****
แรงะเิที่เกิดจากมหาประตูพลังส่งผลให้ทุกอย่างรอบข้างถูกกลืนหายไปในแสงสีแดงรุนแรง เสียงคำรามของเสือดำที่โกรธเกรี้ยวดังสนั่นทั่วป่า แต่เมื่อแสงค่อยๆ จางลง ทุกคนต่างเห็นภาพที่ทำให้พวกเขาตกตะลึง
คิมยูจินยืนอยู่กลางสมรภูมิ ท่ามกลางกลุ่มควันและเศษซากจากะเิ ตัวของเขาปกคลุมไปด้วยพลังปราณัที่เรืองแสงสีทอง ซึ่งดูแข็งแกร่งและมีอำนาจเหนือสิ่งใด ทั้งที่ควรจะถูกพลังะเิทำลายไปพร้อมกับทุกสิ่ง แต่กลับไม่เป็อะไรเลย ไม่เพียงแค่นั้น ยูจินยังดูทรงพลังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"ยูจิน... เ้าทำได้อย่างไร?" อาจารย์หลี่ที่ได้รับาเ็เล็กน้อยจากแรงะเิพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง พลังปราณัของยูจินที่เพิ่งเห็นนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด พลังที่แผ่ออกมารุนแรงและทรงพลังมากจนเหมือนจะลบล้างทุกสิ่งที่ขวางทาง
ยูจินเองก็ตกตะลึงในพลังของตัวเองเช่นกัน เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าพลังปราณัในตัวจะสามารถทำลายล้างได้ขนาดนี้ “ข้า… ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร” ยูจินตอบด้วยเสียงสั่นเครือ เขามองมือของตนเองที่ยังคงแผ่พลังปราณออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
ในขณะเดียวกัน เสือดำที่ถูกแรงะเิกระแทกจนกระเด็นออกไปไกลก็เริ่มกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง มันจ้องมาที่ยูจินด้วยความเกรี้ยวกราด ร่างของมันถูกทำลายอย่างหนักแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เสือดำคำรามเสียงดังและพุ่งเข้าใส่ยูจินเป็ครั้งสุดท้าย
ยูจินที่รู้สึกได้ถึงอันตราย ก็รีบรวมพลังปราณัในตัวให้แน่นขึ้นกว่าเดิม เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังทั้งหมดที่มีในการปะทะครั้งนี้ เขารู้ดีว่าหากไม่สามารถหยุดเสือดำได้ มันอาจจะเป็ภัยอันตรายต่อตัวเขาและเพื่อนร่วมทางทั้งหมด
“ปราณั ศาสตราพิฆาต!” ยูจินะโและฟาดพลังปราณทั้งหมดออกมาในท่วงท่าที่ทรงพลัง พลังปราณที่แผ่ขยายออกไปมีลักษณะเหมือนดาบขนาดใหญ่ที่เจิดจ้า มันพุ่งตรงเข้าหาเสือดำและทะลุผ่านร่างของมันด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน
เสือดำถูกพลังปราณัของยูจินแยกเป็สองส่วน ร่างกายของมันกระจายออกเป็เศษซากที่ลอยกระจายไปในอากาศ ทันใดนั้น เสือดำที่เคยเป็สัตว์อสูรอันเกรียงไกรก็หายไป ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย
ทุกคนในกลุ่มยืนตะลึงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาได้
ยูจินเองก็นิ่งอึ้ง เขาหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า พลังปราณในตัวเขาค่อยๆ สงบลง เขารู้สึกถึงความอ่อนล้าในร่างกายที่มากขึ้นหลังจากใช้พลังปราณมหาศาลขนาดนั้น แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตนเอง
“เ้าช่างเป็ยอดคนจริงๆ ยูจิน” อาจารย์หลี่พูดขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก “ข้าไม่เคยเห็นผู้ฝึกปราณคนใดที่สามารถควบคุมพลังได้เช่นนี้ เ้าคงไม่ใช่คนธรรมดา”
ยูจินยังคงหายใจหนัก เขามองอาจารย์หลี่และเพื่อนร่วมทางที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในใจของเขากลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่มากกว่าแค่พลังปราณ “อาจารย์หลี่... ข้าก็ไม่เคยคิดว่าข้าจะทำได้เช่นนี้ ข้าเพียงแค่ใช้พลังที่ข้ามีอยู่ในตัว แต่ข้าเริ่มรู้สึกว่ามันมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในพลังนี้ บางสิ่งที่ข้าเองยังไม่เข้าใจ”
อาจารย์หลี่พยักหน้าเบาๆ “พลังที่เ้ามีไม่ใช่เื่ธรรมดา มันอาจเป็กุญแจสู่ความลับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า ข้าแนะนำให้เ้าศึกษาและค้นหาคำตอบให้มากกว่านี้ บางทีหอคัมภีร์แห่งาอาจเป็ที่ที่เ้าจะพบคำตอบ”
เมื่ออาจารย์หลี่พูดเช่นนั้น ยูจินก็เริ่มตระหนักว่าการเดินทางของเขาไม่ได้เป็เพียงการฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนพลัง แต่เป็การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาเอง พลังปราณัที่เขามีอาจเป็กุญแจสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าค้นหามากกว่าที่เขาคาดคิด
หลังจากพักผ่อนและฟื้นฟูพลังปราณ ยูจินและกลุ่มของอาจารย์หลี่ก็เริ่มเดินทางต่อ แต่ครั้งนี้ ยูจินรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น เขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกฝนวิทยายุทธ์ แต่มันคือการค้นหาความหมายที่แท้จริงของพลังปราณัในตัวเขา และคำตอบนั้นอาจรอเขาอยู่ที่หอคัมภีร์แห่งา
ในขณะที่พวกเขาเดินทางต่อไป ยูจินก็ยังคงเฝ้ารู้สึกถึงพลังปราณัในตัวที่เปลี่ยนแปลงไป มันเริ่มตอบสนองต่อความคิดและการกระทำของเขามากขึ้น มันเหมือนกับว่า พลังนี้มีชีวิตของมันเอง และเขาต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจและควบคุมมันให้ได้
ทว่าความมืดมิดที่แฝงอยู่ในพลังปราณัของเขาก็เริ่มเผยตัวมากขึ้นเช่นกัน ยูจินเริ่มฝันถึงภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพของผู้คนที่ไม่รู้จักและการต่อสู้ที่โหดร้าย เขาไม่แน่ใจว่าภาพเ่าั้เป็เื่จริงหรือเพียงแค่ความฝัน แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้น เขากลับรู้สึกว่าพลังปราณัในตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด
ยูจินรู้ว่าคำตอบทั้งหมดอาจจะรอเขาอยู่ที่ปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ แต่เขาไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรอีกบ้างก่อนที่จะถึงที่นั่น สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือ เขาจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เพราะการเดินทางครั้งนี้อาจเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
****