ยามเฉิน* นายทหารยศน้อยคนหนึ่งวิ่งตรงไปยังกระโจมรองแม่ทัพ รายงายความเคลื่อนไหวที่นอกค่ายเสียงดังฟังชัดตงเฉินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารปึกใหญ่มองดูสีหน้ากระตือรือร้นระคนตื่นเต้นดีใจของอีกฝ่ายนี่คงอยากออกไปเสนอหน้าให้
ท่านแม่ทัพเห็นเต็มตาสิท่า ถึงได้รีบเร่งมารายงานเขาแทบไม่หยุดพักหายใจอย่างนี้
ตงเฉินส่ายหน้าระอาใจนึกหมั่นไส้ทหารนายนี้นักแต่กระนั้นใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังก็ยังปรากฏรอยยิ้มมุมปาก ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างเพิ่มความเป็มิตรมากขึ้นเขาวางพู่กันในมือลงรีบลุกขึ้นสาวเท้าเดินออกจากกระโจมะโสั่งให้ทหารทั้งหมดออกมารวมตัวกันที่หน้าค่าย เพื่อรอต้อนรับการกลับมาของท่านแม่ทัพ
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป**ระเบียบแถวก็จัดออกมาเสร็จสมบูรณ์ไร้ที่ติ สีหน้าของพลทหารนับหมื่นต่างดีใจ เฝ้ารอที่จะได้เห็นหน้าท่านแม่ทัพกับเพื่อนทหารที่หายหน้าหายตาไปนานนับสิบวันชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งตัวตรงเผยความองอาจห้าวหาญอย่างชายชาตินักรบพวกเขาไม่หวาดเกรงต่อความตายยินดีรับใช้ชาติบ้านเมืองด้วยความสมัครใจ
ในระหว่างที่ท่านแม่ทัพไม่อยู่บัญชาการที่ค่าย เขาได้ส่งมอบหน้าที่ให้
รองแม่ทัพตงเฉินดูแลแทน สิบวันที่ผ่านมาสถานการณ์ทั้งในและนอกยังคงเป็ปกติ ไม่มีพวกทหารจิ่นหยางเข้ามารุกรานสร้างความวุ่นวายให้ไม่มาก่อกวน หรือแม้กระทั่งลอบโจมตีคนในค่าย ก็เหมือนกับหลายเดือนที่ผ่านมาพวกมันจงใจยั่วยุให้พวกเขาเกิดโทสะ กระตุ้นให้ลงมือทำาก่อนแต่มิได้เล่นงานพุ่งเป้ามาที่พวกเขาโดยตรง
เื่ราวก่อนหน้านี้เขาไม่รู้แน่ชัดพวกมันก่อเหตุวิวาทระรานชาวบ้านแถบนี้อย่างเหิมเกริมฉุดคร่าหญิงสาวในหมู่บ้านไปบำเรอตัณหาให้ตนเองพอเสร็จสมอารมณ์หมายก็ส่งตัวกลับคืนหมู่บ้านเป็การเยาะเย้ยพวกเขาให้เจ็บใจเล่นส่วนพวกผู้ชายไม่ว่าเด็กหนุ่มหรือแก่ชราก็ล้วนถูกสังหารสิ้นซากศพที่เหลือทิ้งไว้ถูกแร้งรุมทึ้งจิกกินกลายเป็ภาพสยดสยองการกระทำของพวกมันช่างโเี้ไร้ความปรานี ราวกับสัตว์ป่ากระหายเืพร้อมจะเปิดศึกก่อาได้ทุกเมื่อ
ทว่า...จุดหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจคือการที่พวกมันริเริ่มประกาศศึกาแต่ไม่ลงมือทำอะไรจริงจังสักทีทั้งส่งสารท้ารบ ทั้งยุแยงปลุกปั่น พวกมันกระทำเื่ต่ำช้าสารพัดเพื่อยั่วให้พวกเขาหมดความอดทน
พวกมันกำลังรอสิ่งใดอยู่กันแน่สามเดือนมานี้กองทัพทหารทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันแน่วนิ่ง ขอเพียงฝ่ายใดเริ่มขยับเท้าก่อนาอย่างเต็มรูปแบบก็จะปะทุขึ้นทันที
ตงเฉินมองกองทัพทหารกว่าห้าร้อยนายเคลื่อนขบวนเข้ามาใกล้ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนกลับแต่งแต้มด้วยจุดกลมสีดำเล็กๆเกล็ดหิมะกระจัดกระจายตลบลอยฟุ้งในอากาศบดบังทัศนียภาพตรงหน้าให้พร่าเลือน ราวกับภาพแห่งความฝันที่มีได้แค่ในจินตนาการ
เสียงเกือกม้ากระทบลงบนพื้นหิมะดังกุบกับ สะท้านะเืแผ่นดินปลุกระดมจิตใจให้ฮึกเหิมเงาร่างตรงหน้ายิ่งมายิ่งเด่นชัด ก่อนที่ดวงตาคมจะหรี่ลงจ้องเขม็งไปยังพื้นเบื้องล่างที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตหลายสายตัดผ่านสีขาวเด่นชัดราวกับดอกเหมยที่แย้มกลีบเบ่งบานท่ามกลางเหมันต์
ฉับพลันใบหน้าหล่อเหลาของตงเฉินแปรเปลี่ยนเป็ดุดันแข็งกร้าวดวงตา
ดำสนิทเจือไอสังหารเข้มข้น คุกรุ่นด้วยไฟโทสะมากล้นเสียจนไม่อาจปกปิดไว้ได้
ที่ทุกวันนี้ทหารจิ่นหยางไม่เคลื่อนไหวไม่บุ่มบ่ามบุกเข้าโจมตีก็เพราะเหตุผลนี้นี่เองพวกมันจงใจดักซุ่มทำร้ายท่านแม่ทัพกับทหารที่ออกติดตาม ในระหว่างที่ไปช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถบนี้!
ชั่วช้าสามานย์! พวกมันไม่สมควรได้ชื่อว่าทหารปกป้องแคว้นแต่ควรได้ชื่อว่าลูกหมาที่ดีแต่ลอบกัดเท่านั้น!
เหล่าทหารที่มารอรับการกลับมาของท่านแม่ทัพและเพื่อนทหารต่างพากันเก็บกดความแค้นไว้ในใจพวกเขาอดทนรอคอยอย่างใจเย็นจนกระทั่งเห็นร่างสูงใหญ่เด่นสง่าผึ่งผายทั่วทั้งร่างอาบไว้ด้วยรังสีอำมหิตพร้อมจะเข่นฆ่าทุกชีวิตให้ดับสิ้น
หากผู้ใดได้พบเจอเข้าไม่ใจนหมดสติไปก็ต้องรีบร้องขอชีวิตเป็พัลวันแต่พวกเขาคือพลทหารที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ออกทัพจับศึกกับท่านแม่ทัพมานับครั้งไม่ถ้วนบุคลิกองอาจห้าวหาญ หยิ่งผยองราวกับพยัคฆ์คำรามเช่นนี้ ถึงจะสมกับสมญานาม ‘เ้าแห่งา’ที่พวกเขาเทิดทูนบูชาและยกย่องสรรเสริญให้เป็หนึ่งในใต้หล้าที่แข็งแกร่งเหนือผู้ใด
หากพวกเขามีแม่ทัพใจเสาะแค่เห็นฝ่ายตรงข้ามมีคนเยอะเข้าหน่อยก็
ถอดใจถอยหนี สู้มีแม่ทัพใหญ่ที่แม้ท่าทางจะดุร้าย แต่ก็ข่มขวัญศัตรูได้เพียงแค่สบตาไม่ว่าจะออกรบเผชิญหน้ากับศัตรูสักกี่ครั้งก็ไม่หวั่นทั้งยังปราบปรามให้พวกมันยอมศิโรราบโดยไม่ต้องเปลืองแรงทำอะไร
ถึงพวกเขาจะเป็ทหารแต่ก็มีบ้านมีครอบครัวอยู่ข้างหลังถ้ากลับไปโดยไม่ต้องเสียเืเสียเนื้อได้ย่อมดีที่สุด
กุนซือหลี่ผู้ฉลาดปราดเปรื่องสมกับเป็คนสนิทรู้ใจท่านแม่ทัพรุดหน้าควบม้าทะยานเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ารองแม่ทัพตงเฉินด้วยความเร็วใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลาดั่งหยกปรากฏแววเหนื่อยล้าต่างจากริมฝีปากที่โค้งขึ้น เผยรอยยิ้มงดงามดุจแสงอาทิตย์ดูอบอุ่นอ่อนโยนใจดีทั่วร่างโอบล้อมด้วยกลิ่นอายของบัณฑิตผู้คร่ำเคร่งในการศึกษาจนมีสติปัญญาเฉียบแหลมมองเห็นภาพทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง
นายทหารที่อยู่แถวหน้าสุดไม่ได้เคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับใบหน้าหล่อเหลาอย่างสุภาพชนตรงข้ามกลับรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่แฝงมาในรอยยิ้มงดงามและดวงตาดอกท้อคู่นั้นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันดีย่อมรู้ได้ในทันทีว่าหลี่ซื่อจื่อกำลังสะกดกลั้นความเดือดดาลไว้มากมายเพียงใด
แม้ยามปกติกุนซือหลี่ผู้นี้จะแย้มยิ้มสุภาพอ่อนโยนอยู่เป็นิจแต่จากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน พวกเขาย่อมแยกแยะออกว่ารอยยิ้มไหนมีไว้เพื่อล่อลวงใจและรอยยิ้มไหนมีไว้เพื่อพิฆาตสังหารศัตรู
น้อยครั้งนักจะมีเื่รบกวนจิตใจเขาผู้ที่ยั่วให้กุนซือหลี่แสนอ่อนโยน
โกรธเกรี้ยวได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา จะต้องเป็คนที่โง่เขลาถึงได้แส่หาเื่ใส่ตัวและอาจรวมถึงคนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วถึงได้ปลุกมารร้ายในคราบมนุษย์ให้ตื่นขึ้นมา
“เหตุใดท่านแม่ทัพกับท่านถึงได้กลับมาในสภาพนี้ระหว่างทางเกิดเื่ใดขึ้นงั้นหรือ” ตงเฉินถามหลี่ซื่อจื่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมพลางลากสายตามองไปยัง
ท่านแม่ทัพที่เพิ่งลงจากหลังม้า โดยมีองครักษ์เหอผู้เป็ดั่ง ‘ตาซ้าย’ของท่านแม่ทัพคอยช่วยพยุงไว้ไม่ให้ล้มลง
ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มซีดเซียวไร้สีเืบนชุดเกาะมีรอยฉีกขาดจากการถูกฟันหลายแห่ง แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือลูกศรถูกยิงปักเหนืออกซ้ายเืบริเวณนั้นเป็
สีดำ หมายความว่าศรปลายหักดอกนั้นอาบไว้ด้วยยาพิษ
โชคดีที่ครั้งนี้มีองครักษ์หลินไปด้วย เขาคนนี้คือ ‘ตาขวา’ของท่านแม่ทัพเชี่ยวชาญวิชาการแพทย์ เก่งกาจทั้งด้านการรักษาและวางยาหากท่านแม่ทัพถูกลอบทำร้ายโดนพิษเข้า ฮุ่ยหลินย่อมหาทางรักษาได้ทันท่วงที
“พูดแล้วเื่มันยาว พาท่านแม่ทัพกลับเข้ากระโจมก่อนจากนั้นข้ากับท่านค่อยหารือกัน เื่คราวนี้ถูกวางแผนมาเป็อย่างดีลำพังแค่พวกจิ่นหยางคงคิดแผนการสกปรกลอบเล่นงานท่านแม่ทัพอย่างนี้ไม่ได้หรอก อาจมีมือที่สามมาลอบสร้างสถานการณ์คิดจะยั่วยุให้ทั้งสองแคว้นตีกัน ส่วนตัวเองนั่งหัวเราะเยาะอยู่เื้ั รอหยิบชิ้นปลามันไปเปล่าๆปลีๆ”หลี่ซื่อจื่อกล่าวเสียงราบเรียบเป็เหตุเป็ผลไร้ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองทั้งที่เขาสามารถทำเช่นนั้นได้
ถึงตำแหน่งเขาจะไม่สูงเท่ารองแม่ทัพตงเฉินแต่ด้วยเป็คนสนิทติดตามดูแลท่านแม่ทัพมาแต่เยาว์วัย ย่อมสนิทสนมคุ้นเคยกันดีมากกว่ารองแม่ทัพที่เพิ่งได้รับการั้แ่งให้มาอยู่ภายใต้การบัญชาการของท่านแม่ทัพเมื่อปลายปีก่อนดังนั้นตำแหน่งเขาในใจท่านแม่ทัพย่อมสูงกว่ารวมถึงเหล่าทหารสังกัดนายกองนับแสนหมื่นนายย่อมให้ความเคารพยำเกรงเขามากกว่าตงเฉินเป็ธรรมดา
ตงเฉินเองใช่ว่าจะไม่รู้ถึงความสำคัญข้อนี้ไหนเลยจะกล้าต่อปากต่อคำให้มากความเขาพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกถ้อยคำของหลี่ซื่อจื่อก่อนจะหันไปมองด้านหลังออกคำสั่งเสียงเรียบปราศจากความขุ่นเคืองใดๆ
“กู่เล่ยเ้าให้หมอที่อยู่ในค่ายทั้งหมดมาดูแลพวกทหารที่ได้รับาเ็หากขาดเหลือสิ่งใดให้จัดการได้เลยไม่ต้องมารายงานข้า ตรวจสอบจำนวนคนที่อยู่ในค่ายด้วยว่าอยู่ครบหรือไม่หายไปให้ตามกลับมา เกินให้นำตัวมาพบข้า แล้วประกาศออกไปด้วยว่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากข้าห้ามผู้ใดเข้าออกค่ายเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนไม่ยอมทำตามให้ลงโทษตามกฎทหารได้เลย”
“ขอรับ ข้าจะทำตามคำสั่งของรองแม่ทัพอย่างเคร่งครัดจะลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งตามกฎทหารอย่างไม่มีผ่อนปรน”
“ดีมาก ที่เหลือข้าฝากเ้าดูแลด้วยอย่าลืมเพิ่มทหารเวรยามเป็สองเท่า
ตรวจตราบริเวณรอบๆ ให้ดี อย่าให้มีใครเล็ดลอดเข้ามาได้่เวลาสำคัญอย่างนี้มันอาจฉวยโอกาสบุกโจมตีเราอย่างไม่ทันตั้งตัว”
“ทราบแล้ว กู่เล่ยจะไม่ทำให้รองแม่ทัพผิดหวัง”กู่เล่ยประสานมือคารวะตอบรับเสียงหนักแน่น เขายินดีทำตามคำสั่งของตงเฉินทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็รองแม่ทัพแต่เป็เ้าชีวิตเขาถ้าไม่ได้นายท่านช่วยไว้ในวันนั้นคงไม่มีตัวเขาในวันนี้
เพื่อตอบแทนบุญคุณ เขายินดีบุกน้ำลุยไฟมอบชีวิตให้อย่างไม่คิดเสียดาย
เมื่อกู่เล่ยจากไปแล้ว หลี่ซื่อจื่อก็แย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีจะมีลูกน้องสักกี่คนที่จงรักภักดีต่อเ้านายจากใจจริงรองแม่ทัพคนนี้นับว่าโชคดีนัก มีลูกน้องที่รู้ใจ เพียงแค่พูดไม่กี่คำก็เข้าใจความหมายที่้าสื่อพวกเขาต้องรีบหาเกลือเป็หนอนให้เร็วที่สุดเพื่อกำจัดมันทิ้งซะ!
ก่อนหน้านั้นในค่ายทหารแห่งนี้ได้แม่ทัพหยางซิ่วโจวประจำการอยู่มานับสิบปีด้วยความหยิ่งยโสถือดี ไม่พอใจที่ท่านแม่ทัพมาประจำอยู่ที่ชายแดนแทนตน จึงมีความเป็ไปได้สูงว่าฝ่ายนั้นจะส่งคนลอบเข้ามาในค่ายเพื่อสืบข่าวคราวการเคลื่อนไหวในกองทัพของพวกเรา
คงต้องส่งคนไปตามดูแม่ทัพหยางสักหน่อยแล้ว ถ้าเป็คนทรยศจริงก็ไม่อาจเก็บไว้ให้เป็ภัยใกล้ตัวได้ต้องรีบหาทางจัดการก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ทำอะไรไปมากกว่านี้และการตัดสินใจออกคำสั่งเด็ดขาดของตงเฉินในครั้งนี้ก็น่าชื่นชมไม่น้อย จนเขาอดเลื่อมใสในความสามารถของรองแม่ทัพคนนี้ไม่ได้
“ท่านเห็นหานฮูหยินหรือไม่ จวบจนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่เห็นเขาออกมารอต้อนรับท่านแม่ทัพกลับเลยเกิดอะไรขึ้น...เขาคงมิใช่ถูกใครทำร้ายอีกหรอกนะ?”
วาจานี้เจือไว้ด้วยความคุกคามเล็กน้อยยามถามก็มองสีหน้าตงเฉินไปด้วยราวกับจะเสาะหาความจริง เหล่าทหารที่ยืนเข้าแถวในตอนแรกก็สลายตัวไปราวกับหมอกควันเหลือทิ้งไว้แค่บรรยากาศชวนอึดอัดจากแรงกดดันของหลี่ซื่อจื่อเท่านั้น
ในสายตาพวกเขาไม่ควรข้องแวะกับกุนซือเ้าเสน่ห์ผู้นี้มากนักใครจะรู้ว่า
แววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มกับท่าทีสุภาพอ่อนโยนนี้ซุกซ่อนความร้ายกาจอะไรไว้ความใจดีมีเมตตาของคนผู้นี้ก็เปรียบเสมือนภาพลวงตาที่ไม่อาจจับต้องได้หากหลงเชื่อเพียงน้อยนิดอาจพาตัวเองไปติดกับ กลายเป็ลูกไก่ในกำมือให้คนโเี้อำมหิตผู้นี้บีบเคล้นเล่นสนุกมือ
เคยได้ยินคำพูดที่ว่า ‘ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา’ หรือไม่ หลี่ซื่อจื่อคนนี้คือผู้ที่เหมาะสมกับคำนี้ที่สุดแล้ว
“เื่นี้ข้าไม่ขอยุ่งในเมื่อกุนซือหลี่กลับมาแล้วก็จัดการเื่นี้เองเถอะ”
“เกิดเื่ขึ้นกับฮูหยินรองจริงๆ สินะ ไยท่านจึงแล้งน้ำใจปล่อยให้พวกไม่รู้จักดีชั่วทำร้ายฮูหยินได้อย่างน้อยท่านน่าจะห้ามหรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ข้ารู้สึกว่าท่านให้ความเคารพต่อท่านแม่ทัพจริงๆหาใช่ทำดีต่อหน้าแล้วลับหลังทำตัวเช่นนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทหารที่ดีคนหนึ่งสมควรทำ”
“ข้ามีความเคารพให้กับท่านแม่ทัพเสมอมา ทหารทุกคนล้วนเป็พยานได้แต่เื่บางเื่ข้าไม่อาจสอดมือเข้าไปยุ่งถึงฮ่องเต้จะพระราชทานสมรสแต่งตั้งให้
เขาเป็ภรรยารองของท่านแม่ทัพ แต่คนทั้งแผ่นดินต่างรู้ดีว่าท่านแม่ทัพหาได้ยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้ไม่เพราะขัดราชโองการไม่ได้ท่านแม่ทัพถึงพาเขามาที่นี่ แล้วท่านจะให้ข้าดูแลเอาใส่ใจผู้ที่แม้แต่ท่านแม่ทัพไม่เคยเหลียวแลได้ยังไง”
ตงเฉินที่ถูกตำหนิด้วยเื่ไม่เป็เื่ย่อมรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจเขาที่เป็ถึงรองแม่ทัพกลับต้องมาถูกต่อว่าเพราะชายบำเรอผู้หนึ่งที่ท่านแม่ทัพไม่เคยใส่ใจแยแสแล้วเหตุใดเขาถึงต้องมาทนรับคำต่อว่าพวกนี้ด้วย
แค่ท่านแม่ทัพไม่แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ต่อหน้าผู้อื่นยอมให้ชายบำเรอไร้ค่าเดินไปไหนมาไหนในกองทัพได้ก็ถือว่าเมตตามากแล้ว ถ้าไม่เพราะการขัด
ราชโองการของฮ่องเต้มีโทษร้ายแรงถึงขั้นปะาชีวิต เด็กคนนี้คงไม่ได้มีลมหายใจมาจนถึงทุกวันนี้
หลี่ซื่อจื่อเหยียดยิ้มกว้างขึ้น ั์ตาเย็นใสเปล่งประกายคมกริบดุจใบไผ่ดู
น่ากลัวอย่างน่าประหลาด วาจานี้ของตงเฉินเมื่อเอ่ยออกมาช่างน่าสะอิดสะเอียนนักไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีด้านที่น่ารังเกียจอย่างนี้
“อีกเดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมฮูหยินรองสักหน่อย ปกติฮูหยินรองจะต้องออกมารอรับท่านแม่ทัพกลับค่ายแล้วแต่วันนี้กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าไม่อยากพูดเช่นนี้หรอกนะ แต่ฐานะของท่านน้อยกว่าฮูหยินมากนักหากเกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินจริง ไม่ว่าใครก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะในตอนที่ท่านดูแลรักษาการณ์อยู่หากเกิดเื่ขึ้นคิดว่าคนที่ต้องโดนเล่นงานก่อนเป็คนแรกคือใครกัน”
ั์ตาดอกท้อ*ของหลี่ซื่อจื่อทอประกายเยียบเย็นดุจก้อนน้ำแข็ง มุมปากโค้งขึ้นเผยรอยยิ้มน่าพิศวงคำเตือนนี้ไม่เพียงแต่กระทบถูกใจรองแม่ทัพหนุ่มยังกระแทกไปถึงใจทหารทุกนายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักให้หนาวสะท้านไปทั้งตัว
หานฮูหยินก็คือนายหญิงที่เขาเคารพและให้เกียรติรองจากท่านแม่ทัพใหญ่หากผู้ใดกล้ากระทำเื่ชั่วช้าไม่กลัวตายเขายินดีพิสูจน์ให้มันผู้นั้นเห็นว่า ‘ตายเสียยังดีกว่าอยู่’ เป็อย่างไร
________________________________________
* ั์ตาดอกท้อคือคนที่มีดวงเื่ความรัก มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม มักเป็ที่สนใจของผู้อื่น
“ท่านดูแลรักษาการณ์แทนท่านแม่ทัพมาหลายวันคงจะเหนื่อยล้ามากเื่ต่อจากนี้ให้ข้าดูแลแทน ส่วนที่ต้องหารือกันดูท่าตอนนี้คงไม่ต้องแล้วจนกว่าท่านจะแยกแยะลำดับความสำคัญก่อนหลังได้เมื่อนั้นเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมดข้าจะเล่าให้ท่านฟัง เชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถอะข้าจะไปดูอาการฮูหยินรองสักหน่อย”
หลี่ซื่อจื่อไม่คิดไว้หน้ารองแม่ทัพ เขากรำศึกในสนามรบเคียงบ่าเคียงไหล่
ท่านแม่ทัพมาหลายปี คลุกคลีกับการฆ่าฟันมาไม่รู้เท่าไรจนชินชาไร้ความกลัวเกรงต่อเื่นี้ไปแล้วหากจำเป็ต้องประมือกับตงเฉินจริงใช่ว่ากุนซืออย่างเขาจะขี้ขลาดยกมือยอมแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่ม อย่าได้คิดดูถูกความสามารถเขาเป็อันขาดไม่อย่างนั้นจะต้องเสียใจภายหลัง
กุนซือหน้าหยกแยกแย้มรอยยิ้มอบอุ่นลวงตามอบให้ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังหลังค่าย ซึ่งเป็ที่ตั้งกระโจมของฮูหยินที่ต้องเดินลึกเข้าไปเกือบถึงชายป่าตงเฉินมองตามแผ่นหลังหลี่ซื่อจื่อไป ั์ตาดำสนิทฉายประกายลึกล้ำเยียบเย็นขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
รองแม่ทัพหนุ่มเดินย้อนกลับไปยังกระโจมที่พักทิ้งความกรุ่นโกรธไว้ข้างหลังกลับสู่ความสงบเยือกเย็นดังเดิม
________________________________________
* ยามเฉินคือ่เวลา 07.00 ถึง 09.00 น.