[ภารกิจสิ้นสุด ทุกคนจะถูกส่งออกจากโลกใต้พิภพในอีกห้านาที ขอให้พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมกับด่านต่อไปในอีกสามเดือนข้างหน้า]
เสียงประกาศนี้ไม่ได้ส่งไปถึงคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่มันถูกส่งไปให้ทุกคนที่อยู่ในโลกใต้พิภพ แน่นอนว่ามีหลายคนที่พึ่งเคยได้ยินเสียงนี้เป็ครั้งแรก และต้องประหลาดใจบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองหลอน
[ติ๊ด…ท่านสามารถเข้ามาเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ในด่านแรกได้เช่นเดียวกันหลังจากผ่านไปสามเดือน]
เมื่อเสียงกล่าวได้สิ้นสุดลงภายในห้องโถงที่พำนักของจักรพรรดิกลุ่มของเพื่อนร่วมชั้นและทหารจากหลากหลายประเทศต่างก็กำลังผ่อนคลายจากความตึงเครียด
“ดูเหมือนจะมีความท้าทายอีกหลายด่าน กว่าเราจะได้กลับไปยังโลกของเรา”
เอลลี่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเล็กน้อย ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่้ากลับไปยังโลกเดิมยังมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลายๆ คนที่้าเช่นเดียวกัน เพราะโลกนี้มันเต็มไปด้วยอันตราย และชีวิตของพวกเขาต้องเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา
ในขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งของห้องโถงหลังจากคริสได้สังหารจักรพรรดิที่มีพลังชีวิตริบหรี่ได้สำเร็จ เหล่าทหารจากหลากหลายประเทศที่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์ะเืขวัญได้แล้ว ก็ได้มามุงกันที่ดาบเอ็กคาริเบอร์ของจักรพรรดิที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็สมบัติชิ้นเดียวที่ตัวของมันได้ทิ้งเอาไว้ก่อนตาย
“ตามที่ตกลงกันเอาไว้ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้กับพวกท่านและประเทศของพวกท่านทุกคน ดังนั้นดาบเล่มนี้เป็ของข้า!”
อัศวินโลหิตผู้เลื่องชื่อได้กล่าวขึ้น ซึ่งในตอนนั้นก็ไม่ได้มีใครกล้าคัดค้านอะไรเพราะในจุดๆนี้นั้นเขาเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดหากไม่นับรวมยูริและเฒ่าเฉิน หลังจากการตายของจักรพรรดินักรบโครงกระดูกต่างพากันตายหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้พวกเขามีเวลามาถกเถียงกันเื่สมบัติในตอนนี้
อัศวินโลหิตที่เห็นทางสะดวกแล้วก็ได้เดินเข้าไปหยิบดาบขึ้นมาทันที ในขณะเดียวกันคริสที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นทำได้เพียงแต่เฝ้ามองอย่างไม่ชอบใจ
‘ฉันคนนี้เป็คนสังหารจักรพรรดิ แล้วทำไมพวกแกถึงได้มาแย่งสิ่งที่ควรจะเป็ของฉัน’
คริสได้กล่าวขึ้นในใจดูเหมือนจะไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่ทำให้จักรพรรดิอยู่ในสภาพอ่อนแอนั้นคือเซน และตอนนี้เขาได้หายตัวไปแล้ว ทุกคนที่ก้มหน้าหมอบอยู่ในระหว่างการต่อสู้เนื่องจากแรงกดดันอันมหาศาลของจักรพรรดิทำให้พวกเขาไม่เห็นเื่ราวที่เกิดขึ้น
และแน่นอนว่าด้วยความแข็งแกร่งของจักรพรรดิที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ทำให้ไม่มีใครคิดว่าจะเป็ฝีมือของยูริ และมาเรียที่พึ่งจะมาถึง ดังนั้นมันจึงยังเป็ปริศนาอยู่และพวกเขาอาจไม่มีทางหาคำตอบได้หากยูริ มาเรีย และเฒ่าเฉินไม่ได้บอกเล่าออกไป
ทันทีที่อัศวินโลหิตได้หยิบดาบขึ้นมามันก็เปล่งแสงสีแดงออกมาอย่างน่ากลัว เมื่อเห็นดังนั้นอัศวินโลหิตก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขานึกถึงสิ่งที่เขาจะได้รับในอนาคตจากประเทศของเขาหากเขานำดาบเล่มนี้ไปมอบให้ อย่างไรก็ตามบางอย่างก็ได้เกิดขึ้นทำให้ชายคนนั้นขมวดคิ้ว
“ดาบ…ดาบมันกำลังดูกลืนพลังชีวิต…”
อัศวินคนนั้นยังไม่ทันกล่าวจบประโยคร่างกายของเขาก็ค่อยๆ แก่ชราลงช้าๆ เริ่มจากผมที่เปลี่ยนเป็สีขาวหงอกก่อนที่มันจะหลุดร่วงลงจนหมดพร้อมๆ กันิัได้เกิดรอยย่นที่มักจะเกิดในวัยชราขึ้น จนในที่สุดร่างกายของเขาก็ซูบลงจนเหมือนเหลือแต่กระดูกและในที่สุดเขาก็ล้มตายลงพร้อมกับดาบที่ปักลงที่พื้น
“เกิดอะไรขึ้น!?”
นี่คือคำถามที่ทุกคนต่าง้าจะรู้คำตอบหลังจากได้เห็นภาพก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามในตอนนี้นั้นเหล่าทหารโลภต่างพากันวิ่งเข้าไปหาดาบ ตอนนี้ไม่มีใครคุมพวกเขาอยู่อีกแล้ว พวกเขารู้แต่ว่าสมบัติข้างหน้าเขานั้นใครรวดเร็วที่สุดคนนั้นจะได้ไป
สุดท้ายคนที่ไปััดาบคนที่สองก็ได้เสียชีวิตลงโดยที่สภาพนั้นไม่แตกต่างจากคนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายก็มีคนหัวหมอเลือกที่จะใส่ถุงมือที่ทำจากหนังที่หนาััดาบและปรากฏว่าดาบนั้นไม่สามารถดูดกลืนพลังชีวิตของเขาได้อีก
“ฮ่าๆๆๆๆ ดาบเล่มนี้เป็ของข้าแล้ว!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเขานั้นทำให้ทหารคนอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยความโลภต่างพากันนำอาวุธของตนเองออกมา และรุมเสียบร่างของชายหัวหมอคนนั้น
“พวกเ้า….”
ชายคนนั้นดูเหมือนจะคาดไม่ถึงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตายเขาได้สาปแช่งทุกคนที่ฆ่าเขาและโยนดาบออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตามดาบนั้นตกลงไม่ไกลจากร่างกายเขานัก แต่มันกลับลงมาที่เบื้องหน้าของคริสพอดี
‘ฉันไม่สามารถดาบเล่มนี้ได้แน่ๆ’
คริสแม้จะเต็มไปด้วยความ้าอย่างไรก็ตามเขากลับตัดสินใจที่จะไม่ทำตามใจตนเอง เพราะหากเขาหยิบดาบนี้ขึ้นมาเขาจะถูกสังหารเหมือนกับคนก่อนหน้านี้
จากมนุษย์ที่เคยร่วมมือกันตอนนี้กลับหักหลังกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ห้องโถงที่เคยเงียบไปสักพักตอนนี้กับเกิดาการแย่งชิงขึ้น และไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบมากนักเพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีฝีมือพอๆ กันทั้งสิ้น
ในขณะที่คริสนั้นตัดสินใจที่จะถอยออกมาให้ห่างจากดาบเพื่อหลบเลี่ยงพวกคนคลั่ง ฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักลงเพราะมีเสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเขา
[ข้าคนนี้ไม่้าเป็ของพวกกระจอก ข้า้าเป็ของผู้ที่มีความทะเยอทะยานสูงส่งอย่างเ้า!]
เสียงที่ดังขึ้นนั้นมันเป็เสียงที่ฟังดูโบราณและดูสยดสยองเต็มไปด้วยความอำมหิต อย่างไรก็ตามไม่รู้ทำไมคริสเหมือนจะรู้ว่าเสียงที่ดังขึ้นนั้นเป็เสียงที่ดังมาจากดาบ ดูเหมือนว่าดาบเล่มนี้นั้นจะมีจิติญญาเป็ของตัวเอง ซึ่งเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับศาสตราวุธระดับสูงเท่านั้น
คริสราวกับถูกสะกดจิต เขาเดินเข้าไปหาดาบโดยสามัญสำนึกของเขาไม่สามารถความคุมมันได้แม้แต่นิดเดียว ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นรวมถึงอาจารย์จอร์จต่างะโเรียกเขา
“คริสนั่นนายจะทำอะไร!?”
“คริสถอยออกมาเร็วเข้า!”
“คริส….”
เสียงทั้งหลายนั้นไม่สามารถส่งมาถึงเขาได้เลยจนในที่สุดคริสก็มาหยุดที่ดาบพร้อมกับหยิบมันขึ้นมาด้วยมือเปล่า ในขณะที่ทุกคนคิดว่านี่อาจเป็จุดจบของชายหนุ่มแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะเกิดมันกลับไม่เกิดขึ้น คริสสามารถหยิบดาบขึ้นมาโดยไม่รับผลกระทบอะไร
“ดาบเล่มนั้นมันเลือกนายของตนเอง มันคือศาสตราิญญาในตำนาน!”
ชายคนหนึ่งผู้ดูเหมือนเด็กเรียนกล่าวขึ้น เขาเป็คนของประเทศเซนทอร์อย่างไรก็ตามเขานั้นไม่ใช่ทหารแต่เป็ที่ปรึกษาให้กับาาของประเทศ เขามาที่แห่งนี้เนื่องจากคำสั่งของาา เมื่อเห็นว่าคนของประเทศตนเองนั้นสามารถทำให้ดาบเล่มนั้นเลือกได้เขาก็ดีใจอย่างมากพร้อมกับมีความคิดหนึ่งจุดประกายขึ้นมาภายในใจของเขา
ชายคนนั้นรีบหันไปหายูริพร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมาทันทีว่า
“นังทาส! เ้าจงจัดการกับพวกทหารทั้งหมดที่ไม่ใช่คนของประเทศเราซะ!”
และแน่นอนว่ายูริที่ถูกเรียกว่านังทาสนั้นไม่ยอมปฏิบัติตามแน่นอน ตอนนี้เธอนั้นไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้นเนื่องจากการหายตัวไปของเซน แม้จะเป็เพียงระยะสั้นๆ แต่เซนนั้นก็ได้ช่วยเหลือเธอเอาไว้มากมายเหลือเกิน
“หากเ้ายังไม่ทำตามที่ข้าสั่ง…ข้าจะเผาบ้านเด็กกำพร้านั่นทิ้งซะ! และจับพวกมันมาปะาให้หมด!”
ชายคนนั้นยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายในขณะที่กล่าวขึ้นในขณะเดียวกันตอนนี้ยูริก็ได้ตื่นขึ้นโดยทันที
“แกกล้างั้นเหรอ สมิธ!”
ยูริโกรธเป็อย่างมากและปลดปล่อยแรงกดดันอันมหาศาลออกมา อย่างไรก็ตามสมิธนั้นกลับกล่าววาจาต่อโดยไม่มีท่าทีที่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“อย่าได้คิดจะฆ่าข้าเลย เ้าลืมไปแล้วเหรอหากข้าตายที่นี่าาจะจัดการกับบ้านเด็กกำพร้าเหมือนกันข้อหาที่เ้าไม่สามารถปกป้องข้าได้”
สีหน้าของยูริยิ่งมายิ่งน่าเกลียด ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามที่อีกฝ่ายสั่ง