ด้านเ้าชายฮาซิมที่กำลังเดินกลับตำหนักของตนเองนั้นก็บังเอิญพบเข้ากับเสนาบดีกลาโหมที่หน้าตำหนักหลวงพอดี
ตอนแรกชายหนุ่มก็นึกแปลกใจว่าอีกฝ่ายมาที่ตำหนักหลวงทำไมแต่เพียงไม่นานก็นึกออกว่าคงหนีไม่พ้นเื่ที่ทำให้เขากลุ้มใจอยู่ตอนนี้เป็แน่
ฮัจจาจ์ เสนาบดีวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายและโค้งคำนับเพื่อแสดงความเคารพต่อเ้าชายฮาซิมซึ่งเ้าชายหนุ่มก็ผงกศีรษะรับเล็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“มาพบองค์อาหมัดหรือท่านฮัจจาจ์”
“พระเ้าค่ะ ทรงเรียกตัวกระหม่อมเข้าพบเป็การด่วนเช่นนี้ไม่รู้ว่ามีเื่อะไร” ฮัจจาจ์ตอบอย่างสำรวม สายตาดูมีแววกังวลเนื่องจากคิดไปถึงเื่ของบ้านเมืองมากกว่าเื่ส่วนตัว
“เข้าไปแล้วท่านจะรู้เอง”เ้าชายฮาซิมเผลอพูดใส่อารมณ์
“เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวก่อนพระเ้าค่ะ”เสนาบดีเฒ่ากล่าวขอตัวแล้วรีบเดินเข้าตำหนักหลวงไป
เ้าชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิดแล้วก้าวเท้าลิ่วๆ เดินกลับตำหนักของตนเองไปมาลิคซึ่งเป็องครักษ์คนสนิทเห็นอาการของผู้เป็นายก็ได้แต่นึกเห็นใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเ้าชายได้เลย
เสนาบดีฮัจจาจ์เข้าเฝ้าองค์อาหมัดกับองค์รานีมาลิกาทันทีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าเขาออกจะแปลกใจว่าเหตุใดทั้งสองพระองค์จึงเรียกพบเป็การส่วนตัวทว่าทุกสิ่งก็กระจ่างเมื่อองค์าาแห่งฟาริทพูดถึงความ้าของพระองค์ ซึ่งมันเกี่ยวพันถึงความสุขตลอดชีวิตของบุตรสาวสุดที่รักของเขา
“เ้ามีความเห็นอย่างไรบ้างฮัจจาจ์เ้ายินดีที่จะให้บุตรีของเ้ามาเป็ชายาของลูกข้าหรือไม่”
“กระหม่อมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าาที่มีต่อครอบครัวของกระหม่อมยิ่งนักพระเ้าค่ะคนเป็พ่อย่อมปรารถนาอยากเห็นลูกได้แต่งงานกับบุรุษดีๆ ที่เพียบพร้อมทุกอย่างอยู่แล้วแต่ว่าเื่นี้กระหม่อมไม่สามารถตัดสินใจเองได้ คงต้องขอกลับไปถามบุตรสาวก่อนเพราะถึงอย่างไรก็เป็ความสุขทั้งชีวิตของนางพระเ้าค่ะ”
“เราเข้าใจท่านและยินดีให้ท่านไปถามความสมัครใจของนางก่อนแต่เราอยากได้นางมาเป็สะใภ้หลวงจริงๆ นะ เรากับองค์อาหมัดนั้นเห็นตรงกันว่าบุตรสาวคนโตของท่านดีพร้อมทุกอย่างเหมาะสมที่จะขึ้นเป็รานีเคียงคู่กับฮาซิมต่อไปในอนาคต เพื่อปกครองแคว้นฟาริทให้ร่มเย็นเป็สุขตลอดไป”
“ขอบพระทัยพระเ้าค่ะ”ฮัจจาจ์รู้สึกซาบซึ้งใจที่องค์รานีเข้าใจถึงความกังวลของเขาที่มีต่อความสุขของบุตรสาว
“ท่านกลับไปคิดดูให้ดีก็แล้วกันความมั่นคงในราชบัลลังก์ของฮาซิมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านแล้ว”องค์อาหมัดบอกเสียงเรียบ สายตานิ่งลึก ไม่ได้ออกคำสั่งแต่อย่างใดแต่เสนาบดีเฒ่าฟังแล้วกลับรู้สึกเครียดขึ้น ดังนั้นเขาจึงเดินออกมาจากตำหนักขององค์รานีด้วยท่าทีที่เหม่อลอยและคิดหนักเพราะไม่รู้ว่าจะพูดเื่นี้กับบุตรสาวอย่างไรดี
ลมทะเลทรายอบอ้าวพัดมาปะทะร่างบางที่นั่งอยู่ภายในศาลาด้านหน้าคฤหาสน์ฟารีดายกจานใส่ขนมหลากชนิดที่เธอลงมือทำด้วยตนเองมาให้ซามินลองชิม ซึ่งชายหนุ่มก็ค่อยๆชิมไปทีละอย่างพร้อมกับเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“เ้าทำขนมอร่อยมากขนาดนี้ต่อไปข้าต้องอ้วนขึ้นอย่างแน่นอน”
“ฝึกทหารทุกวันจะอ้วนได้อย่างไรกันคะพี่ซามินพูดเกินจริงไปแล้ว” ฟารีดาหัวเราะเสียงใส ชายหนุ่มจึงยิ้มตามอย่างสุขใจเพราะใบหน้าหวานๆ และน้ำเสียงใสกังวานของนางช่วยเยียวยาหัวใจของเขาได้เสมอ
ทั้งสองนั่งทานขนมและดื่มชาด้วยกันอยู่นานพอสมควรแล้วซามินก็เอ่ยว่า
“ข้าคงต้องกลับแล้วล่ะมารบกวนเวลาพักผ่อนของเ้านานเกินไปแล้ว”
รอยยิ้มของหญิงสาวหุบลงทันทีเมื่อได้ยินว่าเขาจะกลับแล้วแต่ด้วยความที่เธอไม่เคยปฏิเสธอะไรใคร จึงทำเพียงแค่วางถ้วยชาลงแล้วเดินตามออกไปส่งเขาที่หน้าคฤหาสน์แทน
“ทำไมรีบกลับล่ะคะพี่ซามินพี่สาวข้ายังไม่อยากให้ท่านกลับสักหน่อย” ท่านหญิงฟารีฮาที่เดินออกมาจากส่วนไหนก็ไม่รู้พอดีเอ่ยขึ้น
ท่านหญิงฟารีดาที่ถูกน้องสาวพาดพิงรีบหันไปขึงตาใส่น้องทันทีเพราะกลัวว่าจะมีสาวใช้ที่ทำงานอยู่แถวนี้มาได้ยินเข้า ก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหาอีกฝ่าย
“อย่าพูดอะไรส่งเดชสิฟารีฮาอีกอย่างพี่ซามินก็คงเหนื่อยแล้วให้เขากลับไปพักเถอะ”ท่านหญิงฟารีดาทำเสียงดุใส่น้องสาว
“ท่านพี่จะกลัวทำไมที่นี่มันบ้านของเรานะ ถ้าอยากให้เขาอยู่ก็บอกไปตรงๆ เลย จะมานั่งอายทำไม ถ้าสักวันมีคนมาขโมยหัวใจของพี่ซามินไปพี่จะรู้สึก”ท่านหญิงฟารีฮาซึ่งเป็คนเปิดเผยบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพราะเบื่อที่พี่สาวชอบปิดบังความรู้สึกของตัวเองไว้และเอาแต่ขวยเขินไปเรื่อยแบบนี้
“อย่ายุ่งน่าฟารีฮาพี่ขอล่ะ...ได้ไหม”
“ก็ได้ข้าไม่ยุ่งแล้วก็ได้ แต่ถ้าเสียใจเมื่อไรอย่ามานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งให้ข้าคอยปลอบล่ะ”ฟารีฮาพูดกระเซ้าเย้าแหย่เล่นพร้อมกับเอาไหล่กระแทกไหล่พี่สาวเบาๆ จากนั้นเธอก็หันไปร่ำลาเสนาธิการหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาลาเธอเช่นกัน
“แล้วมาเยี่ยมกันอีกนะคะคนแถวนี้จะได้ดีใจยิ้มหน้าบานทั้งวัน โอ๊ย!”ท่านหญิงฟารีฮาร้องลั่นเพราะถูกพี่สาวหยิกหมับเข้าให้ตรงสีข้างทีหนึ่ง
“ได้สิ”ซามินกลั้นยิ้มขำสองพี่น้อง ก่อนจะกล่าวลาแล้วเดินกลับไปขึ้นม้าของตัวเองที่คนดูแลนำมาให้ซึ่งก่อนไปชายหนุ่มก็อดมองสตรีในดวงใจอีกครั้งไม่ได้พลางคิดว่าสักวันหนึ่งเขากับเธอคงได้เผยความในใจต่อกันได้ในที่สุดและหากวันนั้นมาถึงเขาจะไม่ยอมเก็บงำความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว
ภาพความสนิทสนมระหว่างซามินกับท่านหญิงฟารีดานั้นตกอยู่ในสายตาของเสนาบดีฮัจจาจ์ตลอดเพราะเขายืนมองจากทางหน้าต่างของห้องทำงานนานแล้ว
‘ฟารีดาลูกพ่อเ้าช่างน่าสงสารจริงๆ’ เสนาบดีเฒ่ารู้สึกเห็นใจบุตรสาวยิ่งนักเพราะมองออกว่าฟารีดามีใจให้กับซามิน และซามินเองก็มีใจให้กับฟารีดาเช่นกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยห้ามปรามเลยที่คนทั้งสองสนิทสนมกันมิหนำซ้ำยังแอบยินดีด้วยซ้ำหากเสนาธิการหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้จะรักชอบในตัวของบุตรสาวคนโตของเขา
แต่วันนี้รับสั่งของทั้งสองพระองค์ทำให้เขาลำบากใจยิ่งนักแม้จะฟังดูเหมือนให้เขาตัดสินใจเอง แต่ความจริงแล้วมันก็คือราชโองการจากองค์อาหมัดนั่นแหละ
“ท่านพ่อ...ข้าเอาชากุหลาบมาให้เ้าค่ะ” ท่านหญิงฟารีฮาเดินถือถาดน้ำชากับขนมเข้าห้องมาอย่างร่าเริงแต่บิดากลับยืนนิ่งไม่ขานรับเธอสักคำ จนหญิงสาวต้องวางถาดในมือลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปถามท่านใกล้ๆ ว่า “ท่านพ่อมีเื่กังวลใจหรือเ้าคะสีหน้าของท่านดูเครียดยิ่งนัก”
“ไปตามพี่สาวของเ้ามาพบพ่อหน่อยพ่อมีเื่สำคัญจะคุยด้วย” ฮัจจาจ์ไม่ตอบคำถามแรกแต่สั่งให้บุตรสาวคนเล็กไปตามฟารีดามาพบแทนซึ่งฟารีฮาก็ทำตามโดยไม่ถามอะไรให้บิดาต้องรำคาญใจ
“วันนี้ท่านพ่อมาแปลกแฮะท่าทางจะมีเื่เครียดมากจริงๆ รีบไปตามท่านพี่มาดีกว่า” หญิงสาวพึมพำอย่างสงสัยแต่เพียงไม่นานท่านหญิงก็ได้รับความกระจ่างแจ้งหลังจากที่เธอไปตามพี่สาวมาพบบิดาที่ห้องทำงานแล้ว
“ไม่ได้นะเ้าคะ! ลูกไม่เห็นด้วยที่จะให้ท่านพี่แต่งงานกับเ้าชายฮาซิม”ฟารีฮาร้องคัดค้านตัวสั่นเพราะโกรธแทนพี่สาวมาก ในขณะที่ฟารีดากลับนั่งก้มหน้าฟังอยู่เงียบๆฮัจจาจ์ถอนหายใจยาว มองลูกสาวคนโตด้วยความสงสาร
“ท่านพ่อ! ท่านต้องปฏิเสธองค์อาหมัดนะเ้าค่ะบอกพระองค์ไปเลยว่าท่านพี่ฟารีดามีคนที่ชะ...”
“ฟารีฮา!” ฝาแฝดผู้พี่เอ่ยขัดขึ้นพร้อมสบตากับน้องสาวอย่างขอร้อง "หยุดเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
“อย่าบอกนะว่าท่านพี่จะยอมแต่งงานกับเ้าชายท่านพี่ไม่ได้รักเ้าชายจะยอมแต่งงานด้วยทำไม” ฟารีฮาโวยวายใส่พี่สาวอย่างขัดใจก่อนจะหันไปพูดกับบิดาแทน “ท่านพ่อ...ท่านจะยอมทำลายความสุขของท่านพี่อย่างนั้นหรือเ้าคะ”
“แล้วเ้าจะให้พ่อทำอย่างไรจะให้พ่อปฏิเสธองค์อาหมัดกับองค์รานีอย่างนั้นหรือแล้วจะหาเหตุผลใดไปปฏิเสธพระองค์กันเล่า”
“ก็ทูลทั้งสองพระองค์ไปว่าท่านพี่ฟารีดามีคนรักอยู่แล้วสิเ้าคะ”ฟารีฮาคิดหาทางออกให้
“แล้วใครคือคนรักของพี่สาวเ้าล่ะ”ฮัจจาจ์ถามกลับ ทำเอาสองพี่น้องนิ่งอึ้งไป “องค์อาหมัดกับองค์รานีทราบว่าพี่สาวของเ้ายังไม่มีคู่หมายแล้วจู่ๆ พ่อจะไปทูลแบบนี้คงได้หัวขาดเป็แน่อีกอย่างบุรุษที่เ้าอ้างถึงอาจได้รับความเดือดร้อนก็เป็ได้”
สองพี่น้องหน้าซีดเผือดสบตากันอย่างหวั่นเกรง ก่อนที่ท่านหญิงฟารีดาจะส่ายหน้าน้อยๆส่งสัญญาณไม่ให้น้องสาวกล่าวถึงซามินเด็ดขาด เพราะเธอไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อน
ทั้งสามคนนั่งเงียบอยู่อึดใจใหญ่จนท่านหญิงฟารีฮาทนอึดอัดใจไม่ไหว เพราะเป็คนที่ไม่ชอบยอมแพ้อะไรง่ายๆมาั้แ่เด็กแล้วจึงหันไปรบเร้าพี่สาวอีกครั้ง
“ท่านพี่บอกท่านพ่อไปสิว่าไม่อยากแต่งงานกับเ้าชายนั่นพูดความ้าของท่านออกมาเลย อย่าเอาแต่เงียบแบบนี้สิ”
ฟารีฮาเร่งเร้าด้วยการเขย่าแขนพี่สาวเพราะเธออยากให้ฟารีดาลุกขึ้นสู้เพื่อความรักของตนเองบ้างแต่หญิงสาวก็ต้องผิดหวังเมื่อพี่สาวเลือกที่จะหนีปัญหาไป
“ท่านพ่อ...ลูกไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วลูกขอตัวกลับไปพักก่อนนะเ้าคะ” ท่านหญิงฟารีดากล่าวเสียงเศร้าแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเหมือนคนไร้ิญญา
“ท่านพี่!” ฟารีฮาร้องเรียกด้วยความขัดใจ ก่อนจะหันกลับมามองบิดาด้วยสายตาเคืองขุ่นนึกน้อยใจแทนพี่สาวที่บิดาไม่ยอมเข้าใจ “ท่านพ่อใจร้าย!” หญิงสาวต่อว่าท่านแล้วลุกขึ้นเดินตามพี่สาวออกไปบ้าง
“เฮ้อ...”เสนาบดีฮัจจาจ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความกลัดกลุ้ม ใจหนึ่งก็สงสารลูกอยากช่วยแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวถูกองค์อาหมัดโกรธ
เขายังจดจำสายตาและคำพูดของพระองค์ในวันนั้นได้ดีคำพูดที่เหมือนขอร้องแต่หากฟังให้ดีแล้วเหมือนคำบัญชาที่ห้ามปฏิเสธเสียมากกว่า
หากต้องโทษอาญาตัวเขานั้นไม่หวั่นเกรงหรอกห่วงแต่โทษทัณฑ์นั้นจะไปถึงลูกสาวทั้งสองและทุกคนในครอบครัวด้วยนี่สิที่ทำให้เขากลัว...
ท่านหญิงฟารีฮาตามพี่สาวไปจนถึงห้องนอนก็พบว่าประตูถูกปิดล็อกเอาไว้
“ท่านพี่ฟารีดา”
“ขอพี่อยู่คนเดียวนะฟารีฮา”เสียงคนในห้องะโตอบกลับมา ซึ่งหากหูเธอไม่แว่วละก็มีน้ำเสียงสะอื้นปนมาด้วย
“ก็ได้ ถ้าท่านพี่อยากคุยเมื่อไรก็ไปหาข้าได้ที่ห้องนะ”
ไม่มีเสียงตอบกลับมาฟารีฮาจึงเดินกลับห้องนอนของตัวเองไป ในใจนึกสงสารพี่สาวยิ่งนักจนพาลโกรธเคืองไปถึงตัวต้นเหตุ
‘ท่านพี่น่าสงสารเหลือเกินทำไมเ้าชายบ้านั่นต้องมาเลือกพี่ฟารีดาด้วยนะ หาเองไม่ได้รึยังไงกัน’