“คงไม่มีอะไรตามมาเล่นงานอีกหรอกนะ”
แอนเดอร์สันปิดประตูห้อง โชคยังดีที่วิทยาลัยไม่ได้ใช้ห้องรวม มีเพียงห้องน้ำเท่านั้นที่ต้องใช้งานร่วมกัน ดังนั้นเขาจึงพอมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่บ้าง ทันทีที่เขามาถึงห้องนอนตัวเอง แอนเดอร์สันไม่รอช้าเรียกตั๋วที่พึ่งได้จากระบบมาทั้ง 5 ใบก่อนที่ตรงหน้าของเขาจะเผยให้เห็นวงล้อขนาดใหญ่มีของรางวัลมากมายเขียนเอาไว้
“จะเปลี่ยนของรางวัลทุกๆเดือนสินะ งั้นก็หมายความว่าถ้าเดือนไหนเราไม่สามารถสุ่มได้ของที่้าหากผ่านไปแล้วของสิ่งนั้นจะหายไป”
แอนเดอร์สันรู้สึกใจหาย แต่เขาก็ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปเพราะคิดว่าของที่หายไปอาจจะมีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่ ตอนนี้สิ่งหลักๆที่เขาเห็นบนวงล้อคือพลังเวทย์มากมายหลายปี ไม่ว่าจะเป็ช่องพลังเวทย์ 1 ปี พลังเวทย์ 2 ปีหรือจะเป็พลังเวทย์ 100 ปีที่เหมือนจะเป็รางวัลใหญ่ อย่างไรก็ตามบนวงล้อส่วนมากล้วนเป็ช่องของพลังเวทย์ 1 ปี
ในโลกใบนี้ที่เป็โลกของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและเวทมนตร์มีการแบ่งระดับจอมเวทย์ด้วยการใช้หลักเกณฑ์นับปี ยกตัวอย่างเช่นนักเวทย์ 1 ปี นักเวทย์ 5 ปี นักเวทย์ 100 ปี ยิ่งระดับนักเวทย์มีจำนวนปีที่มากก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ซึ่งพลังเวทย์แต่ละปีหาได้จากการศึกษาและทำความเข้าใจเวทมนตร์ที่มีให้เรียนในมหาวิทยาลัยหรือจากเกทในโลกมิสเทอรี่ ซึ่งการทำความเข้าใจกับเวทมนตร์นี้เป็วิธีเก็บสะสมพลังเวทย์ได้ช้ามากๆ แต่ก็มีอีกวิธีที่นักเวทย์ใช้งานเพื่อสะสมพลังเวทย์ให้ได้เร็วไว วิธีนั้นคือการดูดกลืนสิ่งต่างๆที่มีพลังเวทย์บรรจุเอาไว้จากมิติมิสเทอรี่ อย่างไรก็ตามทุกสิ่งที่มีพลังเวทย์อยู่ด้านในล้วนแล้วมีวิธีได้มาที่อันตรายต้องนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้เก็บสะสมพลังเวทย์ได้เร็วขึ้น
“ต้องสุ่มสินะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังวงล้อเสี่ยงโชค สิ่งที่เขาหมายตาเอาไว้มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็ช่องที่ทำให้เขาเข้าใจเวทย์พายุเพลิง เวทย์ฝนอุกกาบาต เวทย์แรงโน้มถ่วง เวทย์สายฟ้าฟาด เวทย์ทั้งหมดที่เขามองเห็นนั้นเป็เวทย์ระดับ 4 ทั้งหมด ซึ่งเป็เวทย์ที่อยู่ใน่นักเวทย์ 301 ปีถึง 400 ปีใช้งานได้ นอกจากนั้นยังมีอาวุธเวทย์วางเอาไว้หลายชิ้น พวกมันแต่ละชิ้นล้วนเป็อาวุธเวทย์ระดับ 4 เช่นกัน
ซึ่งวงเวทย์มีการแบ่งออกเป็หลายระดับด้วยกันมีั้แ่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 8 และยังคาดว่าจะมีระดับที่สูงกว่านี้ขึ้นไป การจะระบุว่าใครสามารถใช้เวทย์ระดับใดได้บ้าง เหล่านักเวทย์จะใช้วิธีการดูพลังเวทย์สะสมของแต่ละคน
พลังเวทย์ั้แ่ 1 ปีไปจนถึง 100 ปี จะใช้ได้เพียงแค่เวทย์ระดับ 1 เพียงเท่านั้น
พลังเวทย์ั้แ่ 101 ปีไปจนถึง 200 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 2
พลังเวทย์ั้แ่ 201 ปีไปจนถึง 300 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 3
พลังเวทย์ั้แ่ 301 ปีไปจนถึง 400 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 4
พลังเวทย์ั้แ่ 401 ปีไปจนถึง 500 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 5
พลังเวทย์ั้แ่ 501 ปีไปจนถึง 600 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 6
พลังเวทย์ั้แ่ 601 ปีไปจนถึง 700 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 7
พลังเวทย์ั้แ่ 701 ปีไปจนถึง 800 ปีจะใช้เวทย์ได้ถึงระดับ 8
สำหรับระดับอาวุธเวทมนตร์ มีการแบ่งเอาไว้ 8 ระดับเหมือนกับเวทย์ ผู้ที่สามารถถือครองได้จะดูจากพลังเวทย์สะสมเช่นกัน วิธีจดจำทำได้ง่ายเป็อย่างมาก หากนักเวทย์สามารถใช้เวทย์ระดับ 5 ได้หมายความว่าอาวุธที่ถือก็สามารถใช้ได้สูงสุดถึงอาวุธเวทย์ระดับ 5 เช่นเดียวกัน
“เอาล่ะ ตั๋วใบแรก”
แอนเดอร์สันฉีกตั๋วใบแรกออกเป็สองส่วนก่อนที่มันจะสลายกลายเป็ละอองแสงสีทอง ทันทีที่ตั๋วหายไปวงล้อตรงหน้าก็เริ่มหมุนด้วยความรวดเร็วเพื่อสุ่มสิ่งที่แอนเดอร์สันจะต้องได้ ภายใต้การหมุนจนตาลายแอนเดอร์สันได้จ้องมองไปยังหัวลูกศรที่กำลังชี้ช่องมากมายของวงล้อที่กำลังเลื่อนผ่าน
“หยุด หยุด หยุดสิ หยุด”
เล็บเท้าจิกลงไปบนรองเท้าจนทำให้เกิดเสียง พลางบิดเอวจนตัวเอียงลุ้นไปกับวงล้อที่ค่อยๆหยุดหมุน ทันทีที่วงล้อหยุดเข็มสีแดงที่ชี้ไปบนวงล้อก็ปรากฎข้อความบอกสิ่งที่แอนเดอร์สันได้จากการใช้ตั๋วในทันที
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
วูป!
ความรู้สึกเหมือนกับกินยาชูกำลังวิ่งไปทั่วร่างแอนเดอร์สัน สร้างความตกตะลึงให้กับเขาเป็อย่างมาก เพียงพลังเวทย์ 1 ปีที่ถูกเพิ่มเข้ามาในร่างกายของเขาที่เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็ซุปเปอร์ฮีโร่ในหนังของโลกก่อน เพียงแค่มองกำแพงเขารู้สึกได้ว่ามันน่าจะนุ่มอย่างกับขนมปัง ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้าชกมันเพราะต้องเสียค่าซ่อมเอง
ตั๋วอีกใบถูกฉีกอีกครั้งจากนั้นแอนเดอร์สันก็เริ่มนั่งลุ้นว่าเขาจะได้อะไรจากวงล้อที่มีของเขียนเอาไว้มากมาย ทันใดนั้นเขาต้องถอนหายใจเมื่อสิ่งที่ได้ยังคงเป็ของสิ่งเดิม
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
“มันต้องได้ของดีสักอย่างละนะ”
วงล้อเริ่มหมุนอีกครั้ง แอนเดอร์สันยังคงลุ้นตัวโก่งเช่นเดิม แต่แล้วเขาต้องถอนหายใจออกมาเช่นเดิมเมื่อสิ่งที่ได้ยังคงเป็พลังเวทย์สะสม
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
[ยินดีด้วย ท่านได้รับพลังเวทย์ 1 ปี]
“ใบสุดท้ายแล้วนะ”
ตั๋วถูกฉีกอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้แอนเดอร์สันไม่มองวงล้อเลยสักนิด ในความคิดของเขาสิ่งที่ได้คงไม่ต่างจากเดิม ทันใดนั้นเองเสียงพลุมากมายก็ได้ะเิออกมาจากวงล้อส่งสัญญาณให้เขารู้ว่ามันได้รางวัลใหญ่
[ยินดีด้วย ท่านได้รับฉายาผู้ใช้สายลม ผลพิเศษ ทำให้เวทย์ลมทั้งหมดทรงพลังยิ่งขึ้น 1 เท่า]
แอนเดอร์สันเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ ถึงมันจะไม่ใ่เวทย์หรืออาวุธเวทย์อย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้ ฉายาที่ได้กลับส่งผลคลุมเวทย์ธาตุลมทั้งหมด เขาจึงรีบวิ่งไปเปิดหมอนแล้วหยิบหนังสือออกมาจากที่นอน เผยให้เห็นหนังสือธาตุลมที่ได้จากตระกูลแม่ของตน
“ฮ่าๆ เป็เื่บังเอิญสินะ”
แอนเดอร์สันหัวเราะลั่นหนังสือเวทย์ที่แม่ของเขามอบเอาไว้ให้นั้น เป็หนังสือเวทย์ไร้ระดับ ซึ่งมันหมายความว่าเวทย์ที่เขาใช้งานหลังจากทำความเข้าใจเวทย์จากหนังสือนี้ได้สำเร็จ มันจะเพิ่มระดับไปกับตัวของผู้ใช้ แล้วหนังสือเวทย์ในมือของเขายังเป็หนังสือเวทย์ธาตุลม จึงส่งผลให้เขาหัวเราะไม่หยุด หลังจากได้ความทรงจำคืนมาจนตัวเองหายเป็คนโง่งม นอกจากจะกลายเป็นักเวทย์ที่มีพลัง 4 ปีแล้ว ยังได้รับฉายาและเวทมนตร์ที่เข้ากันได้ดีมาใช้งาน
“ภูติสายลมจำแลงร่าง”
ชื่อหนังสือเวทย์อ่านออกเสียงเบาๆ ก่อนที่แอนเดอร์สันจะเข้าไปดูเนื้อหาหน้าแรกที่เป็คำโปรยของมัน ทันทีที่เขาได้อ่านเกี่ยวกับความสามารถของเวทย์ที่มีเพียงสายเืจากตระกูลของแม่เท่านั้นที่เรียนรู้ได้นั้น แอนเดอร์สันถึงขั้นสั่นไปทั่วร่างกาย ถ้าเขาสามารถเรียนรู้และเข้าใจจนสามารถใช้เวทย์นี้ได้ เขาจะสามารถสร้างร่างจำแลงธาตุลมขนาดใหญ่ขึ้นมาครอบตัวเพื่อใช้ในการโจมตี เขาไม่จำเป็ต้องร่ายเวทย์มากมาย เพียงแค่ใช้วงเวทย์นี้สำเร็จ ร่างจำแลงที่สร้างขึ้นสามารถปลดปล่อยการโจมตีทุกอย่างให้กลายเป็เวทย์ลมได้
“ขอล่ะ ขอให้ความสามารถในการทำความเข้าใจของฉัน เข้าใจสิ่งที่เรียกว่าวงเวทย์ได้เร็วๆด้วยเถิด”
แอนเดอร์สันพนมมือขอร้องให้ตัวเองสามารถเข้าใจวงเวทย์ได้ง่ายดาย แม้เขาจะมีระบบยั่วยุความตาย มันกลับเป็ระบบที่ทำให้เขาแข็งแกร่งหลังจากหลุดรอดจากความตายมาได้ ดังนั้น่เวลาที่เขาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความตายจึงต้องพึ่งความสามารถของตนเอง โดยเขาหวังว่าเวทย์ประจำตระกูลของแม่จะเข้าใจได้ภายใน 1 เดือน เนื่องจากว่าตามหลักสูตรเขาจำเป็ต้องเดินทางไปยังมิติมิสเทอรี่ในอีก 1เดือนข้างหน้าเพื่อทดสอบที่นั้น จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเลือกศาสตร์ของเวทย์ที่เขา้าเรียนรู้หลังจากวิทยาลัยปล่อยให้นักเรียนได้ตามหาความเหมาะสมใน่เดือนแรกที่เข้าเรียนที่นี่
—---------------------------
“ว่ายังไงนะ”
ลูกชายคนที่ 10 ของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ย่นคิ้วหลังจากได้รับฟังข่าวที่ดูน่าเหลือเชื่อเกินไป จากการลงมือเล็กๆน้อยๆเขาคิดว่าน้องชายผู้โง่เขลาจะต้องพบจุดจบที่น่าสังเวช ข้อมูลที่รายงานเมื่อครู่นี้เองกลับบอกรายละเอียดว่าน้องชายคนที่ 11 ของเขารอดพ้นจากทุกข้อกล่าวหา ไม่มีใครสามารถลงโทษถึงขั้นไล่เขาออกจากการเป็นักเรียนได้
ไม่เพียงเท่านั้นน้อง 11 ยังสามารถสวนกลับเพื่อนสนิทที่หักหลังได้อีก จนทำให้ปีเตอร์ถึงขั้นถูกพักการเรียนเป็เวลา 1 ปี แต่ที่น่ารำคาญที่สุดคือการสาวมาถึงตระกูลซิกฟรีท
อย่างไรก็ตาม เื่ราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นกลับส่งไปไม่ถึงสหพันธ์ เื่ทั้งหมดล้วนหล่นกลางทางไม่สามารถเชื่อมโยงเอาผิดตระกูลซิกฟรีทได้ มันไม่ใช่เื่ยากเลยที่จะทำให้คดีความหลุดออกจากการเดินทางด้วยการใช้อำนาจของตระกูลใหญ่
“แล้วมันทำยังไงถึงรอดมาได้”
พ่อบ้านเล่ารายละเอียดที่แอนเดอร์สันทำครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่พี่ 10 ของเขาจะย่นคิ้วเนื่องจากน้องชายตนเองเหมือนจะมีความสามารถในการคิดมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
“แล้วคนที่ทำงานพลาดล่ะ”
“นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมได้สั่งคนให้ลงไปจัดการเื่นี้แล้วครับ”
“ดี ส่วนน้องชายของฉันปล่อยให้ดีใจไปสักระยะก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะในการเล่นสนุกกับเขา”
—-----------------------------
“ไอ้ลูกเวร แกไปยอมรับผิดทำไม ไอ้ลูกเวรเอ๊ย!”
พ่อและแม่ของปีเตอร์ผลัดเปลี่ยนกันทุบตีด้วยความโกรธ หลังจากลูกกลับมาถึงบ้านพร้อมกับข่าวร้ายที่เล่าให้ฟัง ทำให้พวกเขาโกรธเป็อย่างมากที่ลูกชายยอมรับผิด การถูกพักการเรียนสำหรับพวกเขาสองคนไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่การยอมรับผิดจนทำให้ตระกูลซิกฟรีทไม่พอใจ ส่งผลร้ายต่อตัวพวกเขามากกว่าการถูกพักการเรียน
ก็อกก็อกก็อก
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นเบาๆพอให้ได้ยินเสียง เหล่าพ่อแม่ที่กำลังทุบตีจึงหยุดมือแล้วหันมองจ้องหน้ากัน พวกเขาไม่น่าจะมีเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักมาเคาะประตูในตอนนี้ ทันทีที่ออกไปส่องประตูดูว่าใครมานี้เอง ใบหน้าผู้เป็พ่อถึงกับขาวซีดเพราะคนที่อยู่หน้าประตูสวมสูทสีดำ ถึงจะไม่แสดงตัวตนว่ามาจากสังกัดใดก็ตาม เขาพอรับรู้ได้ว่าเป็คนของตระกูลซิกฟรีท
“แย่แล้วแม่ ตระกูลซิกฟรีทส่งคนมาหาพวกเรา”
ปีเตอร์หันมองพ่อของตนที่กำลังแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าตระกูลซิกฟรีทจะกล้าลงมือเพราะเื่นี้ทางวิทยาลัยส่งเื่ให้สหพันธ์แล้ว ต่อให้เป็ตระกูลซิกฟรีทก็ไม่น่าจะกล้าเข้ามาฆ่าพวกเขาที่มีเื่บาดหมางกับแอนเดอร์สัน
“ไอ้ลูกเวร แกกำลังนำความซวยมาให้เรา เก็บข้าวของเร็วเข้า”
ของใช้จำเป็เก็บใส่กระเป๋า พวกเขาจะออกประตูหลังบ้าน ทันทีที่ของทุกอย่างเก็บจนหมดประตูหลังบ้านก็ถูกเปิดออกเตรียมจะพุ่งหนี ทันใดนั้นพวกเขากลับไม่สามารถพุ่งไปไหนได้เพราะชายชุดดำปิดล้อมบ้านเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
“เดี๋ยวก่อน เราน่าจะคุยกันได้ ”
“ใช่ๆ เราน่าจะคุยกันได้ เอางี้ไหม แก้ตัว เราขอแก้ตัว ใช่แล้ว เราขอแก้ตัว”
พ่อและแม่พยายามพูดพลางเก็บซ่อนความกลัว ถึงอย่างนั้นกลุ่มคนชุดดำกลับไม่สนใจ พวกเขาได้รับภารกิจให้มาจัดการทุกอย่างให้หายไป จึงไม่จำเป็ต้องมีการต่อรอง