“ฉันยังอยากได้เมล็ดถั่วเหลืองเพิ่มอีกหน่อย” จางฮ่าน กล่าวเสริม
“ได้ครับเถ้าแก่....”
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายวัยกลางคนยิ่งชัดขึ้นไปอีก เดิมทีคิดว่าเป็นแค่ลูกค้ารายเล็กๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่
ชายคนนี้ไม่เพียงซื้อหนัก แต่ยังเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดอีกด้วย ดูเหมือนพวกชอบกินชีวจิต
พืชทั้งหมดสี่ชนิด จางฮ่าน วางแผนที่จะปลูกมันในวันนี้ มากกว่านี้เขาก็ทำมันไม่ไหว
ขอบเขตของพื้นที่มีขนาดใหญ่มาก และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะปลูกลงไปนั้น ไม่สามารถทำได้ในหนึ่งวัน
รอแค่ชายวัยกลางคนเตรียมทุกอย่างเสร็จและค่อยติดต่อเขาอีกที จางฮ่าน จึงกลับมาที่รถ ส่วน เหมิงเหมิง นั่งดูการ์ตูนในโทรศัพท์อยู่หลังรถ
“ป๊ะป๋า ทำไมเพิ่งจะกลับมาเอาป่านนี้” เหมิงเหมิง ชักเบื่อ
“ซื้อของที่จะเอาไปปลูกไว้กินในวันข้างหน้าน่ะ ต้องเลือกดีๆ หน่อย ก็เลยช้า” จางฮ่าน พูดออกมาจากที่นั่งคนขับ
“ก็ไม่เห็นต้องไปนานขนาดนี้เลยนี่ เหมิงเหมิง รอจนเบื่อแล้วนะ” เหมิงเหมิง บ่น
“งั้นพ่อพาหนูไปเที่ยวชายหาดดีมั้ย?” จางฮ่าน ถามพลางเอาโทรศัพท์คืนมา
“ชายหาดเหรอ? ดีๆ ไปเที่ยวชายหาด” ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน แค่ที่ได้ไปด้วยกันกับ จางฮ่าน เหมิงเหมิง ก็มีความสุขมาก
เหมิงเหมิง อายุสามขวบครึ่ง เธอไม่เคยได้ใกล้ชิดพ่อมาก่อน และเธอไม่เคยโทรศัพท์คุยกับ จางฮ่าน เธอเฝ้าหวังที่จะได้อยู่กับพ่อมาตลอด
หลังจากที่ได้พบกับ จางฮ่าน ถึงแม้สองวันแรกจะไม่ค่อยมีความสุข แต่หลังจากการแข่งรถครั้งนั้น จางฮ่าน ก็ทำหน้าที่พ่อได้ดีเยี่ยม เหมิงเหมิง จึงเริ่มใกล้ชิดสนิทสนมกับเขามากขึ้น
ในทางกลับกัน ถ้าตลอดเวลาหลายปีมานี้ เป็น จางฮ่าน ที่เลี้ยงดู เหมิงเหมิง มาตลอด อยู่มาวันหนึ่ง เหมิงเหมิง ก็ได้พบกับแม่ ก็คงจะติดแม่ของเธอแจเหมือนกัน
ขับรถมาได้ยี่สิบนาที ก็มาถึงอ่าวจันทรา พอจอดรถเรียบร้อย จางฮ่าน ก็อุ้ม เหมิงเหมิง ไปที่ชายหาด
อ่าวจันทรา เป็นอ่าวชื่อดังอันดับหนึ่งของโลก ทิวทัศน์ของชายหาดที่นี่สวยจับใจ เป็นที่เที่ยวขึ้นชื่อในเซียงเจียง
จางฮ่าน ถักเปียให้ เหมิงเหมิง ก่อนไปเดินเล่นชายหาด ผมของ เหมิงเหมิง เพิ่งจะยาวถึงแก้ม หน้าม้าปิดลงมาเหนือคิ้วเล็กน้อย ก่อนออกจากบ้าน จางฮ่าน ไม่ได้สนใจอะไร ผมเธอเลยดูยุ่งอยู่หน่อยๆ
จางฮ่าน กลัวว่าเธอจะร้อน ก็เลยหาอะไรมามัดผมของเธอรวบเป็นจุกเอาไว้
พอลงจากรถ จางฮ่าน ก็ซื้อชุดว่ายน้ำมาสองชุด พร้อมกับเช่าร่มกับเก้าอี้ริมชายหาด
เล่นที่ริมหาดได้สักพัก จางฮ่าน ก็พา เหมิงเหมิง มานอนพักที่เก้าอี้ชายหาด
“ว๊าว เด็กอะไรน่ารักจังเลย”
คนสามคนเดินมาจากทางซ้ายของ เหมิงเหมิง เป็นหญิงสองชายหนึ่ง หนึ่งในนั้นสูงเมตรเจ็ดสิบ หุ่นเพรียวสวยเดินมาในชุด บิกินี่สีขาว ใบหน้ารูปไข่สวมแว่นกันแดด พอนั่งลงก็หันไปเห็น เหมิงเหมิง
เหมิงเหมิง หน้าตาสดใส ราวกับเจ้าหญิงในนิทาน ใครเห็นใครก็ชอบ นอกจากผมยุ่งๆ ของเธอแล้ว รวมๆ แล้วสวยไปทุกอย่าง
หญิงสาวพอเห็นแล้วก็อดที่จะพูดเย้าไม่ได้
“สาวน้อย หนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะ?”
“หนูชื่อ จางหยู่เหมิง ป๊ะป๋าเรียกหนูว่า เหมิงเหมิง” เหมิงเหมิง ตอบ
“ชื่อน่ารักจังเลย อายุเท่าไหร่แล้วจ้ะ?” หญิงสาวนอนตะแคงเอาแขนหนุนหัวหันไปทาง เหมิงเหมิง
“หนู หนูสามขวบกับอีก...อีกหลายเดือนแหนะ” เหมิงเหมิงยกนิ้วขึ้นมานับ
“ฮ่าๆ ๆ ......” หญิงสาวอดขำไม่ไหว
อีกสองคนที่อยู่ด้วยกันก็อดขำไม่อยู่ ‘ช่างเป็นเด็กที่น่ารักอะไรแบบนี้’
สาวบิกินี่สีขาวพูดคุยกับ เหมิงเหมิง ได้ไม่กี่ประโยค ก็หยิบชาเขียวจากกระติกที่อยู่ข้างๆ ยื่นส่งมาให้
“เหมิงเหมิง เครื่องดื่มเย็นๆ จากพี่สาว”
“ขอบคุณจ้า พี่สาว” เหมิงเหมิง ยิ้มอายๆ ยื่นมือออกไปรับ
พอถึงตอนนี้ จางฮ่าน ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า “เหมิงเหมิง อย่ารับของจากคนแปลกหน้า”
“เอ๋?”
เหมิงเหมิง ได้ยินก็ดึงมือกลับ หันไปมอง จางฮ่าน อย่างงงๆ
จางฮ่าน ลุกขึ้นนั่งคว้าเอา เหมิงเหมิง ไปอุ้ม “อย่ารับของจากคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม พวกเราไม่เอา เข้าใจใช่มั้ย?”
“ทำ ทำไมล่ะ?” เหมิงเหมิง สงสัย
จางฮ่าน คิดอยู่แวบหนึ่งก่อนตอบไปว่า “ก็เพราะว่าหนูอยากได้ยังไงล่ะ ถ้าในของที่คนอื่นส่งมาให้เกิดมีพิษขึ้นมาจะทำยังไง ก็เหมือนกับในเรื่องสโนว์ไวท์ยังไงล่ะ ถ้าเกิด เหมิงเหมิง กินเข้าไปแล้วไม่ฟื้น ป๊ะป๋าก็ไม่ได้เจอกับ เหมิงเหมิง อีกแล้วใช่มั้ย?”
“งั้นต่อไป เหมิงเหมิง จะไม่รับของจากคนอื่นอีก” เหมิงเหมิง พูดกลัวๆ
“ใช่แล้วล่ะ”
จางฮ่าน ยังไม่ทันจะหุบยิ้ม อยู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางสาวบิกินี่สีขาว
“ไม่ต้องระแวงขนาดนี้ก็ได้มั้งคะคุณอา? ขวดนี้ยังไม่ทันได้เปิดเลยด้วยซ้ำ คุณคิดมากไปหรือเปล่า?”
ผู้หญิงคนนี้ดูอายุไม่น่าเกินยี่สิบสอง ส่วน จางฮ่าน อายุเพิ่งจะยี่สิบหก ทำไมเธอเรียกคุณอาออกมาได้ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ถึงความรู้สึกของเธอ
“ช่างเถอะ เมิ่งฉี เขามองว่าเราหวังดีประสงค์ร้ายก็ช่างเขาเถอะ” เสียงประชดดังมาจากหญิงร่างอวบ
“ใช่แล้วล่ะ” เสียงผู้ชายอีกคนพูดขึ้น แค่ได้ฟังก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายนะยะ พูดท่าทางตุ้งติ้งน่ารัก “เมิ่งฉี เธอน่ะใจดีเกินไปแล้วนะ คนเขาหิวไม่หิวน้ำ มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะยะ”
ชายคนนี้ไม่พูดก็ดีอยู่หรอก พอพูดออกมาเท่านั้นแหละ เหมิงเหมิง ที่ไม่สนุกอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงแปลกประหลาดของเขา ก็ยิ่งหน้าเสียเข้าไปอีก
เธอไม่รอให้พ่อของเธอบอก ก็พูดออกมาอย่างมีน้ำโห
“ฮื่อ เจ้า เจ้าพวกมดปลวก อย่ามาทำเห่าหอนต่อหน้าป๊ะป๋าของหนูนะ”
จางฮ่าน เห็นอย่างนั้นก็ขำใหญ่ ลูบหัว เหมิงเหมิง เป็นกำลังใจ
“โอ้โหยว?” ผู้ชายนะยะจ้องจางฮ่านตาถลน พูดอย่างไม่พอใจ “คุณอาคะ นี่คุณสอนลูกยังไงของคุณกันคะ? กลัวอีกหน่อยเธอจะไม่กลายเป็นปีศาจป่วนโลกหรือยังไง?”
พอพูดเสร็จ โทรศัพท์ของ จางฮ่าน ก็ดังขึ้นมา เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก คงจะเป็นคนขายเมล็ดพันธุ์ติดต่อมาเพื่อเอาของมาส่ง
จางฮ่าน อุ้ม เหมิงเหมิง ลุกขึ้นเดินออกไป ก่อนจะไปก็หันมามองเหยียดๆ ไปทางผู้ชายนะยะ พลางพูดเรียบๆ
“สอนให้เป็นปีศาจแล้วจะยังไง? มันเรื่องของผม ผมไม่จำเป็นต้องมาอธิบายอะไรกับคุณ”
จางฮ่าน พูดจบ ก็เดินจากไป ไม่สนใจสามคนที่เอาแต่มองหน้ากันไปมา เวลาเดียวกันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“ฮัลโหล เอาของไปส่งให้ผมที่ชายเขาจันทรานะ....”
“นี่ นี่มันคนอะไรกันยะ” ผู้ชายนะยะมองตามหลังจางฮ่าน และสะบัดตัวใส่อย่างเต็มแรง “แม่โมโหแล้วนะ”
“ฮิฮิๆ ๆ ....” สาวร่างอวบหยุดขำไม่ได้
แม้แต่สาวหุ่นน่าฟัดก็ทนดูท่าทางของเขาไม่ได้ พูดด้วยท่าทางรังเกียจ “เธอเลิกดัดจริตทีได้มั้ย”
“ก็ได้ย่ะ ไหงพวกหล่อนหันมารุมฉันแทนล่ะยะ?” ผู้ชายนะยะค้อนใส่
......
จางฮ่าน เปลี่ยนชุดเหมิงเหมิงเสร็จ ก็ขับรถตรงไปที่เขาจันทรา
หลังจากขับมาได้สิบนาทีก็มาถึง รออยู่อีกสิบนาทีก็เห็นรถกระบะคันเล็กๆ ค่อยๆตรงมาทางพวกเขา
คนขับรถแต่งตัวด้วยชุดลำลองง่ายๆ ดูเหมือนหัวหน้าทีม มีคนนั่งมาข้างๆ อีกหนึ่ง ที่ท้ายกระบะมีอีกสามคนที่ตามมาด้วย
จางฮ่าน พา เหมิงเหมิง ลงมาจากรถ รอให้รถส่งของมาใกล้ๆ
“เถ้าแก่ จะให้ถ่ายของที่นี่เหรอ? คุณตั้งใจจะเอาไปปลูกที่ไหนเหรอครับ?” ชายชุดลำลองหน้าปรุถามงงๆ
“บนเขานี้แหละ” จางฮ่าน ตอบ
“แค่กๆ ...” อยู่ๆ ชายหน้าปรุก็สำลักน้ำลายขึ้นมา พออาการดีขึ้น เขาก็ถามด้วยเสียงตกใจ “คุณจะเพาะปลูกบนเขานี่น่ะเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” จางฮ่าน พยักหน้าตอบเบาๆ
“ถ้างั้นให้พวกเราเอาของพวกนี้ขึ้นไปส่งให้แล้วกันครับ” ชายหน้าปรุโบกมือส่งสัญญาณยึดของที่หลังกระบะไว้ให้ดี
“เถ้าแก่ พวกนี้จะเอาขึ้นไปปลูกบนเขาได้แน่เหรอครับ” ชายหน้าปรุยังไม่หายสงสัย
“ที่นี่อะไรผมก็ปลูกได้ทั้งนั้นแหละ” จางฮ่าน ตอบโดยไม่มองหน้า
เขาได้แต่แอบส่ายหน้า ท่าทางเถ้าแก่คนนี้คงไม่เลิกราอะไรง่ายๆ ผ่านไปไม่ทันไรเขาก็ถามอย่างแปลกใจขึ้นมาอีก
“เถ้าแก่คุณจะไปเพาะปลูกบนเขานี่ได้ยังไง? นี่มันไม่ใช่ที่สาธารณะหรอกเหรอครับ?”
“เขาลูกนี้ถูกฉันเหมาไว้แล้ว” จางฮ่าน ตอบ
ชายหน้าปรุหน้าเป็นศพ ตกใจจนสิวแทบจะกระเด็นออกจากหน้า
“อ่อครับ เถ้าแก่ยังไงก็เป็นเถ้าแก่ เจ๋งจริงๆ ” พอถึงชายป่า เขาก็เดินสำรวจไปทั่ว “เอ๋? ทำไมต้นไม้บนเขาถึงได้ขึ้นตรงเหมือนกันหมด แถมใบยังเขียวกว่าที่อื่นอีกด้วย ไม่แน่มันอาจจะเหมาะกับการเพาะปลูกจริงๆ ก็ได้”
“ป่านี่ค่อนข้างทึบทีเดียว แต่ทางเส้นนี้แลกว้างผิดปกติ”
ไม่นาน จางฮ่าน ก็พาทุกคนเดินทะลุผ่านป่าออกมาถึงทุ่งโล่งกว้าง
เขาจันทราตอนกลางวัน สวยกว่ายามกลางคืนเยอะเลย นั่นเป็นเพราะทัศนวิสัย ยังไงตอนกลางคืนก็มองเห็นอะไรได้ไม่ชัดเท่ากลางวัน ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ และที่ดึงดูดสายตาที่สุด ก็ต้องเป็นต้นเหลยหยางอย่างแน่นอน
พอพวกคนงานเข้ามาถึง ก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ใหม่
“ว้าว” ชายหน้าปรุสูดหายใจฟอดใหญ่ “ที่นี่อากาศสดชื่นดีจริงๆ ”
“ไอ้หยา ทุ่งหญ้าเขียวขจีนี่มันอะไรกัน? ทำไมถึงได้ทั้งเขียวทั้งหนาขนาดนี้?”
“แม่เจ้าโว้ย นั่นดอกกุหลาบใช่มั้ย? ทำไมถึงสวยไร้ตำหนิอะไรเช่นนี้? แล้วนั่นดอกอะไร? ทำไมสีมันสดได้ขนาดนี้ หรือที่พวกเราเคยเห็นๆ กันล้วนเป็นดอกไม้ปลอมทั้งนั้นเลยเรอะ?”
“นั่นต้นอะไร? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อน เหมือนอย่างกับนี่เป็นโลกในจินตนาการเลยทีเดียว ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย”
“นี่มันตัวอะไร แม่จ๋าช่วยหนูด้วย”
อยู่ๆ ชายหน้าปรุก็หันไปเห็นเจ้าดำพุ่งเข้ามาหา เขากลัวจนตัวสั่นรีบวิ่งไปหลบหลังร่างของ จางฮ่าน
จบตอน