ณภัทรไม่ได้ลังเล ั้แ่แรกที่กดรับสาย
เสียงสั่นของผิงอันผ่านปลายสาย ทำให้มุมปากเขายกขึ้นช้า ๆ ไม่ใช่เพราะหลงใหล แต่เพราะรู้ว่าทุกอย่างกำลังเป็ไปตามแผน
เื่มันเริ่มจากพราวใส น้องสาวที่มีอายุห่างกับเขา ราวห้าปี ผู้หญิงที่เคยเชื่อในคำว่ารักและเกือบตายเพราะมัน
เมธีไม่ได้เคยปฏิเสธว่าเด็กในท้องของพราวใส คือลูกของเขา เพียงแต่ไม่ยอมรับการลืมตาดูโลกของเด็กคนนั้น คำพูดสั้น ๆ ว่า “จัดการซะ”
และมันทำให้พราวใส หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เดินเข้าไปในคลินิกทำแท้งเพียงลำพัง แล้วเธอก็เกือบไม่ได้เดินออกมา
คืนที่เธอนอนซีดขาวอยู่ในห้องไอซียู ณภัทรยืนกำมือแน่น อยู่หน้ากระจก ไม่ใช่เพราะร้องไห้ แต่เพราะเขาสาบานกับตัวเองว่า คนที่ทำให้น้องสาวเขาเจ็บ จะไม่มีวันได้ใช้ชีวิต อย่างมีความสุขอีกต่อไป
เขาไม่ใช่คนใจร้อน และเลือกใช้เวลารวบรวมวางแผนอย่างเงียบๆ แม้ข้างในหัวใจมันแทบะเิเพราะความโกรธแค้น
จนกระทั่งเขาได้รู้ข่าวจากเพื่อนๆ ที่ช่วยเขาหาข้อมูล เื่เสี่ยเมธีกำลังจะแต่งงานกับลูกหมอคนหนึ่ง ที่กำลังโด่งดัง เป็ข่าวใหญ่ ในการผ่าตัดช่วยเหลือเ้าสัวพ่อของเมธี
ภาพลักษณ์ดี เรียบร้อย เหมาะสมกับการล้างข่าวฉาวของเสี่ยเมธี แถมยังสร้างภาพให้ตระกูลเ้าสัวดูดีเป็ทวี
และในดีลนั้น ชายหนุ่มร่างบางลูกชายคนเล็กของคุณหมอ ที่ชื่อผิงอันคือหมากสำคัญ
ณภัทรไม่ได้คิดจะแก้แค้นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าหมากตัวนั้นอยู่กลางกระดานเขาก็จำเป็ต้องขยับมัน
คืนงานเลี้ยงที่คอนโดไม่ใช่ความบังเอิญ โน้ตใบนั้นไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแม้แต่คำว่า “คนสวยสุดอร่อยของผม” ก็ถูกเลือกมาแล้วอย่างตั้งใจ
เขา้าทำให้ ว่าที่เ้าสาวของเมธี มีรอยด่าง จนทำให้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น พังทลายลง ต่อหน้าสาธารณชนและทำให้เมธีรู้สึกสูญเสีย
ปลายสายยังคงเงียบ หลังจากที่เขาบอกว่า “เดี๋ยวผมไปหา”
ณภัทรค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลงจากหู มุมปากกระตุกยิ้มช้า ๆ ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกกระจกใส ของร้านกาแฟที่เขานั่งอยู่
ฝั่งตรงข้ามถนนคือร้านตัดชุดแต่งงานหรู และไม่กี่นาทีก่อน เขาพึ่งเห็นเมธีเดินออกจากร้าน ด้วยท่าทางเร่งรีบ เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคำราม ก่อนจะแล่นหายไป ปล่อยให้เ้าสาวของเขายืนอยู่ข้างใน…เพียงลำพัง
ภาพนั้นทำให้รอยยิ้มของณภัทรลึกลงไปถึงหัวใจ เ้าบ่าวที่ไม่แม้แต่จะรอเ้าสาวลองชุดจนเสร็จ เ้าสาวที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังยืนอยู่กลางเกมของใคร
เขาไม่ได้แค่จะทำลายงานแต่ง แต่เขาจะทำให้มันกลายเป็รอยแผล และผิงอัน ก็เป็คนเปิดประตูให้เขาเอง
ณภัทรลุกขึ้นจากที่นั่ง หยิบกุญแจรถ หมุนมันในมืออย่างคนที่มั่นใจในแผนการ เกมเริ่มเดินแล้ว และหมากตัวสำคัญ…กำลังรอเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ไม่ถึงห้านาทีหลังจากวางสายโทรศัพท์ ที่หน้าร้านตัดชุดแต่งงานก็เริ่มวุ่นวายขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงพนักงานคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา
“คุณคะ ด้านหน้ามีเพื่อนมาหาค่ะ”
ในห้องลองชุด ผิงอันชะงักมือที่กำลังจับชายเสื้อ
“เพื่อน?” เขาทวนเสียงเบา ๆ ด้วยความมึนงง
ม่านถูกเปิดออกเล็กน้อย และภาพที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้างก็คือณภัทร…ยืนอยู่ตรงนั้น มันเร็วเกินกว่าจะเป็เื่บังเอิญ
“โอ๊ยยย ผิงอันนนน!” เสียงสูงลากยาวดังลั่นร้าน
“แกใส่ชุดนี้แล้วสวยมากเลยนะยะ!”
ท่าทางสะบัดข้อมือเบา ๆ น้ำเสียงตุ้งติ้งชัดเจน ทำเอาพนักงานหลายคนหลุดยิ้ม ลูกน้องของเสี่ยเมธีที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าร้าน เพียงเหลือบมอง ก่อนจะเบนสายตาหนีอย่างไม่ใส่ใจ
ภาพที่เห็นคือ “เพื่อนสาว” ที่ไม่ได้เป็ภัยใด ๆ ขัดกับใบหน้าและรูปร่าง อย่างเหลือเชื่อ
แม้แต่ผิงอันเองยังต้องกลั้นยิ้ม เขาไม่คิดว่า ณภัทรจะกล้าเล่นบทได้แเีขนาดนี้ ไม่แมน ไม่แข็งกร้าว ไม่เหลือเค้าโครงหนุ่มกล้ามแน่นสุดแซ่บในคืนก่อนแม้แต่น้อย
เขาทำตัวเนียน ดูเป็เพื่อนสนิท ที่บังเอิญผ่านมา และนั่น…ทำให้ผิงอันเผลอไผล รู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด
ณภัทรเดินเข้ามาในห้องลองชุด อย่างเป็ธรรมชาติ มือปิดม่านลงช้า ๆ เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังเบา ๆ จากด้านใน
ทั้งสองสนิทสนมมากพอ จนทำให้คนในร้าน เชื่อว่าไม่มีอะไรเกินเลย แต่ทันทีที่ม่านปิดสนิท แววตาของผิงอันเวลานี้รู้สึกประทับใจและประหลาดใจยิ่ง กับคนตรงหน้า ส่วนณภัทรก็อ่านใจอีกฝ่ายได้หมด
“กลัวเหรอครับ…” เสียงเขากลับมาเป็ปกติทั้งนุ่มและอบอุ่น
ผิงอันยังไม่ทันตอบ แขนของอีกฝ่ายก็โอบเข้ามาอย่างแ่เบา ไม่รุกล้ำแต่แน่นพอจะทำให้รู้สึกปลอดภัย
“จุ๊บ..อื้อ~~”
จูบแรกแตะลงอย่างปลอบประโลม เหมือนคนที่กำลังให้ที่พักพิง และนั่นทำให้ผิงอันเผลอหลับตา เมื่อริมฝีปากถูกทาบซ้ำอีกครั้ง
ลมหายใจร้อนผสมปะปนกัน ครั้งนี้ผิงอันไม่ได้แค่รับไว้ แต่เขาจูบตอบโต้ช้าๆ อย่าง ลุ่มหลง และเต็มไปด้วยความสับสนที่เริ่มเอนเอียง
ณภัทรรับรู้ทุกแรงสั่นของปลายนิ้วอีกฝ่าย และเขารู้ว่า…เกมกำลังเดินไปถูกทาง พวกเขานัวเนียจูบดูดดื่ม ไม่รู้ว่านานแค่ไหน จนกระทั่ง..
“ขอโทษค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”เสียงพนักงานดังขึ้นด้านนอก
ผิงอันสะดุ้งเล็กน้อย รีบถอยออก” รอสักครู่นะครับ!”
“หึ!” ณภัทรยิ้มบาง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูอย่างตั้งใจ
“ผมจะจอดรถรอ..ข้างคอนโดนะครับ”
น้ำเสียงไม่เร่งรัด แต่มั่นใจ ก่อนจะผละออก แล้วเปลี่ยนโทนเสียงกลับเป็เสียงสูงสดใส
“โอเคค่ะเพื่อนรัก ฉันต้องไปแล้วนะ มีงานด่วนมากกกก!”
เสียงของเขาดังมากพอ ที่จะให้ทั้งร้านได้ยิน
ม่านถูกเปิดออก ณภัทรโบกมือพลางหัวเราะ ก่อนจะรีบเดินออกจากร้านอย่างไม่ทิ้งพิรุธ ลูกน้องเสี่ยเมธีไม่ได้สนใจ แม้แต่จะชายตามอง
ม่านห้องลองชุดถูกปิดลงอีกครั้ง ในห้องเงียบสนิท ผิงอันยกมือแตะริมฝีปากตัวเองช้า ๆ ััอุ่นร้อนยังค้างอยู่ และหัวใจที่ยังเต้นแรงกว่าปกติ
เขารู้ว่าการไปหาณภัทรหมายถึงอะไร มันอาจเป็แค่คำชวนธรรมดาหรืออาจเป็ก้าวแรกของบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้
ปลายนิ้วกำแน่นกับผ้าเนื้อดีของชุดแต่งงาน เขาควรอยู่ตรงนี้หรือ…ควรเดินไปตามคำเชิญนั้นดี
.....................