ห้าโมงเย็น หลิวเิก็โทรเข้ามา
“คุณจาง เื่ที่คุณให้ผมจัดการนั้น ได้เื่มาแล้วนะ” หลิวเิบอกอย่างดีใจ
“ได้เื่ยังไง” จางฮ่านถามไม่รอรี เดินเื่ได้ไวขนาดนี้ จางฮ่านรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ดูเหมือนหลิวเิคนนี้จะมีเส้นสายในกรมที่ดิน
“ขอผมพูดเงื่อนไขก่อน ถ้าคุณรับเงื่อนไขของผมได้ ผมค่อยพูดถึงรายละเอียดให้คุณฟังอีกที” หลิวเิ พูด
“อืม”
“ก่อนอื่นเลยคุณมีสิทธิ์ที่จะเช่าเป็เวลาหนึ่งถึงสามปีเท่านั้น พอถึงปีที่สามสัญญาจะสิ้นสุดลงทันทีโดยที่คุณไม่มีสิทธิ์คัดค้านอะไรทั้งสิ้น อีกทั้งข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ก็เป็อย่างที่เคยบอกคุณไปเมื่อตอนเช้า รายละเอียดเื่ข้อจำกัดอื่นๆ ผมจะยังไม่พูดตอนนี้ ส่วนค่าเช่าโดยปกติทั่วๆไปนั้นคือปีล่ะยี่สิบล้าน แต่ผมเห็นว่าคุณเป็เพื่อนกับรีฮันน่า เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณให้ผมสองล้าน ผมจะช่วยให้คุณได้เช่าในราคาปีล่ะสิบล้าน” หลิวเิพูดตรงประเด็น
“ตกลง” จางฮ่านไม่ดึงเกม ตอบตกลงทันที
“ดี งั้นผมจะพูดถึงข้อจำกัดในการเช่าเขาจันทราให้คุณฟังอย่างละเอียด คุณฟังดีๆ นะ” หลิวเิพูดต่อ
จางฮ่านเงียบฟังอยู่ห้านาทีเต็มๆ เื่ข้อจำกัดไม่มีอะไรผิดจากที่เขาคาดไว้ล่วงหน้า
พูดง่ายๆ ว่า คุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรบนเขา นอกจากปลูกต้นไม้ ปีนเขา ราคาสิบล้านนั้นเป็ราคาเช่า
ยังไงนี่คือการเช่าไม่ใช่สัมปทาน ถ้าสัมปทานยังไงก็ไม่ใช่ราคานี้ เฉพาะราคาที่แถบอ่าวจันทรา ก็ราคาเกินร้อยล้านทั้งนั้น ที่บนเขาจันทรามีแต่คนอยากได้มา แน่นอนว่าราคาต้องแพงกว่ากันจนน่ากลัว
ถ้าเป็คนอื่นคงไม่มีใครยอมรับเงื่อนไขนี้เป็แน่ แต่จางฮ่านกลับพูดออกไปสั้นๆ
“ตกลง”
ทำอะไรไม่ได้เลย? แล้วจะเอาไปทำซากอะไรวะ
ตอนนี้จางฮ่านยังทำอะไรไม่ได้มาก หากเมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็เซียน คงไม่จำเป็ต้องร่ำไรอะไร ยึดมาซะก็จบเื่
ตอนนี้ก็ทนไปก่อน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
“คุณโอนเงินสองล้านมาให้ผม พรุ่งนี้ก็ทำสัญญาได้เลย”
"พรุ่งนี้ไม่ได้ ผมมีธุระ อย่างนี้แล้วกันผมจะติดต่อคุณกลับไปก่อนวันศุกร์" จางฮ่านบอก
"ได้ครับ ผมจะรอคำตอบจากคุณ" หลิวเิพูดอย่างผิดหวัง ก่อนจะวางสายไป ในใจคิดว่าจางฮ่านคงจะไม่เช่าเขาจันทราหรอก ยังไงเช่าไม่เช่าข้อจำกัดก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่
แต่ที่จางฮ่านหาทางบ่ายเบี่ยงไปนั้น เป็เพราะว่าไม่มีเงิน
ตอนนี้เขาเหลือเงินติดบัญชีอยู่ล้านหก ยังไกลความเป็จริงอยู่มาก
แต่ก็ไม่เป็ไร จางฮ่านมีแผนไว้อยู่แล้ว
นั่นก็คือ ขายห้องพักไปเช่าเขา
ตอนนี้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของเขาก็มีแค่แมนชั่น
ในตอนกลางวันเขาไปเดินเื่ขายห้องกับบริษัทนายหน้าไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ถึงได้ติดต่อหลิวเิกลับในตอนกลางคืน
เจ็ดปีก่อนเขาซื้อมันมาในราคาสิบห้าล้าน ใน่เวลาเจ็ดปีราคาอสังหาริมทรัพย์ในแผ่นดินใหญ่ก็ขยับขึ้นมาตลอด ยิ่งในเมืองใหญ่ๆ ด้วยแล้ว ราคายิ่งพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
เพียงแต่ตอนที่เขาซื้อเมื่อเจ็ดปีก่อนจนถึงตอนนี้ ราคากลับไม่ได้พุ่งขึ้นเหมือนเมืองอื่นๆ ที่พัฒนาตามขึ้นมาใน่หลัง
ในเวลานี้ เขาขายราคาสูงสุดได้ไม่เกินยี่สิบสามล้าน
ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะขายด้วยราคาขนาดนั้น เขาทำเหมือนตอนประกาศขายเฟอรารี่ เสนอขายในราคาสิบแปดล้าน พร้อมกำกับด้วยข้อความว่า พร้อมเฟอร์นิเจอร์ และ ของแต่งบ้านมูลค่ากว่าสามล้าน
ที่เซียงเจียงใครๆ ก็รู้ว่า ที่นี่เป็์ของคนรวย นรกของคนจน
การแข่งขันสูงชนิดใครไวใครได้ ช้าก็โดนหมาคาบไปกิน
เพราะฉะนั้นข้อความที่จางฮ่านเพิ่งลงประกาศไป จึงถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วด้วยบริษัทนายหน้าต่างๆ
"ผู้จัดการๆ ๆ รีบมาดูนี่เร็ว เกิดเื่แล้ว"
แทบจะทุกคนที่เห็นประกาศนี้ พูดเป็คำเดียวกัน
พวกผู้จัดการต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกัน
"เร็วเข้า รีบติดต่อไปด่วนๆ เลย"
ดูเหมือนว่าลงประกาศไปไม่ถึงสองนาที สายโทรศัพท์ก็ดังติดต่อกัน
สิบกว่าสายที่ติดต่อเข้ามา พวกเขาล้วน้าที่จะเข้ามาดูห้องในทันที จางฮ่านเห็นว่ามีคนติดต่อมาพอสมควรแล้ว เลยปฏิเสธสายล่าสุดที่โทรเข้ามา ปิดโทรศัพท์ แล้วก็ยกเลิกประกาศขายห้อง
ความสงบก็กลับมา แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากเขาปิดโทรศัพท์ไปได้ไม่กี่นาที จื่อเหยียนก็โทรเข้ามา
"เิเิ คุณพ่อปิดโทรศัพท์ พรุ่งนี้พวกเราค่อยโทรหาคุณพ่ออีกทีแล้วกัน" จื่อเหยียนทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปลอบเิเิ
เิเิตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้คุยกับพ่อ แต่กลับติดต่อไม่ได้ก็หน้าบูดขึ้นมาทันที
" ป๊ะป๋าอึเหม็น ไม่อยากคุยกับเิเิแล้วใช่มั้ย? ไม่รักแล้ว ป๊ะป๋าอึเหม็น " เิเิ งอแง
เดิมทีจื่อเหยียนตั้งจะหาเื่ตำหนิจางฮ่าน เิเิจะได้ไม่ติดเขาแจแบบนี้ แต่พอเห็นท่าทางน่าสงสารของเิเิก็อดแก้ตัวแทนจางฮ่านไม่ได้
" คุณพ่อคงจะกำลังยุ่งอยู่น่ะ คุณพ่อต้องคิดถึงเิเิอยู่เหมือนกันแน่เลย คุณพ่อบอกจะไปสร้างดินแดนในฝันให้หนูไม่ใช่หรือไง คงกำลังจะยุ่งเื่นี้อยู่ กลับมาคราวหน้าคุณพ่อต้องมารับเิเิไปดินแดนในฝันแน่ๆ "
" จริงนะ? " เิเิหยุดร้อง
" จริงสิ " จื่อเหยียนหุบยิ้ม พูดท่าทางจริงจัง
หึ คนกะล่อน เอาแต่หลอกให้เด็กดีใจเล่น ดูซิเจอกันคราวหน้าจะแก้ตัวยังไง
แต่ใครจะรู้ เพื่อสร้างดินแดนในฝันให้เิเิ จางฮ่านทุ่มเทขนาดไหน ยอมขายแมนชั่นในราคาถูกก็เพื่อที่จะทำเื่นี้ให้เสร็จโดยเร็ว
เป็ลูกของหานหยางเซียนทั้งที จะธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ ได้ยังไง ต้องเลี้ยงให้เป็คนที่สุดยอดที่สุดในโลก นี่คือเป้าหมายแรก
กลับมาทางด้านของจางฮ่าน เวลานี้เขาก็ได้รับแขกจากบริษัทนายหน้าชุดแรก
นี่เพิ่งจะผ่านไปได้แค่สิบนาที คนพวกนี้ทำงานรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
คนกลุ่มแรกที่มา เป็ชายหนึ่งหญิงสอง ผู้ชายนั้นเป็ผู้จัดการบริษัทนายหน้า ส่วนผู้หญิงอีกสองคนนั้นพอเห็นประกาศขายแมนชั่นก็อาสามาดูห้อง
“ว้าว เหมือนในรูปจริงๆ ด้วย”
หนึ่งในสองสาวพูดขึ้น
เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งมูลค่าสามล้านนั้น ถึงจะเทียบไม่ได้กับเศรษฐีจริง แต่ดีกว่าห้องพักทั่วไปอยู่หลายขุม
“ไม่เลวจริงๆ ” ผู้จัดการเดินดูรอบๆ เขาพอใจในทุกจุด “คุณจางครับ อย่าโกรธที่ผมพูดตรงๆ เลยนะครับ ห้องนี้ราคาประเมินต่ำสุดยังไงก็ไม่ต่ำกว่ายี่สิบสองล้าน คุณแน่ใจว่าจะขายในราคาสิบแปดล้านจริงๆ เหรอครับ?”
“ถูกต้อง ผมแค่อยากขายออกไปให้เร็วที่สุด”
พอผู้จัดการได้ยินคำยืนยันจากปากของจางฮ่าน สีหน้าก็ดูดีใจขึ้นมา
“คุณจางครับ พอจะให้ผมดูใบสำคัญโฉนดกับบัตรประชาชนของคุณได้มั้ยครับ?”
“อยู่บนโต๊ะนั่นไง คุณดูเอาเองแล้วกัน” จางฮ่าน ชี้ไปที่โต๊ะเครื่องชา
ผู้จัดการรีบไปดูทันที พอยืนยันแน่ชัดว่าไม่ใช่หลักฐานปลอม สีหน้าก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ผมขอตัวไปติดต่อหัวหน้าสักครู่นะครับ”
หัวหน้าของผู้จัดการก็คือผู้จัดการเขตนั่นเอง ห้องชุดนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่มองไม่เห็นโอกาสทางการค้า ซื้อมาขายต่อ ยังไงก็บวกกำไรได้มากกว่าสี่ล้าน
ผู้จัดการอยากจะซื้อไว้ทำกำไรเองด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีทุนทรัพย์มากพอ
ไม่ใช่ว่าผู้จัดการคนไหนจะโชคดีเหมือนกับตอน ผู้จัดการที่ซื้อเฟอร์รารี่ต่อจากจางฮ่าน
ในขณะที่ผู้จัดการเดินเข้าเดินออกไปโทรศัพท์ ที่อีกฟากของประตูก็มีคนอีกกลุ่มมาเยือน
รอบนี้เป็ผู้ชายสองคน คนหนึ่งอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ส่วนอีกคนนั้นคาดว่าอายุยี่สิบต้นๆ พอทั้งสองคนเห็นอีกกลุ่มที่มาถึงก่อน ก็ออกอาการไม่ค่อยดี รีบตรงเข้ามาหาจางฮ่าน
คนพวกนี้รู้ได้ยังไงว่าใครคือคุณจาง เื่นั้นง่ายนิดเดียว เพราะในบริษัทนายหน้า พนักงานไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็แต่งตัวดูเป็ทางการไปซะทุกคน เพื่อที่จะได้ดูมีความน่าเชื่อถือ
คนกลุ่มแรกพอเห็นคนที่มาทีหลัง สายตาก็บ่งบอกถึงความเป็ศัตรู อีกฝ่ายหนึ่งก็จ้องกลับไปอย่างไม่รักษาน้ำใจ บรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นมาทันใด
แต่ถึงยังไงธุระต้องมาก่อน ทั้งสองกลุ่มส่งสายตาห้ำหั่นกันได้ไม่กี่วินาที สองคนที่มาใหม่ก็ไม่รอช้า ตรงเข้าไปหาจางฮ่านเพื่อคุยธุระทันที
การกระทำก็ไม่ได้ต่างอะไรจากกลุ่มแรก พอยืนยันข้อมูลทั้งหมดแล้วก็รีบโทรรายงานหัวหน้า
ชั่วโมงต่อมา จางฮ่าน ก็วุ่นอยู่กับการรับแขกอีกสิบกว่ากลุ่ม ที่มากันอย่างไม่ขาดสาย
ผู้จัดการแปดในสิบคนที่มานั้นต่างก็มีความคิดที่อยากจะซื้อไว้ทำกำไรเอง แต่จางฮ่านก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร บอกแค่ว่าใครเดินเื่ได้เร็วที่สุดก็ทำสัญญากับคนนั้น
ปกติกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เวลาราวหนึ่งเดือน แต่บางบริษัทเถ้าแก่มีเส้นสายค่อนข้างดี สามารถที่จะทำเื่ยุ่งยากพวกนี้ให้ผ่านไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคือการแซงคิวก็ไม่ผิด
จางฮ่านเปิดโทรศัพท์อีกครั้งตอนสี่ทุ่ม เขารับโทรศัพท์ถึงสามสายใน่ครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เปิดโทรศัพท์
เงื่อนไขทั้งสามสายที่ติดต่อมาเสนอให้กับเขานั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย ใจความของเงื่อนไขก็คือ ให้จางฮ่านไปที่สำนักงานซื้อขายบ้านมือสองในตอนเช้าเพื่อเซ็นเอกสาร หลังจากเซ็นเอกสารครบถ้วนแล้วรออนุมัติเงินได้ภายในวันนั้นเลย เื่จุกจิกอย่างอื่นให้เป็หน้าที่ของบริษัทเอง
จางฮ่านเลยตอบกลับไปในวันต่อมา ว่าใครมาก่อนก็ทำเื่ซื้อขายกับคนนั้น
จบตอน