โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 6

    พวกเขาทั้งสี่ต่างก็ไม่ได้กล่าวหรือใช้เสียงในการพูดคุยกัน แต่เมื่อโจได้พูดถึงห้องน้ำขึ้นมาเมื่อตอนก่อนจะลงมา มันกลับทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน หญิงคนนั้นคือเมย์ แน่นอนว่าเธอไม่กล้าที่จะเดินไปตรงระเบียงเพียงลำพัง มันอาจจะเป็นเพราะว่าโจนั้นนอนอยู่ใกล้ระเบียงมากที่สุด และเธอกลัวว่าเขาอาจจะแอบฉวยโอกาสมองมาที่เธอในขณะที่เธอกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ เมย์จึงสะกิดโฟร์ และทำท่าทางแบบลุกลี้ลุกลน โฟร์มองเพื่อนรักของตัวเองที่ทำท่าทางแปลกๆอย่างไม่เข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร มันเหมือนกับลิงที่อยากได้อาหารจากมือของเธอ โฟร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เมย์ก็กวักมือเรียกให้เธอนั้นตามมา โฟร์ก็ตามเธอไปที่ระเบียงอย่างว่าง่าย เมื่อไปถึงด้านนอกแล้ว เมย์ไม่รอช้าที่จะถกกางเกงของตัวเองลงเตรียมตัวที่จะฉี่ แล้วก็ใช้นิ้วมือสองนิ้วชี้ไปที่ตาก่อนจะหันไปชี้ทางโจ ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้โฟร์ก็เข้าใจได้ในทันที และดูต้นทางให้กับเธอ และไหนๆก็ไหนๆแล้ว โฟร์ก็จัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองด้วยเช่นกัน หลังจากที่ทั้งสองเสร็จกิจแล้วก็กลับมานอนยังที่ของพวกเธออย่างเบาเสียง เมื่อทั้งสองหลับไปแล้วโจที่หลับตาก็ยิ้มออกมาท่ามกลางเงามืดที่ไม่มีใครได้เห็น เขามองไปยังผ้าม่านที่มัดติดอยู่ปลายขอบประตูระเบียงก่อนจะกล่าวขึ้นมาภายในใจของตัวเอง ‘ผ้าม่านก็มี ทำไมถึงไม่ปิดกันสักหน่อยล่ะ.. ไม่เข้าใจผู้หญิงสมัยนี้เลยจริงๆ เป็นพวกชอบโชว์หรือยังไงกัน แต่ก็ช่างเถอะ ถือซะว่าเป็นอาหารตาไปก็แล้วกัน..’ ก่อนที่เขาจะพักผ่อนเพื่อจะได้มีแรงคิดทำอะไรในวันพรุ่งนี้เช้า และจากการคาดเดา มันก็คงจะหนักมากพอดู ในเวลาตีห้าเศษๆที่มันมีแต่ความมืดมิด บรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกอยู่ตลอดเวลา เสียงร้องของเหล่าซอมบี้ไม่ใกล้ไม่ไกลต่างก็ร้องกันให้ทั่วราวกับกำลังไล่ล่าอะไรบางอย่าง เสียงระเบิดทำให้โจ และสาวๆต่างสะดุ้งตื่นขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ดังไปทั่วทั้งบริเวณ โจรีบลุกขึ้นมา เขาหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อที่จะได้มองดูสถานการณ์ โจทำมือส่งสัญญาณให้สาวๆอยู่นิ่งๆกันไปก่อน ส่วนเขาจะออกไปดูลาดเลาเอง โจปีนขึ้นมายังชั้นดาดฟ้าก่อนจะเห็นกลุ่มควันที่ลอยออกมาอีกฝั่งหนึ่ง ที่เป็นชุมชนแอร์อัดบริเวณตลาด ไม่รอช้าโจรีบหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาทันที และภาพที่เขาได้เห็นนั้นก็คือมนุษย์กลุ่มหนึ่ง และน่าจะเป็นพวกเด็กแว้นเป็นกลุ่มหลายสิบคนกำลังต่อสู้กับพวกซอมบี้อยู่ แน่นอนว่าถ้าดูจากสถานการณ์แล้วพวกเขาน่าจะทนหิวกันไม่ไหวจึงออกมาหาอาหาร แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะมีแผนที่ดีพอสมควร ถ้าจากการคาดการณ์แล้ว กลุ่มเด็กแว้นน่าจะสร้างระเบิดมือรวมถึงระเบิดเพลิงจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่พวกเขาถนัด หรือจะเรียกสั้นๆว่าอาวุธไทยประดิษฐ์ แน่นอนว่าผู้คนจากตึกข้างๆเองก็มองไปทางนั้นเช่นเดียวกัน  เหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เสียงของระเบิดกลับพาเหล่าซอมบี้จำนวนไม่น้อยเคลื่อนตัวไปยังจุดนั้น รวมถึงเหล่าซอมบี้ในเขตนี้เกือบทั้งหมด พวกมันวิ่งไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังมีบางตัวที่ไม่สามารถออกไปได้ และมันก็อาจจะทำให้งานของเขาง่ายขึ้นไปอีกในวันพรุ่งนี้เช้า เหตุการณ์ของพวกวัยรุ่นมันเริ่มจากการเบี่ยงเบนความสนใจพวกซอมบี้ และกลุ่มคนจำนวนกว่าสิบคนก็วิ่งเข้าไปหยิบอาหารเท่าที่พวกเขาจะขนกันไหวออกมาจากร้านสะดวกซื้อ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพลาดอยู่เหมือนกัน แม้จะได้อาหารตามที่ตัวเองต้องการแล้ว แต่ก็สูญเสียเพื่อนไปหนึ่งคนที่ถูกโจมตีโดยซอมบี้เจ้าของร้านสะดวกซื้อ  โจเอาใจช่วยให้พวกเขาสามารถหนีไปได้ แต่สถานการณ์มันกลับยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อกลิ่นของศพนั้นมันลอยออกไปทั่วบริเวณ และกลิ่นเหงื่อของพวกเขาอีก 9 คนที่เหลือที่ไหลออกมาเป็นทางบอกตำแหน่งกับพวกซอมบี้ ซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็วิ่งไปตามพวกเขา ผ่านรั้วกรงเหล็กไป จนผ่านไปถึงเขตโกดังเก็บของเก่าที่หนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันในย่านนี้ โชคดีที่มันมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ของโกดังช่วยชีวิตของพวกเขาอยู่ แต่มันก็ไม่ทำให้ซอมบี้พวกนี้หยุดที่จะตามกลิ่นของพวกเขา  พวกมันล้อมสถานที่นี้เอาไว้ มันใช้มือที่พวกมันมีทุบไปทุกส่วนของโกดังก่อนที่จะร้องออกมาโหยหวน โจมองดูอยู่อีกสักพัก ก็คาดการณ์ว่าพวกเขาคงจะปลอดภัยแล้ว เพราะจากที่ดูซอมบี้พวกนี้มันก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไร ไม่นานพระอาทิตย์ก็ขึ้นจากขอบฟ้า โจปีนกลับมารับตัวสาวๆขึ้นมาข้างบนดาดฟ้า แน่นอนว่าพวกเธอก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น โจเองก็ตอบกลับไปอย่างไม่มีอะไรปิดบัง เมื่อคุยเรื่องนี้จบแล้ว โจก็เริ่มพูดแผนของตัวเองออกมา “พวกเธอเห็นทางเข้าประตูนั้นไหม.. อย่างแรกที่เราจะต้องทำก็คือไปปิดประตูทั้งด้านหลัง และทั้งประตูด้านหน้ามันเป็นประตูเหล็กทึบ ถ้าเราปิดมันได้ มันจะทำให้อพาร์ทเม้นท์ของพวกเราเป็นพื้นที่ปิดทันที และต่อจากนั้นเราจะทำการเคลียร์ตึกนี้ให้สะอาดปราศจากเหล่าซอมบี้กัน..” โจกล่าว“ประตูนั้นมันเก่าแล้ว มันน่าจะทำให้เกิดเสียงดังได้ แล้วพวกซอมบี้มันจะไม่มาทางเราเอาเหรอ..” เมย์กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะประตูนั้นมันทั้งหนัก และก็ทั้งเก่า มันพร้อมจะทำให้เกิดเสียงของการเสียดสีของเหล็กกับสนิมที่เกาะอยู่ให้ดังไปทั่ว“ใช่ๆ แล้วอีกอย่างที่บอกว่าจะทำให้ที่นี่ปราศจากซอมบี้ แปลว่าเราต้องต่อสู้กับพวกมันอย่างนั้นเหรอ และจะสู้อย่างไรล่ะ อาวุธสักชิ้นก็ยังไม่มีเลย.. แล้วจะฆ่าพวกมันอย่างไรกันล่ะ..” โฟร์กล่าวออกมาเสริมทัพ ส่วนมายด์ที่ได้ยินว่าจะมีการต่อสู้ เธอก็ซ้อม และฟิตร่างกายเตรียมตัวสู้ในทันทีอย่างไม่สนใจอย่างอื่นเลยแม้แต่น้อย“เรื่องอาวุธไม่น่าจะเป็นห่วงเท่าไร ผมสนิทกับเจ้าของห้องข้างๆชั้นสามอยู่เหมือนกัน เขาเป็นพวกชอบสะสมอาวุธโบราณๆ น่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง แผนการเดี๋ยวบอกกันอีกที ตอนนี้ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือประตูนั้นเราจะต้องช่วยกันจัดการก่อน..” โจกล่าวและด้วยคำพูดของเขามันทำให้สาวๆถึงกับตาโตขึ้นมา“เดี๋ยวนะ.. ไอ้ที่ว่าเรานี่หมายความว่าอย่างไรกัน.. พวกเราต้องลงไปปิดประตูกับนาย?..” เมย์ถามออกมาพร้อมกับขมวดคิ้วของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ เธอยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอกลัว กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน“ก็ใช่น่ะซิ.. เธอคิดว่าฉันทำมันคนเดียวได้หรือยังไงกัน ประตูมีตั้งสองบาน แถมยังมีสองด้านแบบนี้อีก ถ้าไม่ปิดพร้อมกัน ซอมบี้มันก็เข้ามาภายในพื้นที่ได้ซิ.. ถามอะไรแปลกๆ” เมื่อโจพูดอย่างนั้น สองสาวก็หันมามองหน้ากันและกันอย่างสับสน แต่มายด์น้องเล็กของกลุ่มก็กระโดดเข้ามาตรงหน้าของโจอย่างกับดูนั่งกำลังภายใน“ไป!!ไป!!ไป!! หนูพร้อมแล้ว...” มายด์กล่าวขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางท้องฟ้า เหมือนกำลังจะทำภารกิจปกป้องโลก โฟร์กับเมย์ถึงกับถอนหายใจออกมา มันก็ช่วยไม่ได้อย่างน้อยๆมันก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย พวกเขาสี่คนฟังแผนการของโจที่เอ่ยบอก แน่นอนว่ามันทำให้พวกเธออุ่นใจขึ้นมา เพราะเมื่อได้ยินว่าซอมบี้อยู่ตรงพื้นที่โล่งได้ออกไปตามเสียงเมื่อเช้ากันหมดแล้ว ตอนนี้อาจจะมีซอมบี้บางตัวที่ติดอยู่ในห้องก็ตามทีเถอะ แต่พวกมันออกมาไม่ได้มันก็เท่านั้น  สิ่งที่พวกเขาจะต้องทำในตอนนี้ก็คือรีบปิดประตู และต้องทำให้พร้อมๆกัน เพื่อให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากที่พวกเขาได้ทบทวนแผนการทั้งหมดอีกครั้งก็เปิดประตูทางบันไดหนีไฟทันที เพราะตอนนี้ภารกิจพิชิตประตูอาพาร์ทเม้นท์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว..