เหลือเพียงสองคน
ในเวลานี้โอวหยางเหม่ยตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปที่แขนซ้ายและขาซ้ายของตัวเอง ที่เดิมทีมันไม่มีอยู่ แต่ในตอนนี้มันกลับมาเหมือนเดิมแล้ว
อยู่ๆ ดวงตาของเธอก็ชื่นขึ้น ราวกับว่าจะร้องไห้ออกมา แต่ในที่สุด เธอก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา เธอกลั้นมันเอาไว้
เนื่องจากคิดว่ามันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะร้องไห้ต่อหน้าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างเย่กู่เฉิน เธอพลันสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อสงบความตกตะลึงของตัวเองลง
ลองขยับแขนซ้ายและขาซ้ายดู เธอแน่นอนว่าสามารถขยับมันได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ เลย
เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก เธอคิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่ง แขนซ้ายและขาซ้ายของเธอที่เคยขาดไปตอนสู้กับผู้ฝึกตนที่ชั่วร้ายจะงอกออกมาใหม่
แต่ต่อให้ไม่อยากจะเชื่อ เธอก็ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นเรื่องจริง ความจริงอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว เธอจะไม่เชื่อได้ยังไง
สายตาของเธอที่มองไปที่เย่กู่เฉินเวลานี้ ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างถึงขีดสุด เธอคิดว่าพื้นฐานฝึกตนของเขา น่าจะอยู่ในระดับปราณอมตะ ไม่ก็ระดับปราณนิรันดร์!
เหตุผลที่ทำให้เธอคิดเช่นนี้ มันล้วนสืบเนื่องมาจาก หากว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับนี้ ไหนเลยสามารถทำให้แขนซ้ายและขาซ้ายของเธองอกขึ้นมาใหม่ได้
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยทำให้แขนซ้ายและขาซ้ายของข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมม” โอวหยางเหม่ยพลันประสานมือตามแบบฉบับของผู้ฝึกตนคารวะขอบคุณเย่กู่เฉิน
เย่กู่เฉินรีบโบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว “ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณ มันคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ในเมื่อข้าช่วยเจ้าตามที่พูดแล้ว ก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องมอบสิ่งที่ต้องการให้แก่ข้า”
โอวหยางเหม่ยชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “เชิญผู้อาวุโสพูด เพื่อตอบแทนท่าน ไม่ว่าสิ่งที่ท่านต้องการคืออะไร ข้าล้วนยินดีมอบให้ท่าน”
“ดี” เย่กู่เฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาไม่รอช้า รีบพูดออกมา “สิ่งที่ข้าต้องการก็คือจูบ...”
“จูบ?” โอวหยางเหม่นตกตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัดในจังหวะนี้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นมา เธอไม่คิดเลยว่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างผู้อาวุโสตรงหน้า จะต้องการจูบจากเธอ
เธออายุยี่สิบห้าแล้ว ย่อมไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา ที่พอได้ยินเรื่องจูบก็จะหน้าแดง ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่เคยมีประสบการณ์การจูบก็ตาม
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เธอจะไม่มีประสบการณ์ ในชีวิตของเธอ ตั้งแต่เด็ก เธอก้าวเดินในเส้นทางการฝึกตนด้วยความมุ่งมั่น ไหนเลยจะมีเวลาไปเสียให้กับเรื่องความรัก
ถ้าหากว่าเธอไปเสียเวลาให้กับความรัก เกรงว่าในตอนนี้ เธอคงจะไม่สามารถมาถึงระดับปราณสวรรค์ขั้นปลายอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเล็กน้อย สงบอารมณ์ของตัวเองลง มองไปที่เย่กู่เฉินที่มีสีหน้าสงบเวลาพูดถึงเรื่องจูบ
‘ดูเหมือนว่า คำพูดที่ว่า ‘ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งมักมีนิสัยประหลาด’ จะเป็นเรื่องจริง’ เธอคิดเรื่องนี้ในใจ จากนั้นพยักหน้าให้กับเขา
เพียงแค่จูบ เธอคิดว่ามันไม่เสียหายอะไรมากและจะได้ถือว่าเป็นประสบการณ์ด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเย่กู่เฉินมีใบหน้าที่หล่อเหลาในวัยสามสิบปี
ถ้าหากเป็นลุงวัยกลางคนพุงพุ้ย น้ำลายยืด ต่อให้ฆ่าเธอให้ตาย เธอก็จะปฏิเสธอย่างแน่นอน
“ข้าตกลง” เพียงได้ฟังคำพูดของโอวหยางเหม่ย เย่กู่เฉินก็รู้สึกมีความสุข หากว่าได้รับจูบแบบดูดดื่มจากเธอแล้ว ก็เหลือนางเอกอีกเพียงสองคนเท่านั้น ภารกิจที่ไอ้ระบบสุนัขเวรมอบให้ก็จะจบลง
ส่วนอีกภารกิจหนึ่งนั้น บอกตามตรงว่าเขารู้สึกปวดหัว ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ในเรื่องนี้ เขาย่อมไม่คิดมากแล้ว ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
เย่กู่เฉินพลันค่อยๆ ลอยเข้ามาหยุดลงตรงหน้าของโอวหยางเหม่ย เขาได้กลิ่นที่หอมมากจากเธอในทันที
มองไปที่ใบหน้าสวยหาใดเปรียบของเธอ จิตใจของเขาก็สั่นไหว ไม่พูดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้สวยมากจริงๆ
ถ้าให้เรียงระดับความสวยของนางเอกห้าคน เกรงว่าเธอคนนี้จะมาเป็นอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย
“ข้าต้องการจูบแบบดูดดื่ม เจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ?” เย่กู่เฉินที่หยุดลงตรงหน้าของโอวหยางเหม่ยแล้ว ลังเลเล็กน้อยก่อนพูด
เขารู้ดีว่าคำพูดเช่นนี้มันน่ารังเกียจในสายตาของใครหลายๆ คน แต่เขาไม่มีทางเลือกจริงๆ ถ้าจะโทษใครก็ต้องไปโทษไอ้ระบบสุนัขที่มันให้ภารกิจไร้ยางอายแบบนี้มา
การได้รับจูบแบบดูดดื่มของนางเอกทั้งห้าคน เขาย่อมรู้สึกผิดต่อพวกเธอ เขาเองก็ไม่ใช่คนไร้ความรู้สึก ไร้จิตใจ ทำไมจะไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันผิด
แต่ทั้งที่ผิด เขาก็ยังทำ เขาจึงขอประนามตัวเองว่าเป็นคนชั่วในเรื่องนี้!
ร่างกายของโอวหยางเหม่ยแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย เธอคิดว่ามันคงมีความต่างไม่มาก ระหว่างจูบแบบธรรมดากับจูบแบบดูดดื่ม ดังนั้น เธอจึงเห็นด้วยโดยธรรมชาติ
เธอพลันค่อยๆ หลับตาลง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเฝ้ารอจูบจากเย่กู่เฉิน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเวลานี้ หัวใจของเธอถึงได้เต้นแรงขึ้น พร้อมทั้งรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมไปถึงกระวนกระวายใจด้วย
เย่กู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ยื่นสองมือออกไปวางไว้ที่ไหล่ทั้งสองข้างของโอวหยางเหม่ย จากนั้นเขาก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอ
ริมฝีปากเปิดขึ้นเล็กน้อย เขาเริ่มจูบเธออย่างอ่อนโยน สัมผัสรับรู้ได้ถึงความนุ่มของริมฝีปากของเธอได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน เขาได้สอดลิ้นเข้าไปในปากของเธอ รสชาติของความหอมหวานสามารถสัมผัสได้จากลิ้นของเธอ
อย่างไรก็ตาม มันเป็นความหอมหวานที่แตกต่างจากตอนที่จูบกับถังม่านหยาหรือว่าซงหว่านเอ๋อร์เล็กน้อย รสชาตินี้หอมหวานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทั้งสองคนมาก
ลิ้นของเขาพัวพันกับลิ้นของเธออย่างช้าๆ และอ่อนโยน และลิ้นของเธอก็ค่อยๆ ใจกล้าขึ้นมาพัวพันกับลิ้นของเขามากขึ้น จนมันกลายเป็นจูบอันเร่าร้อนและดูดดื่มในที่สุด
จูบครั้งนี้กินเวลาถึงสิบกว่านาที ก่อนที่จะหยุดลง
เย่กู่เฉินกับโอวหยางเหม่ยหอบหายใจออกมาหนักเล็กน้อย เขาพลันหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็ไปแรากฏตัวในที่จุดที่ห่างออกไปมาก
“การแลกเปลี่ยนอันเท่าเทียมจบลงแล้ว ข้าขอตัว” เย่กู่เฉินพูด ก่อนที่จะค่อยๆ หายตัวไป แต่ก่อนที่จะหายตัวไป เขาไม่ลืมที่จะสร้างจี้หยกรูปหัวใจสีฟ้ามอบให้โอวหยางเหม่ย
ย่อมเป็นเช่นเดียวกันกับถังม่านหยาและซงหว่านเอ๋อร์ เขาไม่อาจที่จะเอาเปรียบเธอได้
โอวหยางเหม่ยยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเธอแดงมาก เธอมองเย่กู่เฉินที่หายตัวไป ก่อนที่จะมองลงไปที่จี้หยกด้วยสายตาซับซ้อน จนยากที่จะบอกได้ว่าตอนนี้ เธอรู้สึกอย่างไรกันแน่
แต่ในวินาทีต่อมา ดวงตาคู่สวยของเธอก็เบิกกว้างขึ้น ด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
“จี้หยกชิ้นนี้...”
เธอพบว่ามันต้องเป็นสมบัตระดับสูงอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นถึงสมบัติระดับแปดหรือระดับเก้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุด!
จบบทที่ 40