"เพราะแบบนั้น... เบื้องบนเขาก็เลยต้องส่งคุณไปสินะคะ"
น้ำเสียงของเพียงฟ้าที่เอื้อนเอ่ยทวนคำตอบของเขานั้น ช่างฟังดูราบเรียบและเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจ หญิงสาวนั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าสง่างาม ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาทอดมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ได้หันมามองคนขับ
ธีร์ผู้ซึ่งไม่ได้รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แฝงมากับประโยคนั้น ทำเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างซื่อตรง ในความคิดของหมาป่าหนุ่ม การที่เขาถูกเลือกให้ทำภารกิจคุ้มกันลูกสาวของเหล่าบุคคลสำคัญ ก็เป็เพียงเพราะเขาเป็คนมีระเบียบวินัยและควบคุมตัวเองได้ดีที่สุดในบรรดาสมาชิกทีมตะวันออกกลางก็เท่านั้นเอง เขาไม่ใช่เพลย์บอยที่ชอบแจกขนมจีบผู้หญิงไปทั่วเหมือนอย่างแซม และไม่ได้เป็พวกกระหายเืบ้าาจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เหมือนอย่างโลแกน การได้รับมอบหมายงานคุ้มกันวีไอพีสตรี จึงเป็เื่สมเหตุสมผลในเชิงยุทธวิธี
แต่ทว่า ตรรกะทางทหารของเขา กลับใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิดในสมรภูมิของลูกผู้หญิง
เพียงฟ้านั่งนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากบางซึ่งเคลือบด้วยลิปสติกสีสดจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา... เป็รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองเสี้ยวหน้าคมคายของชายหนุ่มที่กำลังจับพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์อยู่
"แล้วสรุปว่า..." เพียงฟ้าลากเสียงยาวอย่างเชื่องช้า เน้นย้ำทุกถ้อยคำให้ชัดเจนเต็มสองหู "ในบรรดาผู้หญิงที่คุณเคยบอกฟ้าว่า 'ก็พอมีบ้าง' เนี่ย... เคยมีพวกลูกสาววีไอพีพวกนั้น... รวมอยู่ด้วยไหมคะ?"
กึก...
เสี้ยววินาทีที่คำถามนั้นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม บรรยากาศภายในห้องโดยสารของซูเปอร์คาร์ที่เคยเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ กลับกลายเป็หนาวเหน็บจนเสียดกระดูก
ธีร์... ร้อยโทหนุ่มผู้เป็ถึงแนวหน้าทะลวงฟันแห่งวูลฟ์แฟง ผู้มีไหวพริบปฏิภาณและสัญชาตญาณตื่นตัวสูงลิบลิ่วในการเอาชีวิตรอด เริ่มััได้ถึง 'อันตราย' ที่กำลังก่อตัวขึ้นล้อมรอบตัวเขา ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีสัญญาณเตือนภัยดังลั่นอยู่ในหัว เขาเหลือบสายตาคมกริบมองคู่หมั้นสาวผ่านหางตา และก็ต้องพบว่า... บัดนี้ ั์ตาสีเข้มของนางพญากำลังจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับกำลังสแกนหาจุดตายเพื่อเตรียมลงดาบปลิดชีพ!
แม้เขาจะเก่งกาจเื่ศิลปะการต่อสู้ระยะประชิด (CQC) จนสามารถปลิดชีพศัตรูได้ในพริบตา แต่กับสถานการณ์ตรงหน้านี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผลอเดินไปเหยียบ 'กับะเิ' ลูกใหญ่เข้าให้แล้ว
หมาป่าหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความระแวดระวัง
"ฟ้า... ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?"
เพียงฟ้าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบยังคงประดับอยู่บนใบหน้าสวยสะกด "ก็ไม่นี่คะ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด..."
หญิงสาวเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะกระหน่ำยิงคำพูดที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและประชดประชันออกมาอย่างต่อเนื่อง "คุณก็แค่... ไปรับงานคุ้มกัน ไปอยู่ใกล้ชิด ไปทำตัวสนิทสนมกับพวกสาวๆ ไฮโซพวกนั้น... แล้วก็ปล่อยให้ฉันต้องเฝ้ารอปฏิเสธผู้ชายทั้งแวดวงสังคม เพื่อรอคอยคุณมาตั้งหลายปี... ก็แค่นั้นเองค่ะ"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนะุเจาะเกราะที่ยิงทะลุกำแพงความนิ่งเฉยของธีร์ หญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญาและครองตัวเป็โสดมาตลอดชีวิตเพื่อรอคอยคู่หมั้นที่เธอไม่เคยเห็นหน้า กำลังทวงถามถึงความยุติธรรมจากเขาอย่างเืเย็น
"ว่าแต่... คุณพอจะบอกให้ฉันฟังเป็วิทยาทานหน่อยได้ไหมคะ? ว่าในลิสต์รายชื่อของคุณน่ะ มีผู้หญิงแบบไหนบ้าง?" เพียงฟ้ายังคงรุกฆาตไม่หยุด ั์ตาของเธอหรี่แคบลงอย่างจับผิด "จริงสิ... ฉันเองก็สงสัยมาั้แ่เมื่อคืนแล้วนะ"
"สงสัย... เื่อะไรครับ?" ธีร์ขมวดคิ้ว
"ก็สงสัยว่า... ทำไมคุณถึงได้ดู 'ชิว' จังเลยน่ะสิคะ" เพียงฟ้ากอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "ทั้งๆ ที่เมื่อคืนนี้ มีผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยและหุ่นดีแบบฉัน ไปนอนร่วมเตียงเดียวกันแท้ๆ... แต่คุณกลับสามารถล้มตัวลงนอน แล้วหลับปุ๋ยไปได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที... ดูจากท่าทางที่ผ่อนคลายและไม่ตื่นเต้นอะไรเลยแบบนั้น คุณคงจะ 'คุ้นชิน' กับเื่แบบนี้มามากเลยสินะคะ?"
เมื่อถูกต้อนเข้ามุมด้วยคำถามที่เชื่อมโยงไปถึงเื่บนเตียง ธีร์ที่เดิมทีก็เป็คนพูดน้อยและอธิบายความรู้สึกไม่เก่งอยู่แล้ว ถึงกับมีอาการใบ้รับประทานไปชั่วขณะ ชายหนุ่มกำพวงมาลัยรถแน่นขึ้น สมองที่เคยประมวลผลยุทธวิธีได้อย่างรวดเร็ว บัดนี้กลับตื้อตันคิดหาคำตอบไม่ทัน
ทว่า เพียงฟ้าไม่ปล่อยให้เหยื่อได้มีโอกาสพักหายใจ นางพญาสาวยิงคำถามที่ตรงประเด็นและแทงใจดำที่สุดออกมาทันที
"สรุปแล้ว... คุณเคย 'มีอะไร' กับผู้หญิงพวกนั้นมาแล้วใช่ไหมคะ ธีร์?"
บรรยากาศในรถเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ V12 ที่ครางกระหึ่มอยู่ด้านหลัง
ธีร์ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงได้รู้สึก 'กลัว' ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ คนนี้ขึ้นมาจับใจ ทั้งๆ ที่เขากับเธอเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงสองวัน ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับเธอแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่สถานการณ์และแรงกดดันในตอนนี้... มันช่างเหมือนกับฉากในละครหลังข่าว ที่ 'ภรรยา' กำลังจับได้คาหนังคาเขาว่า 'สามี' แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่มีผิด!
"คือ..." ธีร์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติและใช้เหตุผลตามหลักความเป็จริงมาอธิบาย "ฟ้าครับ... ผมอายุยี่สิบห้าแล้วนะ ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ผ่านสมรภูมิ ผ่านความเป็ความตายมาก็เยอะ... ผมไม่ใช่เด็กหนุ่มวัยใสแล้วนะครับฟ้า ที่จะ..."
"ฟ้าก็ไม่ใช่เด็กเหมือนกันค่ะ!"
เพียงฟ้าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาั้แ่เมื่อคืน "ฟ้าเองก็เป็ผู้ใหญ่แล้ว! และฟ้าก็เฝ้ารอคอยคุณมาโดยตลอด... ฟ้าเก็บรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดเอาไว้เพื่อมอบให้กับคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น!"
ดวงตากลมโตของหญิงสาววาวโรจน์ไปด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน ทั้งความหึงหวง ความน้อยใจ และความเสียเซลฟ์
"แล้วที่สำคัญเลยนะคะ..." เพียงฟ้ากัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหมาป่าหนุ่มถึงกับสะอึก "ทำไม... ในเมื่อคุณสามารถ 'มีอะไร' กับผู้หญิงพวกนั้นได้ แต่เมื่อคืนนี้... คุณกลับไม่ยอมแตะต้องตัวฟ้าเลยแม้แต่ปลายเล็บ... ทั้งๆ ที่ฟ้าก็อุตส่าห์..."
ประโยคท้ายหญิงสาวกลืนมันลงคอไป เธอไม่อยากพูดถึงเื่ชุดชั้นในลูกไม้สีดำให้ตัวเองต้องอับอายไปมากกว่านี้ แต่สายตาที่จ้องมองเขานั้นเต็มไปด้วยคำถาม "นี่มันหมายความว่ายังไงคะ ธีร์!? ฟ้าไม่มีเสน่ห์ หรือฟ้าสู้พวกลูกสาววีไอพีพวกนั้นไม่ได้ตรงไหน!?"
ธีร์ถึงกับจนด้วยคำพูดอีกครั้ง ชายหนุ่มอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนปอนด์เข้าที่กลางแสกหน้า เขาอุตส่าห์พยายามทำตัวเป็สุภาพบุรุษ ให้เกียรติเธอในคืนแรกแท้ๆ แต่ไหงมันถึงกลับกลายเป็ว่า เขาไปเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็ผู้หญิงของเธอเข้าเสียนี่!
"คือว่า... เื่เมื่อคืน... ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะ..." ธีร์พยายามจะอธิบายแก้ต่างด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งเป็อาการที่คนในหน่วยวูลฟ์แฟงคงไม่มีวันได้เห็นจากยอดฝีมืออย่างเขาแน่ๆ "ผมแค่... คิดว่าเราเพิ่งจะ..."
ทว่า เพียงฟ้ากลับไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ หญิงสาวสะบัดหน้าหนี ละสายตาจากเขาแล้วหันกลับไปมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้า ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หนักหน่วง ก่อนที่นางพญาสาวแห่งสิรินทรา กรุ๊ป จะงัดเอาความเด็ดขาดในการใช้อำนาจ มาประกาศกร้าวใส่ชายหนุ่มข้างกาย
"เอาไว้... เดี๋ยวฟ้าจะต้องขออนุญาต 'คุย' กับธีร์เื่นี้อย่างละเอียดอีกครั้งแล้วล่ะค่ะ" เพียงฟ้าประกาศด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ว่าตกลงแล้ว คุณเคยมีอะไรกับใคร ที่ไหน และยังไงบ้าง... แล้วก็รวมถึงสาเหตุที่ว่า ทำไมคุณถึงไม่ยอมแตะต้องฟ้า ทั้งๆ ที่ฟ้าก็มีสถานะเป็คู่หมั้นที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ"
หญิงสาวปรายตามองเขาด้วยหางตา "และที่สำคัญที่สุด... ในฐานะ 'คู่หมั้น' ของคุณ ฟ้าขอประกาศกฎตรงนี้ เอาไว้ให้คุณรับทราบเลยนะคะ... ว่าั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป ห้ามคุณไปทำอะไรแบบนั้นกับผู้หญิงคนไหนอีกเด็ดขาด... เว้นแต่ว่า ฟ้าจะเป็คน 'อนุญาต' เท่านั้น!"
คำประกาศิตของนางพญาทำเอาธีร์ถึงกับเผลอพยักหน้ารับคำสั่งไปตามสัญชาตญาณของการเป็ผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ทว่า... พยักหน้าไปได้เพียงเสี้ยววินาที สมองอันชาญฉลาดของเขาก็พลันเอะใจสะดุดกึกกับคำศัพท์บางคำ
เดี๋ยวนะ... อะไรนะ? อนุญาต?
"อนุญาต?" ธีร์ขมวดคิ้วมุ่น ทวนคำซ้ำด้วยความงุนงงขั้นสุด "เื่แบบนี้... มันเป็เื่ที่สามารถ 'อนุญาต' กันได้ด้วยเหรอครับ?"
ชายหนุ่มหันขวับไปมองหน้าคู่หมั้นสาวเพื่อขอความกระจ่าง และวินาทีนั้นเอง ที่เขาได้เห็น...
เพียงฟ้าไม่ได้หลบสายตาเขาอีกต่อไป บัดนี้ หญิงสาวกำลังหันมาจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เย้ายวน และอันตรายถึงขีดสุด... มันเป็ 'สายตาแบบเดียวกันกับเมื่อเช้า' เป๊ะ! สายตาของสัตว์ร้ายแสนสวยที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่ออันโอชะลงท้อง!
ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีสดคลี่ยิ้มหวานล้ำลึก ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าและเซ็กซี่จะหลุดรอดออกมาจากปากของเธอ
"เดี๋ยวคุณ... ก็จะได้รู้เองค่ะ ธีร์..." เพียงฟ้าเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยเสน่ห์ของนางพญาออกมาอย่างเต็มพิกัด "แล้วก็... ดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้ ฉันจะ 'ใจดี' และปรานีคุณมากเกินไปหน่อยนะคะ... ขอบอกเอาไว้เลยว่า ครั้งหน้า... คุณจะไม่มีทาง 'โชคดี' รอดตัวไปได้เหมือนเมื่อคืนแน่ๆ ค่ะ"
คำขู่กรรโชกที่เต็มไปด้วยความนัยอันแสนเร่าร้อน ทำเอาหมาป่าหนุ่มที่ถูกต้อนเข้ามุมถึงกับต้องลอบพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
ทว่า แทนที่ธีร์จะแสดงอาการเขินอาย หรือลุกลี้ลุกลนตามเกมที่หญิงสาววางเอาไว้ ชายหนุ่มผู้มีนิสัยพูดน้อยแต่ต่อยหนัก กลับเลือกที่จะใช้ความนิ่งเฉยและการสวนกลับแบบทื่อๆ เป็อาวุธในการโต้ตอบ
ธีร์ทอดสายตามองใบหน้าสวยสะกดที่กำลังเชิดขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหน้าตายที่สุดในโลก
"ไม่อายเหรอครับ... ที่พูดคำพูดแบบนั้นออกมาน่ะ?"
เพล้ง!
ราวกับมีเสียงกระจกแตกดังลั่นอยู่ในรถ!
คำถามที่สวนกลับมาแบบไม่ทันตั้งตัวและไร้ซึ่งความโรแมนติกใดๆ ทั้งสิ้น ทำเอามาดนางพญาสุดเซ็กซี่ที่เพียงฟ้าอุตส่าห์ปั้นแต่งขึ้นมา พังทลายลงไม่เป็ท่าในเสี้ยววินาที!
ใบหน้าขาวผ่องของหญิงสาวร้อนฉ่าขึ้นมาทันที สีแดงจัดลามเลียั้แ่พวงแก้มลามไปจนถึงใบหู เพียงฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี หันขวับออกไปมองวิวนอกหน้าต่างกระจกรถอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนความขวยเขินที่พุ่งทะลุปรอท
"ค... ใครอายกันคะ! ฟ้าไม่ได้อายสักหน่อย!" เพียงฟ้าเถียงเสียงแข็งแก้เก้อ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกร่าง
ความจริงแล้ว... เธอยอมรับกับตัวเองเลยว่า เธอเองก็รู้สึก 'อาย' และกระดากปากอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่ต้องมาพูดจายั่วยวนและประกาศกร้าวเื่บนเตียงแบบนี้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงกร้านโลก และไม่เคยมีประสบการณ์ในการอ่อยผู้ชายมาก่อนในชีวิต แม้เธอจะพยายามเตรียมใจมาบ้างแล้วว่าจะต้องมีจังหวะยั่วคู่หมั้นหนุ่มหน้าตายคนนี้อยู่บ้าง แต่มันก็ยังรู้สึกเขินจนแทบจะบ้าตายอยู่ดี
ทว่า... ภายใต้ความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้านั้น ลึกๆ แล้วในใจของเพียงฟ้า... เธอกลับเริ่มรู้สึก 'สนุก' และมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด การได้ต่อปากต่อคำ ได้แหย่ และได้เห็นผู้ชายที่เอาแต่นิ่งขรึมและเ็าอย่างธีร์ มีปฏิกิริยาตอบโต้และไปไม่เป็ มันช่างเป็ความรู้สึกที่ท้าทายและทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้อย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนบนโลกทำได้มาก่อน
ธีร์มองแผ่นหลังบางของคู่หมั้นสาวที่กำลังนั่งเกร็งหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ชายหนุ่มแอบเห็นใบหูเล็กๆ ของเธอที่แดงเถือกเป็ลูกตำลึงสุก เขาลอบระบายยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปากโดยที่เธอไม่เห็น ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเื่เพื่อลดความกดดันให้หญิงสาว
"แล้วตกลง... วันนี้เราจะต้องไปที่ไหนกันก่อนเหรอครับ?" ธีร์เอ่ยถามถึงจุดหมายปลายทาง
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยอมเปลี่ยนเื่ เพียงฟ้าก็รีบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์และดึงสติสัมปชัญญะของซีอีโอสาวกลับคืนมา หญิงสาวใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่(พยายาม)ดูเป็ปกติที่สุด
"เราจะไปที่... 'ร้านตัดเสื้อ' กันก่อนค่ะ" เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงกังวานใส ั์ตาสีเข้มทอประกายอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "เพราะว่า... ฟ้าอยากเห็นคู่หมั้นของฟ้า ดูดีที่สุด... ในสายตาของคนทั้งงานเลี้ยงค่ะ"
เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตซีดานหรูสัญชาติยุโรป แล่นเข้ามาจอดเทียบที่บริเวณหน้าบานประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามอันคุ้นตาของคฤหาสน์สิรินทรา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมพับแขนที่ดูเนี้ยบทุกระเบียดนิ้ว ลดกระจกรถลง ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอม (Intercom) ที่เสาประตู
"สวัสดีครับ คุณสิรินทร์... ผมกฤตเองครับ"
กฤตเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและสุภาพบุรุษอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวของเขา
ในฐานะเพื่อนวัยเด็กของเพียงฟ้าและทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ กฤตคือหนึ่งในแขกวีไอพีไม่กี่คนที่ได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าออกเขตหวงห้ามของตระกูลสิรินทรา ใช้เวลาพิจารณาจากกล้องวงจรปิดไม่ถึงอึดใจ บานประตูรั้วอัตโนมัติก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ต้อนรับผู้มาเยือน
ชายหนุ่มเหยียบคันเร่ง ขับรถเคลื่อนผ่านสวนสไตล์ยุโรปและลานน้ำพุหินอ่อนสลักรูปเทพเ้าโพไซดอน ก่อนจะนำรถไปจอดเทียบที่หน้าลานมุขของคฤหาสน์
กฤตก้าวลงจากรถพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างดี เขาเดินตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์ด้วยความคุ้นเคย และเมื่อเดินผ่านโถงต้อนรับหลักเข้ามาถึงบริเวณห้องนั่งเล่นส่วนตัว เขาก็พบกับร่างของเ้าสัวสิรินทร์ ประธานใหญ่ผู้ก่อตั้งสิรินทรา กรุ๊ป ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับเช้าอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เ้าสัวสิรินทร์ก็พับหนังสือพิมพ์ในมือลง ชายชราเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือน ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้ตามมารยาทของผู้ใหญ่
"อ้าว ไง กฤต..." เ้าสัวเอ่ยทักทาย "เป็ไงมาไงล่ะเรา สบายดีไหม?"
"สบายดีครับ คุณสิรินทร์" กฤตค้อมศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อม รอยยิ้มสุภาพบุรุษยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ชายหนุ่มแกล้งทำเป็ชะเง้อคอ กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างจงใจ ก่อนจะเอ่ยถามถึงเป้าหมายที่แท้จริงของเขา "คุณสิรินทร์ครับ... วันนี้ฟ้าไม่อยู่บ้านเหรอครับ? พอดีผมตั้งใจว่าจะมาชวนเธอออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันสักหน่อยน่ะครับ"
เ้าสัวสิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ชายชราเอนหลังพิงพนักโซฟา แววตาที่เคยมัวหมองบัดนี้กลับเปล่งประกายไปด้วยความสุขอย่างปิดไม่มิด
"วันนี้ฟ้าไม่อยู่บ้านหรอกลูก..." เ้าสัวตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "เพราะว่าวันนี้... เธอต้องทำหน้าที่พา 'ธีร์' ออกไปทำความคุ้นเคยกับถนนหนทางในกรุงเทพฯ ซะหน่อยน่ะ"
ชื่อแปลกหูที่หลุดออกมาจากปากประธานใหญ่ ทำเอากฤตที่แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ แกล้งขมวดคิ้วทำหน้าประหลาดใจได้อย่างแเี
"ธีร์? ใครเหรอครับ?" กฤตถามกลับเสียงซื่อ
"ธีร์ ก็คือหลานชายของฉันเองน่ะสิกฤต!" เ้าสัวสิรินทร์ประกาศด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและหนักแน่น "หลานชายแท้ๆ... สายเืของสิรินทรา กรุ๊ปเพียงคนเดียวของฉันเลยล่ะ!"
กฤตเบิกตากว้าง แสร้งทำเป็ตกตะลึงกับข่าวใหญ่ระดับชาติ "อะไรนะครับ!? หลานชายของคุณสิรินทร์... นี่คุณมีหลานชายด้วยเหรอครับเนี่ย!?"
"มีสิ..." ั์ตาของชายชราทอประกายอ่อนโยนเมื่อนึกถึงใบหน้าของหมาป่าหนุ่ม "ใช้เวลาตั้งหลายสิบปีเชียวนะ กว่าคนของฉันจะตามหาตัวเขาจนเจอ"
เมื่อได้ฟังคำตอบยืนยันจากปากของผู้กุมอำนาจสูงสุด กฤตก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ภายในใจของเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก เขาไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลยว่าตระกูลนี้มีทายาทสายเืแท้ๆ หลงเหลืออยู่ จนกระทั่งได้ยินจากปากของน้ำรินเมื่อวานนี้
"นี่คุณสิรินทร์... ตามหาเขามาโดยตลอดเลยเหรอครับ?" กฤตปรับน้ำเสียงให้ดูเป็ห่วงเป็ใยและเต็มไปด้วยความหวังดี "ทำไมถึงไม่ยอมบอกเื่สำคัญขนาดนี้กับทางครอบครัวของผมบ้างล่ะครับ? พวกเราก็ถือว่าเป็คนกันเองทั้งนั้น ถ้าเกิดคุณสิรินทร์ยอมบอกและให้พวกเราช่วยออกแรงสืบหาอีกทางหนึ่ง... ผมว่าน่าจะตามหาตัวเขาเจอได้เร็วกว่านี้นะครับ"
รอยยิ้มอารมณ์ดีของเ้าสัวสิรินทร์ค่อยๆ จางหายไป ชายชราผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและเกมการเมืองในโลกธุรกิจมาอย่างโชกโชน ทอดสายตามองนักธุรกิจหนุ่มรุ่นหลานด้วยแววตาที่ลึกล้ำและเฉียบขาด
"'คนไม่ผิด... ผิดที่หยก' สุภาษิตจีนเขาว่าเอาไว้แบบนั้นสินะ..."
เ้าสัวสิรินทร์เอ่ยปรัชญาโบราณขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงของประธานใหญ่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นอันทรงอำนาจ "ถ้าเื่ที่ฉันมีหลานชายหลุดรอดออกไปในวงสังคม... มีอะไรมารับประกันได้บ้างล่ะกฤต ว่าจะไม่มีพวกศัตรูทางธุรกิจ หรือพวกที่หวังผลประโยชน์... พยายามตามหาตัวเขาให้เจอก่อนฉัน เพื่อใช้เขามาเป็ 'เครื่องมือ' ในการบีบบังคับ หรือต่อรองฮุบกิจการสิรินทรา กรุ๊ปจากฉันอีกทีนึง?"
เหตุผลอันเฉียบขาดของคุณปู่ผู้เป็เสือเฒ่าแห่งวงการอุตสาหกรรมหนัก ทำเอากฤตถึงกับชะงัก ชายหนุ่มยอมรับว่าหลักการนี้มีเหตุผลและรัดกุมมาก แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะหาช่องโหว่เพื่อแทรกซึมเข้าไปในความสัมพันธ์นี้
"ผมเข้าใจครับ..." กฤตพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเ้าสัว แล้วแสร้งพูดในสิ่งที่เขาแกล้งทำเป็กังวลที่สุด "แต่ว่า... แล้ว 'เพียงฟ้า' ล่ะครับ? ถ้าเกิดหลานชายสายเืแท้ๆ ของคุณกลับมาแล้ว... จะเกิดอะไรขึ้นกับเพียงฟ้าครับ?"
กฤตขยับตัวเข้ามาใกล้ จ้องมองหน้าชายชราด้วยแววตาจริงจัง "ผมเห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเองก็ทำงานหนักและทุ่มเทให้กับตระกูลของคุณสิรินทร์ไม่น้อยเลย... ถ้าเกิดคุณสิรินทร์จะ..."
เขาจงใจละประโยคสุดท้ายเอาไว้ แต่ความหมายนั้นชัดเจนเจนแจ่มแจ้ง เขาจงใจตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้เห็นว่า เพียงฟ้าอาจจะถูก 'เขี่ยทิ้ง' จากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด และถูกยึดอำนาจทั้งหมดกลับคืนไปให้ทายาทสายเืแท้ๆ เพราะถึงอย่างไร ธีร์ก็คือหลานแท้ๆ ในขณะที่เพียงฟ้าเป็เพียงแค่เด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง
ลึกๆ แล้ว กฤตวาดฝันเอาไว้ว่า หากเพียงฟ้าต้องสูญเสียทุกอย่างและตกอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุด นั่นแหละคือโอกาสทองที่เขาจะได้เข้าไปสวมบทบาทอัศวินม้าขาว ปลอบโยน และดอกฟ้าที่ร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน
ทว่า... ความฝันอันสวยหรูของกฤต กลับถูกเ้าสัวสิรินทร์ะเิทิ้งจนแหลกเป็ผุยผง ด้วยประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียว
"อ้อ! ถ้าเป็เื่นั้นล่ะก็ ไม่ต้องกังวลหรอกนะกฤต..." เ้าสัวสิรินทร์คลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังพูดถึงเื่ดินฟ้าอากาศ "เพราะว่าฉัน... ได้ให้เด็กสองคนนั้น 'หมั้นหมาย' กันเรียบร้อยแล้วล่ะ!"
"...!!!"
"ความจริงแล้ว ฉันก็บอกข้อตกลงเื่นี้กับหนูฟ้าไปั้แ่แรกเริ่มที่ให้เธอขึ้นมารับตำแหน่งแล้วล่ะ ซึ่งหนูฟ้าเองก็รับปากและโอเค ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลยด้วยซ้ำ" ชายชราเล่าต่อด้วยความปลาบปลื้มใจ "แบบนี้ก็วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย หลานชายของฉันก็ได้คู่ชีวิตที่ดี ส่วนหนูฟ้าก็ยังคงเป็นายหญิงแห่งสิรินทรา กรุ๊ปต่อไป สมบูรณ์แบบที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ?"
เปรี้ยง!!
คำว่า 'หมั้นหมาย' และ 'แต่งงาน' มันพุ่งเข้ากระแทกแสกหน้าของนักธุรกิจหนุ่มอย่างจัง ความรู้สึกของกฤตในวินาทีนี้ แทบไม่ต่างอะไรกับคำว่า 'ฟ้าถล่มดินทลาย'
ชายหนุ่มยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก รอยยิ้มสุภาพบุรุษที่ปั้นแต่งเอาไว้ละลายหายไปจากใบหน้า สมองของเขาขาวโพลน นึกย้อนไปถึง่เวลาในวัยเด็กที่เขาและเพียงฟ้าเติบโตมาด้วยกัน เล่นด้วยกัน และคุ้นเคยกันมาตลอด เขาหลงรักเธอ ปกป้องเธอ และเฝ้าทะนุถนอมความรู้สึกมาเนิ่นนาน เขามั่นใจอย่างถึงที่สุด ว่าหากจะมีผู้ชายคนไหนบนโลกใบนี้ที่เหมาะสมและคู่ควรที่จะได้นางพญาอย่างเพียงฟ้า ผู้ชายคนนั้นก็จะต้องเป็ 'เขา' เพียงคนเดียวเท่านั้น!
แต่แล้ว... ไอ้อีตะวันออกกลางที่ไหนก็ไม่รู้ โผล่หัวมาแค่วันเดียว กลับได้สิทธิ์ขาดในการหัวใจและร่างกายของหญิงสาวที่เขารักไปอย่างหน้าตาเฉย!
"กฤต? เป็อะไรไปลูก นิ่งไปเลย" เ้าสัวสิรินทร์ที่เห็นนักธุรกิจหนุ่มยืนเหม่อ เอ่ยเรียกสติ "จริงสิ... มาเหนื่อยๆ ไปนั่งพักดื่มไวน์ด้วยกันก่อนไหม? เดี๋ยวลุงจะให้สาวใช้ไปเอาไวน์ชั้นเลิศในห้องใต้ดินมาเปิดฉลอง..."
"ม... ไม่เป็ไรครับ!"
กฤตรีบเอ่ยปฏิเสธเสียงหลง ชายหนุ่มพยายามกัดฟันฝืนยิ้มให้เป็ปกติที่สุด แม้ว่าั์ตาของเขาจะแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเ็ป "พอดีว่า... ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า มีธุระด่วนที่บริษัทต้องรีบไปจัดการน่ะครับ... ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ คุณสิรินทร์"
กฤตไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ เขาค้อมศีรษะลาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังกลับและก้าวฉับๆ เดินออกจากคฤหาสน์สิรินทราไปราวกับพายุ
ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถสปอร์ตซีดานของตนเอง กระชากเกียร์และเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากประตูรั้วคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อขับรถออกมาได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร กฤตก็หักพวงมาลัยจอดรถเข้าที่ริมฟุตปาธข้างทางอย่างแรง
ปัง!!
สองมือหนาที่เคยดูเนี้ยบและอบอุ่น ทุบลงบนพวงมาลัยรถหุ้มหนังอย่างแรงด้วยความเคียดแค้น!
"โธ่เว้ยยย!!!"
กฤตสบถลั่นรถ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูเป็สุภาพบุรุษ บัดนี้บิดเบี้ยวและแดงก่ำไปด้วยความริษยาและความโกรธแค้นที่สุมทุมอยู่ในอก มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยรถแน่นจนสั่นเทา ข้อขาวปูดโปน
ภาพของเพียงฟ้าที่เขาเฝ้าตามจีบมาตลอดหลายปี แต่กลับต้องไปเดินเคียงคู่และตกเป็ของไอ้ผู้ชายหน้าใหม่ มันตามหลอกหลอนจนเขารู้สึกเหมือนถูกสวมเขา
ชายหนุ่มหลับตาลง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน
"หลานของเ้าสัวงั้นเหรอ..." กฤตพึมพำลอดไรฟัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลนและเกลียดชัง "แกมันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียววะ! สุดท้าย... แกมันก็เป็ได้แค่ไอ้พวกป่าเถื่อน ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ที่อยู่ๆ ก็โชคดีจับพลัดจับผลูกลายเป็หนูตกถังข้าวสารก็เท่านั้นแหละวะ!"
ในสายตาของกฤต ผู้ชายที่ชื่อ 'ธีร์' ไม่มีอะไรเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็ชาติตระกูล การศึกษา หรือความสง่างามทางสังคม เขาจะไม่ยอมแพ้และไม่มีวันยอมปล่อยให้ดอกฟ้าของเขา ต้องไปตกอยู่ในมือของคนป่าเถื่อนแบบนั้นเด็ดขาด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น กฤตก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูท หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาสไลด์หน้าจอเพื่อค้นหารายชื่อผู้ติดต่อที่เขาเมมโมรี่เอาไว้ในหมวดหมู่พิเศษ... 'หมายเลข 1'
ซึ่งเ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้น ก็คือ 'น้ำริน' เลขาส่วนตัวผู้รู้ทุกความเคลื่อนไหวของเพียงฟ้านั่นเอง
กฤตกดโทรออก รอสายเพียงไม่กี่วินาที น้ำเสียงเรียบประสานงานของเลขาสาวแว่นก็รับสาย
"สวัสดีค่ะ คุณกฤต... มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?"
กฤตปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนดีและอบอุ่นอีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมปรากฏขึ้นบนมุมปาก
"คุณน้ำครับ..." กฤตเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงความจริงจัง "คือว่า... ผมมีความประสงค์อยากจะรบกวนให้คุณน้ำ ช่วยเช็กกำหนดการของฟ้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ... ว่าวันนี้ ฟ้ากับไอ้ผู้ชายคนนั้น... พวกเขาเดินทางไปอยู่ที่ไหน หรือไปทำธุระอะไรกันบ้าง?"
กฤตหรี่ตาลง มองทะลุกระจกหน้ารถออกไปยังถนนใหญ่ที่ทอดยาว... เขาพร้อมแล้ว ที่จะไปประเมิน 'ศัตรูหัวใจ' ของตนเองให้เห็นกับตา!