บทที่ 12 การทดสอบ
ในทันใดนั้น ชายวัยกลางคนก็กางแขนทั้งสองข้างออกช้า ๆ แหงนหน้ามองฟ้า แล้วเปล่งเสียงดังว่า "ข้าแต่วายุผู้ยิ่งใหญ่! ขอท่านโปรดเมตตาต่อลูกหลานของท่าน ให้พวกเขาได้แจ่มแจ้งถึงแก่นแท้ของวายุด้วยเถิด"
ขณะที่เขากำลังร่ายคาถา ร่างกายของเขาก็เริ่มพองขึ้นทันที ขนสีเทาอมฟ้าเริ่มงอกออกมาจากิั เสื้อผ้าท่อนบนฉีกขาดในพริบตา เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง แสงสีฟ้าเข้มก็แผ่ออกมาจากร่างของเขาด้วย
ระดับที่สี่? หรือระดับที่ห้า?
นี่คือความรู้สึกแรกของถังซาน อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์วัยกลางคนผู้นี้เป็ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในบรรดามนุษย์ที่เขาเคยพบมา ธาตุวายุที่เข้มข้นรวมตัวกันในพริบตา ทำให้ธาตุวายุในอากาศรอบข้างเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน และธาตุวายุที่เข้มข้นนี้ก็ห่อหุ้มพวกเขาทั้งสิบคนเอาไว้
เ้าเมืองหมาป่าวายุหันไปมองมหาปุโรหิตแวบหนึ่งแล้วกล่าวว่า "หมอนี่ หวังเหยียนเฟิงควบคุมธาตุวายุได้ดีขึ้นไม่น้อยเลยนะ!"
มหาปุโรหิตกล่าวเรียบ ๆ ว่า "ท้ายที่สุดแล้วก็มีสายเืของทาส ขีดจำกัดของเขาก็แค่ระดับสี่เท่านั้น แต่ในด้านการควบคุม มนุษย์ผู้นี้ก็มีความสามารถอยู่บ้าง เขาแค่ควบคุมได้ดีเท่านั้น
แต่ท่านเ้าเมือง ท่านไม่ควรไปมั่วสุมกับพวกหมาป่าตัวเมียพวกนั้น ควรขวนขวายบ่มเพาะพลังของตนมากกว่า ไม่เช่นนั้นอีกสองปีในงานชุมนุมใหญ่ของเผ่าเรา จะไม่ถูกเยาะเย้ยอีกหรือ?"
สีหน้าของเ้าเมืองหมาป่าวายุแข็งค้างไปครู่หนึ่ง "ขอรับ"
ถังซานและอีกเก้าคนที่ถูกวายุห่อหุ้มต่างมีแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ล้อมรอบร่างกาย
ถังซานหรี่ตาลงเงียบ ๆ รับรู้ถึงความเข้มข้นของธาตุวายุ คมมีดวายุในร่างกายที่เขาควบคุมอยู่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบด้วย เขาค่อย ๆ ดึงพลังคมมีดวายุมาผสานกับสายโลหิตของตน ทำให้พลังในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง
เขาพบว่าหลังจากสายโลหิตของตนเปลี่ยนแปลง ธาตุวายุที่เข้มข้นรอบตัวก็เริ่มถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย พลังของคมมีดวายุก็เหมือนกำลังถูกสะสม
ด้วยความฉลาดและประสบการณ์อันล้ำลึกของเขา ทำให้เข้าใจทันทีว่า ที่ก่อนหน้านี้คมมีดวายุและดาวคะนองวูบไหวของเขาไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ ไม่ใช่แค่เพราะข้อจำกัดของสายโลหิตเท่านั้น แต่ยังเป็เพราะไม่มีธาตุที่มีคุณสมบัติเดียวกันและเข้มข้นพอมาช่วยเสริม จึงไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ ยามนี้ในธาตุวายุที่เข้มข้นนี้ คมมีดวายุมีการตอบสนองอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม คมมีดวายุของเขาก็สามารถพัฒนาขึ้นได้
"โฮก!" บัดนั้น ในบรรดามนุษย์ทั้งสิบคน ชายหนุ่มคนเดียวที่รอดชีวิตมาจากการตื่นขึ้นของสายโลหิตครั้งก่อน และมีการเปลี่ยนร่างชัดเจนที่สุด อาภรณ์ฉีกขาด ขนงอกออกมาทั่วร่าง ร่างกายพองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในดวงตามีแสงสีฟ้าอ่อน ๆ วูบไหว
หวังเหยียนเฟิงตาเป็ประกาย โบกมือทีหนึ่ง วายุหมุนก็พัดพาร่างของเขาไปอีกด้านทันที ชัดเจนว่านี่เป็สัญญาณของการผ่านการทดสอบ
ถังซานไม่รีบแสดงตัว ธาตุวายุที่เข้มข้นเช่นนี้ไม่มีอยู่ในธรรมชาติ และด้วยวรยุทธ์ของเขาในยามนี้ก็ไม่สามารถรวบรวมได้เอง จะไม่ฉวยโอกาสดูดซึมไว้มาก ๆ หน่อยได้อย่างไร บางทีอาจจะเป็ประโยชน์ต่อการทะลวงขีดจำกัดของตน
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ คนที่สองที่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับเป็หลิงมู่เสวี่ยที่อยู่ข้าง ๆ เขา หลิงมู่เสวี่ยร้องเบา ๆ ร่างบอบบางก็พองขึ้นเล็กน้อย แม้จะไม่ชัดเจนเท่าชายหนุ่มคนก่อน แต่ก็มีขนที่ท้ายทอยงอกออกมา ในดวงตาทั้งคู่มีสีมรกตเข้มขึ้นอย่างชัดเจน แสงสีฟ้าล้อมรอบร่าง ถึงขั้นยกร่างของนางลอยขึ้นมาเล็กน้อย
หวังเหยียนเฟิงโบกมืออีกครั้ง ใช้ธาตุวายุพัดพาร่างกายของนางให้ตกลงไปข้าง ๆ พร้อมกับพูดออกมาว่า "สายเืไม่แข็งแกร่ง แต่กลับเข้ากันได้ดีกับธาตุวายุ"
ต่อมา ยังมีเด็กหนุ่มอายุราว ๆ สิบห้าสิบหกอีกสองคนที่มีปฏิกิริยาค่อนข้างรุนแรง
หวังเหยียนเฟิงเริ่มกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ธาตุวายุที่รวมตัวกันก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น แต่ถังซานเห็นชัดเจนว่า บนหน้าผากของเขามีเหงื่อเต็มไปหมดแล้ว การรักษาธาตุวายุที่เข้มข้นเช่นนี้ไว้ ชัดเจนว่าต้องใช้พลังของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
เขาพยายามอย่างหนักเช่นนี้ ย่อมหวังว่าในหมู่พวกเขา จะมีผู้ผ่านการทดสอบสายโลหิตได้มากขึ้น
"พอได้แล้ว ไม่พอก็คือไม่พอ อย่าเสียเวลาพิธีเซ่นไหว้เลย" เ้าเมืองหมาป่าวายุกล่าวเสียงเ็า
หวังเหยียนเฟิงพูดอย่างฝืน ๆ ว่า "ท่านเ้าเมือง ขอเวลาข้าอีกครู่หนึ่ง ข้ารู้สึกว่าน่าจะมีอีก"
ถังซานรู้ว่าตนเองรอต่อไปไม่ได้แล้ว เขาหลับตาลง ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองขึ้นตรงหน้า เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็เปล่งแสงสีฟ้าสว่าง ธาตุวายุรอบตัวพุ่งเข้าหาเขาอย่างชัดเจน แล้วหายวับไปบางส่วน จากนั้นคมมีดวายุขนาดประมาณสามชุ่นก็ก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือทั้งสองของเขา
คมมีดวายุของถังซานไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่กลับเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ในชั่วพริบตาต่อมา คมมีดวายุนี้กลับดูเหมือนควบคุมไม่ได้ พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งเสียงฉีกอากาศดังขึ้น
"คมมีดวายุ? นี่มัน..." หวังเหยียนเฟิงใ แต่ก็ไม่ลังเลที่จะโบกมือพาถังซานออกมา
"หืม?" มหาปุโรหิตที่นั่งอยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตามองมาที่ถังซาน
ในขณะนั้น การควบคุมธาตุวายุของหวังเหยียนเฟิงก็สิ้นสุดลง เขาหอบหายใจเฮือกใหญ่ เห็นได้ชัดว่าใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
"ร่างกายเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่มีความเข้ากันได้กับธาตุวายุสูงมาก ตื่นพร์คมมีดวายุของพวกเราตระกูลหมาป่าวายุ สาเหตุที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงน้อยอาจเป็เพราะอายุ คล้ายกับข้าในยามนั้น" หวังเหยียนเฟิงหอบหายใจพลางรายงานต่อมหาปุโรหิตอย่างนอบน้อม
"อืม" มหาปุโรหิตเหลือบมองเขา แล้วละสายตาจากถังซาน สำหรับนางแล้ว เด็กคนหนึ่งนั้นช่างไร้ความสำคัญ
ผู้มาร่วมการทดสอบมีทั้งหมดสิบคน ผ่านการทดสอบห้าคน ส่วนที่เหลืออีกห้าคนดูสับสนและหวาดกลัว
เ้าเมืองหมาป่าวายุโบกมือ ทันใดนั้นปีศาจหมาป่าร่างกำยำก็พุ่งเข้ามาจับมนุษย์ทั้งห้าที่ไม่ผ่านการทดสอบ ลากออกไปด้านข้าง
มหาปุโรหิตลุกขึ้นช้า ๆ เดินไปที่แท่นบูชาทีละก้าว พูดเสียงทุ้ม "เริ่มพิธีเซ่นไหว้ได้"
"ขอรับ!" เ้าเมืองหมาป่าวายุคำนับนางอย่างนอบน้อม แล้วเดินตามหลังนางไปยังแท่นบูชา
หวังเหยียนเฟิงไม่ได้เดินตามพวกเขาไป แต่ยืนอยู่ข้างคนทั้งห้าที่ผ่านการทดสอบ ลมหายใจของเขาเริ่มสงบลง ก้มมองไปที่ถังซาน ดวงตาของถังซานดูเหม่อลอยและสับสน ในด้านการปลอมแปลง เขาที่เกิดมาสามชาติแล้วไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ
มหาปุโรหิตขึ้นไปบนแท่นบูชา เ้าเมืองหมาป่าวายุยืนข้างนาง แล้วเปล่งเสียงหอนยาว
"บรู๊ววว!"
พร้อมกับเสียงหอนของนาง ปีศาจหมาป่าทั้งหมดในที่นั้นต่างเงยหน้าหอน เสียงหอนดังก้องไปทั่วเมืองหมาป่าวายุ ราวกับฝูงสัตว์กำลังจะบุกโจมตี
มหาปุโรหิตค่อย ๆ ยกไม้เท้าขึ้น เสียงหอนจึงค่อย ๆ สงบลง นางดูแก่ชรา แต่ดวงตาสีฟ้าลึกลับกลับเปล่งประกายเ็า พูดเสียงเย็นเยียบว่า "วันนี้เป็วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตระกูลหมาป่าวายุของพวกเราเป็เผ่าที่มีพลังการต่อสู้แข็งแกร่งในหมู่วงศาศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สร้างพวกเรา ให้พวกเราสืบทอดเผ่าพันธุ์ ให้พวกเราใช้เืเนื้อที่สดใหม่ที่สุดเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ให้ตระกูลหมาป่าวายุของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
พูดถึงตรงนี้ นางก็หันไปมองด้านข้าง ที่ใต้แท่นบูชามีทาสมนุษย์วัยแรกรุ่นห้าคนที่ไม่ผ่านการทดสอบ
"แปดเปื้อนสายเืของเผ่าข้า แต่กลับไม่สามารถปลุกความรุ่งโรจน์ของเผ่าข้าได้ เืสกปรกของพวกเ้ากล้าบดบังกลิ่นอายของตระกูลหมาป่าวายุ มีเพียงเืเท่านั้นที่จะล้างความอัปยศนี้ได้ ฆ่าพวกมัน!"
ปีศาจหมาป่าดูเหมือนเตรียมพร้อมไว้แล้ว พอมหาปุโรหิตสั่ง ปีศาจหมาป่าที่จับมนุษย์วัยเยาว์ทั้งห้าไว้ก็กระชากไหล่พวกเขาทันที ออกแรงฉีกร่างพวกเขา เืสด ๆ พุ่งกระเซ็นไปทั่วแท่นบูชา
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ถังซานที่เห็นภาพนี้รู้สึกเืพุ่งขึ้นศีรษะ ร่างกายแข็งทื่อ มือทั้งสองกำแน่น
แต่ในตอนนั้นเอง การมองเห็นของเขาพลันมืดมิด มีร่างหนึ่งมายืนบังหน้าเขาเงียบ ๆ
คนที่บังสายตาเขาคือหวังเหยียนเฟิงนั่นเอง