เจียงหวงเดินเข้าห้องน้ำปล่อยให้เทียนยืนผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งรีบสวมเสื้อใส่เหมือนเดิมแล้วเดินออกไปนอกห้องนอนมาที่โต๊ะอาหารเปิดตู้เย็นหยิบน้ำรินใส่แก้วกระดกดื่มดับกระหายพยายามอดกลั้นความรู้สึกแสนอึดอัดนั่งลงหยิบจานมาตักข้าวกินทั้งน้ำตาคลอเบ้า ตักอาหารเข้าปากด้วยความเร่งรีบเพื่อให้ทันเวลาเขาออกมาและให้หมดทุกอย่างเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งกินด้วยกัน ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเจียงหวงเดินออกมาทั้งที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวปิดั้แ่เอวลงไปยืนกอดอกมองเทียนกินอาหารเมื่อเริ่มรู้สึกตัวหันมองคนมองถึงกับสำลักรีบควานหาน้ำมาดื่มทันที
“แค่ก แค่ก มาั้แ่เมื่อไหร่”
“คิดว่าอยากกินมากหรือไงอาหารพวกนี้”
“แค่ก แค่ก ผมแค่กินเผื่อไม่มีเวลากิน”
“หึ รู้งานดี” เจียงหวงเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วยกดื่มแล้วหันมองเทียนหยุดกินรีบเก็บจานไปล้างพลางเหลือบมองคนด้านหลังเป็ระยะก่อนที่เขาจะวางแก้วไว้ในอ่างล้างจานแล้วเดินกลับเข้าห้องนอน
ดวงตาคมดุจเหยี่ยวนั่งลงบนเตียงยังคงนุ่งเพียงผ้าขนหนูหยิบมือถือมาเลื่อนดูตลาดหุ้นสลับกับมองไปทางประตูปัดหุ้นรอให้คนด้านนอกเปิดเข้ามาและก็เปิดเข้ามาอย่างเตรียมตัวเตรียมใจ
“ถูหลังให้ไหม” คำเดียวทำเทียนตวัดหางตามอง
“ไม่เป็ไรครับ รออยู่ตรงนี้ก็พอ” แม้ในใจจะกล้าๆ กลัวแต่จำต้องพูดไปเช่นนั้นรีบเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูแต่ประตูกลับถูกผลักจนตัวถอยเข้ามาชิดผนังมองดวงตาคมดุจเหยี่ยวไล่สายตามองแทบกลืนกินทั้งตัว
“รีบอาบน้ำแล้วนอนซะ” กล่าวเช่นนั้นแล้วถอยกลับไปทำเทียนเกร็งไปทั้งตัวระแวงหน้าพะวงหลังวิ่งมาล็อกประตูไล่หลังเจียงหวง เขาเหลียวมองประตูปิดสนิท ยิ้มมุมปากเดินมาสวมกางเกงและเสื้อโยนผ้าขนหนูพาดไว้บนเตียงตัดอารมณ์ใคร่เสน่หาหยิบมือถือของเทียนติดมือออกไปปล่อยให้เ้าตัวหวาดระแวงอยู่ในห้องน้ำที่มีแต่เสียงเปิดน้ำโดยที่ตัวคนไม่แม้แต่จะถอดเสื้อผ้าออกสักชิ้น เสียงปิดประตูหน้าบ้านดังจนทำให้รู้สึกตัวรีบเปิดประตูห้องน้ำออกมาผลักประตูแง้มมองเห็นลูกน้องเดินตามหลังเ้านายกลับไปทางคฤหาสน์ เทียนถึงกับผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งลดตัวลงนั่งกอดเข่า
…คุณคือคนสุดท้ายที่เปิดประตูบานนั้น ริมฝีปากของคุณนั้นช่างงดงามเหลือเกิน คุณคือคนในชีวิตผม…
เสียงเพลงลอดออกมาจากห้องดูหนังในยามดึก ภายในห้องมีเพียงโซฟายาวหนึ่งตัวปรับไฟมืดสนิทรับกับการฉายหนังจอใหญ่ราวกับดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่สิ่งที่กำลังฉายอยู่คือรูปภาพในเมมโทรศัพท์ของเทียนเปิดไล่ทีละรูปพร้อมเสียงเพลงทำคนนั่งไขว่ห้างยกมือลูบสันจมูกไปมามองด้วยความเคลิ้มยิ้มให้กับรูปภาพตลกของเทียนก่อนมีเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะขัดอารมณ์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“นายครับซ้อใหญ่นำชามาให้ครับ” เสียงลูกน้องเฝ้าหน้าประตูเอ่ยบอกเมื่อเสียงเพลงเบาลงเพราะรอฟังผล
“เอาเข้ามา” เสียงตอบรับของเจียงหวง ลูกน้องค่อยๆ เลื่อนประตูเปิดต้อนรับเหม่ยลี่เข้ามาพร้อมชาที่เพิ่งชงมาร้อนๆ ก่อนประตูปิดไล่หลังให้คนสองคนอยู่ด้วยกัน เหม่ยลี่นำชามาวางไว้บนโต๊ะแก้วข้างโซฟาเหลือบมองรูปภาพที่กำลังเลื่อนเปิดซ้ำไปมาสลับมองสีหน้าชายคู่ชีวิตที่จดจ้องอยู่กับหน้าจอ
“เฮียเจียง”
“ว่า” น้ำเสียงไร้เยื่อใยหรือไร้รักตอบรับทันควันราวกับรู้ว่าเธอจะเอ่ยสิ่งใด
“ที่เฮียพาเข้ามา เพราะเฮียชอบใช่หรือเปล่าคะ” คำถามของเหม่ยลี่ทำให้เจียงหวงหยุดภาพหันมองหน้าเธอที่รีบก้มหน้าด้วยความกลัว
“ใช่” ตอบรับอย่างง่ายดายไร้การปกปิดพร้อมหยิบบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาสูบ
“แล้ว…”
“เขาไม่ได้รักผม”
“ให้เหม่ยช่วยไหมคะ อย่างน้อยทำให้มาอยู่หลังใหญ่”
“ไร้ประโยชน์ ปล่อยให้เป็อิสระไป อย่าบีบรัดมากเกินถ้าไม่อยากสูญเสีย”
“ค่ะเฮีย งั้นเหม่ยไม่กวนแล้ว” เหม่ยลี่อมยิ้มอย่างเข้าใจรีบเดินออกไปปล่อยให้เจียงหวงอยู่ตามลำพัง คำพูดของเขาสะท้อนบางอย่างให้กับเหม่ยลี่เดินกอดถาดโอมเข้าครัว
“ซ้อใหญ่เป็อะไรหรือเปล่า ตัดชุดหรือยัง” รีญาเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นหยิบที่มาร์กพอกหน้ามาแปะใบหน้าตนเองหันมองท่าทีเหม่ยลี่ด้วยความแปลกใจฉุดสติเหม่ยลี่เดินไปเก็บถาดแล้วหันมาถามต่อ
“งานอะไร”
“งานเลี้ยงรวมรุ่นของเฮียไง เฮียอนุญาตให้พวกเราไปด้วย ของกินต้องเยอะแน่ ไม่รู้ว่าซ้อสี่จะไปไหม สั่งชุดให้เลยดีกว่า เอาด้วยไหมซ้อใหญ่” ความสดใสของรีญาราวกับสาวแรกรุ่นที่มีแต่ของกินและความสบายอยู่ในหัวไม่ได้สนใจเื่ผัวเมียหรือ้าสานสัมพันธ์ร่วมเตียงกับผู้เป็สามี ลำพังเงินที่เลี้ยงดูต่อคนแต่ละเดือนสบายอิ่มท้องไม่ต้องทำอะไร การเรียกร้องจึงไม่ควรอย่างยิ่งหากทำเจียงหวงไม่พอใจไม่เช่นนั้นอาจกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทุกเมื่อที่ขัดใจเ้าของคฤหาสน์
“สั่งให้ครบทั้งสี่คนเลยแล้วกัน ชุดเฮียด้วย”
“ได้เลยซ้อใหญ่” รอยยิ้มของรีญาทำเหม่ยลี่ยิ้มตามด้วยความเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวอีกหนึ่งคนซึ่งแน่นอนทั้งบ้านเธอเป็ภรรยาที่อายุมากสุด รีญารีบเดินขึ้นห้องอย่างอารมณ์ดีเอียงหน้ามองห้องที่มีเสียงเพลงลอดออกมาถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะเพลงนั้นสื่อได้ว่ามีคนกำลังตกหลุมรักใครบางคน
่สายที่เร่งรีบของใครหลายคนแต่ไม่ใช่ของเจียงหวง นักธุรกิจและนักลงทุนตลาดหุ้น เ้าของโรงงานส่งออกอะไหล่ยานยนต์มรดกตกทอดจากตระกูล และกิจการด้านมืดกาสิโนในมาเก๊านับเป็มาเฟียคนหนึ่งย่อมได้เพราะมีลูกน้องคุ้มกันไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ในขณะที่นั่งรอเซ็นสัญญาการค้าในภัตตาคารด้วยความใจเย็นมองคู่ค้าเข้ามาพร้อมชายขายบริการสองคนเพื่อหวังตกลงธุรกิจให้ราบรื่น มือขวาผายเชิญคนที่เพิ่งมาตามมารยาทก่อนตวัดหางตามองชายสองคนเดินเข้ามานั่งประกบอย่างรู้งานโดยที่เจียงหวงไม่ได้ต่อว่าสิ่งใดมองเอกสารจากเสกสรร ลูกน้องคนสนิทคู่กายพร้อมปากกาวางไว้ให้เ้านายหลังจากรับเอกสารจากคู่ค้า
“โทษทีครับคุณเจียง พอดีผมมัวแต่คัดเด็กให้คุณอยู่ ขอเสนอตามเอกสารสัญญาครับ บริษัทเอเย่นของผมสามารถเจาะตีตลาดทั้งยุโรปแทบทั้งทวีป โรงงานของคุณกอบโกยรายได้เป็กอบเป็กำแน่นอนผมรับประกัน ข้อเสนอนี้น่าสนใจไหมครับ” เปลือกตาหลับทำสมาธินิ่งเคาะนิ้วบนเอกสารอย่างใช้ความคิดหลังจากฟังข้อเสนอแต่ภาพของเทียนกลับลอยอยู่ในหัวจนต้องกำมือ สมาธิหดหายขมวดคิ้วก้มมองมือที่เลื่อนลูบไล้ขาของเขา ดวงตาเฉียบคมลืมขึ้นมองคู่ค้าก่อนมองหางตาใส่ชายบริการ เ้าของฝ่ามือกระแซะเข้ามาทีละนิดเพื่อยั่วยวนหวังให้เขาเคลิ้มแต่ในหัวเขากลับมีชายอีกคนวนเวียนในหัว