ตอนที่ 5
แหวนมิติ
เนื่องจากไม่ชำนาญทาง ทั้งสองคนจึงเดินวนอยู่บริเวณตีนเขาที่มีต้นไม้บางตาพักใหญ่ พอขึ้นมาบนเขาได้ พวกเขาก็มองสำรวจรอบด้านด้วยอารมณ์แตกต่างกันไป ถึงจะห่างจากตีนเขาขึ้นมาไม่มาก แต่ก็อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยพืชไม้นานาพันธุ์
เสี่ยวเฉินได้เปิดหูเปิดตา มองดูต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ั้แ่เขาเกิดมาส่วนใหญ่ก็อยู่ที่จวนตระกูลจาง พออายุสิบขวบก็ส่งมาอยู่ที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ เพราะต้องคอยดูแลคุณชายจึงไม่เคยได้ไปที่ไหนไกลมาก่อน พอได้ขึ้นมาบนเขาที่เคยคิดไว้เลยอดตื่นเต้นไม่ได้ ความเหนื่อยที่เดินขึ้นเขามาล้วนจางหายไปหมด
ส่วนจางมู่หลินกำลังมองสำรวจรอบด้านเพื่อหาสมุนไพรที่ใช้ได้ ถึงสมุนไพรส่วนใหญ่ของมนุษย์จะแตกต่างจากสมุนไพรวิเศษอยู่บ้าง แต่ก็มีบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบด้าน ก็บังเอิญเจอโสมูเาใต้เงาร่มไม้เข้า แต่น่าเสียดายที่มีอายุไม่กี่ปีเท่านั้น
“น่าเสียดาย ถ้าอายุมากกว่านี้คงดีไม่น้อย” เขาพูดพลางลูบใบของต้นโสมด้วยท่าทางเสียดาย โสมูเายิ่งอายุมากยิ่งมีราคา พอเห็นโสมที่อายุแค่ไม่กี่ปีถึงได้รู้สึกเสียดาย
“?”
ขณะที่เขากำลังลูบใบของต้นโสมและทอดถอนใจอยู่นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่าต้นโสมค่อย ๆ เติบโตขึ้นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากที่อายุแค่ไม่กี่ปีก็กลายเป็โสมอายุห้าสิบปีในพริบตา เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็โสมอายุร้อยปี!
พอเห็นโสมูเาอายุไม่กี่ปีกลายเป็โสมอายุร้อยปี จางมู่หลินก็ทั้งตกตะลึงและอ่อนเพลียไปพร้อมกัน เขาตกตะลึงที่ตัวเองสามารถใช้พลังธาตุไม้เร่งให้โสมูเาโตได้ แสดงว่าถึงิญญาจะเข้าร่างใหม่ แต่พลังธาตุไม้ของเขาไม่ได้หายไป!
ส่วนเื่ที่อ่อนเพลียคงเป็เพราะว่าพลังลมปราณของร่างนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอ แค่เร่งให้โสมูเาโตแค่นี้ถึงได้เปลืองแรงไม่น้อย
ก่อนหน้านี้เขามัวแต่สนใจเื่ขับพิษในร่างกาย และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่น พอรู้ว่าตัวเองใช้พลังธาตุไม้ได้ จึงรีบเพ่งกระแสจิตตรวจสอบจุดตันเถียนด้วยความคาดหวัง
(ตันเถียน คือชื่อตำแหน่งที่เป็จุดศูนย์กลางสะสมพลังงานบนร่างกาย โดยในลัทธิเต๋าได้กำหนดตำแหน่งตันเถียนในร่างกายไว้ 3 แห่ง ได้แก่ ตันเถียนบน อยู่บริเวณหว่างคิ้ว ตันเถียนกลาง อยู่บริเวณหน้าอกใต้หัวใจ และตันเถียนล่าง อยู่บริเวณใต้สะดือ ส่วนใหญ่เวลาพูดถึงจุดตันเถียนในนิยาย จะหมายถึงตันเถียนล่างที่อยู่บริเวณท้องน้อยใต้สะดือ)
ทันทีที่เห็นแหวนสีดำวงหนึ่งลอยแน่นิ่งอยู่ภายในจุดตันเถียน จางมู่หลินก็ะโก้องในใจด้วยความยินดี
แหวนมิติ!
แหวนมิติผูกติดกับิญญา ถึงแม้ร่างเดิมจะแหลกสลายไปแล้ว แต่พอิญญาเข้าร่างใหม่ แหวนมิติก็ยังคงไม่หายไป นอนแน่นิ่งอยู่ในจุดตันเถียนรอให้เรียกออกมาใช้
เขารีบตรวจสอบภายในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว อาวุธวิเศษและโอสถทั้งหลาย รวมไปถึงศิลาปราณ เขาล้วนใช้หมดไปั้แ่หลบหนีเอาตัวรอดจากผู้บำเพ็ญเพียรที่ตามล่าแล้ว ที่เหลืออยู่มีแค่สมุนไพรบางส่วนกับคัมภีร์ที่รวบรวมมาได้
สมุนไพรที่เหลืออยู่ล้วนเป็สมุนไพรวิเศษที่อาศัยปราณวิเศษในการเติบโต ไม่รู้ว่าถ้าเอามาปลูกในโลกนี้จะเติบโตได้หรือไม่ ต่อให้กลายเป็สมุนไพรธรรมดาไม่ต่างจากสมุนไพรของมนุษย์ ก็ยังเป็เื่น่ายินดี
แต่สิ่งที่ทำให้เขาดีใจจนเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ คือสุราปราณที่เหลืออยู่หลายไห!
สุราปราณเป็สุราที่หมักบ่มจากสมุนไพรวิเศษล้ำค่าหายาก ดื่มแล้วมีผลกับลมปราณและช่วยเสริมพลังตบะ สำหรับผู้ที่ฝึกฝนจนถึงทางตันหรือเข้าสู่คอขวด ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ ว่ากันว่าถ้าดื่มสุราปราณแค่จอกเดียวก็ทำให้ทะลวงขั้นได้ แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรยังเห็นเป็สิ่งล้ำค่า
เนื่องจากจางมู่หลินเกิดในตระกูลพ่อค้าที่เป็มนุษย์ธรรมดา จึงมีสูตรหมักบ่มสุราอยู่หลายตำรับ พอได้เจออาจารย์และก้าวเข้าสู่หนทางบำเพ็ญเพียร เห็นว่าอาจารย์ชื่นชอบดื่มสุรา แต่สุราของมนุษย์ธรรมดาล้วนไม่เข้าตา เขาจึงคิดค้นหาวิธีนำสมุนไพรวิเศษมาหมักบ่มสุรา
ลองผิดลองถูกอยู่หลายปี จนได้สุราปราณที่มีฤทธิ์แรงและเป็ที่ชื่นชอบของอาจารย์ ส่วนเื่ที่สุราช่วยเสริมลมปราณและสามารถช่วยทะลวงขั้นคอขวด เป็เพียงแค่ผลพลอยได้
พอเห็นสุราปราณหลายไห เขาก็นึกอยากเอาออกมาดื่มใจจะขาด แต่รู้ดีว่ามนุษย์ธรรมดาไม่อาจทนรับฤทธิ์ของสุราได้ ถ้าเกิดฝืนดื่มลงไป เกรงว่าคงลมปราณคงแตกซ่านจนเืออกทวารทั้งเจ็ด และอาจถึงตายได้
ก่อนหน้านี้จางมู่หลินยังกังวลอยู่เลยว่าจะทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนแปลงชีวิตในยามนี้ได้ ตอนนี้พอรู้ว่าตนเองมีพลังธาตุไม้ และยังมีสุราปราณเหลืออยู่หลายไห อีกทั้งยังมีสูตรการหมักบ่มสุราที่ติดตัวมา ก็คิดหนทางออกทันที
อันที่จริงชีวิตที่แล้วเขามีรากปราณคู่ไฟไม้ แต่ตอนนี้ิญญาเข้าร่างใหม่ กลับััพลังธาตุไฟไม่ได้ ไม่รู้เป็เพราะเหตุใด แต่ถึงจะมีแค่พลังธาตุไม้ เขาก็รู้สึกว่าดีมากแล้ว ดีกว่ากลายเป็คนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง…
จางมู่หลินเก็บโสมร้อยปีไว้ในแหวนมิติโดยที่เสี่ยวเฉินไม่ทันได้สังเกต ตอนแรกเขาคิดจะนำโสมร้อยปีให้แม่นมเอาไปขายในเมือง อย่างน้อยคงขายได้หลายร้อยตำลึง แต่พอคิดดูอีกทีก็เปลี่ยนใจ แม่นมหวังเป็เพียงสตรีที่ไม่มีกำลัง ถ้าขืนให้นำโสมล้ำค่าไปขายเพียงลำพัง เกรงว่าอาจจะเสียเปรียบเอาได้ ดังคำที่ว่า ‘คนไม่ผิด ผิดที่หยก’
(คนไม่ผิด ผิดที่หยก เป็สำนวนจีน หมายถึง คนทั่วไปหรือชาวบ้านทั่วไปไม่ได้มีความผิด แต่ถ้ามีสิ่งของล้ำค่าอยู่กับตัว อาจจะถูกแย่งชิง ใส่ร้ายป้ายสีหาว่าขโมยมา หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกฆ่าเพื่อแย่งชิง)
“คุณชาย…” เสี่ยวเฉินที่มองสำรวจรอบด้านด้วยความตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ เดินเข้ามาใกล้แล้วพูดเสียงเบา “ข้าเห็นทางด้านนั้นมีนกตัวใหญ่อยู่ขอรับ…”
จางมู่หลินมองตามทิศทางที่เสี่ยวเฉินชี้ พบว่าบริเวณพุ่มไม้ที่อยู่ไกลออกไป มีไก่ป่าสองสามตัวกำลังคุ้ยดินจิกหาอาหารอยู่
“นั่นมันไก่ป่า…เรามีเนื้อกินแล้วเสี่ยวเฉิน!” เขากระซิบเสียงเบาด้วยความตื่นเต้น ที่ผ่านมาล้วนกินแต่โจ๊กกับผักดองจนเขาแทบทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวเฉินกับแม่นมหวังที่กินแต่โจ๊กที่เจือจางจนแทบไม่ต่างจากน้ำข้าว การได้มาเจอไก่ป่าโดยไม่ต้องลงแรงเช่นนี้ถือได้ว่าโชคดีอย่างยิ่ง
จางมู่หลินจำไม่ได้แล้วว่าตนเองไม่ได้กินไก่ย่างมานานแค่ไหนแล้ว ถึงผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ที่บรรลุขั้นหลอมรวมขึ้นไปจะสามารถอดอาหารไม่กินไม่ดื่ม แต่เขากับอาจารย์เป็ประเภทชอบกินดื่ม ถ้าไม่ได้กินของอร่อยหรือดื่มสุราจะไม่มีจิตใจหลอมโอสถ
ยอดเขาของผู้าุโคนอื่นในสำนักล้วนมีไว้เพื่อบำเพ็ญเพียรและสั่งสอนศิษย์ ไม่มีใครใส่ใจเื่อาหาร แต่ยอดเขาของอาจารย์ที่มีเขาเป็ศิษย์เพียงคนเดียวกลับมีห้องครัว เอาไว้ทำอาหารกินวันละสามมื้อโดยเฉพาะ!
พอนึกถึงชีวิตก่อนหน้านี้ เขาก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะรีบปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพไก่ตัวอวบอ้วนที่ถูกย่างจนหนังกรอบเนื้อนุ่ม โดยเฉพาะเนื้อส่วนน่องที่อร่อยที่สุด
วันนี้ข้าต้องได้กินไก่!
โปรดติดตามตอนต่อไป
ในปัจจุบัน โสมที่เก็บเกี่ยวได้มีอายุระหว่าง 3 - 6 ปี แล้วแต่ชนิดและพันธุ์ของโสม แต่โสมที่มีสรรพคุณทางยามากที่สุดและราคาแพงสุดคือโสมอายุประมาณ 6 ปี
ในที่สุดทั้งสองคนก็จะได้กินเนื้อสักที อดอยากกันมานานแล้ว ฮือออ ดีใจแทน