หอกลุ่มการค้าตระกูลอิน ห้องทำงาน
“พี่เวยท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทำไมท่านจึงไม่ไปหาข้าที่เรือนเยี่ยชิงเลย”หลิงม่านที่บุกเข้ามาในห้องทำงานของหงเวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เจ้าทำอะไรกับข้าเอาไว้เจ้าก็น่าจะรู้ตัวของเจ้าเองนะเหตุใดจึงต้องแล่นมาถามหาความจริงกับข้าถึงที่นี้”หงเวยที่ละมือจากงานตรงหน้าของตนปรายตามองไปที่สตรีตรงหน้าของตนด้วยสายตารังเกียจหลิงม่านที่นางนั้นใช้เล่ห์กลกับเขานับครั้งไม่ถ้วน
“พี่เวยพูดเรื่องอะไรเจ้าคะ”หลิงม่านที่เห็นสายตารังเกียจที่หงเวยมองมาที่ตนก็ให้นึกรู้ทันทีว่าหงเวยนั้นหลุดพ้นจากขี้ผึ้งของนางแล้วนั้นเองนางที่คิดได้เช่นนั้นก็ลอบซุกมือเพื่อเปิดตลับขี้ผึ้งในแขนเสื้อแล้วป้ายเนื้อยาอย่างแผ่วเบา
“หึ”หงเวยที่เห็นสายตาไร้เดียงสาของหลิงม่านที่มองมายังตนก็แค่นเสียงเย้ยหยัดสตรีเจ้ามารยาตรงหน้าของตนพร้อมกับมองไปที่นางด้วยความผิดหวังด้วยไม่คิดว่าคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเช่นหลิงม่านนั้นจะร้ายกาจยิ่งกว่าสตรีในหอนางโลมที่เขารู้จักเสียอีก
“พี่เวยกำลังเข้าใจข้าผิดไปนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยแก้ตัวเสียงเศร้าพร้อมกับเดินเข้าหาผู้เป็นสามีของตนด้วยคิดที่จะป้ายยาใส่เขาทันทีที่นางมีโอกาส
“หึเข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ เจ้ากล้าพูดว่าข้าเข้าใจเจ้าผิดเช่นนั้นหรือ ฮ่าๆช่างน่าขันเสียจริง เจ้าช่างเปิดหูเปิดตาข้าจริงๆ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับมองไปที่หลิงม่านด้วยความผิดหวังอีกครั้ง ด้วยเพราะเขาไม่นึกจริงๆว่าหลิงม่านนั้นจะทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้
“พี่เวยพี่เวยฟังข้าก่อนนะเจ้าคะ”หลิงม่านที่ตอนนี้ปล่อยน้ำตานองหน้าเอ่ยเสียงสั่น พร้อมกับเดินเข้าหาหงเวยด้วยเนื้อตัวอันสั่นเทาหงเวยที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เงียบเสียงของตนลงเพราะเขาไม่ต้องการให้เรื่องน่าอายเช่นนี้เป็นที่รับรู้ของผู้นอื่นนอกจากเขาและมี่เจิน
“พี่เวย”หลิงม่านที่สามารถวางมือของตนลงที่แขนของหงเวยสำเร็จนางเอ่ยเรียกเขาเสียงสั่นพร้อมกับลูบตามแขนแกร่งของเขาเบาเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการแล้วรอยยิ้มร้ายของนางก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนในหน้าของนางทันทีแต่เมื่อหงเวยเงยหน้าขึ้นมามองสบห้าของนางนางก็ได้แสร้งร้องไห้ออกมาด้วยท่าทางที่นางคิดว่าน่าสงสารที่สุดที่นางเคยทำมา
“พอแล้ว อย่าร้องเลย”หงเวยที่ใจอ่อนถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจแล้วมองไปที่หลิงม่านด้วยสายตาลำบากใจด้วยเพราะเขาในตอนนี้นั้นยังไม่รู้ว่าเขานั้นจะทำเช่นไรให้หลิงม่านนั้นเลิกคิดที่จะวางยาตนแล้วสามารถใช้ชีวิตสามคนผัวเมียได้สงบเช่นบ้านอื่นเสียที
“พี่เวยให้อภัยข้านะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับกวาดจ้องมองหงเวย อย่างรอคอย
“เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ยาพวกนั้นเจ้าเป็นฮูหยินเอกยังมีอะไรให้เจ้าต้องใช้ยาชั้นต่ำพวกนั้นอีกหรือ”หงเวยที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแปลกๆเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่หลิงม่านอย่างไม่แน่ใจนักว่าตอนนี้นั้นตนกำลังเป็นอะไรกันแน่
“ม่านเออร์”หงเวยที่รู้คลายจะวิงเวียนเอ่ยเรียกหลิงม่านที่นั่งอยู่ตรงหน้าของตนด้วยสีหน้ามึนงงหลิงม่านที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้นเข้าไปพยุงหงเวยแล้วรีบฉวยโอกาสป้ายยาลงไปที่ท้ายทอยของหงเวยในทันที
“พี่เวยพี่เวยเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”หลิงม่านที่เข้าไปช่วยพยุงหงเวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“พี่คงนอนน้อยนะ”หงเวยที่ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งให้สะสางมากกว่าปกติ
“เช่นนั้นเราไปพักผ่อนกันที่จวนของข้าก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”หลิงม่านที่ไม่ต้องการให้หงเวยไปพบมี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับจงใจเข้าใกล้หงเวยเพื่อให้กลิ่นตัวของนางนั้นโชยเข้าหาหงเวยมากที่สุดเท่าที่นางจะทำได้เพื่อหวังกระตุ้นให้ขี้ผึ้งของนางออกฤทธิ์ได้เร็วยิ่งขึ้นนั้นจึงทำให้หงเวยที่มีสีหน้าลังเลเมื่อครู่เอ่ยตอบรับคำชวนของนางอย่างว่าง่าย
“เช่นนั้นข้าจะช่วยพยุงพี่เวยนะเจ้าคะ”หลิงม่านที่รู้ว่าขี้ผึ้งของนางออกฤทธิ์แล้วก็ยกยิ้มสาสมใจแล้วรีบพาหงเวยไปที่จวนของนางในทันที
“นายน้อยจะกลับแล้วหรือขอรับ”ซานซาที่กำลังจะยกชาเข้ามาให้กับผู้เป็นนายเอ่ยถามนายของตนด้วยสีหน้ามึนงงที่อยู่ๆนายของเขาก็กลับทั้งๆที่ยังทำงานในวันนี้ไม่เสร็จ
“อืม”หงเวยเอ่ยตอบโดยที่ไม่หันมามองหน้าของซานซาเพราะในตอนนี้เขานั้นเอาแต่มองสบตากับหลิงม่านที่พยุงเขาอยู่ด้วยสายตาหวานชื่นโดยที่เขานั้นไม่คิดหันมาสนใจสิ่งอื่นใดเลยแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นข้าน้อยจะไปเตรียมรถม้าให้นะขอรับ”ซานซาเอ่ยแล้วส่งถาดน้ำชาให้กับเสี่ยวเออร์ที่อยู่ใกล้เพื่อจะไปจัดการเรื่องรถม้าให้กับผู้เป็นนายของตน
“ไม่ต้อง”หลิงม่านที่ไม่ต้องการพาผู้ใดไปนอกจากหงเวยหันมามองที่ซานซาจอมแส่อย่างไม่พอใจนัก
“ข้าจะไปพักที่จวนตระกูลหลินเจ้าไม่ต้องตามไป”หงเวยที่เห็นว่าเมียรักของตนกำลังไม่พอใจคนสนิทของตนเขาจึงได้หันมาเอ่ยสั่งซานซาแล้วเดินขึ้นรถม้าของหลิงม่านที่มาจอดเทียบอยู่ที่หน้าหอการค้าตระกูลอินและด้วยท่าทางเร่งรีบของหลิงม่านนั้นจึงทำให้ซานซานั้นเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลแปลกๆเขาจึงได้รีบกลับจวนเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากนางกวางผู้เป็นมารดาของผู้เป็นนายของตนด้วยความร้อนใจ
“สามีภรรยารักกันแล้วเจ้าจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรนัก”นางกวางเอ่ยพร้อมกับปรายตามองไปที่ซานซาที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนอย่างไม่พอใจนัก
“แต่นายน้อยดูเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองเลยนะขอรับนายหญิงไม่แน่ว่าตอนนี้นายน้อยอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้นะขอรับ”ซานซาที่เห็นสายตาเหม่อลอยสลับกับสายตาหวานของผู้เป็นนายของตนก่อนที่เขาจะขึ้นรถม้าของตระกูลหลินก็เร่งเอ่ยรายงานนางกวางด้วยท่าทีร้อนใจ
“หากการที่อาเวยจะกลับไปรักกับหลิงม่านเช่นเดิมนั้นเป็นเรื่ออันตรายแล้วการที่นายของเจ้ารักกับมี่เจินในเวลาอันรวดเร็วนั้นจะไม่อันตรายกว่าหรือ”นางกวางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนักนั้นจึงทำให้ซานซาพอจะรู้แล้วว่านายหญิงของเขาเองก็น่าจะมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้นั้นจึงทำให้เขาได้แต่มองไปที่นายหญิงของตนด้วยสายตายากจะเชื่อ ด้วยไม่คิดว่าจะมีแม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อจะควบคุมลูกของตนจนถึงขั้นร่วมกันวางยาผู้เป็นลูกของตนเช่นนี้นางกวางที่เห็นสายตาของซานซาที่มองยังตนก็ให้รู้แล้วว่าซานซาอาจจะระแคะระคายเรื่องที่นางรู้เห็นกับการใช้ยาเสน่ห์ของหลิงม่านแล้วนั้นเอง
“ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเติบโตมาพร้อมกับบุตรชายของข้าข้าจะขอเตือนเจ้าก็แล้ว อย่าได้คิดเมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้และห้ามเจ้าปริปากเรื่องนี้กับผู้ใดไม่เช่นนั้นเจ้าอาจจะหายไปจากโลกนี้โดยไม่รู้ตัวก็ได้”นางกวางเอ่ยพร้อมกับจ้องมองมาที่เขาอย่างต้องการข่มขู่
“นายหญิง ทำมันจริงๆหรือขอรับ”ซานซาที่ได้ยินคำข่มขู่จากนายหญิงของตนก็ให้เอ่ยถามด้วยสีหน้ายากจะเชื่อด้วยไม่คิดว่านายหญิงที่เป็นที่รักของทุกคนจะสามารถเลือดเย็นได้มากถึงเพียงนี้
“หากยังรักชีวิตก็เก็บเรื่องนี้ไปจนกว่าดินจะฝังกลบหน้าของเจ้าเถอะ เพราะหากเจ้าคิดจะบอกเรื่องนี้กับผู้ใดเจ้ากับมันผู้นั้นก็จะไม่มีลมหายใจอีกต่อไป”นางกวางที่ไม่ต้องการฆ่าเด็กที่นางเลี้ยงดูมาพร้อมกับบุตรชายของตนนางจึงได้แต่ข่มขู่เขาเพียงเท่านั้น
“นายหญิง”ซานซานเอ่ยพร้อมกับมองไปที่นายหญิงของตนด้วยสายตาไม่ยินยอมที่นายหญิงของตนนั้นจะใช้วิธีนี้ในการควบคุมผู้เป็นนายของตน
“หากเจ้ายังมากเรื่องอยู่เช่นนี้ข้าจะทำให้มี่เจินและลูกของนางตายหากถึงตอนนั้นเจ้าก็โทษตนเองแล้วกันที่เป็นผู้ที่ทำให้สายเลือดของเวยไม่สามารถคลอดออกมาดูโลกนี้ได้”นางกวางเอ่ยข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นนั้นจึงทำซานซาที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่กัดฟันทนเพื่อข่มอารมณ์เดือดดาลของตนเอาไว้อย่างสุดกำลัง
“ออกไปได้แล้ว”นางกวางเอ่ยไล่ซานซาที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนอย่างรำคาญใจแล้วหันไปกวักมือเรียกแม่นมเล่อเข้ามากระซิบสั่งงานเสียงเบาและไม่นานแม่นมเล่อก็เร่งเดินทางไปที่จวนตระกูลหลินในทันที
จวนตระกูลหลิน
“พี่เวยข้าคิดถึงท่านพ่อกับพี่ชายของข้ามากนักพี่เวยข้าอยากพักที่จวนของข้าสักสองถึงสามวันได้หรือไม่เจ้าคะ”หลิงม่านที่ซบอยู่ที่อกของหงเวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“หากเจ้าต้องการเช่นนั้นพี่ก็แล้วแต่เจ้าเลย ขอแค่เพียงเจ้ามีความสุขพี่ก็พอใจแล้วละ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับลูบผมนุ่มของหลิงม่านด้วยสายตารักใคร่หลิงม่านที่ได้หงเวยกลับมาเป็นของตนตามที่ควรจะเป็นแล้ว นางจึงได้ทิ้งตัวลงไปซบที่หงเวยด้วยรอยยิ้มสาสมใจที่ในที่สุดนางนั้นก็สามารถหาวิธีแย่งชิงสิ่งที่เป็นของนางกลับมาได้อย่างง่ายดายแล้วนั้นเอง
“ข้ารักพี่เวยมากนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยโดยที่นางยังโอบกอดสามีของตนอยู่ด้วยความหวงแหน
“ฮึๆพี่ก็รักเจ้ามากเท่าชีวิตของข้าเช่นกัน”หงเวยเอ่ยแล้วก้มลงไปหอมที่กลุ่มผมของหลิงม่านด้วยความรักสุดหัวใจ
“วันนี้พี่เวยไม่ไปทำงานหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่รู้สึกถึงรสสัมผัสจากมือหนาที่เริ่มซุกซนของหงเวยที่ตอนนี้เขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของนางอย่างย่ามใจนางจึงได้เงยหน้าขึ้นไปถามเขาด้วยรอยยิ้มเขินอายแต่มือของนางกลับลูบวนที่แผงอกของหงเวยอย่างต้องการยั่วยวนหงเวยที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจกับท่าทียั่วยวนของหลิงม่าน
“วันนี้พี่อยากจะอยู่กับเจ้ามากกว่านะ”หงเวยเอ่ยตอบเรื่องงานของตนอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะตอนนี้สิ่งที่เขาใส่ใจนั้นมีเพียงเรือนร่างอันเย้ายวนของเมียรักของเขาเท่านั้นที่อยู่ในความคิดของเขา
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”หลิงม่านที่ได้ยินเช่นนี้จึงได้แต่พลิกตัวขึ้นมานั่งบนตัวของหงเวยแล้วเริ่มบทรักของนางในทันที
“ฮึๆ”หงเวยที่เห็นท่าทางอันร้อนแรงเช่นนั้นของหลิงม่านเขาจึงได้หัวเราะอย่างชอบใจแล้วยอมปล่อยให้หลิงม่านนั้นได้ทำในสิ่งที่นางต้องการกับร่างกายของเขาอย่างมีความสุข
หอควบคุมกลุ่มการค้าอี้อิน
“นี่เจ้าไม่คิดจะไปตามพี่ใหญ่กลับมาจริงๆหรือ”เย่จินที่เห็นมี่เจินนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะของนางอย่างใจเย็นเขาจึงอดที่จะเอ่ยถามสตรีตรงหน้าของตนด้วยความสงสัย
“ทำไมข้าต้องไปตามเขากลับมาด้วยละเจ้าคะ”มี่เจินที่ถึงแม้จะมีความรู้สึกเศร้าอยู่บ้างแต่เพราะนางนั้นเข้าใจวัฒนธรรมที่ฝ่ายชายสามารถมีภรรยาได้หลายคนและนางก็เป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้นนั้นจึงทำให้นางได้แต่ทำใจให้เคยชินกับเรื่องนี้ให้ได้
“แต่เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลนะพี่เวยไม่มีทางทิ้งงานเช่นนี้ข้าว่าตอนนี้ต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับพี่เวยเป็นแน่”เย่จินที่รับรู้ถึงนิสัยของพี่ชายของตนเป็นอย่างดีเขาจึงรู้สึกสงสัยไม่น้อยที่อยู่ๆผู้ที่รักงานยิ่งชีพเช่นหงเวยนั้นจะยอมขาดงานหลายๆวัน
“มี่เจินเจ้าไปตามตัวพี่ใหญ่คืนมาเถอะ”เย่จินเอ่ยกับหงเวยด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้าไม่มีสิทธิ์นั้นเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่ด้านล่างอย่างใจเย็น
“เช่นนั้นเราจะทำเช่นไรดีเล่าหากปล่อยไว้เช่นนี้อาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับพี่ใหญ่ก็ได้นะ”เย่จินเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินแล้วถอนหายใจยาวออกมาอย่างยอมแพ้กับความใจเย็นและความเอื่อยเฉื่อยของมี่เจิน
“ข้าเชื่อว่านายหญิงกับฮูหยินน้อยนั้นไม่มีทางทำอันตรายพี่เวยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะแต่ที่ฮูหยินน้อยนั้นพาตัวของพี่เวยไปที่พักที่จวนตระกูลหลินเป็นเวลานานเช่นนี้ข้าคิดว่านางน่าจะมีแผนการที่จะทำอะไรบางอย่างมากกว่าเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยข้อสันนิษฐานของตนให้กับเย่จินได้ฟัง
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องระวังให้มากข้าว่าทางที่ดีเจ้าควรออกมาพักกับจวนเออร์น่าจะดีที่สุดสำหรับเจ้ากับลูกของเจ้าในตอนนี้มากที่สุด”เย่จินที่ได้ยินข้อสันนิษฐานของมี่เจินเขาจึงได้ขอให้นางออกมาพักที่จวนเป่าเล่อของนางด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะเพราะหากข้าย้ายออกมาในตอนนี้ข้าก็ไม่รู้สิเจ้าคะว่าแผนการของพวกนางนั้นเป็นเช่นไรกันแน่”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มทะเล้นให้กับเย่จินที่เอาแต่มองมาที่มาที่นางด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย
“เจ้าไม่ได้มีเพียงตัวคนเดียวแล้วนะเช่นนั้นเจ้าช่วยคิดถึงความปลอดภัยของลูกที่อยู่ของเจ้าได้หรือไม่”เย่จินเอ่ยเตือนมี่เจินด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักที่มี่เจินนั้นมักจะทำอะไรตามใจตนเองจนอาจจะนำภัยมาให้กับนางและลูกของนางได้
“ไม่ต้องเป็นห่วงข้าไปหรอกเจ้าค่ะข้าเชื่อว่าในตอนนี้จะยังไม่มีใครที่สามารถทำร้ายข้ากับลูกได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”ที่เจินเอ่ยตอบด้วยสีหน้ามั่นใจนั้นจึงทำให้เย่จินที่เห็นเช่นนั้นดีดนิ้วมาที่หน้าผากของมี่เจินด้วยความหมันไส้
“โอ้ยข้าเจ็บนะเจ้าคะ ท่านกล้าทำร้ายคนท้องเช่นข้าได้เช่นไรกันช่างใจดำเสียจริง”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เย่จินด้วยสายตาทีเล่นทีจริง
“เจ็บนะสิดีเจ้าจะได้หัดคิดถึงหลานของข้าเสียบ้าง”เย่จินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มี่เจินอย่างต้องการตำหนิในความคิดน้อยของมี่เจินที่ไม่ค่อยคิดถึงความปลอดภัยของหลานชายของเขานัก
จวนตระกูลหลิน
ห้องทำงานของจินไฉ
“ท่านพ่อเรื่องที่ให้ข้าไปทำข้านั้นได้จัดการเรียบร้อยดีแล้วขอรับ”เลี่ยงฉีที่ไปจ้างเหล่านักเลงให้ทำงานให้ตนเอ่ยรายงานบิดาของตนอย่างอารมณ์ดีเพราะหากมี่เจินตายไป เขาและน้องของเขานั้นจะได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ
“ดีแล้วอย่าลืมส่งคนของเราไปปิดปากพวกมันหลังเสร็จงานเสียด้วย พวกมันจะได้ไม่ไปปากสว่างบอกใครต่อใครได้อีก”จินไฉที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ลืมที่จะกำชับให้บุตรชายของตนส่งมือสังหารไปกำจัดเหล่านักเลงหลังจากที่พวกมันทำงานเสร็จสิ้นเสียแล้ว
“ขอรับท่านพ่อข้าจะเร่งทำทุกอย่างเพื่อให้ตระกูลหลินของเรากลับมารุ่งโรจน์เช่นเดิม”เลี่ยงฉีที่รู้ตัวว่าตนนั้นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ตระกูลหลินของเขานั้นตกต่ำลงมาเช่นปัจจุบันที่เป็นอยู่นั้นจึงทำให้เขารู้สึกยินดีทุกครั้งที่เขานั้นรู้สึกตัวว่าตนนั้นเป็นประโยชน์กับตระกูลหลินของตน
“หลิงม่านตอนนี้สามีของเจ้าอยู่ที่ใด”เลี่ยงฉีเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยสีหน้าระแวดระวังเพราะแผนการที่พวกเขาจะปรึกษากันต่อไปนี้คือแผนการที่เขาจะใช้ความเสน่ห์หาที่เขามีให้ลูกสาวของเขากำจัดมี่เจินที่เป็นศัตรูทางการค้าและศัตรูหัวใจของหลิงม่านบุตรสาวของตน
“ตอนนี้พี่เวยออกไปซื้อขนมอบให้ข้าที่นอกจวนเจ้าค่ะท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ เพราะถึงพี่เวยกลับมาเป่ยเป่ยที่เฝ้าอยู่หน้าจวนนางจะเข้ามารายงานพวกเราก่อนที่พี่เวยจะมาถึงเขตเรือนชั้นในของพวกเราอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่แน่ใจว่าตนนั้นรอบคอบพอสมควรแล้วเอ่ยตอบบิดาของตนด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ดีเช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยเถอะ”จินไฉเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่ลูกๆของตนด้วยสายตาจริงจัง
“ม่านเออร์เจ้าจะสามารถกักตัวของสามีของเจ้าเอาไว้ที่จวนของเราได้นานเท่าใด”จินไฉหันไปเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“น่าจะไม่เกินสามวันเจ้าค่ะเพราะหากมากกว่านี้ท่านลุงจินอี้น่าจะไม่พอใจเอาได้เจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยตอบพร้อมกับลอบกำมือด้วยความรู้สึกเป็นกังวลเพราะเรื่องที่พวกนางกำลังจะทำต่อจากนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควรและถ้าหากหงเวยได้สติกลับมาแล้วรู้ว่านางนั้นทำร้ายมี่เจินกับลูกในท้องหงเวยคงไม่ต้องการอยู่ร่วมโลกกับนางที่ต่อไปอย่างแน่นอน
“จากที่เหม่ยหลันส่งข่าวมานางสงสัยว่าเลือดของมี่เจินนั้นสามารถล้างพิษได้ เช่นนั้นแล้วเราจะไม่ฆ่านางแต่เราจะตีตรานางเป็นทาสเพื่อจะเปิดประมูลนางไปในการประมูลทาสที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้”จินไฉเอ่ยอธิบานแผนการของตนให้กับลูกๆของตนฟังด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ม่านเออร์เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ว่าหงเวยหายขาดแล้วจริงๆ”เลี่ยงฉีหันมาเอ่ยถามน้องสาวของตนอีกครั้งเพื่อยืนยันอาการป่วยของน้องเขยของตน
“ข้าแน่ใจเจ้าค่ะ”มี่เจินที่แอบนำเลือดของหงเวยไปตรวจหาพิษเอ่ยตอบพี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ดีเช่นนั้นเราก็จะเริ่มแผนการของเราในวันพรุ่งนี้”จินไฉที่เห็นว่าทุกอย่างถูกที่ถูกทางแล้วเขาจึงได้คิดที่จะเริ่มแผนการของพวกเขาในวันพรุ่งนี้