"มันอนาถมากเลยไม่อยากเล่าให้ใครฟัง"ดาวเหนือตอบพลางนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กภายในห้องพักฟื้น เพื่อทิ้งระยะห่างจากก้อนดิน
"น้องสาวฉันก็ตายอนาถเหมือนกันเดินผ่านเขตก่อสร้างที่ไม่มีการป้องกัน แล้วกองอิฐมวลเบาหล่นลงมาแค่ก้อนเดียวก็ไม่น่ารอดแล้ว นี่เล่นทั้งกองเลย ป่านนี้ยังไม่ได้เงินชดเชยด้วยนะเส้นเค้าใหญ่ อยู่ในประเทศนี้ ใครๆ ก็ตายอนาถได้ทั้งนั้น" ก้อนดินยิ้มเศร้าๆอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ภายในห้อง
"ก็...คงอย่างนั้น" ดาวเหนือลอบถอนหายใจเบาๆ จริงอยู่ที่ตอนเป็มุษย์เขาสามารถพบเจอข่าวการตายอนาถผิดวิสัยในประเทศไทยได้เป็ระยะๆ ทั้งบนโลกโซเชียลรวมไปถึงในทีวีและวิทยุ แต่เมื่อกลายมาเป็ยมทูตหนุ่มน้อยกลับพบว่าการตายอนาถในประเทศนี้มีทุกวัน หากแต่ไม่เป็ข่าวต่างหาก
"ผม...ขี่มอเตอร์ไซค์ไปลื่นล้มตรงแผ่นเหล็ก ที่เค้าใช้ปิดหลังเจาะถนน ก็เลย... ตาย"
ในที่สุดยมทูตหนุ่มน้อยก็ยอมเปิดใจถึงการตายอนาถของตัวเองแม้ว่านั่นจะยังไม่ใช่ทั้งหมดของสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม
"นายถูกรถเหยียบซ้ำเหรอหรือว่าหัวน็อคพื้น?" ก้อนดินถามต่อไปอีกเพราะสาเหตุการตายที่ดาวเหนือบอกนั้น ถ้าไม่มีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพิ่มก็ไม่น่าจะทำให้เขาถึงขั้นตายอนาถได้
"ก็...ทำนองนั้น" ยมทูตหนุ่มน้อยตอบสั้นๆ เหมือนอยากเลี่ยงที่จะพูดถึงมันไม่ว่าจะเพราะรู้สึกะเืใจกับความหลังครั้งเก่าหรือเพราะอะไรก็ตามที
"ขอโทษนะ...ที่ถาม นายก็บอกอยู่แล้วว่าไม่อยากพูดถึงมัน" ก้อนดินเอ่ยคำที่ดาวเหนือไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากเขาออกมาง่ายๆ มิหนำซ้ำยังพูดด้วยความจริงใจไม่ใช่เสแสร้ง
"ไม่เป็ไร..."ดาวเหนือเท้าคางกับเข่าตัวเอง แล้วตอบเสียงเนือย
ใช่...หนุ่มน้อยกำลังหวนคิดถึงชีวิตเมื่อครั้งเป็มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงจานละ 60 บาทในวันที่ความตายคืบคลานเข้ามา
"วันนี้รุ่นพี่ว่างไหมครับ?"
นั่นคือเสียงพูดโทรศัพท์ของหนุ่มน้อยร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสีชาเย็นกับกางเกงยีนส์อายุอานามของเขาเข้าใกล้เลข 2 ที่มี 0 ต่อท้าย แถมยังเป็เ้าของดวงตาเรียวยาวและคิ้วหนาปานกลางที่ดูจะไม่เข้ากับปากนิดจมูกหน่อยสักเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นผิวของเขายังขาวซีดราวกับมีชีวิตอยู่แถบขั้วโลกเหนือไม่ใช่ในกรุงเทพมหานคร ที่ปีนึงมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนกับฤดูร้อนเช่นนี้
...เอ่อ... ใช่แล้วดาวเหนือเองแหละ
"ว่างเหรอครับงั้นผมไปหารุ่นพี่ที่หอได้ไหมครับ?" เขายังคงซักถามต่อข้างในดวงตาคู่นั้นเจิดจ้าไปด้วยประกายแสงแห่งความหวัง ยิ่งคนทางนั้นตอบรับประกายแสงนั้นก็ยิ่งเจิดจ้า จนน่ากลัวว่ามันจะทะลุทะลวงออกมาทิ่มแทงคนรอบข้าง
"โอเคครับเดี๋ยวเจอกันครับรุ่นพี่"
น้ำเสียงก่อนวางสายบ่งบอกอาการเริงร่าปลากระดี่ได้อย่างน่าหมั่นไส้ส่วนท่าทางตอนที่ปรี่ไปหยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์ที่โต๊ะหนังสือในห้องพักนั่นก็ชวนให้ยื่นขาเข้าไปขัดให้ล้มนัก
"วันนี้แหละจะต้องขอรุ่นพี่เป็แฟนให้ได้" ดาวเหนือในเวลานั้นพึมพำกับตัวเองทว่าสิ่งที่มือของเขาถืออยู่นั้น ดูจะไม่เข้ากับประโยคที่พึมพำสักเท่าไหร่
...ทำไมน่ะเหรอเพราะมันคือ 'มีดปอกผลไม้'!?
หนุ่มน้อยพกมีดปอกผลไม้ใหม่เอี่ยมใส่แจ็คเก็ตของเขาไปด้วยโดยนำมันใส่ปลอกพลาสติกบางๆ เพื่อไม่ให้คมมีดจิ้มกระเป๋าเสื้อด้านในขาดและนี่คือแผนการของเขา
"ถ้ารุ่นพี่ไม่รับรักผมผม... ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
ทั้งคำพูดมือที่ถือมีดปอกผลไม้จ่อเข้ากับคอของตัวเองและกิริยาบีบน้ำตาบวกมารยาห้าร้อยเล่มเกวียนจะต้องทำให้รุ่นพี่ยอมตอบตกลงคบกับเขาแน่ แต่ถ้าหากอีกฝ่ายยอมตอบรับั้แ่แรกมีดนี่ก็จะไม่ถูกนำออกมาใช้ มันจะยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาจนกระทั่งเขากลับไปที่ห้องบนหอพักหน้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง
...เป็แผนการที่น่าลุ้นใช่ไหมล่ะทว่ามันกลับไม่ได้เกิดขึ้น ไม่เคยเกิดขึ้น และจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นนั่นก็เพราะ...
เปาะ แปะ... เปาะ แปะ...
สายฝนเย็นฉ่ำเริ่มโปรยปรายจากท้องฟ้าสีเทาแม้จะเป็แค่ละอองฝนเม็ดเล็ก แต่ไม่นานมันก็ทำให้พื้นถนนเปียก... และลื่น
เอี๊ยดดดดด!!
โครมมมมม!!
การจราจรอันพลุกพล่านกับมารยาทบนท้องถนนที่ถูกมองข้ามไปก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับหนุ่มน้อยขี่มอเตอร์ไซค์ผู้สวมแจ็คเก็ตทับเสื้อยืดสีชาเย็นคนนั้น
ฉึก!
รถมอเตอร์ไซค์ของดาวเหนือเบรกกะทันหันตามรถยนต์คันหน้าก่อนจะลื่นล้มลงไปบนแผ่นเหล็กปิดผิวถนน ก่อให้เกิดเสียงเบรกรถที่ดังประสานตามมาเปล่าเลย... เขาไม่ได้ถูกเหยียบซ้ำจากรถยนต์คันไหนรวมทั้งศีรษะของเขาก็ได้รับการป้องกันจากหมวกกันน็อคเต็มใบเป็อย่างดี เพียงแต่...
"โอ๊ย!!"
หนุ่มน้อยกุมหน้าอกตรงจุดที่มีบางสิ่งกำลังทิ่มแทงและสร้างความเ็ป เืสีแดงสดค่อยๆซึมออกมาเปื้อนเสื้อยืดและมือของเขา ขณะที่ระบบหายใจของเขากำลังจะหยุดทำงานอาจมองเป็ความซวยก็ได้ ที่มีดซึ่งเขาพกไว้ขู่จะฆ่าตัวตายถ้ารุ่นพี่ไม่ยอมตกลงคบด้วยกลายมาเป็มีดที่ปลิดชีวิตของเขาจริงๆหากแต่ดาวเหนือมองว่ามันคือความโง่และงี่เง่าของตัวเองมากกว่าที่ทำให้เขาต้องมาตายอนาถเช่นนี้
และนี่ก็คือเหตุการณ์ตายอนาถที่ยมทูตหนุ่มน้อยไม่อยากให้ใครได้รับรู้แม้ว่าบรรดายมทูตรุ่นพี่ในนรกจะรู้กันหมดทั้งบางแล้วก็ตาม
"แล้วตกลงนาย...มาทำอะไรที่ห้องฉันล่ะ ถ้าไม่ได้มารับิญญาฉันไปลงนรก?"
คำถามของก้อนดินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์แห่งความทรงจำครั้งเก่าอีกครั้ง
"ก็บอกแล้วไงว่าผมหลงกับรุ่นพี่คุณนี่ความจำปลาทองหรือไง!?" หนุ่มน้อยชักสีหน้าหงุดหงิดกลบเกลื่อนคำโกหกมดเท็จเอาตัวรอดของตัวเองแหงล่ะ! ก็เขาไม่ได้หลงกับไมเคิล แต่ไม่รู้จะไปไหนต่างหาก
"แต่ฉันไม่เห็นนายจะกระตือรือร้นตามหารุ่นพี่เลยเห็นนั่งเฉยๆ มาตั้ง 15 นาทีแล้วเนี่ย" ก้อนดินแย้งอีก
"คุณไม่เคยได้ยินที่เค้าบอกว่าคนหลงป่าให้รออยู่กับที่หรือไง?"ดาวเหนือเริ่มหงุดหงิดหนักขึ้น หนุ่มน้อยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าเวลาเขาซักถามนั่นนู่นนี่ป็นเ้าหนูจำไมกับไมเคิลแล้วอีกฝ่ายจะรู้สึกเหมือนเขาในตอนนี้หรือเปล่า
"แต่ที่นี่โรงพยาบาลนะ"ก้อนดินแย้งขึ้นมาอีก
"ถามเยอะขนาดนี้ผมไปรอรุ่นพี่หน้าห้องก็ได้" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยตัดบทอันยาวยืดของก้อนดิน ซึ่งมีเค้าว่าจะถามอะไรต่อมิอะไรอีกยาวยืด
...เขายอมไปเจอผีหน้าห้องพักฟื้นดีกว่าต้องมาทนตอบคำถามของหมอนี่...เอ่อ... หรือทนตอบคำถามอยู่นี่ดีกว่าเจอผีหว่า?
"โทษทีๆขอโทษที่ทำให้นายรำคาญ" ก้อนดินละล่ำละลักทำเอาดาวเหนือชะงักท่าทางที่กำลังผุดลุกขึ้น
ก็นะ... เขายังไม่อยากเจอผีให้จับไข้หัวโกร๋นแล้วนี่ก็ยังไม่ถึงเวลานัดของไมเคิลด้วย เหลืออีกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ
"ถ้าคุณถามอะไรให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาอีกผมจะปล่อยให้คุณอยู่สองต่อสองกับผีในห้องนี่แหละ" ดาวเหนือแกล้งขู่ชายหนุ่มเพราะอยากนั่งพักผ่อนสงบๆ รอเวลานัดหมาย อย่างน้อยในห้องนี้ก็คงไม่มี... เอ่อ...ผี... หรอกมั้ง
"แปลว่าฉันมีเซนส์จริงๆด้วยสินะ เค้านั่งอยู่ตรงนั้นใช่ไหม?" ก้อนดินไม่พูดเปล่าแต่ชี้มือไปตรงมุมห้องใกล้ๆ โซฟา ทำเอาดาวเหนือผุดลุกพรวด
"คุณจะมาบอกผมทำไมเนี่ยโธ่!! อุตส่าห์ไม่เห็นแล้วแท้ๆ" ดาวเหนือไม่พูดเปล่าแต่วาร์ปจากโซฟามาอยู่ข้างเตียงก้อนดินแทน แม้ตอนแรกจะตั้งใจทิ้งระยะห่างไม่ให้ตัวเองอยู่ใกล้เหยื่อมากเกินไป แต่ตอนนี้คงต้องขอห่างไกลผีก่อน
"อ้าว...ฉันนึกว่ายมทูตเจอผีจนชินแล้วซะอีก โทษทีๆ" ก้อนดินหัวเราะร่วน ท่าทางครื้นเครงเหมือนสนุกสนานที่ได้แกล้งดาวเหนือจนยมทูตหนุ่มน้อยเริ่มไม่แน่ใจว่า มุมห้องตรงนั้น... มีผีอยู่จริงหรือไม่
"คุณอาจจะสนุกแต่ผมไม่สนุกนะครับ ผีที่ต้องติดค้างอยู่บนโลกก็อย่างนึงิญญาของคนที่ถึงฆาตแล้วก็อย่างนึงครับ" ดาวเหนืออธิบายอย่างขุ่นเคืองระหว่างที่ลอบชำเลืองมองไปทางมุมห้องตรงโซฟา ก่อนจะพบว่า...
"เหวอออออ!!"
ขาสองข้างของดาวเหนือถอยกราดไปจนแทบชิดผนังห้องเมื่อสายตาของเขาเกิดปะทะเข้ากับดวงตาไร้แววของเ้าของร่างเขียวคล้ำ... ตรงมุมห้องห้องนี้มีผีจริงอย่างที่นายก้อนดินบอกจริงๆ ด้วย ทำไม!? ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเลยสักนิด!เป็ยมทูตแล้วยังเซนส์ด้านอีกเหรอฟะ!
"พึ่งรู้นะว่ายมทูตกลัวผีได้ด้วย"ก้อนดินปิดปากหัวเราะจนตัวโยน เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของดาวเหนือ
"เป็ยมทูตกลัวผีแล้วมันผิดด้วยหรือไง!"หนุ่มน้อยโวยวายกลบเกลื่อนอาการเสียหน้า
จริงๆ คนเป็ยมทูตก็ไม่ควรกลัวผีหรอกแต่ทำไงได้ ในเมื่อเขากลัวผีมาั้แ่ตอนยังไม่ตายแล้วนี่เขาก็พึ่งมาเป็ยมทูตฝึกหัดไม่นานด้วยถ้าเป็รุ่นพี่นับเงินหรือรุ่นพี่ไมเคิลก็ว่าไปอย่าง...ดาวเหนือพยายามหาข้ออ้างข้อแก้ต่างให้ตัวเองไปเรื่อยทั้งที่นั่นเป็แค่การโต้ตอบกับตัวเองในใจ ซึ่งก้อนดินไม่มีวันได้ยิน
"ก็... ไม่รู้สิตามหลักความเป็จริง ผีไม่ใช่เหรอที่ควรจะกลัวยมทูต?" ก้อนดินตั้งคำถามที่ทำให้ดาวเหนือถึงกับชะงักเออ... นั่นสินะ
"เห็นไหมเขานั่งนิ่งจะตาย ตอนนายยังไม่มา เขาลอยไปลอยมารอบห้องซะจนเวียนหัว"ก้อนดินพูดต่อไปอีก มิหนำซ้ำคำพูดของเขายังทำให้ดาวเหนือคล้อยตามสมกับที่เคยเป็อดีตเซลล์นักต้มตุ๋นจอมลวงโลก
"จะ... จะ...จริงดิ" หนุ่มน้อยค่อยๆ หันไปมองใครคนนั้นตรงมุมห้องแบบเต็มๆ ตาแต่นั่นเองที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งกอดเข่าทำตัวลีบเหมือนอยากให้โซฟาบังตัวเธอไว้จากสายตาของยมทูตฝึกหัดอย่างเขา
นี่ถ้าทำได้...เธอคงทะลุผนังหนีไปห้องข้างๆ แล้ว แต่ก็นะ... บางทีห้องข้างๆก็คงมีอะไรแบบเธออยู่ด้วยเหมือนกัน
"นายช่วยบอกเขาทีสิว่าต่างคนต่างอยู่ได้ไหม ให้ฉันมานอนมองเขาลอยไปลอยมาทุกวัน ก็ไม่ไหวนะ"ก้อนดินถือโอกาสขอร้องแกมใช้งาน โดยไม่ได้หวังว่าดาวเหนือจะยอมทำตามเสมือนเป็การพูดติดตลกขบขันเสียมากกว่า
"เธอน่ะ...คราวหน้าถ้าผมมาที่ห้องนี้ อย่าออกมาให้ผมเห็นจะดีมากๆส่วนเวลาหมอนี่อยู่ห้องคนเดียว ก็แล้วแต่เธอจะเห็นสมควรแล้วกัน"
คำพูดของดาวเหนือทำเอาก้อนดินถึงกับอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึงเพราะไม่คิดว่ายมทูตหนุ่มน้อยจะเล่นงานเขาด้วยวิธีนี้
"นายบอกเค้าแบบนี้ฉันก็งานเข้าสิ" ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปด แต่ถึงแม้จะเป็อย่างนั้น..."แต่ที่พูดแบบนั้นเนี่ย แปลว่านายจะมาหาฉันที่ห้องนี้อีกใช่ไหม?"
ท่าทางของก้อนดินตอนตั้งคำถามกับดาวเหนือคราวนี้ดูจะตื่นเต้นเป็พิเศษ เหมือนยินดีที่อีกฝ่ายออกปากว่าจะกลับมาหา
"แหงล่ะ!ผมต้องมารับดวงิญญาคุณไปลงนรกนี่" ดาวเหนือตอบพลางชำเลืองมองรอยยิ้มนั้นพร้อมกับพยายามปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
...หมอนี่เป็เหยื่อที่ต้องนำตัวไปรับโทษในนรกเป็คนเลวที่ไม่ควรให้ค่าให้ความสนใจนะเฟ้ย ดาวเหนือพร่ำบอกตัวเอง
...แต่หมอนี่ก็ไม่ได้ดูเป็คนเลวอะไรขนาดนั้นนะดูมีคุณธรรมกว่าที่คิดไว้ซะอีก เสียงอีกฝั่งภายในหัวใจของยมทูตหนุ่มน้อยเถียงขึ้น
...ไม่ได้ดูเป็คนเลวกะผีอะไรเล่าบัญชีในนรกยาวเป็หางว่าวซะขนาดนั้น ดีเพราะผลประโยชน์ล่ะสิไม่ว่าเสียงเถียงกันภายในหัวใจของดาวเหนือดังสลับไปมาจนเขาต้องสลัดหน้าไล่ความคิดทั้งหมดออกไป
"แล้วก่อนหน้านั้นจะไม่มาหน่อยเหรอฉันคงไม่ได้จะตายพรุ่งนี้มะรืนนี้หรอกใช่ไหม?"
เสียงตั้งคำถามของก้อนดินช่วยปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
"ผมจะออกไปรอรองหัวหน้าหน้าห้องเลิกเซ้าซี้ถามอะไรได้แล้ว" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดตัดบท ก่อนจะวาร์ปหนีไปทันที
เปล่าเลย...เขาไม่ได้ออกไปรอไมเคิลหน้าห้อง แต่ไปรอตรงประตูนรกตามนัดต่างหากและเพราะมัวสนทนาปราศรัยอยู่กับก้อนดิน เขาจึงมาทันเวลานัดหมายตอนตี 1 แบบเฉียดฉิวเส้นยาแดงผ่าแปด
"เฮ้อ!ทันพอดี" ดาวเหนือถอนหายใจโล่งอก ท่าทางโล่งใจ เรียกให้ดาวเหนือหันไปมอง
"เอ่อ...สวัสดีครับ" หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ ให้เธอคนนั้นก่อนจะเฉไฉหันมองไปทางอื่นพลางยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสองข้างรอการมาของไมเคิลทว่าผ่านไป 1 นาทีก็แล้ว 2 นาทีก็แล้วรองหัวหน้ายมทูตก็ยังไม่มา
"รุ่นพี่ไมเคิลช้าจังอย่าบอกนะว่า..." เขาทำหน้าย่นเพราะคาดเดาสาเหตุการมาช้าได้ว่าอาจเป็เพราะอีกฝ่ายกำลังรบราฆ่าฟันกับพวกมารอยู่
"รุ่นพี่ไมเคิลถูกท่านยมเรียกตัวไปอบรมอยู่จ้ะ"เธอคนนั้นตอบในสิ่งที่ดาวเหนือทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้พร้อมกับยิ้มให้เขาและค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้ทีละนิดๆ
"งะ...งั้นเหรอครับ ขอบคุณครับ ว่าแล้ว..." หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดยิ้มเจื่อนๆ ตอบก่อนจะส่ายหน้าและหัวเราะขื่นๆ ให้กับสิ่งที่ได้ยิน
...ผลการต่อสู้ในตอนนั้นคงหนีไม่พ้นการตัดคอมารสูทขาวแล้วลากตัวลงมาที่นรกอย่างนั้นสินะ!
"ถ้าคุณดาวเหนือไม่ติดธุระอะไรช่วยขึ้นไปรับดวงิญญาเป็เพื่อนฉันหน่อยได้ไหมคะวันนี้เป็วันส่งิญญาวันแรกของฉัน ฉัน... ไม่ค่อยมั่นใจเลยค่ะ"เธอคนนั้นพูดขึ้นอีก มิหนำซ้ำยังส่งสายตาเว้าวอนมาที่เขาด้วย
"เอ่อ... กะ...ก็ได้ครับ แค่เคสเดียวนะครับเพราะเดี๋ยวผมต้องไปส่งิญญากับรุ่นพี่ไมเคิลอีก" ดาวเหนือตอบรับเพราะเข้าใจความรู้สึกของการเป็ยมทูตฝึกหัดดี
ไม่แน่...ครั้งแรกของเขาก็อาจต้องขอร้องให้คนอื่นไปรับดวงิญญาเป็เพื่อนแบบนี้เหมือนกันก็ได้ถ้าไม่มีพวกรุ่นพี่ไปด้วยล่ะก็นะ
"ขอบคุณมากๆ นะคะคุณดาวเหนือใจดีจัง" หญิงสาวเรียกชื่อดาวเหนือแบบไม่เคอะเขินราวกับรู้จักกันมาก่อนทั้งที่หนุ่มน้อยนึกไม่ออกสักนิดว่าไปรู้จักมักจี่กับเธอคนนี้ตอนไหน
...เธอเป็เ้าของใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโต จมูกเล็กๆ เชิดรั้น และริมฝีปากบางรูปกระจับ ผิวนอกชุดสูทดำขาวเหลืองอย่างชาวไทยเืผสมอายุอานามราว 30 ขณะที่เส้นผมดำขลับ ตรงยาวสลวยสวยเก๋ถึงกลางหลังนั่นก็เหมาะจะชักชวนให้ไปเป็พรีเซ็นเตอร์แชมพูดังซะเหลือเกินถ้าไม่ติดว่าเธอตายไปแล้ว และเป็ยมทูตอยู่ล่ะก็นะ
"เอ่อ...ขอโทษนะครับ คุณรู้ชื่อผมได้ยังไงหรือครับ?" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดถามขึ้นระหว่างที่วาร์ปขึ้นมายังโลกมนุษย์พร้อมกันกับเธอคนนั้นแน่นอน! ก็เพราะเ้าหนูจำไมอย่างเขาจะไม่ปล่อยความสงสัยเอาไว้ให้เคลือบแคลงอยู่ในหัวใจเด็ดขาด
"คุณดาวเหนือจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอคะ?" เธอย้อนถามั์ตาเป็ประกายแวววาวทำเอาหนุ่มน้อยอยากถอยหลังหนี ถ้าไม่ติดที่อีกฝ่ายตะครุบแขนเขาไว้เสียก่อน
...เขาเคยไปรู้จักยัยนี่ที่ไหนฟะ!!
"เอ่อ... ไม่ครับจำไม่ได้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยครับ" ดาวเหนือตอบหญิงสาวไปตามความจริงยิ่งทำให้อีกฝ่ายปิดปากหัวเราะขบขัน ท่าทางเหมือนชอบอกชอบใจในคำตอบนั้น
"ลองคิดดีๆ สิคะฉันมั่นใจว่าคุณต้องจำได้" เธอคะยั้นคะยอให้ดาวเหนือลองใช้ความคิดอีกครั้งทั้งที่เมื่อครู่สมองของเขาก็พึ่งประมวลผลใบหน้าเธอไปหยกๆ
"เอ่อ................."หนุ่มน้อยลากเสียงยาว ระหว่างที่จ้องหน้าเธอซึ่งยังคงกอดแขนเขาอยู่ในระยะประชิดเวลานี้ทั้งคู่มายืนอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์งามกลางกรุงหลังหนึ่งแต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ใดๆ สำหรับดาวเหนือในเมื่อไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าหรือจนขนาดต้องเก็บผักหญ้าประทังชีวิตปลายทางสุดท้ายของชีวิตก็คือความตายอยู่ดี
"เหวออออออ!!"
ในที่สุดหนุ่มน้อยก็ร้องเสียงหลงออกมาคล้ายกับตอนเห็นิญญาในห้องพักฟื้นของก้อนดินตอนนั้น เปล่าเลย...หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ิญญาหลบหนีจากขุมนรกหรอก แต่เป็...
"ระ... ระ...รุ่นพี่นับเงิน!!"
ชื่อเสียงเรียงนามที่หลุดออกมาจากปากหนุ่มน้อยทำเอาหญิงสาวที่กำลังกอดแขนเขา พลางส่งั์ตาเป็ประกายอยู่เมื่อครู่ ถึงกับหัวเราะลั่นออกมา
"ปิ๊งป่องงงงง!"เธอทำเสียงเฉลยคำตอบเหมือนในเกมโชว์ ยิ่งทำให้ดาวเหนือยืนอ้าปากค้างเพราะคาดไม่ถึงว่าคนคนนี้จะใช่เธอจริงๆ
"รุ่นพี่จริงๆหรือครับเนี่ย ระ... ระ... หรือว่าเธอกินรุ่นพี่นับเงินเข้าไป!?" ดาวเหนือชี้หน้าหญิงสาว พร้อมกับพยายามดิ้นรนหนีหากแต่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้นเธอยังคงกอดแขนเขาแน่นราวกับอสรพิษที่ไม่มีวันปล่อยให้เหยื่ออันโอชะหลุดลอยไป
"ดูเมะมากไปหรือไงนี่พี่เองย่ะ!" เธอทำหน้าเอือมระอาถอดแบบมาจากนับเงินขณะที่น้ำเสียงคุ้นหูนั้น บ่งบอกว่าเธอคือนับเงินตัวจริง ไม่ผิดแน่
"ละ... ละ...แล้วทำไมรุ่นพี่มาลุคนี้ล่ะครับ ถ้าจะบอกว่าแต่งหน้า ทำผมใหม่มันก็ไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ" ดาวเหนือมองหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้าซึ่งไม่มีตรงไหนเลยที่บ่งบอกความเป็นับเงิน โดยเฉพาะ เอ่อ... หน้าอกแบนๆ นั่น
"พี่ขอให้ท่านยมเปลี่ยนลุคให้"นับเงินตอบยิ้มๆ ก่อนจะปล่อยแขนของดาวเหนือให้เป็อิสระ
"ท่านยมทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอครับ!?"หนุ่มน้อยทำตาโตให้กับสิ่งที่ได้ยิน
"ปกติท่านก็ไม่ทำให้ใครหรอกแต่พี่เคยขอท่านนานแล้ว ั้แ่ตอนรับตำแหน่งหัวหน้ายมทูต"นับเงินเฉลยความจริง ที่ไม่ได้ชวนให้กระจ่างแจ้งในจุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอเลย
"แล้ว... เอ่อ...รุ่นพี่หายดีแล้วหรือครับ ถึงออกมาแบบนี้?" ยมทูตฝึกหัดรุ่นน้องเอ่ยถามในสิ่งที่เขากังวลเสียงอ่อยเพราะตระหนักได้ว่าความอ่อนแอของตัวเองเป็ 1ในสาเหตุที่ทำให้รุ่นพี่สาวต้องเจ็บหนัก
"ยังหรอกน่าจะอีกสักวันสองวัน"
คำตอบของเธอยิ่งทำให้ดาวเหนือรู้สึกผิด
"ผมขอโทษนะครับถ้าผมเก่งกว่านี้ รุ่นพี่ก็คงไม่เจ็บหนักขนาดนั้น"
ทั้งใบหน้า แววตาและน้ำเสียงของดาวเหนือ บ่งบอกว่าเขาเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆรวมทั้งโกรธตัวเองด้วยที่ทำอะไรพวกมารสูทขาวไม่ได้เลยนี่ถ้าไมเคิลไม่ได้มาช่วยหรือมาไม่ทัน ก็ไม่รู้ว่าเื่ราวจะจบลงอีกแบบหรือไม่
"คิดมากน่าเด็กดีเราน่าจะถามพี่มากกว่านะ ว่าทำไมพี่ต้องมาที่นี่ในลุคนี้"นับเงินลูบหัวปลอบดาวเหนือ พร้อมกับยิ้มให้
"เอ่อ...นั่นสิครับ ทำไมรุ่นพี่ต้องเปลี่ยนลุคด้วยหรือว่าไม่อยากให้พวกมนุษย์เห็นว่าาเ็อยู่?" หนุ่มน้อยคาดเดาซึ่งมัน... ผิด
"ม่ายยยยยยเพราะนี่คือร่างของพี่ตอนที่เคยเป็มนุษย์อยู่แถวๆ นี้"
คำตอบของนับเงินทำให้ดาวเหนือยิ่งงุนงงหนักขึ้นกว่าเดิม
"อ้าว...ไม่ใช่ร่างตอนเป็ยมทูตนั่นหรือครับ?" ดาวเหนือเริ่มซักถามด้วยอารมณ์อยากรู้มากกว่าถามเพราะรุ่นพี่อยากให้ถามเหมือนอย่างตอนแรก
"อันนั้นเป็ร่างเมื่อชาติก่อน"
คำตอบของนับเงินยิ่งทำให้ดาวเหนืองุนงงหนักขึ้นและหนักขึ้น
"แล้วอันนี้ชาติไหนล่ะครับ?"หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ
"อันนี้เมื่อสองชาติก่อน"
คราวนี้คำตอบของนับเงินเริ่มให้แสงสว่างกับความงุนงงของดาวเหนือขึ้นมาบ้าง
"มันก็ตั้งหลายร้อยปีแล้วนี่ครับทำไมรุ่นพี่ต้องมาในร่างนี้ล่ะครับ?"
ในเมื่อยังไม่สิ้นสงสัยยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยจึงถามต่อไปอีก
"เพราะว่าพี่เคยฆ่าเค้าเมื่อสองชาติก่อน...เหยื่อในวันนี้น่ะ"
คำตอบของนับเงินทำเอาดาวเหนือนิ่งอึ้งไปนานเพราะไม่คิดว่าผู้หญิงร่าเริงสดใสอย่างหัวหน้ายมทูตของพวกเขาจะเคยก่อกรรมปลิดชีพเพื่อนร่วมโลกมาก่อน ยิ่งมองเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของเธอเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอต่างไปจากนับเงินที่เขาเคยรู้จักเสมือนว่าเขาไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเลย
นั่นสินะ... ก็เขาพึ่งมารู้จักเธอตอนเป็ยมทูตนี่นารุ่นพี่ไมเคิลก็ด้วยไม่แน่บางทีคนคนนั้นอาจเคยเป็นักบุญที่โดนพวกมารสูทขาวหักหลังมาก่อนก็ได้ เฮ้อ!นี่เขาดูเมะมากไปจริงๆ ใช่ไหม
"ทำไม... เอ่อ...รุ่นพี่ถึงฆ่าเขาล่ะครับ?" ดาวเหนือสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะตัดสินใจถามมันออกมา