หลังจากที่แต่ละคนกลับมาจากการพักผ่อน่สั้นๆในที่สุดพวกเขาก็เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับบอสของดันเจี้ยนและยังเป็เป้าหมายของภารกิจต่อเนื่องแน่นอนว่าเป้าหมายที่ว่าก็คือคนั์ครูโซ่
จากความทรงจำของเมฆครามก่อนที่จะย้อนเวลากลับมาผู้ที่ทำภารกิจต่อเนื่องจนสามารถเปิดดันเจี้ยนูเาลินท์ได้ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่าจะสามารถพัฒนาตัวละครจนแข็งแกร่งและกลับมาสังหารครูโซ่เพื่อจบภารกิจนี้ได้สำเร็จ
แม้แต่ตอนที่เขาเป็ซิลเวอร์เมฆครามก็ต้องใช้เวลาอย่างยาวนานและใช้สมองขบคิดอย่างหนักกว่าที่จะสามารถคิดกลยุทธ์ในการรับมือครูโซ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจนสามารถเคลียร์สถิติของดันเจี้ยนได้ในภายหลัง
แต่ตอนนี้นอกจากพวกเขาจะมีอุปกรณ์ชั้นยอดสมาชิกทีมที่เลิศล้ำยังมีประสบการณ์และแผนกลยุทธ์ที่เมฆครามเคยคิดค้นขึ้นมาแล้วก่อนหน้าดังนั้นเมฆครามจึงเชื่อว่ากลุ่มของเขาจะสามารถผ่านภารกิจนี้ได้อย่างแน่นอน
หลังบอสนาซูถูกกำจัดดันเจี้ยนูเาลินท์ก็เหลือศัตรูเพียงหนึ่งเดียวคือคนั์ครูโซ่ไม่เหลือสัตว์อสูรธรรมดาให้ผู้เล่นได้เก็บเกี่ยวเพิ่มเติมอีกแล้ว ในจุดนี้ผู้เล่นจะมีทางเลือกสองทางทางแรกก็คือออกจากดันเจี้ยนได้เป็กรณีพิเศษโดยไม่สูญเสียค่าประสบการณ์หรือมุ่งหน้าไปต่อเพื่อต่อสู้กับบอสที่แท้จริงของดันเจี้ยน
แน่นอนว่าหากเลือกมุ่งหน้าไปต่อการถอนตัวก็จะไม่สามารถทำได้โดยไร้ผลตอบแทนอีก
กลุ่มของเมฆครามแน่นอนว่าต้องเลือกมุ่งหน้าไปต่อเพื่อเผชิญหน้ากับคนั์ครูโซ่พวกเขาเข้าสู่พื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะขนาดั์ สภาพพื้นที่เป็ทุ่งหญ้าโล่งกว้างและที่ใจกลางทุ่งหญ้านั้นก็มีร่างของคนผู้หนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ราวสองเมตรครึ่งยืนตระหง่านอยู่
ครูโซ่ไม่ใช่ั์แต่เป็คนที่มีรูปร่างใหญ่โตดุจั์อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อกำยำจนน่าหวาดหวั่น เป็ตัวละครที่ถ่ายทอดบุคลิกของนักรบคลั่งที่แท้จริงออกมาอย่างชัดเจนยิ่ง
แม้แต่ัคำรามที่มีร่างกายสูงใหญ่ก็ยังดูตัวเล็กจ้อยไปเลยเมื่อเทียบกับครูโซ่
“การที่พวกเ้ามาถึงที่นี่ได้ แปลว่าพวกกอบลินน้อยเ่าั้ถูกกำจัดไปจนหมดแล้วสินะ”ครูโซ่เอื้อมมือกำยำของตนเองไปหยิบดาบเล่มั์ที่ปักอยู่ข้างกายของตนขึ้นมาดวงตาของเมฆครามกระตุกเล็กน้อยเขาจำได้ว่าอาวุธของครูโซ่เป็ขวานั์เล่มหนึ่งไม่ใช่ดาบเช่นนี้อีกทั้งลวดลายของดาบนั้นยังแลดูคุ้นตาอย่างแปลกประหลาด
ทันทีที่ครูโซ่จับดาบกลิ่นอายอันทรงพลังก็แผ่ทะลักออกมาจากร่างใหญ่โตนั้น ในที่สุดเมฆครามก็ตระหนักได้ว่าตนเองประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปบางส่วน
การเข้าดันเจี้ยนูเาลินท์ของเขาในอดีตไม่ใช่การเข้าในฐานะของผู้รับภารกิจต่อเนื่องเป็เพียงการเข้าดันเจี้ยนของผู้เล่นธรรมดาทั่วไป แต่เพราะมีภารกิจต่อเนื่องเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ระดับความยากของดันเจี้ยนแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ดาบเล่มนั้นเมฆครามจำมันได้แล้วโดยเฉพาะเมื่อััได้อย่างชัดเจนถึงพลังที่แผ่ออกมาอย่างลึกลับมันก็คือดาบที่เขาเคยเผชิญหน้าด้วยในภารกิจระดับสูง่กลางๆของเกมตอนที่ชื่อเสียงของเขาได้ทะยานขึ้นเป็อันดับต้นๆของเกมแล้วและเป็ตอนที่เขาได้โอกาสเข้าร่วมภารกิจเนื้อเื่ส่วนหนึ่งของเกม
‘คิดไม่ถึงจริงๆว่าภารกิจต่อเนื่องนี้จะกลายเป็ส่วนหนึ่งของภารกิจเนื้อเื่หลักไปได้!’เมฆครามรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นท้าทายที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอใน่แรกๆของเกมเช่นนี้
“บ้าน่า” คนอื่นๆต่างอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงเมื่อมองเห็นค่าสถานะของบอสตรงหน้าอย่างชัดเจน
สัตว์อสูร คนั์ครูโซ่ ระดับ 25 (สัตว์อสูระดับบอส)
พลังชีวิต 100,000
พลังโจมตี 3000 พลังโจมตีเวทมนต์ 0
พลังป้องกัน 600 พลังป้องกันเวท300
ทักษะ : โลหิตอสูร, บดขยี้ , คมเขี้ยวฉีกกระชาก , โทสะแห่งยักษา , เสียงคำรามราชสีห์
“เราจะเอาชนะปีศาจแบบนี้ได้ยังไงกัน?” กระต่ายหมายจันทร์รู้สึกสิ้นหวังเมื่อเห็นค่าพลังโจมตีของบอส
ไม่ใช่แค่เพราะพลังชีวิตที่มากมายมหาศาลแต่ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็คือค่าพลังโจมตีที่สามารถปลิดชีพผู้เล่นทุกคนได้ในพริบตาต่อให้เป็อัศวินอย่างเมฆครามก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถต้านรับพลังโจมตีครั้งหนึ่งของอีกฝ่ายได้
“ไม่ต้องกังวล” เมฆครามเผยรอยยิ้มเยือกเย็นพลังของครูโซ่แข็งแกร่งกว่าที่ควรจะเป็เพราะเื่นี้เกี่ยวข้องกับภารกิจเนื้อเื่แต่ในเมื่อมันเป็ภารกิจเนื้อเื่ย่อมหมายความว่าผู้เล่นก็จะได้รับผลประโยชน์บางอย่างเพื่อให้มีหนทางต่อสู้ได้เช่นกันแม้ว่ามันจะยากกว่าปกติหลายเท่าก็ตาม
เมื่อครูโซ่ถือดาบเล่มนั้นดวงตาของมันก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำเข้าสู่สถานะบ้าคลั่งที่จะทำให้พลังป้องกันของมันลดลงครึ่งหนึ่งแต่ความเร็วของมันจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน “เหล่าผู้กล้าที่โง่เขลา กล้าบุกรุกสูู่เาลินท์ของข้าจงรับรู้ถึงโทสะของข้าเสียเถอะ”
“แย่แล้ว ข้ามาไม่ทันหรือนี่” เสียงหวานใสดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ทุกคนสะดุ้งยกเว้นเพียงเมฆครามเขาเผยรอยยิ้มเพราะรู้ดีว่าเ้าของเสียงจะต้องปรากฏตัวมาแน่ๆนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้พบกับเ้าของเสียงนี้ แต่เขาก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะมีโอกาสได้พบกับหนึ่งในNPC ระดับสูงของเกมที่มีบทบาทสำคัญต่อภารกิจเนื้อเื่อย่างรวดเร็วเช่นนี้
เมฆครามและคนอื่นๆหันไปมองผู้ที่ปรากฏตัวอย่างลึกลับนางเป็หญิงสาวที่ดูสูงส่ง บริสุทธิ์และงดงามแม้คิ้วทั้งสองจะขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งขรึมแต่มันก็ไม่อาจบดบังความงามของนางได้เลยแม้แต่น้อย
“เหล่านักเดินทางที่กล้าหาญ ดูเหมือนครูโซ่จะได้ก้าวเข้าสู่หนทางของปีศาจร้ายที่บ้าคลั่งไปเสียแล้วดาบที่ครูโซ่ถืออยู่มีกลิ่นอายของปีศาจที่รุนแรงยิ่ง ทำให้พลังของมันเพิ่มพูนขึ้นกว่าปกติการจะรับมือปีศาจนั้นมนุษย์ธรรมดาย่อมไม่อาจจัดการได้แต่ข้าจะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยยับยั้งพลังปีศาจเอาไว้หวังว่าพวกท่านจะสามารถกำจัดครูโซ่ได้โดยเร็ว” หญิงลึกลับเอ่ยพร้อมกับเผยให้เห็นสมุดศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่ง
ทันทีที่สมุดเล่มนั้นปรากฏขึ้นกลุ่มของเมฆครามก็รู้สึกได้ว่าพลังคุกคามอันชั่วร้ายที่มาจากดาบของครูโซ่เบาบางลงไปมากอีกทั้งครูโซ่ที่ถูกครอบงำด้วยดาบปีศาจยังดูอ่อนแรงลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านได้รับผลของอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของท่านหญิงเมอาพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 30% พลังป้องกันเพิ่มขึ้น30%”
“ว้าว บัฟแข็งแกร่งมาก” หลินหลินอุทานด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ใช่แค่บัฟพวกเราดูเหมือนสกิลนี้จะส่งผลต่อบอสมากเหมือนกัน” ัคำรามรีบตรวจสอบสถานะของบอสก่อนจะเผยท่าทางโล่งอกแม้ว่าบอสจะยังแข็งแกร่งแต่ก็อยู่ในระดับที่พวกเขาน่าจะรับมือได้มากขึ้น
สัตว์อสูรคนั์ครูโซ่ ระดับ 25 (สัตว์อสูระดับบอส) [อ่อนแรง]
พลังชีวิต 100,000
พลังโจมตี 1500 พลังโจมตีเวทมนต์ 0
พลังป้องกัน 300 พลังป้องกันเวท150
ทักษะ : โลหิตอสูร, บดขยี้ , คมเขี้ยวฉีกกระชาก , โทสะแห่งยักษา , เสียงคำรามราชสีห์
พลังชีวิตเท่าเดิมแต่พลังโจมตีและพลังป้องกันลดลงครึ่งหนึ่งรวมกับการสนับสนุนที่กลุ่มของเมฆครามได้รับจากอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ทำให้โอกาสชนะเพิ่มขึ้นหลายส่วน
อย่างไรก็ตามภารกิจเนื้อเื่ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะผ่านพ้นไปได้โดยง่ายเมฆครามย่อมรู้เื่นี้แก่ใจ
ท่านหญิงเมอาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เร่งมือเถิดมนุษย์ทุกท่านอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปเกรงว่าข้าจะสามารถรักษามันเอาไว้ราวๆสิบห้านาทีเท่านั้น”
หมายความว่ามีเวลาสิบห้านาทีในการเอาชนะบอสไม่เช่นนั้นพลังโจมตีและพลังป้องกันของครูโซ่จะกลับมาเท่าเดิมอีกทั้งบัฟของฝ่ายตนเองก็จะหายไปเช่นกัน
สมาชิกคนอื่นๆรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมฆครามยังคงนิ่งสงบเพราะคาดเดาอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เขาสั่งการอย่างสงบนิ่ง“ใช้กลยุทธ์ต่อสู้ตามเดิมรอให้ฉันดึงความเกลียดชังให้มั่นคงแล้วค่อยโจมตี ัคำรามพยายามโจมตีจากด้านหลังของบอสระยะโจมตีของครูโซ่กว้างมากดังนั้นระวังอย่าเข้ามายืนในรัศมีการโจมตี”
ทักษะของครูโซ่นั้นน่ากลัวมากแต่เมฆครามไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายอย่างละเอียดเขาจะต้องสั่งการในสถานการณ์จริงและหวังว่าทีมที่ยอดเยี่ยมของเขาจะสามารถตอบสนองต่อคำสั่งได้ทันการ
เมฆครามพุ่งตัวเข้าหาครูโซ่เมื่อชายหนุ่มเข้าสู่ระยะดวงตาของบอสก็ทอประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“แค่มีอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์คิดหรือว่าพวกเ้าจะสามารถยืนหยัดต่อหน้าข้าได้จงตายเสียเถอะ” ครูโซ่ตวัดดาบเล่มั์เข้าหาเมฆครามด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง
อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ทำให้สถานะบ้าคลั่งของครูโซ่ถูกยับยั้งเอาไว้ชั่วคราวแต่ความเร็วของมันก็ยังน่าทึ่งมากอยู่ดีถ้าเปลี่ยนเป็อัศวินทั่วไปคงมีแต่ต้องยกโล่ขึ้นเพื่อตั้งรับอย่างจำใจเท่านั้น
เมฆครามตอบสนองอย่างรวดเร็วแม้ว่าอีกฝ่ายจะเร็วแต่ก็ยังไม่เร็วจนถึงระดับที่เขารับมือไม่ทันร่างของชายหนุ่มบิดพลิกเพียงเล็กน้อยแต่กลับสามารถหลบพ้นวิถีดาบของครูโซ่ได้อย่างพอดียิ่ง
ทักษะแทงทะลวงถูกใช้งานเป็ทักษะแรกสร้างความเสียหายราวๆสามร้อยหน่วยบนร่างของครูโซ่จากนั้นต่อด้วยทักษะแทงสามครั้งที่กวาดพลังชีวิตของครูโซ่ไปหนึ่งพันหน่วยเท่ากับเมฆครามสามารถลดพลังชีวิตของบอสดันเจี้ยนได้ 1% ในพริบตา
ไม่จำเป็ต้องใช้ทักษะคำรามก้องเมฆครามก็สามารถดึงความเกลียดชังของบอสเอาไว้ได้โดยสมบูรณ์นี่คือคุณสมบัติที่น่าทึ่งสำหรับผู้เล่นอาชีพอัศวินหากทีมของเขาพลาดท่าดึงความสนใจของบอสเมฆครามก็สามารถใช้ทักษะคำรามก้องเพื่อดึงบอสกลับมาหาตัวเองได้อีกครั้ง
ัคำรามและคนอื่นๆเคลื่อนไหวทันทีฟ้าใสไม่ลืมใช้ทักษะสนับสนุนเพิ่มพลังโจมตีให้กับคนอื่นๆก่อนที่เธอจะใช้บทเพลงต่อเนื่องเพื่อลดพลังชีวิตของบอสจากวงนอก
ครูโซ่มีพลังป้องกันเวทมนต์ต่ำกว่าพลังป้องกันกายภาพแต่สองสาวก็ไม่ได้มีทักษะที่ลดพลังป้องกันของบอสเหมือนเมฆครามดังนั้นพลังโจมตีของพวกเธอจึงไม่ได้เหนือกว่าเมฆครามอย่างชัดเจนด้วยเหตุนี้เมฆครามจึงสามารถดึงดูดความเกลียดชังของบอสอย่างสมบูรณ์แบบ
เมฆครามเคลื่อนที่ไปอยู่ตรงข้ามกับคนอื่นๆทำให้ครูโซ่หันมาทางชายหนุ่มและเปิดโอกาสให้ัคำรามและคนอื่นๆโจมตีบอสจากด้านหลังช่วยป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกลูกหลงจากระยะการโจมตีที่กว้างขวางของบอสเข้าโดยไม่ตั้งใจ
ทุกคนรุมโจมตีบอสด้วยความรู้สึกวิตกกังวลแม้จะทุ่มเทโจมตีมากเท่าไหร่แต่พลังชีวิตของบอสกลับลดลงช้ามากเมื่อเทียบกับบอสตัวอื่นๆก่อนหน้าเพราะพลังชีวิตของครูโซ่นั้นสูงเกินไปด้วยอัตรานี้แม้จะเป็ไปได้ที่บอสจะตายภายในสิบห้านาที แต่นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องไม่พลาดท่าเลยแม้แต่นิดเดียว
ต้องยอมรับว่าถ้าตัวMT ไม่ใช่เมฆครามพวกเขาคงจะไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อยที่จะเอาชนะครูโซ่ในเวลานี้ความเร็วของครูโซ่ทำให้แม้แต่ัคำรามที่เชื่อมั่นในฝีมือตนเองยังอดไม่ได้ที่จะขนลุกและหวาดกลัวเขาลองจินตนาการว่าตนเองต้องเผชิญหน้ากับความเร็วเช่นนี้และตอบได้ทันทีว่าเขาคงหลบได้แค่สองถึงสามครั้งเท่านั้นและนั่นอยู่ในกรณีที่ว่าเขาไม่สามารถโจมตีสวนกลับไปได้
แต่เมฆครามได้แสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นที่ชัดเจนเขาโจมตีและหลบหลีกไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ต้องรับมือความเร็วโจมตีของบอสแต่กลับสร้างความเสียหายให้บอสได้ตลอดเวลาและดึงความเกลียดชังเอาไว้ได้โดยสมบูรณ์
เืของครูโซ่ลดลงไป15% ทำให้ดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความโกรธเมฆครามขมวดคิ้ว นับว่าโชคร้ายจริงๆที่บอสเลือกใช้สกิลนี้ออกมาเป็อันดับแรก
ครูโซ่แตกต่างจากบอสตัวอื่นๆก่อนหน้านี้แม้จะเป็ AI ระดับสูงเหมือนกันแต่AI ที่ควบคุมครูโซ่นั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าอีกขั้นหนึ่งมันไม่ใช้สกิลไล่ตามลำดับเหมือนบอสทั่วไปแต่จะเลือกสุ่มสกิลออกมาทำให้เมฆครามต้องปวดหัวอย่างมากในการวางกลยุทธ์ตอนที่เขายังเป็ซิลเวอร์
สกิลแรกที่ครูโซ่ใช้ออกมาก็คือโทสะแห่งยักษาเรียกง่ายๆก็คือสกิลที่ทำให้ติดสถานะบ้าคลั่งชั่วคราวนั่นเอง
ความเร็วของครูโซ่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในพริบตาเมฆครามไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหยุดโจมตีและมุ่งเน้นไปที่การหลบหลีกเป็อันดับแรก
“ระวังอย่าดึงค่าความเกลียดชังสูงเกินไป”เมฆครามร้องเตือนสหายของตน
่เวลาที่ติดสถานะบ้าคลั่งนอกจากความเร็วและพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นแล้วพลังป้องกันของครูโซ่ยังลดลงอย่างมากมีโอกาสที่คนอื่นๆจะสร้างความเสียหายมากเกินไปจนยากจะดึงความเกลียดชังกลับคืนมาแม้จะใช้สกิลคำรามก้องก็ตาม
เมฆครามหลบการโจมตีของบอสพลางคำนวณอย่างรวดเร็วและออกคำสั่ง“ฟ้าใช้บทเพลงเทพธิดาเทียร์โจมตีบอสเลย!”
ัคำรามไม่กล้าเข้าใกล้บอสที่อยู่ในสถานะบ้าคลั่งเพราะถ้าเขาพลาดโดนโจมตีแค่ทีเดียวก็คงตายในทันทีฟ้าใสและกระต่ายหมายจันทร์ลงมือตามคำสั่งอย่างรวดเร็วสายฟ้าปะทุที่เสริมด้วยพลังบทเพลงเทพธิดาสร้างความเสียหายให้บอสทีเดียวสามพันหน่วย!
ครูโซ่ที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงถึงกับเปลี่ยนเป้าหมายไปหากระต่ายหมายจันทร์ในพริบตา
แต่เวลานี้ร่างของเมฆครามที่เคยเป็ฝ่ายหลบหลีกมาตลอดกลับพุ่งเข้าประชิดครูโซ่จากด้านหลังพร้อมกับตวัดหอกออกไปอย่างดุดัน
ฟาดฟันอสูรคลั่ง!
514! 363! 712!
สกิลขั้นหนึ่งทำให้คลื่นทำลายล้างที่ควรจะมีถึงห้าสายลดลงเหลือเพียงสามสายเท่านั้นแต่ทุกคลื่นที่ปะทะเข้าเต็มร่างของบอสก็ทำให้พลังชีวิตของมันหายไปพันกว่าหน่วย เดิมทีความเกลียดชังของครูโซ่ถูกเมฆครามควบคุมเอาไว้ตอนที่กระต่ายหมายจันทร์โจมตีทำให้ความเกลียดชังถูกเธอดึงไปมากกว่าเล็กน้อยและการโจมตีของเมฆครามก็ได้ดึงความเกลียดชังกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
“เทียร์โจมตีต่อเลย!”เมฆครามขยับตัวหลบดาบของครูโซ่อย่างรวดเร็วขณะที่กระต่ายหมายจันทร์เริ่มโจมตีบอสอีกครั้งด้วยะเิมนตราสร้างความเสียหายอีกเจ็ดร้อยหน่วย
“ทุกคนโจมตีได้เลยแค่ระวังอย่าให้ความเกลียดชังของบอสหลุดไปหาพวกนายก็พอให้ฉันกับเทียร์ควบคุมเอาไว้” เมฆครามสั่งการ
กลยุทธ์ของเมฆครามก็คือการสลับดึงความเกลียดชังโดยใช้ประโยชน์จากระยะการโจมตีของนักเวทแม้ว่าพลังโจมตีและความเร็วของครูโซ่จะยอดเยี่ยมเพียงใดแต่หากโจมตีไม่ถึงก็ไร้ประโยชน์ตอนที่กระต่ายหมายจันทร์สร้างความเกลียดชังให้บอส เมฆครามก็จะสลับเข้าไปดึงบอสเอาไว้เพื่อไม่ให้มันพุ่งไปถึงตัวของเธอได้สำเร็จ
กลยุทธ์นี้เป็ไปได้ยากหากอัศวินมีความแข็งแกร่งไม่พอการจะสร้างความเสียหายที่ดึงความสนใจของบอสจากนักเวทนั้นแทบเป็ไปไม่ได้เลยสำหรับอัศวินทั่วไปแต่เมฆครามกลับทำได้ ทั้งยังสามารถหลบการโจมตีของบอสได้อย่างหมดจดยิ่ง
ัคำรามทำตามคำสั่งของเมฆครามอย่างเคร่งครัดเขาสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของบอสตลอดเวลาและไม่เข้าไปยืนอยู่ด้านหน้าของบอสคอยหาจังหวะโจมตีด้านหลังโดยไม่พยายามสร้างความเสียหายที่มากเกินจำเป็จนกลายเป็ทำให้บอสหลุดออกจากการควบคุม
กระต่ายหมายจันทร์รู้สึกทึ่งอย่างมากเทคนิคการดึงความสนใจเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครคิดหรือทำมาก่อนแต่ในความเป็จริงแล้วมีคนมากมายที่ต้องเ็ปและสูญเสียจากการพยายามทำเช่นนี้มาแล้วเป็จำนวนมากเพราะกลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงอยู่มากมายหลายปัจจัยแต่เหตุผลที่กลุ่มของเธอสามารถทำได้สำเร็จในเวลานี้แน่นอนว่าย่อมต้องเป็เพราะการควบคุมที่สมบูรณ์ของเมฆาหวนคืน
เขาสามารถคำนวณความเกลียดชังและลงมือได้อย่างแม่นยำอีกทั้งยังไม่เคยเคลื่อนไหวผิดพลาดจนทำให้เสียจังหวะแม้แต่ครั้งเดียว ราวกับว่าความเร็วของครูโซ่ที่น่ากลัวในสายตาของเธอและคนอื่นๆไม่มีความหมายกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“ระวังบอสจะใช้สกิลอื่นแล้ว!” เมฆครามร้องเตือนเพื่อดึงสติของทุกคน