพราะนางอยากเอ่ยเพื่อเอาอกเอาใจนายท่านหยวนจื่อเซี่ยอีกส่วนคือความจริง ั้แ่หยกแกะสลักรูปพยัคฆ์มาถึง นายน้อยก็จ้องมองไปวางตา
“ฮ่า ๆ แน่นอนๆ อาิชอบพยัคฆ์สินะไว้เ้าโตอีกสักนิด ตาจะสั่งให้คนแกะพยัคฆ์ให้เ้าขี่เล่น ดีหรือไม่”
“บิดาเ้าคะ ไม่ควรกระมังแม้แต่ราชวงศ์ยังต้องบูชาพยัคฆาถึง ส่วน”จื่อฮวาส่ายหัวน้อยๆ ให้กับความคิดของบิดาตนเอง ที่ดูท่าจะเห่อหลานคนนี้เอามาก
ทารกน้อยอย่างหยวนจื่อินั้น แม้จะพูดมิได้แต่ก็มีความคิดและสติปัญญาก้าวหน้าไปมากนัก ยามที่เห็นหยกแกะสลักนั้นจึงจ้องมองด้วยสายตาประหลาดต่างหาก
“อาิไม่ได้ชอบ อึก อาิกลัวพยัคฆ์อันใดตัวเขียวปี๋ น่าเกลียดยิ่ง”แม้จะอยากรีดร้องแต่ก็รับรู้ถึงความหวังดีของผู้เป็ท่านตาจึงทำเพียงจับจ้องมันเอาไว้ หากมันเคลื่อนไหวเมื่อใด เขาจะได้ส่งเสียงทัน!
สมบัติในห้องนี้รวมแล้วมีมากถึง 1 ใน 10 ส่วนของตระกูลด้วยซ้ำ!
ผู้ใดที่ยังกล้านินทาส่งเดชหาว่านายท่านรังเกียจคุณหนูใหญ่และคุณหนูน้อย ไม่แคล้วคงต้องกลับไปคิดใหม่
"ท่านพ่อ ท่านจะออกไปศาลาลืมกระหายหรือไม่เ้าคะ"คุณหนูรองหยวนจื่อหลิงถามออกมา เมื่อเห็นว่าผู้เป็บิดาทำเพียงนั่งจ้องมองเสี่ยวจูน้อยมาเกือบหนึ่งก้านธูปโดยมิกล่าวสิ่งใด
“อืม หากข้ามิไปเองเช่นนั้นจะสยบข่าวด้านนอกได้เช่นไร ทั้งเ้าเด็กดื้อนี่จะไร้ที่ยืนสายเืตระกูลหยวนย่อมต้องทำให้ถูกต้อง”
“ท่านจะให้ข้าไปด้วยหรือไม่”หยวนจื่อฮซาเดินมาเคียงข้างบิดาและถามออกไปด้วยท่าทีสบายๆ มิได้ทุกข์ร้อนอันใดมาก
“เฮอะ ไปด้วยเหตุใด พักผ่อนไปเถิดเพียงเ้าหายไปจากสายตา
เ้าเสี่ยวจูผู้นั้นถึงกับกรีดร้องไปทั่ว ช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก” พูดจบพลันหันไปส่งสายตาข่มขู่ผู้เป็หลานที่ทำให้บุตรสาวอันเป็ที่รักต้องลำบาก
ทว่าเด็กน้อยก็ทำท่าทางราวกับฟังรู้เื่และส่งสายตากลับมาเช่นกัน
"หึ"
ขณะนี้ศาลาลืมกระหาย ทุกคนต่างมารอกันมากมายส่วนนายท่านหยวนนั้น แม้จะไม่สามารถไปเยือนทุกที่ได้แต่เขาเองก็ได้กำชับคนของตนเองแล้วว่า ห้ามปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างรังเกียจหากมีข่าวลือที่ใดทำเช่นนั้นเขาจะสั่งลงโทษและไล่ออกทันที
“นี่ๆ เ้าวันนี้มีโรงทานเปิดที่ใดกัน”
“วันนี้โรงทานของศาลาลืมกระหายอย่างไรเล่าเ้ามิรีบไปก็อย่ามาขวางทางข้า ข้ารีบ”
“เฮอะ ข้าก็จะไปเช่นกัน”
เหล่าขอทานและคนยากไร้ต่างมากชุมนุมกันมากมายนักแต่ก็ไม่ถือว่าล้นมือ เพราะศาลาลืมกระหายมีอยู่ทั่วไปเกือบทุกหมู่บ้านอยู่แล้ว
กล่าวตามความจริง หยางโจวแห่งนี้นับว่ามีขอทานและคนไร้บ้านเพียง 1ในร้อยส่วนเท่านั้น นั่นเพราะท้ายที่สุดแล้วยังมีขอทานที่ย้ายเข้ามาที่เมืองนี่เรื่อย ๆ แม้จะมีการกำกับจากทหารของเมืองก็ตามอีกทั้งยังมีสาเหตุมาจากที่คนเ่าั้พบเจอเื่ที่ยากในชีวิต
ทว่าแม้ตระกูลหยวนจะร่ำรวยเพียงใดแต่การช่วยเหลือผู้ซึ่งไร้ประโยชน์ ย่อมมิใช่สิ่งที่ตระกูลหยวนจะกระทำก่อนจะเอ็นดูผู้ใด ย่อมต้องดูกำลังและความสามารถของตนเองและผู้อื่นเสมอ
ตระกูลหยวนมิเคยสอนให้จับปลาให้ผู้อื่นกิน!
“ข้าได้ยินว่าโรงทานวันนี้มีขึ้นเพราะนายท่านหยวนประกาศว่ามีหลานชายงั้นหรือมิใช่ว่าบุตรสาวของเขาเพิ่งปักปิ่น ทั้งขนมมงคลยังมิมี”
เหล่าขอทานที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองที่มาของเสียงอย่างตั้งใจ
ส่วนคนที่โดนถามในขณะนี้ก็ทำเพียงตอบออกไปตามสิ่งที่ตนเองรู้ แม้ว่าอยากจะทุบตีคนเพียงใดก็ต้องสงบเอาไว้เพราะศาลาลืมกระหายตั้งกฎเอาไว้ว่า หากทำสิ่งใดผิดแม้แต่นิดเดียวจะห้ามเข้ามาอีกโดยไร้การสืบสวน
กฎนี่ ช่างเป็กฎที่แปลกประหลาดทีเดียว!
ครั้งหนึ่งเคยมีขอทานจากที่อื่นเข้ามาและได้ยินข้อห้ามนี่เข้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นและไร้ความเกรงกลัว จึงตั้งใจแทรกแถวผู้อื่นเข้า
ผู้คุมจึงเข้ามาจัดการและโยนออกไป
ทว่าอีกฝ่ายกลับโมโหและเอ่ยว่าจะไปแจ้งทางการหาว่าศาลาแห่งนี้ไร้ความเป็ธรรมทำดีเพียงเอาหน้า
คุณหนูหยวนจื่อหลิงและคุณหนูหยวนจื่อหลินทันเห็นเหตุการณ์พอดีนางเดินเข้าไปใกล้คนผู้นั้นและกรีดร้องออกมา
“เรียกว่านางทั้งสองแสบยิ่งนัก จนคนที่มารู้กิตติศัพท์ไปทั่ว”
และเพียงเท่านั้นเอง ขอทานที่ว่าก็โดนจับโยนออกไปด้วยข้อหาทำร้ายจิตใจคุณหนูเ้าของศาลาและสั่งห้ามเข้าอีกตลอดชีวิต ขอทานผู้นั้นทำได้เพียงอึ้งไปและหาเสียงตนเองมิเจอ
กระทั่งทางการยังต้องสงบปากเอาไว้ก็ผู้ใดเล่าเล่นให้หยวนควบคุมเื่การเกษตรของเมืองเอาไว้ทั้งหมด
“ข้าได้ยินมาว่านางตั้งครรภ์โดยไร้ซึ่งสามีโอบอุ้มงั้นหรือเช่นนั้นเรียกว่าสตรีม่าย?”
“เอ่อ ข้าไม่รู้ เ้าอย่ามาถามข้า”
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นที่มุมปากเบาๆ
“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ตระกูลหยวนที่มีชื่อเสียงที่ดีมาตลอดจะมาตก
ม้าตายเพราะบุตรสาวเช่นนี้ หึหึ”
“ข้าว่า เ้าเงียบปากเสียดีกว่า”
“ข้าพูดความจริงเหตุใดต้องเงียบปากด้วยเล่า หรือเ้ามิคิดเช่นเดียวกันตระกูลหยวนคงคิดว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่างได้สินะ
แม้แต่ชื่อเสียงของบุตรสาว”
โดยมิรู้เลยว่าด้านหลังของมันคือผู้ใดที่กำลังยืนฟังเื่ราวทั้งหมด
ลงจบครบนะครับ สัปดาห์ละ 1-3 ตอน ฝากด้วยน้า ขอบคุณครับ