“ท่านแขกผู้มีเกียรติยินดีต้อนรับสู่เมืองใต้ดินของข้า”
“นี่เ้า...” เซียนอิน เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและกำลังจะต่อว่าเทียนคงอีกระลอก แต่ยังไม่ทันได้พูดก็โดนเทียนคงผลักไสให้ลงไปยังข้างล่าง
“อย่าเพิ่งถามหรือสงสัยอะไรเมื่อเ้าลงไปเห็นด้วยตาตนเอง ก็จะเข้าใจเอง เรามีเวลาไม่มากนัก รีบลงไปเถอะ”
เทียนคงลากเซียนอินลงไปตามทาง เมื่อทั้งสองคนผ่านพ้นระดับพื้นห้องนอนแล้วพรมและเตียงของเขาก็กลับเข้าสู่สภาพเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้า
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เทียนคงได้พาเซียนอินไปดูทุกเส้นทางใต้ดิน ห้องโถงตามจุดต่าง ๆที่เชื่อมโยงกันเหมือนเขาวงกต และสุดท้ายจึงพาเซียนอินไปยังจุดที่ตั้งของป้อมปืนพลังงานตามแนวเนินเขา
“นี่เ้าสร้างทุกสิ่งนี้ด้วยตัวคนเดียวหรือ”
“ใช่สิ่งที่เ้าเห็นในตอนนี้มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ที่เห็นตอนนี้สำเร็จไปเพียง 3 ใน 10ส่วน จากแผนที่ข้าวางไว้ ซึ่งหากข้าจะทำมันให้สำเร็จให้ทันในอีกไม่ถึง 5เดือนข้างหน้าตามที่ได้รับปากเ้ากับท่านพ่อเ้าไว้ ข้าจำเป็จะต้องมีผู้ช่วย”
“ผู้ช่วยเป็ใครกัน”
“แอนดรอยด์”
“แอนดรอยด์ คือสิ่งใดกัน ไม่ใช่ผู้คนหรอกหรือที่เ้ากำลังพูดถึง”
“ไม่ใช่ผู้คนหรอก แต่ก็ใกล้เคียงล่ะ รูปร่างภายนอกอาจจะดูเหมือนกันเหมือนกันด้วยซ้ำไป ถ้าจะอธิบายให้เ้าเข้าใจง่าย ๆก็คงจะบอกได้ว่ามันคล้ายกับหุ่นเชิดที่เ้ารู้จัก แต่ต่างกันตรงที่ ข้าไม่จำเป็ต้องเชิดหุ่น แต่สามารถสั่งการมันได้โดยตรง และมันยังสามารถคิดเองได้ในระดับหนึ่งด้วย"
“น่าสนใจยิ่งนักแล้วเ้าได้สร้างสิ่งที่เ้าเรียกว่า แอนดรอยด์ นี่หรือยัง ข้าอยากเห็น”
“ข้าได้ลงมือสร้างแล้วแต่ทำได้เพียงบางส่วน เพราะทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นไม่เพียงพอ”ระหว่างที่สนทนากันนั้นเทียนคงจึงพาเซียนอินกลับไปยังโถงใต้ดินห้องหนึ่ง โถงนี้มีขนาดใหญ่กว่าโถงอื่น ๆ อยู่มาก เมื่อทั้งสองคนมาถึงโถงขนาดใหญ่ที่เดิมเป็โถงสูงและกว้างไม่มีของตกแต่งอะไรภายใน พลันปรากฎโต๊ะที่มีแขนขาเครื่องจักรกลโผล่ขึ้นมาจากพื้นใจกลางโถงบนโต๊ะเผยให้เห็นสิ่งที่ดูเหมือนโครงกระดูกมนุษย์แต่หากสังเกตุให้ดีแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่โครงกระดูกแต่เป็โครงสร้างโลหะที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนเล็ก ๆมากมายและเส้นสายที่ยึดโยงเข้าหากันอีกนับไม่ถ้วน
“นี่คือแอนดรอยด์หรือ” เซียนอินจ้องไปที่โครงร่างโลหะที่นอนแน่นิ่งอย่างสนอกสนใจ
“ไม่สิ่งนี้ยังไม่เรียกว่าแอนดรอยด์ เป็เพียงเครื่องจักรที่ยังทำงานด้วยตัวเองไม่ได้เพราะยังขาดหลาย ๆสิ่ง และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัญญาประดิษฐ์”
“อะไรนะปัญญาปะดิ ... ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย มันคือสิ่งใดกัน”
“เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ ช่วยออกเสียงให้ถูกด้วยนะท่านแขกผู้มีเกียรติ”
“โอ้ยยก็มันเรียกยากนี่นา จะอะไรก็ช่างเถอะ รีบอธิบายข้ามา” เซียนอินแสดงออกให้เห็นถึงความอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างมากเพราะั้แ่เด็กตัวนางนั้นก็มีความสนใจในเครื่องยนต์กลไกอยู่แล้วและยังเป็คนที่คอยพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาโรงหลอมก่อนที่เทียนคงจะทำมันสำเร็จด้วย ซึ่งด้วยความชอบนี้เอง ทำให้บิดาของนางหวังต้าเจิงนั้นปวดหัวมาก เพราะนางไม่เคยสนใจสิ่งที่สตรีควรจะมีเลย และด้วยความที่นางชอบขลุกอยู่แต่ในห้อง ศึกษาและทดลองสร้างสรรค์อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องกล ต่าง ๆทำให้ในสภาพปรกติของนางนั้นจะดูมอมแมม ทำให้มันบดบังความงดงามของนางไปมากถึง 5 ใน 10 ส่วน แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังถือได้ว่าเป็สาวงามคนหนึ่ง
“ใจเย็นๆสิท่าน ข้าก็กำลังจะบอกอยู่นี่แล้ว สิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์นี้จะเป็สิ่งที่เราจะใส่เขาไปในเครื่องจักรที่ไม่มีชีวิตให้มันสามารถคิดและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆได้ด้วยตนเอง”
“หากมันสามารถคิดเองได้แล้วเ้าจะยังควบคุมมันได้หรือ”
“เป็คำถามที่ดีมากจริงอยู่ที่ข้าทำให้มันคิดเองได้แต่ระดับของการคิดจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ และกระบวนการคิดที่ข้าจะเป็คนกำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์ในแต่ละตนและจะมีอยู่หนึ่งกระบวนการคิดที่จะถูกฝังอยู่และเป็เหตุเป็ผลที่ปัญญาประดิษฐ์จะไม่สามารถโต้แย้งใดๆได้”
“เอิ่มมมข้าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ = =”” เซียนอินเอียงคอ จากนั้นก็ก้มหน้าครุ่นคิด
“ฮ่าๆๆ เ้าจะยังไม่เข้าใจก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะเทคโนโลยีเื่ปัญญาประดิษฐ์นั้น นับเป็เทคโนโลยีขั้นสูงเลยทีเดียวเอาเป็ว่า เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้า ในเื่การควบคุม แอนดรอยด์ ก็แล้วกัน”
“แล้วสิ่งอื่นๆที่เ้าขาดเล่า มันคือสิ่งใด ข้าอาจช่วยเ้าได้”
“สิ่งที่เหลือคือวัตถุดิบในการสร้างชิ้นส่วนอื่นๆให้สมบูรณ์ และแหล่งพลังงานที่ทำให้เครื่องจักรนี้ทำงานได้”
“เื่วัตถุดิบข้าอาจจะ ...” ไม่ทันได้พูดจบเซียนอินก็โดนเทียนคงเอ่ยแทรกขึ้นมา
“อย่าห่วงเลยข้าวางแผนไว้หมดแล้ว ทั้งเื่ทรัพยากร และแหล่งพลังงาน ทั้งสองสิ่งนี้ข้าจะไปเอาที่หลังเนินเขา ด้านหลังโรงหลอมเรานี่แหละ”
“เ้าว่าอย่างไรนะเ้าจะข้ามไปยังอีกฝั่งของเนินเขาหรือ จะบ้าไปแล้วหรืออย่างไร เขตนั้นเป็เขตต้องห้ามที่เป็เขตของสัตว์อสูรแข็งแกร่งจำนวนมากถึงขนาดที่แม้แต่นักรบของนครวิหคครามยังเกรงกลัวที่จะเข้าไปและได้ออกกฎห้ามไม่ให้ใครเข้าไปก่อนได้รับอนุญาต ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถ แต่หากนครวิหคครามรู้ว่ามีคนฝ่าฝืนคำสั่ง และไหนจะต้องรับมือสัตว์อสูรที่มีพลังระดับผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งระดับปรมจารย์ ข้าเกรงว่าเ้า ...”อีกครั้งที่เซียนอินถูกเอ่ยขัดโดยเทียนคง
“เอาน่าเ้าก็รู้ว่าข้าไม่ทำอะไรโดยที่ไม่มีแผนรองรับและไม่มีความมั่นใจ ข้าไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในที่ ที่ข้ารับมือไม่ไหวหรอกว่าแต่สรุปวันนี้เ้าจะสอนวิชาอะไรให้กับข้ากัน” เทียนคง พยายามเปลี่ยนเื่กลับมาที่การฝึกพลังประจำวัน
“ข้าไม่มีอะไรจะสอนเ้าแล้วความสามารถที่ข้ามี เ้าก็เรียนรู้ไปหมดแล้วหลังจากนี้ข้าทำได้เพียงนำตำราวิชาที่ตระกูลข้ามี มาให้เ้าได้ศึกษาเพียงเท่านั้น”เมื่อตอนที่พบกับเทียนคงครั้งแรกระดับพลังของเซียนอินอยู่ที่ระดับกลางขั้น 7ผ่านมาเกือบหนึ่งปี นางสามารถทะลวงระดับได้เพียงระดับกลางขั้น 8เพิ่มขึ้นมาเพียงหนึ่งขั้นเนื่องจากปัจจัยในการรวบรวมพลังที่ค่อนข้างจำกัดในบริเวณนี้และจากเวลาที่ผ่านมาเดือนเศษ นางได้สอนทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้ให้กับเทียนคงจนหมดสิ้นดังนั้นแล้วสิ่งที่นางสามารถทำได้ก็เพียงนำตำราที่ตระกูลของนางได้เก็บรวบรวมไว้อยู่บ้างมาให้เทียนคงได้เรียนรู้ด้วยตัวเองและบางทีหากเขาสามารถศึกษาตำราเหล่านี้ได้อย่างชำนาญก็อาจจะกลับกันกลายเป็เขาสามารถถ่ายทอดให้กับนางได้ และสามารถให้คำแนะนำกับนางเพื่อทะลวงขั้นได้
“เช่นนั้นรึขอบคุณเ้ามาก”
“แค่นั้นรึไม่พอหรอก หากเ้าศึกษาตำราเหล่านี้ได้อย่างดีแล้ว เ้าต้องเป็ฝ่ายสอนให้ข้าบ้างเข้าใจหรือไม่”
“ได้เลย ไม่มีปัญหา ข้าย่อมต้องทำเช่นนั้น = =”
ระหว่างที่ทั้งสองคนสนทนากันอยู่นั้นห่างไกลออกไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ก็มีการสนทนาของบุคคลลึกลับสองคนกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับดาวเคราะห์วิหคคราม
“เรียนนายท่านข้าได้ค้นพบแหล่งผลิตอาวุธแร่เงินของพวกวิหคทองแล้ว มันอยู่ที่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะที่ห่างจากพวกเราไปประมาณ10 ปีแสง” ชายคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดเกราะสีดำเงินทั้งตัวรายงานต่อผู้เป็นาย
“เ้าแน่ใจนะว่าครั้งนี้จะเป็พิกัดที่ถูกต้อง พวกเราเสียท่าให้กับพวกมันหลายครั้งหลายคราจากแผนลวงของพวกมันมานับครั้งไม่ถ้วน ข้าไม่อยากได้ยินข้อผิดพลาดอีก”ชายอีกคนหนึ่งที่เป็นายของชายชุดเกราะดำเงิน รูปร่างสูงใหญ่ส่วมใส่เพียงชุดเกราะสีดำเงินส่วนล่างส่วนร่างกายท่อนบนนั้นเผยให้เห็นถึงรูปร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็ให้เห็นอยู่มากมายนับไม่ถ้วนนั่งอยู่บนบัลลังก์ภายในห้องโถงกว้างห้องหนึ่งที่ภายนอกรายล้อมไปด้วยทหารคุ้มกันจำนวนมากกว่า 100 นาย
“ข้าแน่ใจขอรับ นายท่านถึงแม้พวกเราจะยังไม่ได้ส่งคนไปที่ดาวเคราะห์นั้น แต่จากการบันทึกข้อมูลการลำเลียงยุทโธปกรณ์ของพวกมันมาเป็เวลานานผนวกกับการที่พวกเราพลาดพลั้งหลายครั้งหลายครา ข้ามั่นใจว่าคราวนี้ถูกต้องแน่นอนและจะเป็จุบจบของพวกมันด้วย”
“เหอะข้าเห็นเ้าพูดแบบนี้มากี่รอบแล้วกัน อย่ามั่นใจให้มันมากนัก แผนลวงของพวกมันทำให้พวกเราต้องพลาดมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในครั้งนี้ก็เช่นกัน เ้าจงส่งคนไปสืบให้แน่ชัดเสียก่อนเพราะระยะทางที่เ้าบอกไว้ก็ค่อนข้างไกลพอควรและพวกเราก็ต้องใช้ประตูมิติในการเดินทางเพื่อขนส่งกองทัพและทรัพยากรในการเปิดประตูมิติของเราก็เหลือไม่มากแล้ว หากเราพลาดอีกครั้งในครานี้พวกเราได้โดนพวกสายเืเผ่าปีศาจลอยแพเป็แน่”
“รับทราบขอรับนายท่าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
“ไปได้แล้ว”
“ขอรับนายท่าน”