“เ้าร้อนตัว”
“ข้ารึร้อนตัวเ้าปากพล่อย”หลิวเสียะตวาด หน้าง้ำงอ
หยางซุนหยางยื่นหน้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบชิดพวงแก้มระเรื่อนางถึงกับผงะแทบหลบไม่ทัน ดวงหน้านวลเห่อร้อนขึ้นอีกครานึกถึงเมื่อครู่ใหญ่ที่ช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ด้วยการเป่าปาก
เป็ครั้งแรกที่ได้ััรสชาติของบุรุษแบบใกล้ชิดขนาดนี้...
ร่างอรชรรู้สึกวูบวาบด้วยธรรมชาติเืในกายสูบฉีดจนแทบทนไม่ได้ ไหนจะโดนตามตอแยไม่ห่างอีกทำให้ต้องเดินหนีแต่ปากยังพร่ำบ่น
“ข้าน่าจะปล่อยเ้าจมน้ำตายเสียให้สิ้นเื่สิ้นราวจะได้มิต้องพูดมากเช่นนี้”
“ข้าบอกแล้วว่ายังตายมิได้หากชาตินี้ยังไม่มีภรรยา”ซุนหยางต่อปากต่อคำพลางเดินตามติดแล้วพูดกรอกหูต่อ “แต่ถ้ามีแล้วจะให้ข้าตายวันตายพรุ่งข้าหรือจะหวั่น”
“ปากดีเช่นนั้นเ้าควรตายเสียแต่วันนี้จะได้ไม่มีผีเจาะปากมาพูด”
“งั้นข้าคงต้องมีภรรยาเสียเดี๋ยวนี้จะได้นอนตายตาหลับหรือเ้าว่าอย่างไร”
“จะว่าอย่างไรได้เล่าข้าไปหาผลไม้ป่าดีกว่า เชิญเ้าเพ้อเจ้อไปคนเดียวเถิด” พูดจบนางก็ผละออกไปทันทีมิใยที่อีกฝ่ายจะทัดทาน
หยางซุนหยางหัวเราะลั่นป่าด้วยความพึงใจที่ได้สั่นคลอนหัวใจโฉมสะคราญในคราบบุรุษได้
เขาจะบั่นทอนนางทีละนิด...
พออารมณ์ดีร่างกายก็เหมือนจะมีแรงขึ้นมาเดินไปหยิบผ้าที่ตากไว้ริมธารน้ำตกมาสวมใส่อย่างอารมณ์ดี
กลิ่นนางยังคงติดอยู่ในเนื้อผ้าบุรุษหนุ่มนึกครึ้มขึ้นมาอย่างประหลาดถึงขนาดผิวปากเป็ลำนำแต่ยังไม่ทันแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็ได้ยินเสียงสวบสาบใบไม้ไหวราวกับมีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอีกนอกจากเขาและคุณชายหน้าหวาน
ทางนั้นมิใช่ทางที่นางเดินจากไปเมื่อครู่...
หรือว่า...นอกจากหญิงสติวิปลาสแล้ว หมีั์อีกหนึ่งจะมีสิ่งใดให้พบเจอในป่าสนะแห่งนี้อีกกัน...
“อาเสียะ!อาเสียะ” ซุนหยางแสร้งป้องปากะโลั่น “ข้าหิว! เ้าหาผลไม้ป่าไปถึงไหนแล้ว”
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ...
ยังดีที่แม้ไม่มีดาบติดตัวแต่ยังมีมีดพกเหลืออีกเล่มหยางซุนหยางล้วงหยิบมีดขึ้นมากระชับมั่น สองเท้าก้าวเดินอย่างระมัดระวังด้วยรู้สึกถึงภัยอันตรายเข้าใกล้ตัวมากจนนึกระแวง
เหมือนมีคนจ้องมองความรู้สึกส่วนลึกบ่งบอกว่าอันตราย ใจห่วงคุณชายน้อยขึ้นมาทันใดถึงนางอยู่ในคราบชายและดูเหมือนจะมีห้าวหาญไม่แพ้ผู้ใด
แต่สตรีก็คือสตรี...
นางหรือจะสู้แรงหากมีผู้ใดนอกจากเขาอยู่ในป่าแห่งนี้...
อดีตขุนนางหนุ่มเกิดความวิตกทันทีรีบออกตามหานางในดวงใจแต่ไม่พบแม้เงา เขาออกเดินหาไปรอบบริเวณก่อนจะพบเศษผ้าแพรต่วนติดคากิ่งไม้แทบไม่ต้องคิดว่าจะเป็ของผู้ใดเพราะผ้าเนื้อดีเช่นนี้มิใช่ของชาวบ้านธรรมดาเป็แน่
“อาเสียะ! อาเสียะเ้าอยู่ไหน อาเสียะ!”
หยางซุนหยางป้องปากะโเสียงดังสนั่นป่าฝูงนกกาแตกตื่นโบยบินทั่วบริเวณ เขาเดินหาจนทั่วแต่ไม่พบพลันสายตาเหลือบไปเห็นโพรงใต้แนวน้ำตกคล้ายปากถ้ำจึงฉุกคิดก่อนจะค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้
แล้วชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคำรามเยี่ยงสัตว์แต่หาใช่เดรัจฉานตัวใดไม่เพราะคำที่เปล่งออกมากลับเป็เสียงห้วนจัดราวโกรธเกรี้ยวหนัก
“เ้าเป็ใคร! เหตุใดจึงกล้าบุกรุกเข้ามาในที่ของข้า...ออกไป!”
ตาเฒ่าหลังงองุ้มหนวดเทายาวเกือบถึงแนวอกผมสีเดียวกับเคราขมวดรุ่ยร่ายเหนือศีรษะก้าวขึ้นมายืนจังก้าหน้าปากถ้ำดวงตาเรียวแข็งกร้าวหรี่มองจับผิดในมือถือกระบี่ที่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าคืออาวุธคู่ใจของเขา
เหตุใดจึงไปอยู่ในมืออีกฝ่าย...
หยางซุนหยางลอบกลืนน้ำลายนึกในใจว่าอันตรายมือจับมั่นมีดสั้น ระแวงภัยตลอดเวลา
“ท่านลุง ข้ามาดี ข้ากับเพื่อนมาหาของป่าแล้วพลัดหลงกันท่านเห็นเพื่อนข้าบ้างหรือไม่”
“เพื่อนของเ้ารึ”
หยางซุนหยางพยักหน้ารับพลางกวาดตามองหาเป้าหมายแล้วถามต่อ
“เพื่อนข้าเป็ชายหนุ่มร่างเล็กสติมิค่อยสมประกอบ สูงราวห้าฉื่อผิวขาว ตัวผอม เหมือนคนขาดสารอาหารมิแข็งแรงบึกบึนเช่นข้า ท่านเห็นบ้างหรือไม่”
“ชายใดพลัดหลงเข้ามาในที่ของข้าแล้วมิอาจมีชีวิตรอดกลับไปได้”ตาเฒ่าตอบพลางเหยียดยิ้ม “เช่นนั้นถ้าเ้าไม่อยากตายก็จงออกไปอย่าให้ต้องใช้กำลัง”
“ไม่เคยมีผู้ใดสั่งข้าได้...” อดีตขุนนางหนุ่มกล่าวพลางเหยียดยิ้ม
พลันเสียงราวของหนักตกลงพื้นอย่างแรงเล็ดลอดออกมาจากภายในถ้ำบุรุษหนุ่มถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องราวเ็ปอยู่ด้านใน
“เสียงนั่น! ใช่เพื่อนข้าหรือไม่”
“จำเป็ต้องบอกเ้าด้วยรึ!”
“ข้าอยากรู้”
ไม่ทันขาดคำเพียงก้าวเท้าล่วงล้ำเข้าไปไม่กี่ก้าวหยางซุนหยางถึงกับผงะเมื่อถูกกระบี่ยาวคมกริบของตนจ่อชิดลำคอเพียงตวัดแม้แต่ปลายหลอดลมอาจขาดได้ดวงตาอดีตขุนนางหนุ่มแข็งกร้าวด้วยความโกรธเมื่อเสียงขลุกขลักยังคงดังอยู่ภายในครั้นจะก้าวเข้าไปก็โดนกักไว้พร้อมปลายดาบตวัดเข้าให้ที่หัวไหล่จนเืซิบ
“อยากเข้าไปก็ต้องสู้กันหน่อยล่ะเ้าหนู”
“ได้!อย่าหาว่าข้ารังแกก็แล้วกัน” หยางซุนหยางคำรามลั่นชักมีดสั้นออกจากปลายแขนเสื้อตั้งท่าระแวงระวังตาเฒ่าเหยียดยิ้มตวัดปลายกระบี่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายหงายหลบวูบก่อนจะม้วนตัวเข้าหาฟาดปลายดาบสั้นคมกริบพาดผ่านบั้นเอวอีกฝ่ายจนเืซิบก่อนจะถอยออกมารักษาระยะห่างอีกครั้ง
ตาเฒ่าเฝ้าถ้ำกระชับกระบี่ในมือแน่นอีกมือกุมแผลเืซิบแล้วเหยียดยิ้มอีกครา“รับกระบี่ข้าได้ฝีมือไม่เบา ข้าประมาทเ้าเกินไป คราวนี้จะไม่ออมแรง”
ร่างงองุ้มสืบเท้าเข้าใกล้อดีตขุนนางหนุ่มถอยหลังสองสามก้าวโดยไม่ทันตั้งตัวร่างเล็กกว่าแต่พละกำลังมหาศาลพุ่งปลายดาบเข้ามาร่างกำยำเสียเปรียบที่มีดดาบสั้นกว่ารับเพลงดาบเฒ่าชราไว้ด้วยสองมือก่อนกระบี่ยาวจะกดย้ำลงมาคล้ายหนักหน่วงแต่พลิ้วไหวราวลมพัด
เพียงสู้กันไม่กี่กระบวนท่ากระบี่ยาวก็หลุดจากปลายมือตาเฒ่า มีดสั้นจากอดีตขุนนางหนุ่มพุ่งตรงสู่คอหอยเพียงพริบตาเดียวก็อาจสะกิดหลอดลมอีกฝ่ายให้ขาดวิ่นได้
หยางซุนหยางยั้งมือไว้ ดวงตาวาวโรจน์ที่จ้องมองมีแววเอาจริงทั้งตะคอกใส่อีกฝ่ายเสียงดังลั่น
“บอกแล้วว่าข้าไม่อยากรังแกเ้าข้ามาที่นี่เพราะได้รับคำขอร้องจากคนคนหนึ่งเพื่อมาตามหาคนชื่อหยวนเฉินมิได้คิดฆ่าแกงใคร!”
“หยวนเฉินรึ”
ตาเฒ่าทวนคำแต่ดวงตาเรียวหรี่ราวหวาดระแวงพอเห็นอีกฝ่ายเผลอเพราะเสียงที่อยู่ในถ้ำจึงอาศัยทีเผลอพุ่งพรวดเดียวกระโจนเข้าคร่อมหนุ่มพเนจรไว้ทั้งร่างแรงกระแทกทำให้มีดสั้นในมือตกลงพื้นกระเด็นไปมือเหี่ยวย่นกำหมัดแน่นก่อนจะฟาดลงปลายคาง หยางซุนหยางปัดป้องไม่ทันโดนเข้าเต็มแรงอีกฝ่ายได้ทีจึงเอื้อมหยิบมีดสั้นที่ตกใกล้ตัวเงื้อขึ้นหมายปักลงตัดขั้วหัวใจ
“เ้าจะหาหยวนเฉินด้วยเื่ใดบอกข้า!”
“ข้าไม่จำเป็ต้องบอกเ้า”
“ถามดีๆ ไม่ตอบ งั้นก็ตายเสีย!”
พลันร่างงองุ้มถึงกับผงะดวงตาเหลือกลานราวเห็นบางสิ่งทั้งน่าหวาดหวั่นทั้งน่าเกรงขามมือที่แข็งแรงด้วยพละกำลังกลับอ่อนยวบโยนมีดสั้นทิ้งไปทันทีที่เห็นสิ่งหนึ่งโผล่พ้นอกเสื้อหนุ่มพเนจรออกมา
ตาเฒ่ายื่นมืออันสั่นเทาจับสิ่งนั้นพลิกหงายคว่ำดูพลันหงายหลังก้นจ้ำเบ้าก่อนจะทรุดลงคุกเข่าก้มศีรษะโขกพื้นแรงๆ มือกำแน่นที่สองเท้าของฝ่ายตรงข้ามราวให้ความเคารพสิ่งสูงค่า
หยางซุนหยางถึงกับตะลึงสิ่งที่ตาเฒ่าแสดงออกพยายามชักเท้าออกแต่ไม่สามารถทำได้
“ข้าน้อยผิดไปแล้วข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
“เ้าพูดเื่อันใดกัน”
อดีตขุนนางหนุ่มหายเมาหมัดเป็ปลิดทิ้งหยัดกายมอมแมมคลุกฝุ่นขึ้นนั่งหายใจหอบแต่ไม่ได้รับคำตอบ ตาเฒ่าส่ายหน้าตาเหลือกทันทีที่อีกฝ่ายก้มลงดึงแขนร่างงองุ้มผงะลนลานก้มหน้าลงแนบเท้าพร่ำรำพันไม่หยุด
“ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ขอประทานอภัย”
“อภัยรึ?” หนุ่มพเนจรถามย้ำ “ข้าไม่เคยรู้จักเ้าแม้ชื่อเสียงเรียงนามจะให้อภัยด้วยเื่อันใด”
ดวงตาหวาดหวั่นที่มองมาของเฒ่าชราทำให้อดีตขุนนางหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติแต่เขาไม่รู้ว่าเื่ใดที่ทำให้กิริยาตาเฒ่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือจนเมื่ออีกฝ่ายแถลงไข
“ข้าเอง ข้าคือคนที่เ้า... เอ่อ คนที่ท่านตามหา”
“เ้าคือหยวนเฉินรึ” ซุนหยางทวนคำแล้วยิ่งงงกว่าเก่าเอ่ยถามกลับ“อย่ามาแกล้งออกอุบายหลอกข้า เ้าแค่กลัวตายใช่หรือไม่”
“ข้ามิเคยกลัวตาย ชีวิตนี้หากจะตายด้วยมือท่านข้าก็ยอม”
หยวนเฉินเอ่ยชัดถ้อยคำทั้งยังเงยหน้าจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าลังเลเสียงแ่เบานอบน้อมเปลี่ยนจากที่พบคราแรกเป็คนละคนทำให้หยางซุนหยางแปลกใจร่างงองุ้มลุกนั่งคุกเข่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย
“ถ้าเป้าประสงค์ของท่านคือมาตามหาข้านั่นแสดงว่าท่านมาเพื่อผ้าโบราณผืนนั้น”
“เหตุใดเ้ารู้ว่าข้ามาที่นี่เพราะประสงค์อื่นอีก”
“เพราะมีคนเพียงคนเดียวที่รู้ว่าผ้าผืนนั้นอยู่ที่ข้าก็คือเ้าของผ้าซึ่งก็มิใช่ใครนางคือสตรีที่ทอผ้าได้งดงามที่สุดหาผู้ใดเทียบมิได้คืออดีตพระสนมฟางหลิง”
“พระสนมฟางหลิงงั้นรึ”ซุนหยางทวนคำ
“ขอรับ”
“แล้วชื่อแซ่ของนางเล่า”อดีตขุนนางหนุ่มนึกหวั่นใจจึงถามต่อ “คงมิใช่แซ่หยางใช่หรือไม่”
“ข้ามิบังอาจถามแต่นางผู้ที่ฝากข้าย่อมรู้ว่าผ้าผืนนั้นคือผ้าที่ห่อหุ้มร่างทารกน้อยแรกเกิดผู้หนึ่ง”
หยางซุนหยางถึงกับไปต่อไม่ถูก เพียงชื่อนางพ้องกับชื่อมารดาของเขาอาจจะโดยบังเอิญอดีตขุนนางหนุ่มถึงกับรำพึงแ่เบา
“เหตุใดจึงชื่อคล้ายแม่ข้านัก”
+++++++++++
ขอฝากนิยายด้วยค่า