ท่ามกลางฝูงคนมากมายบนชานชลารถไฟฟ้า ผู้คนต่างรีบเร่งเพื่อให้ถึงจุดหมาย สาวร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาเสื้อพอดีตัวกับกระโปรงพลีทยาวแค่เข่ากำลังเร่งรีบวิ่งลงบันไดไปให้ทันสอบเก็บคะแนนในเช้านี้ เหลือเวลาอีก 40 นาที นาถนรีมองดูนาฬิกาเรือนโตแบบสปอร์ตที่เธอชอบ เพราะมันดูถนัดตาเหมาะกับคนสายตาสั้นที่ไม่ชอบใส่แว่นอย่างเธอ ยังพอมีเวลาหาอะไรรองท้องก่อนแล้วค่อยเรียกพี่วินไปส่งหน้าตึกสอบ คณะที่เธอเรียนมีหลายสาขาวิชาให้เลือกเธอเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษตามที่เธอถนัด แม้จะอยากเลือกเรียนภาษาเกาหลีเพราะอยากตามรอยซีรีส์ยอดฮิตของเธอก็ตามแต่ก็มองว่าโอกาสในการใช้ค่อนข้างน้อย นาถนรีสาวเท้าในรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่งของเธออย่างรวดเร็วตรงไปยังร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งเ้าประจำของเธอ
"เอ้า!! น้องนา วันนี้มาเช้าจัง" ป้าจุ๋มแม่ค้าข้าวเหนียวหมูปิ้งร้องทัก
"ค่ะ ป้า หนูมีเทสต์เก็บคะแนน เลยมาเช้าหน่อย เอาเหมือนเดิมนะคะ" นาถนรีสั่งพร้อมส่งเงินให้พอดีไม่ขาดไม่เกิน พร้อมรับถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งจากแม่ค้า "ไปนะคะป้า" ป้าจุ๋มแกก็อวยพรให้สอบได้ตามหลังมายกใหญ่ นาถนรีเป็คนอัธยาศัยดียิ้มแย้มทักทายไปตลอดทางจนถึงร้านน้ำเต้าหู้ของโปรด
"เอาน้ำเต้าหู้ถุงนึงค่ะ ไม่หวาน ไม่ใส่เครื่องนะคะ" แป๊ะเ้าของร้านพยักหน้า พร้อมตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุงตามสั่ง
"ได้เลี้ยว ได้เลี้ยว" นาถนรีนับเงินเหรียญส่งให้ไม่ขาดไม่เกิน สนนราคาอาหารเช้าของเธอ 33 บาทเท่านั้น เธอเป็คนรู้จักใช้เงิน แต่เพื่อนๆ ชอบเรียกว่า "ยายงก"
ทั้งๆที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ยากจนอะไร นาถนรีอยู่บ้านสวนแถวนนทบุรีกับแม่และยาย ถึงแม้ว่าจะเป็บ้านสวนแต่ก็มีที่ดินให้เช่าทำการเกษตร และมีสวนผลไม้ตามฤดูกาลไว้ขายหลายชนิด นอกเหนือจากนี้ก็มีธุรกิจสปาแบบบ้าน ๆ ด้วย แต่นาถนรีก็หาเงินค่าใช่จ่ายส่วนตัวเองไม่ได้พึ่งทางบ้านมากนัก ด้วยเป็คนรูปร่างดี หน้าตาก็ไม่ขี้เหร่ตามสไตล์สาววัยรุ่นทั่วไป ตากลมโต แก้มป่อง ปากจิ้มลิ้มตามแบบฉบับสาวหมวยที่กำลังนิยม ด้วยเธอมีเชื้อสายจีนมาจากทางคุณตาของเธอ นาถนรีจึงรับงานพิเศษเป็พริตตี้สินค้าตามงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามแต่จะมีคนจ้าง ซึ่งก็จะมีรุ่นพี่ที่คณะที่จบไปแล้วเป็คนแนะนำงานมาให้สม่ำเสมอ งานไหนที่ไม่ติดเรียน เดินทางสะดวก ไม่กลับดึกมากเธอรับหมด เก็บเงินก็ได้พอสมควร แต่เธอไม่เคยทำตัวหรูหราฟุ่มเฟือยอะไร แต่งตัวก็แสนจะธรรมดา ๆ เลือกที่ดูดี เหมาะสมกับตัวเองเป็ใช้ได้ เมื่อต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยนี้ก็ไปอาศัยอยู่กับลุงและป้าซึ่งมีบ้านอยู่ย่านธุรกิจในกรุงเทพและไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักเพื่อสะดวกในการเดินทางมาเรียน วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เธอก็จะกลับไปอยู่บ้านสวนเพราะคิดถึงยายกับแม่ ไม่เคยห่างกันนานสักที เธอใช้ชีวิตแบบนี้จนปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็เริ่มที่จะชินกับการเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านสวน กับบ้านลุงกับป้า กลับไปทุกครั้งยายกับแม่ก้จะหาของกินต่าง ๆ ให้ติดไม้ติดมือมาฝากลุงกับป้าเสมอ จนลุงกับป้าบ่นว่ากินไม่ทันกันเลยทีเดียว
นาถนรีโบกมือหยอย ๆ เรียกพี่วินจากคิวใต้สะพานลอยให้ไปส่งหน้าคณะ แล้วรีบวิ่งไปยังโต๊ะหินแหล่งรวมพลของเธอกับเพื่อน ๆ วิชาที่สอบวันนี้เป็วิชาเลือกของภาควิชาอื่น ไม่ใช่ภาควิชาของเธอเอง ซึ่งเป็วิชาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่เธออยากลองท้าทายความสามารถของตัวเองดู ไม่บ่อยนักที่อาจารย์จะนัดสอบเช้าเก้าโมงขนาดนี้ ด้วยอาจารย์เองก็เห็นใจว่าถ้าสอบเช้าบ่อย ๆ นี่อาจจะมีหลายคนมาไม่ทันแน่ แต่วันนี้ค่อนข้างพิเศษ คุณอาจารย์มีนัดตอนเที่ยงกับเพื่อน
อ่ะ....ทำไมเรียกคุณอาจารย์น่ะเหรอ ก็คุณอาจารย์เป็พี่ชายลูกลุงกับป้าเธอนั่นเอง สนิทกันมาั้แ่เด็ก ๆ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกเพราะเธอไม่เคยทำตัวสนิทสนมตอนอยู่มหาวิทยาลัย ให้เกียรติพี่ชายเป็อาจารย์ตลอดเวลา แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง กลัวคนอื่นจะมองว่าอาจารย์ลำเอียงเข้าข้างน้อง เพราะเธอสอบได้คะแนนระดับท๊อปเกือบตลอดน่ะสิ จะมีก็แต่ ยายมิ้นท์ มนทิรา เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้
เอ...แล้วนี่ยายมินท์ไปไหน สงสัยจะยังไม่ถึง เพราะบ้านมิ้นท์อยู่ย่านรังสิตแล้วถ่อมาเรียนถึงอโศก คงจะออนเดอะเวย์ นาฬิกาบอกเวลาเหลืออีก 15 นาที ก็เลยละเลียดข้าวเหนียวหมูปิ้งกับน้ำเต้าหู้พร้อมกับอ่านชีทสรุปทบทวนแล้วก็เดินขึ้นตึก เดี๋ยวยายมิ้นท์ก็คงไปเจอกันที่ห้องเรียนนั่นแหละ
ออด.................
เสียงสัญญาณจากอาจารย์ผู้คุมสอบดังขึ้นให้นักศึกษาส่งคำตอบ และออกจากห้องสอบได้ นักศึกษากลุ่มใหญ่พากันกรูออกจากห้อง นาถนรีค่อยๆ เก็บอุปกรณ์ สายตาก็สอดส่ายหาเพื่อนไปด้วย เพราะเธอเข้าห้องสอบมาแล้วยายมิ้นท์เพื่อนรักยังไม่มาเลย อ่ะนั่นไง...ยายเตี้ยเอ้ย ยังทำไม่เสร็จแหงเลย เพราะมาสายล่ะสิ
เสียงอาจารย์กดสัญญาณอีกครั้งแล้วมองมายังคนรอเพื่อนไม่ยอมออกจากห้อง เธอทำมือส่งสัญญานขอเวลาให้เพื่อนอีกนิดนึงน่ะ พร้อมกับขยิบตา อาจารย์หนุ่มยิ้มน้อย ๆ พอดีกับจังหวะเพื่อนเธอวางปากกาพร้อมถอนหายใจยาว...
นาถนรีนั่งหัวเราะเพื่อนอยู่ข้างหลัง
"ส่งได้แล้วครับ คุณมนทิรา จะเอาท๊อปหรือไง" อาจารย์วิชญะ หรือพี่วิชของนาถนรีเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มขันในท่าทางถอนอกถอนใจของนักศึกษาสาวร่างเล็ก
"เฮ้อ.....เกือบทำไม่ทันแน่ะค่ะ อาจารย์ รถติดมากกกกกวันนี้ หนูสายเลย" สาวร่างเล็กนามว่ามนทิราเอ่ยพร้อมกับเป่าปาก "เื่ท๊อปคงไม่มีหวังหรอกค่ะ ตราบใดที่ยังลงเรียนพร้อมยายนา รายนั้นจองท๊อปหรือไม่รองท๊อปตลอดแล้วมิ้นท์จะไปหวังอะไรได้"
"แน่ะ...พูดอย่างนี้ เดี๋ยวเถอะ ถ้าผลสอบออกมาเป็มิ้นท์ท๊อปนะ จะให้พี่วิชพาไปเลี้ยงมื้อใหญ่เลย ดีไหมพี่วิช" เสียงหวานๆ ของนาถนรีแทรกขึ้นมาจากข้างหลังพร้อมกับรอยยิ้มสดใส นักศึกษาคนอื่น ๆ พากันออกนออกห้องไปแล้วและไม่ได้มีใครสนใจมากนัก นาถนรีก็เลยเรียนอาจารย์ว่าพี่วิชเฉย ๆ ได้
"อ้าว เกี่ยวอะไรกะพี่ล่ะ พี่ไม่ได้สอบด้วยนะ เราน่ะหาเื่ให้พี่จ่ายตังค์ตลอด" อาจารย์พี่บ่นพลางเก็บกระดาษคำตอบใส่ซองเรียบร้อย
"เออ...นี่ใกล้เที่ยงแล้ว ว่างหรือเปล่ายายนา พี่จะแนะนำเพื่อนที่จะฝากเราไปฝึกงาน วันนี้มันนัดจะมาคุยกับพี่เื่สัญญาร่วมมือพอดี"
"นาว่างค่ะ แต่เดี่ยวขอไปเอาหนังสือคืนห้องสมุดก่อนแล้วนาตามไปนะ ให้ไปที่ไหนคะ" หญิงสาวมองหนังสือ2-3 เล่มในมือที่ยืมมาทำรายงาน
"ที่ภาคพี่แหละ แล้วเดี๋ยวไปกินข้าวด้วยกันเลย เดี๋ยวให้ท่านประธานเลี้ยง" อาจารย์พี่เอ่ยเสร็จ ก็เดินแยกไป ปล่อยสองสาวไปห้องสมุดกันลำพัง
ระหว่างทางไปอาคารหอสมุดของมหาวิทยาลัยซึ่งรถจอดกันเรียงราย นาถนรีมัวแต่ก้มค้นหาโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงเรียกเข้าในกระเป๋าผ้าใบโตจนไม่ได้มองทางข้างหน้า
ปึก.... ฝับ... พลั้ก.... อุ้ย.... โอย....... เสียงต่างๆ ประดังเข้ามาในสมอง เธอชนเข้ากับอะไรบางอย่าง ไม่สิ คน ใครบางคน
"ขะ ขะ ขอโทษค่ะ โอย.." ภาพสาวน้อยลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าพร้อมกับกระเป๋าผ้าใบโต ของกระจัดกระจาย และหนังสือ 2-3 เล่มตกลงพื้น ทำให้ร่างสูงเพรียวของคนที่ถูกชนยืนจังก้า อมยิ้มกึ่งเอ็นดูกึ่งขำ
"เป็อะไรไหมครับ" เสียงทุ้มสำเนียงแปร่ง ๆ เอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือมาจะช่วยพยุง
"ไม่เป็ไรค่ะ" นาถนรีเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับวางมือเรียวเล็กบนมือใหญ่ ขาว นิ่มแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอชน ทันใดนั้นเองเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน เมื่อเธอประสานสายตาเข้ากับดวงตายาวรีสีดำสนิทที่มีแววหัวเราะคู่นั้น
นี่มัน.... ผู้ชายในฝันของฉันนี่ โอววว....หล่อ หล่อ โคตรหล่อ สายเกาชัดๆ โอววว.......โอปป้าของฉัน พระเอกของชั้น
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
"คุณ คุณ คุณ เป็อะไรไหม" เสียงทุ้มร้องเรียกหนัก ๆ และเหมือนมีอะไรมาโบกอยู่ตรงหน้า ทำให้นาถนรีตื่นจากภวังค์
"เอ่อ...ไม่เป็ไรค่ะ เอ่อ คือ ขอโทษค่ะ" สาวน้อยรีบลนลานเก็บของและหนังสือที่ยืมมาใหม่ใส่กระเป๋า สำรวจเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง แล้วรีบเอ่ยขอโทษ ขอโพยอีกครั้ง ตาก็ไม่อาจจะละไปจากใบหน้าของพระเอกในฝันได้เลย พอเขาคนนั้นเอ่ยถามทางไปไหนสักแห่งซึ่งเธอฟังแล้วก็ชี้ทางไปตามความรู้สึกโดยไม่ได้จดจำอะไรได้อีกเลย
ตายแล้ววววววว ฉันเจอพระเอกของฉันนนนนน พ่อของลูก โอ....พระเ้า สาวน้อยในชุดนักศึกษาเดินแยกไปพร้อมกับพึมพำในใจก็กรี๊ดในใจ เดินตัวลอย สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปตลอดทาง