EP : 57 ของดีมีไม่มาก
“วันนี้เป็นวันดีเจ้าค่ะ นอกจากจะมีอาวุธดีๆ มาให้ท่านลูกค้าทุกคนแล้วยังมีของดีๆ อีกอย่างหนึ่งที่พวกท่านทุกคนต้องอยากได้แน่นอนเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ขอปิดเป็นความลับเอาไว้ก่อนนะเจ้าคะ บอกได้อย่างเดียวว่าไม่ผิดหวังที่ต้องรอคอยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวบอกเปิดงานก่อนจะตบด้วยรอยยิ้มหวานในท้ายประโยค
“ของชิ้นแรกก็คือดาบพิฆาตระดับจักรพรรดิขั้นแปดเจ้าค่ะ ดาบเล่มนี้ทำจากเหล็กชั้นดีซึ่งได้มาจากภูเขาไฟเมื่อร้อยปีก่อน สามารถตัดผ่านทุกสิ่งมีชีวิตในระดับจักรพรรดิขั้นแปดได้อย่างสบายๆ เจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวบอกพลางกวาดสายตามองลูกค้าทุกคนแล้วเสริมต่อ
“และราคาเริ่มที่ห้าหมื่นเหรียญทองเจ้าค่ะ” ทันทีที่หญิงสาวกล่าวจบ ลูกค้ากระเป๋าหนักทุกคนที่อยากได้อาวุธก็พากันแย่งกันประมูลทันที
“ข้าว่าข้าต้องได้เงินเยอะมากเป็นแน่” ซีเหลียนฮวาที่มองอยู่นานก็กล่าวขึ้นพลางนั่งทานอาหารไปด้วยดูการประมูลไปด้วย
“เอาอะไรเพิ่มอีกหรือไม่” ซิวเหวยหลงถามซีเหลียนฮวาที่ตอนนี้กำลังทานอาหารเกือบหมดทุกอย่างแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่นานอาหารมากมายจะเกือบจะหมดลงด้วยน้ำมือคนเพียงคนเดียว
“ถังหูลู่เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาร้องบอกพลางนึกถึงตอนที่ทานถังหูลู่เข้าไปรสชาติยังติดที่ปลายลิ้นของเธออยู่เลย
“เอามาให้นางสามสิบไม้” ซิเหวยหลงหันไปสั่งองครักษ์ของตัวเองทันที
“ขอรับ” เป่าเปยรับคำก่อนจะหายไปจัดการให้
“จริงสิ ข้าได้ยินจากเพิงเทียนว่าที่นี่นั้นมีกระเช้าลอยฟ้าด้วย ข้าอยากจะลองไปขึ้นได้หรือไม่เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเธอให้เพิงเทียนไปหาสถานที่ท่องเที่ยวมาให้
“ถ้าจะไปต้องคืนวันสุดท้ายของการประลองเสร็จเพราะวันนั้นพระจันทร์จะงดงามมากที่สุด” ซิวเหวยหลงกล่าวบอกกระเช้าลอยฟ้านั้นมีที่แคว้นซิงหนานที่เดียวเท่านั้น
“เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาตอบเพราะเธออย่างจะรู้ว่ากระเช้าลอยฟ้าของที่นี่นั้นมันจะแตกแต่งจากที่เธอจากมายังไง
“เอาล่ะเจ้าค่ะ มาถึงของดีกันแล้วเจ้าค่ะ สิ่งนี้ก็โอสถเพิ่มระดับลมปราณเจ้าค่ะ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือโอสถขวดนี้สามารถเพิ่มระดับได้ถึงสามถึงสี่ขั้นเลยทีเดียวเจ้าค่ะ ราคาประมูลเริ่มที่เจ็ดหมื่นห้าเจ้าค่ะ” ทันทีที่หญิงสาวกล่าวจบ
พวกลูกค้ากระเป๋าหนักหรือพวกที่จะประลองวันพรุ่งนี้ก็พากันแย่งกันประมูลกันอย่างดุเดือดจนซีเหลียนฮวาไม่จำเป็นต้องไปปั่นราคาเลยแม้แต่น้อย
“สี่ล้านเหรียญทอง”
“สี่ล้านห้าเหรียญทอง”
“ห้าล้านเหรียญทอง” ชายคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครจะประมูลต่อแล้ว
“สิบล้านเหรียญทอง” เสียงของชายอีกคนดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมอง ก่อนที่จะมีคนอื่นประมูลเพิ่มราคาขึ้นมาอีก
“สี่สิบห้าล้านเหรียญทอง” กล่าวนี้ไม่มีใครกล่าวอันใดต่อ เพราะกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะประมูลต่อดีหรือไม่
“โอสถเพิ่มระดับลมปราณเป็นของท่านเจ้าค่ะ จะมีคนนำของไปให้ท่านลูกค้าถึงที่เจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวบอกก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวต่อเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของการประมูล
“อีกอย่างทุกท่านคงจะรู้กันว่าไม่ค่อยมีคนที่หลอมโอสถได้ในระดับนี้มาก่อนมัน จึงเป็นสิ่งที่หายากมาก หวังท่านคงไม่อยากพลาดโอกาสนะเจ้าคะ เริ่มการประมูลโอสถเพิ่มระดับลมปราณขวดที่สองได้เจ้าค่ะ”
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นก็พากันทุ่มเงินในการประมูลโอสถในครั้งนี้แบบไม่ลืมหูลืมตา ตอนนี้เงินในการประมูลโอสถในครั้งนี้ได้เกือบร้อยล้านเลยทีเดียว
“เก้าสิบแปดล้านเหรียญทองของจะไปส่งให้กับท่านลูกค้าถึงที่เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวบอกด้วยรอยยิ้ม เพราะยิ่งเธอทำให้พวกลูกค้าประมูลสินค้าสูงเท่าไรเธอก็จะยิ่งได้เงินเพิ่มมากขึ้นนั้นทำให้เธอพยายามชักจูงลูกค้าทุกครั้งที่กำลังจะพากันหยุดประมูล
“ของดีนั้นมีไม่มากนัก หวังว่าพวกท่านคงไม่อยากจะพลาดโอกาสให้ครั้งนี้นะเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวบอกก่อนที่ทุกคนจะพากันแย่งกันประมูลกันอีก
การประมูลผ่านไปจนถึงโอสถขวดที่สิบ เงินทั้งหมดซีเหลียนฮวาก็ได้ทั้งหมดเก้าร้อยสี่สิบล้านเหรียญทอง นั้นทำเอาซีเหลียนยิ้มหุบไปเลยกะว่าจะเอาไปทำโรงทานสักหน่อยเพื่อที่จะได้มีเงินทองไหลมาเทมาสักหน่อย
“นี่สำหรับเงินทั้งหมดขอรับ” ชายเจ้าของโรงประมูลเอาเงินมาให้กับซีเหลียนฮวาทันทีเมื่อการประมูลจบลงไปแล้วครั้งนี้ทำให้โรงประมูลของเขามีชื่อเสียงขึ้นไปอีกเมื่อมีโอสถเพิ่มระดับลมปราณเข้ามาในการประมูลครั้งนี้ด้วย
“เก้าร้อยสามสิบห้าล้าน” ซีเหลียนฮวาพูดขึ้นหลังจากตรวจสอบเงินในแหวนมิติที่อีกฝ่ายส่งมาให้กับเธอรู้ดีว่าอีกห้าล้านนั้นอีกฝ่ายหักไปตามที่ตกลงกันเอาไว้
“ขอรับ ทางร้านยินดีที่ไม่คิดเงินค่าอาหารในครั้งนี้ขอรับ ขอบคุณที่นำของดีๆ มาประมูลกับทางโรงประมูลจ้าวหยงขอรับ” ชายเจ้าของโรงประมูลกล่าวบอกด้วยท่าทางยินดี
“ขอบคุณมาก” ซีเหลียนฮวาตอบพลางลุกขึ้นพลางคิดว่าจะซื้อตัวคนที่ทำถังหูลู่กลับแคว้นซิวไปด้วย ก่อนจะใส่แหวนมิติใส่แหวนมิติของเธอที่ใส่อยู่ที่นิ้วนางข้างขวาทันที
“ขอให้เดินทางปลอดภัยขอรับ” ชายเจ้าของโรงประมูลกล่าวบอกก่อนจะยืนส่งลูกค้ารายใหญ่ของตัวเองกลับไป
ทั้งหมดเดินกลับไปที่พักเพื่อที่จะพักผ่อน จะได้มีแรงในการดูการประลองในวันพรุ่งนี้
“ท่านอ๋อง” ซีเหลียนฮวาพูดเสียงแผ่วเมื่อถูกคนตัวโตอุ้มขึ้นเตียงหลังจากที่เข้ามาในห้อง
“เรียกข้าว่าเหวยหลง” ซิวเหวยหลงกล่าวบอกพลางจูบที่แก้มของซีเหลียนฮวาเบา
“ไม่เอาเจ้าค่ะ ข้าชอบเรียกท่านอ๋อง” ซีเหลียนฮวาร้องบอกเพราะเรียกแบบนี้เธอรู้สึกว่าตัวให้ความเคารพซิวเหวยหลง อีกอย่างมันให้ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังอ้อนซิวเหวยหลงเวลาเรียกเขาแบบนี้
“ตามใจเจ้า” ซิวเหวยหลงบอกพลางถอดชุดของซีเหลียนฮวาออกทันที เขาไม่เรื่องมากอยู่แล้วว่านางจะเรียกเขาว่ายังไง แต่ตอนนี้เขาขอจัดการนางก่อนก็แล้วกัน