หลังจากที่วรวิทย์ประสบอุบัติเหตุทำให้ข้อเท้าหักทั้ง2 ข้างต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล “ผลเอ็กซ์เรย์ออกแล้วนะครับคุณวรวิทย์โชคดีมากเลยครับที่กระดูกไม่หักแค่ร้าวนิดหน่อยครับมีอาการบวมจากการกระแทกอย่างแรงครับ หมอให้พักใช้เท้าสัก 1 สัปดาห์...แล้วใช้ไม้ค้ำแทนน่าจะโอเคครับ”
“ขอบคุณมากครับคุณหมอ”
“ผมต้องขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียคุณวิไลพรด้วยครับ…”
“ขอบคุณครับ”
“ลูกเจนอาการเป็งัยบ้างครับ?”
“ไม่มีอาการาเ็ใดๆแต่มีอาการหวาดผวาตามวัยครับ มีอารมณ์แปรปรวนบ้าง หมอคิดว่าไม่น่าเป็ห่วงไม่น่าหนักใจครับ...เด็กรับรู้เื่การจากไปของคุณแม่ใช้เวลาค่อยๆ ปรับสภาพจิตใจ เด็กที่อยู่ใกล้ชิดกับแม่มากๆ หมอคงบอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าใดแต่หมอแนะนำให้คุณวรวิทย์พยายามอยู่กับลูกให้มากขึ้น ให้ใกล้ชิดกว่าเดิมครับแล้วเวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งครับ”
“ขอบคุณมากครับ...คุณหมอ”
“หมอขอตัวก่อนครับ”
“นายท่านก็ต้องพักผ่อนรักษาตัวเองให้หายเร็วๆ ด้วยนะคะ”ป้ามุกพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยวรวิทย์เป็อย่างมาก
“หมู...แล้วเื่ที่ให้ไปจัดการเป็งัยบ้าง”
“ตอนนี้นายหญิงอยู่ที่วัดแล้วครับ.....นายใหญ่ดูแลอยู่ครับ”
“อืมๆขอบใจมากนะ”
“นายท่าน.....นาย..เื่ที่เกิดขึ้น....ผม....ผม..”หมูพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยเป็อย่างยิ่ง
หมูยังพูดไม่จบประโยคเท่าใดนักวรวิทย์รีบพูดแทรกทันที “ไม่เป็ไร...ผมเข้าใจดีว่ามันเป็อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นมาหรอก...หมูทำดีที่สุดแล้ว”
คำพูดของวรวิทย์ทำให้หมูมีสีหน้าดีขึ้นมาบ้าง“นายเองก็เจ็บตัวเหมือนกัน...มุกพาหมูกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเดี๋ยวพยาบาลก็พาลูกเจนมานอนกับผมแล้ว”
“ค่ะนายท่าน...พรุ่งนี้เช้ามุกจะทำอาหารมาเยี่ยมนะคะ้าทานอะไรเป็พิเศษไหมคะ?”
“ไม่เป็ไรมุก...อาหารของโรงพยาบาลก็เต็มไปหมดแล้ว”
เจนจิรากับไพโรจน์ยืนมองรูปภาพวรวิทย์และวิไลพรที่ติดอยู่ผนังด้านหนึ่งของห้องกันเพียง2 คน “หลังจากที่พ่อของหลานพักรักษาตัวในโรงพยาบาลได้เพียงวันเดียวพ่อหนู้าออกมางานวิไลพรพ่อหนูอยากจัดงานให้กับวิไลพรเป็ครั้งสุดท้ายอย่างดีที่สุดเท่าที่ตัวเขาจะทำได้...หลานรู้ไหมว่าคุณพ่อเสียใจมากขนาดไหนกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในครั้งนั้น...คุณหมอต้องให้ยานอนหลับทุก12 ชั่วโมงตลอดทั้ง 3 เดือน พ่อหนูมีอาการกระวนกระวายใจ หวาดผวา ตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาสะดุ้งตื่นแทบจะทุกชั่วโมง คุณพ่อของหลานไม่้าอยู่โรงพยาบาลแม้แต่วินาทีเดียว”
ไพโรจน์เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อว่า“อุบัติเหตุครั้งนั้นถูกบันทึกไว้ได้โดยบังเอิญด้วยกล้องตามที่หลานเห็น พวกเราทุกคนได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดหลังจากนั้นไม่นานหลานเป็คนเดียวในครอบครัวที่ยังไม่เคยได้ดูคลิปเหตุการณ์ครั้งนั้น ด้วยเหตุผลที่พ่อหลานขอกับทุกคนไว้ว่า...ไม่้าทำร้ายความรู้สึกของหลานซ้ำอีกแต่วันนี้ฉันคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่หลานต้องรู้ว่า ความจริงของอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็อย่างไร”
“หนูเข้าใจพ่อผิด...ผิดมาโดยตลอด…”
คำพูดของเจนทำให้ไพโรจน์ต้องหันมาบีบไหล่เจนเบาๆ“วรวิทย์ทำดีที่สุดเท่าที่คนเป็พ่อจะทำได้แล้ว...ฉันเชื่อว่าความจริงไม่ทำร้ายใครตอนนี้หลานโตมากพอที่จะรับรู้ความจริงได้แล้ว...คำพูดสุดท้ายที่คุณแม่ฝากให้พ่อก็คือช่วยเลี้ยงดูหลาน..แทน....ด้วย”
หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของไพโรจน์ทำให้เจนเดินมาดูรูปคุณแม่ที่ติดอยู่ฝาผนังเอื้อมมือลูบไป-มา
“หลังจากนั้นคุณพ่อหลานก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้มาโดยตลอดพ่อของหลานเฝ้าเลี้ยงดูหลานเป็อย่างดี ในความคิดของฉัน เขาทำหน้าที่เป็ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันได้ดีทีเดียว....ตอนที่มุกเล่าให้ฉันฟังครั้งแรกว่าหลานห่างเหินกับวรวิทย์มากเหลือเกิน มากจนแทบจะไม่ใช่พ่อลูกกันด้วยซ้ำ ฉันได้ฟังครั้งแรกฉันแทบไม่เชื่อคำพูดของมุกเลยนะ”
“มันเป็ไปได้ยังงัยที่หลานเจนจะไม่ถูกกับวรวิทย์จนมุกบอกกับฉันว่า จุดเริ่มต้นของความไม่พอใจมาจากอุบัติเหตุครั้งนี้”
“เื่จริงค่ะ...หนูเป็ลูกที่โง่แต่อวดดีถือดีค่ะ”
ไพโรจน์ยิ้มเล็กน้อย“ฉันคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่หลานต้องรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นทุกเื่...หลานจำถุงเก่าๆ6 ใบที่อยู่ในห้องนั้นได้ไหม?”
“จำได้ค่ะ”
“นั่นเป็ถุงใส่น้ำนม6 ถุงสุดท้าย ก่อนเกิดอุบัติเหตุ...แม่ของหลานต้องออกไปช่วยพ่อทำงานอย่างหนักทำให้ไม่ค่อยมีน้ำนมเลี้ยงหนู ต้องปั้มน้ำนมแช่ไว้เสมอ ป้ามุกดูแลเื่นี้ั้แ่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของวิไลพร...ไม่มีใครคาดคิดว่าเช้าวันนั้นจะเป็การปั้มน้ำนมครั้งสุดท้าย...”
คำตอบของไพโรจน์ทำให้เจนเศร้าสลดทันทีที่ได้ยินเื่ร้ายที่เกิดขึ้นในอดีต “คนที่ทำหน้าที่ป้อนน้ำนม6 ถุงสุดท้ายให้กับหลาน...ก็คือ...คุณพ่อ”
เจนได้ฟังคำพูดนี้ต้องเอามือปิดปากตัวเองพร้อมกับยิ้มทั้งน้ำตา
ไพโรจน์เว้นจังหวะอีกครั้ง“สิ่งที่เกิดขึ้นมา ตัวของฉันเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน”
“คุณตา...เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?...รับผิดชอบเื่อะไรเหรอคะ?”
ย้อนกลับไปใน่เวลาที่วรวิทย์กับวิไลพรอยู่ในวัยหนุ่มสาวยังคบหาเป็แฟนกันไม่นานนักวรวิทย์้าเข้ามาคุยกับฉันเป็ครั้งแรกท่ามกลางขัดแย้งอย่างหนัก
“ที่พวกแกทั้ง2 คนมาคุยกับฉันในวันนี้ ฉันต้องขอบคุณพวกแกด้วยไหม?”คำพูดของไพโรจน์ที่เต็มไปด้วยความดุดันและโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด
“คุณพ่อคะพวกเรารักกันจริงๆ นะคะ และตอนนี้วิทย์ก็กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวค่ะหนูขอโอกาสให้วิทย์ได้พิสูจน์ตัวเองก่อนได้ไหมคะ?...คุณพ่อให้โอกาสคนมามากมายแต่ทำไมคุณพ่อไม่ให้โอกาสวิทย์บ้างคะ?”
“สร้างเนื้อสร้างตัวงั้นเหรอพวกแกคบกันมากี่ปีแล้ว?ยังไม่เห็นมีอะไรเป็ชิ้นเป็อันสักอย่าง ฉันยังไม่เห็นอนาคตสักนิด!!!”
“คุณคะใจเย็นๆ นิดหนึ่ง แม่คิดว่าอยากให้เราใจกว้าง ฟังเด็ก 2 คนนี้พูดบ้าง” การโต้เถียงเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้กาญจนา (แม่ของวิไลพร - ภรรยาไพโรจน์) ต้องพูดห้ามปรามไพโรจน์“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ แม่อยากให้พ่อให้ฟังเหตุผลจากลูกเราก่อนว่าทำไมลูกเรา้าคบกับวรวิทย์ ้าแต่งงานกับวรวิทย์ให้ได้”
“ผมทราบดีครับว่าผมไม่เหมาะสมกับลูกสาวของท่านแม้แต่น้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมรู้ตัวเองดีเสมอถึงแม้ผมจะไม่เอาไหนในสายตาของท่านก็ตามแต่ผมก็อยากขอโอกาสจากท่านให้ผมบ้าง...”
“แล้ววันนี้ตอนนี้ฉันทำอะไรได้บ้าง!!!!!!!!!!!!!” ไพโรจน์หัวเราะตอบรับคำพูดวรวิทย์“แก้าขอโอกาสจากฉันงั้นเหรอแล้วที่พวกแกอยู่ๆ ก็โผล่มาโดยที่ฉันไม่รู้จักแกสักนิด แล้วมาบอกกับฉันว่าแกจะแต่งงานกับลูกสาวฉัน...พวกแกทั้ง2 คน ให้โอกาสฉันบ้างหรือเปล่าล่ะ? แกยังเห็นหัวฉันอยู่ในสายตาพวกแกบ้างไหม?”
คำพูดของไพโรจน์ทำให้วรวิทย์กับวิไลพรรับรู้ความรู้สึกเช่นกันวิไลพรคลานเข่าตรงเข้ามาต่อหน้าไพโรจน์ เธอก้มกราบแทบเท้าด้วยความสำนึกผิด “หนูขอโทษค่ะคุณพ่อ...หนูอาจจะเป็ลูกที่ดื้อในสายตาของพ่อลูกคนนี้ไม่เคยทำอะไรให้พ่อภูมิใจเลยสักนิด”
ไพโรจน์ยังคงเ็าต่อการแสดงออกของวิไลพรทำให้กาญจนาต้องเอื้อมมือก้มลงมาประคองวิไลพรให้เงยหน้าขึ้นมาก่อนความเ็าที่เธอได้รับจากไพโรจน์ทำให้เธอเสียใจมาก
“ไหนๆเด็กๆ ก็รักกันมานานแล้ว อีกอย่างวิทย์เขาก็มีความกล้าหาญมากพอที่จะเข้ามาหาเรา 2คนในวันนี้ มาขอดูแลลูกเรา ตัวแม่เองไม่ได้หวังว่าลูกจะต้องมีคู่ครองที่เพียบพร้อมอะไรหรอกแม่ขอเพียงแค่ให้เป็คนดี รักลูกเราก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? จริงไหมพ่อ?”กาญจนายังคงใช้ความเยือกเย็น “แม่อยากให้พ่อเห็นความตั้งใจของเด็ก2 คนนี้บ้าง”
กาญจนาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ“ถ้าเกียรติยศที่เราแบกไว้มาทั้งชีวิต ต้องกลับมาทำร้ายลูกของเราเอง...แม่ก็ไม่อยากได้เหมือนกันนะพ่อ....”
การเอ่ยปากของกาญจนาทำให้ไพโรจน์มีท่าทีอ่อนลงเหมือนกัน“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้โอกาสพวกแกทั้ง 2 คน!!!!”
ท่าทีของไพโรจน์ทำให้วรวิทย์กับวิไลพรมีสีหน้าดีขึ้นอย่างชัดเจน “แกจะทำให้ฉันรู้ได้งัยว่าคนไม่เอาไหนอย่างแกมีความสามารถมากพอที่จะดูแลลูกสาวฉันได้จริง!!!?!??”
คำถามของไพโรจน์ทำให้วรวิทย์หันมาตอบด้วยความมั่นใจ“ผมจะลาออกจากงานของผมทันทีผมทราบว่าตอนนี้บริษัทของท่าน้าขยายงานด้านต่างประเทศ...ผมขออาสาทำหน้าที่นี้ครับ!”
ข้อเสนอของวรวิทย์ทำให้ไพโรจน์หัวเราะออกมาเสียงดังมาก“คำพูดของแกเมื่อกี้นี้ มันช่างเหิมเกริม ยโสโอหังเหลือเกิน...แกคิดว่าแกเป็ใคร? คนอย่างฉันต้องให้คนอย่างแกช่วยเหลือด้วยงั้นหรือ?แล้วทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วยล่ะ”
“ท่านก็ทราบไม่ใช่เหรอครับว่าสุนัขที่อยู่ในสภาพจนตรอก มันจะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องสิ่งที่มันรัก…เมื่อผมมีโอกาส...ผมต้องรีบคว้าและทำสิ่งนั้นครับ...”
คำตอบสุดท้ายของวรวิทย์ทำให้ไพโรจน์อึ้งเหมือนกันจนต้องหัวเราะเต็มเสียงดังลั่นห้อง“แกนี่มันโอหังจริงๆ”
“ตัวฉันเองขัดขวางวรวิทย์มาโดยตลอดฉันไม่เคยเชื่อใจวรวิทย์สักนิดฉัน้าให้วิไลพรแต่งงานกับนักธุรกิจคนหนึ่งในสมัยนั้น...ฉันยอมรับว่าฉันทำเพื่อเหตุผลทางธุรกิจสนองความ้าตัวเองฉันเห็นเพียงแค่ความอยากได้ของตัวเองโดยที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของวิไลพรสักนิดว่า...ลูกสาวตัวเอง้าอะไร...”
“หลังจากการพูดคุยครั้งนั้นไม่นานพ่อของหลานก็เข้ามาทำงานร่วมกับวินัย ตลอดระยะเวลาการทำงาน สิ่งหนึ่งที่ฉันรับรู้และเห็นมาตลอดพ่อของหลานต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้แม่ของหลาน เขาใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองเพียง3 ปี ก็ทำให้ฉันไว้วางใจ เชื่อมั่นในตัวเขา...ฉันพ่ายแพ้ทุกอย่าง พ่ายแพ้กับเกียรติยศจอมปลอมที่ฉันแบกมาทั้งชีวิตฉันไม่สมควรมีตัวตนอีกต่อไป ฉันละทิ้งทุกอย่างที่เคยเห็นว่ามันเป็เื่สำคัญ...สุดท้ายมันคือความว่างเปล่าชีวิตฉันบ้าคลั่งกับความว่างเปล่ามาหลายสิบปีเชียวหรือนี่...ชีวิตฉันว่างเปล่าขนาดนั้นหรือนี่???????”
ไพโรจน์พาเจนเดินมาถึงที่โต๊ะทำงานของวรวิทย์ภายในห้องนอนเขาเอามือลูบที่โต๊ะทำงานด้วยรอยยิ้ม “หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของหลานก็แต่งงานกันไม่นานนักหลานเจนเกิดขึ้นมาหลานรู้ไหมว่าตัวหลานเป็ทั้งสัญลักษณ์ของความรักของพ่อที่มีต่อแม่ของหลานอย่างแท้จริง...และยังเป็คำสั่งสอนให้ฉันปล่อยวางเกียรติยศจอมปลอมที่ฉันแบกมาทั้งชีวิต...ฉันตัดสินใจวางมือจากบริษัทอย่างสิ้นเชิงให้วรวิทย์ดูแลต่อฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วก็เลยย้ายไปอยู่สหรัฐนับั้แ่นั้น...”
ไพโรจน์ถอนหายใจครั้งใหญ่ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตอนนี้เวลาผ่านมานานจนฉันจำไม่ได้แล้วว่านานขนาดไหน แต่วรวิทย์ยังคงรักษาคำมั่นสัญญา...สัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับฉันไม่เสื่อมคลายว่าจะดูแลวิไลพร…จนวาระสุดท้าย”
“สัญญา....”
“หลานไม่คิดเหรอว่านักธุรกิจหนุ่มไฟแรงร่ำรวยมหาศาลอย่างพ่อหนู จะไม่มีหญิงสาวมาติดพัน...รูปที่หลานกำลังยืนมองอยู่เป็คำตอบได้เป็อย่างดีว่าการรักษาคำมั่นสัญญาที่จะดูแล...ดูแล...ดูแลแม่ของหลาน......ตลอดไป....แม้ว่าแม่ของหลานจะจากไปนานแล้ว...ก็ตาม”
น้ำเสียงของไพโรจน์ยังคงสั่นเครือทำให้เจนก็รับรู้ความรู้สึกของไพโรจน์เช่นกัน