“ดี ข้าเชื่อเ้า” กู้ฉางสุ่ยยิ้มกว้างให้กับนางทันที
เถียนฮวนเองก็ยิ้มแย้มจนหน้าบาน
ตอนนี้ดวงอาทิตย์ก็ลอยสูงขึ้นมาแล้ว น้ำค้างตามไหล่เขาก็แห้งไปเกือบหมด
ทั้งสองจึงรีบล้างถ้วยให้สะอาดเรียบร้อย แล้วพากันแบกตะกร้าขึ้นเขาไป
เถียนฮวนยังจำได้ว่า เมื่อคราวก่อนที่กู้ฉางสุ่ยพานางเดินขึ้นไปถึงเชิงเขา นางเห็นสมุนไพรมากมายตลอดทางโดยเฉพาะดอกเบญจมาศป่าบานสะพรั่งเต็มเนิน คาดว่าตอนนี้ก็น่าจะยังไม่โรย
ดอกเบญจมาศป่ามีอยู่มากมาย หากเก็บมาตากแห้งแล้วนำไปขายที่โรงหมอก็น่าจะพอได้เงินมาจำนวนหนึ่งทั้งยังมีหย่วนจื้อ นางเองก็น่าจะพอขุดมาแปรรูปได้บ้าง
ด้วยฝีมือของนาง การหาเงินให้พอใช้จ่ายตลอดฤดูหนาวก่อนที่ความหนาวจะมาเยือน ย่อมไม่เป็ปัญหาแน่นอน
เถียนฮวนกำลังคิดคำนวณในใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองกลับพบว่า...
“ท่านพามาผิดทางงั้นหรือ”
“ไม่นะ” กู้ฉางสุ่ยยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วยังคงก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปข้างหน้า
เขาคุ้นเคยกับูเาลูกนี้ดีกว่านาง ในเมื่อเขาบอกว่ามาถูก ก็คงจะไม่ผิดกระมัง
เถียนฮวนคิดในใจ ก่อนจะเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย แต่ยิ่งเดินไปนานเข้า นางก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
“ท่านแน่ใจนะว่าไม่ได้พาข้ามาผิดทาง? ข้าจำได้ว่าคราวก่อนทุ่งดอกเบญจมาศป่านั่นอยู่ไม่ห่างจากเชิงเขานักใช้เวลาเพียงหนึ่งถ้วยชาก็ถึงแล้ว แต่นี่เราก็เดินกันมาร่วมครึ่งชั่วยามเข้าไปแล้วนะ!”
“ใครบอกว่าข้าจะพาเ้าไปเก็บดอกเบญจมาศป่า?” กู้ฉางสุ่ยย้อนถามทันที
เถียนฮวนถึงกับชะงัก “ไม่ใช่หรือ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้ามีของดีอยากให้เ้าดูต่างหาก” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยท่าทางมีลับลมคมในจากนั้นก็คว้ามือนางไว้ แล้วจูงมือนางเดินต่อไปข้างหน้า
ทั้งสองเดินต่อไปในป่าเขาราวๆ หนึ่งมื้ออาหาร กู้ฉางสุ่ยก็หยุดฝีเท้าในที่สุด
“ถึงแล้ว!”
เถียนฮวนหยุดยืนมั่น “ที่นี่คือที่ไหนหรือ”
“ไม่ต้องสนว่าที่ไหน เ้ามาดูนี่ก่อน” กู้ฉางสุ่ยชี้ไปยังจุดหนึ่งทางขวาด้านหน้า
เถียนฮวนมองตามทันที แล้วก็เห็นเข้า!
“นั่นโสมใช่ไหม” นางรีบวิ่งเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรวจดูอย่างละเอียด ก่อนจะยืนยันว่า “ใช่จริงๆ ด้วย!ดูจากใบของมันแล้ว...์! ใบเจ็ดแฉก! ถ้าข้าจำไม่ผิดละก็ โสมต้นนี้น่าจะมีอายุอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี!”
โสมอายุร้อยปีเชียวนะ แม้แต่คนอย่างเถียนฮวนที่เติบโตมากับโรงหมอ ก็ยังแทบไม่เคยเห็นโสมสดที่มีอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ในป่าลึกมาก่อน
ความตื่นเต้นทำให้นางตัวสั่นไปทั้งร่าง
ผ่านไปพักใหญ่นางถึงนึกได้ จึงถามว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่มีโสมอยู่”
“ห้าปีก่อนข้ามาล่ากระต่ายในป่านี้แล้วบังเอิญพบเข้า” กู้ฉางสุ่ยตอบ
“ห้าปีก่อน?”เถียนฮวนอุทาน “นานเสียขนาดนั้น เหตุใดท่านไม่ขุดขึ้นมาเล่า”
“ก่อนหน้านี้ ต่อให้ข้าขุด โสมก็ต้องตกไปอยู่ในมือพ่อแม่ข้า ไม่มีทางจะตกถึงข้า”กู้ฉางสุ่ยกล่าว “ทว่าบัดนี้พวกเราก็แยกบ้านแล้ว ถ้าขุดตอนนี้ โสมนี้ก็เป็ของเรา”
เถียนฮวนเข้าใจโดยพลัน
“แสดงว่าท่านคิดไว้ั้แ่แรกแล้วสินะว่าจะมีวันนี้”
“แน่นอน พ่อแม่ข้าลำเอียงถึงเพียงนั้น มีหรือจะเลี้ยงข้าไว้ให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำท่านปู่ก็เคยเตือนข้าไว้แล้ว ว่าให้หาทางเก็บหอมรอมริบอะไรไว้สักหน่อย เผื่อวันหนึ่งถูกไล่ออกจากบ้านจะได้พอพึ่งพาได้บ้างเพราะฉะนั้น ตอนข้าเจอโสมต้นนี้ ข้าถึงไม่บอกใคร บอกแค่ท่านปู่คนเดียว” กู้ฉางสุ่ยพูดเสียงเบาทว่ารอยยิ้มกลับค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า “ข้ารอมานานเหลือเกิน ในที่สุดวันที่ข้ารอคอยก็มาถึง!เ้าจะให้ใครขุด ข้าหรือเ้า”
“ถ้าอยากขุดโสมให้ออกมาทั้งต้นโดยไม่เสียหาย แน่นอนว่าต้องให้ข้าทำ!” เถียนฮวนตอบโดยไม่ลังเล
โชคดีที่วันนี้นางพกพลั่วเล็กๆ ติดตัวมาด้วย แม้จะต่างจากพลั่วเล็กสำหรับขุดสมุนไพรอยู่บ้างแต่ก็ยังใช้แทนกันได้
เถียนฮวนสำรวจสภาพโดยรอบของโสมต้นนั้นอย่างละเอียดเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยนั่งยองๆใช้พลั่วเล็กค่อยๆ ขุดดินโดยรอบ แล้วจึงขุดเข้าใกล้ตำแหน่งของโสมทีละน้อย
เพียงแค่โสมต้นเดียว แต่นางก็ใช้เวลาขุดไปถึงครึ่งชั่วยาม จึงสามารถขุดเอาโสมที่ยาวเท่าแขนของนางออกมาได้ทั้งต้นทั้งรากอย่างสมบูรณ์แม้แต่รากเส้นเล็กๆ ก็ไม่หักแม้แต่เส้นเดียว!
กู้ฉางสุ่ยเห็นเข้าก็ถึงกับปรบมือให้ “ฝีมือดีจริงๆ! ถ้าเป็ข้าคงทำไม่ได้แน่”
“แน่นอน ข้าเติบโตมาในไร่สมุนไพรของตระกูลเถียน เื่การปลูกและเก็บเกี่ยวสมุนไพรข้ารู้ดีทุกขั้นตอน โสมต้นนี้มาเจอข้านับว่าโชคดีแล้ว ต้องขายมันในราคาที่คู่ควรกับมันให้ได้!”เมื่อพูดถึงสิ่งที่ตนถนัด ใบหน้าของเถียนฮวนก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจนเก็บไม่อยู่
กู้ฉางสุ่ยมองนางแล้วลอบยิ้ม
เถียนฮวนปัดดินที่ติดอยู่บนโสมออกอย่างระมัดระวัง แล้วเด็ดใบไม้นุ่มๆ สองสามใบจากข้างทางมาห่อไว้ก่อนจะใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังของกู้ฉางสุ่ย จากนั้นนางก็กระซิบกับเขาเบาๆ
“โสมส่วนใหญ่มักพบแถบทางเหนือ แม้ในแถบนี้จะเคยมีคนพบอยู่บ้าง แต่กลับไม่ค่อยมีบันทึกไว้โสมต้นใหญ่ขนาดนี้ยิ่งไม่เคยได้ยินว่าใครเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเผยออกเมื่อใด ก็ต้องเป็เื่ฮือฮาแน่ๆแต่ด้วยสถานะของเราในตอนนี้ หากข่าวแพร่ออกไป คงไม่มีทางปกป้องมันไว้ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรายังไม่ควรให้คนนอกล่วงรู้ว่าเราขุดโสมต้นนี้ได้ทางที่ดี เราควรไปเก็บดอกเบญจมาศป่ามาอำพรางก่อนเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าทันที “ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน”
ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้วจึงเก็บโสมไว้ให้มิดชิด ปิดด้วยหญ้าแห้งอีกชั้น แล้วค่อยจูงมือกันเดินลงจากเขาไปยังทุ่งดอกเบญจมาศป่าด้านล่าง
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ดอกเบญจมาศป่ายังคงแบ่งบานสวยงาม เถียนฮวนเห็นเข้าก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“ของพวกนี้ก็ขายได้เงินทั้งนั้น!”
เงินมากเงินน้อยนางไม่เคยรังเกียจ!
นางหยิบตะกร้าขึ้นมา แล้วเริ่มเก็บดอกไม้ลงไปทีละดอก กู้ฉางสุ่ยเห็นแล้วก็ทำตามอย่างเงียบๆ
ทั้งสองช่วยกันเก็บอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วยาม ถึงจะเก็บได้แค่ครึ่งเดียวของทุ่งดอกเบญจมาศป่าทว่าตอนนั้น ดวงอาทิตย์ก็อยู่กลางศีรษะเสียแล้ว
แสงแดดยามเที่ยงของฤดูใบไม้ร่วงยังคงร้อนแรง ทั้งสองอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบทำให้อากาศอบอ้าวร้อนระอุจนเหงื่อไหลโชกไปทั้งตัว เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มไปหมด ไหนจะต้องก้มๆเงยๆ มาเป็เวลานาน ทั้งคู่จึงเมื่อยล้าและปวดหลังไปหมด ไม่อาจฝืนทนทำต่อได้อีก
เมื่อเห็นว่าตะกร้าก็ใกล้จะเต็มแล้ว เถียนฮวนจึงกล่าวว่า
“พอเถอะ ดอกเบญจมาศป่าที่เหลือค่อยมาเก็บคราวหลังก็แล้วกัน เท่านี้ก็น่าจะขายได้หลายร้อยเหวินแล้ว”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับทันที “เอาตามเ้าว่า”
แต่ระหว่างทางกลับลงเขา เมื่อพบสมุนไพรระหว่างทาง เถียนฮวนก็ยังอดไม่ได้ที่จะขุดติดมือกลับมาด้วยอีกเล็กน้อยใส่รวมไว้ในตะกร้า
พอกลับถึงบ้าน ทั้งสองก็ล้างหน้าล้างตา แล้วต้มโจ๊กผักง่ายๆ กินรองท้องกันคนละถ้วยก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกับสมุนไพรที่เก็บมา
เถียนฮวนสั่งให้กู้ฉางสุ่ยนำดอกเบญจมาศป่าที่เก็บได้มาเทลงบนพื้น ผึ่งให้แห้งสม่ำเสมอส่วนนางเองก็จัดการกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่เหลือ เริ่มลงมือแปรรูปสมุนไพรอย่างขะมักเขม้น
ทั้งสองยุ่งอยู่ด้วยกันจนฟ้ามืดสนิท
รอจนทุกสิ่งเงียบสงัด ในที่สุดเื่สำคัญของคืนนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!