แม้ท่าทางจะสุขุมและดูน่ายำเกรง แต่แววตากลับเจ้าเล่ห์ร้ายและแสดงท่าทีว่ารู้ทันฝ่ายตรงข้ามเช่นผมเป็นอย่างดี
“ครับ อารู้…เรื่องของผมกับปิ่นมุกใช่ไหมครับ”
“เรื่องไหนล่ะ”
“....” นี่ถาม เพราะไม่รู้จริงๆ หรือกำลังหยั่งเชิงผมกันแน่
“อ่อ เรื่องแต่งงานน่ะหรอ”
“ครับ”
“พ่อนายโทรมาเจรจาก่อนที่นายจะถึงบ้านฉันแล้ว”
“....”
“เงื่อนไขก็ดี แต่ว่า…ทำไมฉันต้องยอมรับด้วยล่ะ”
“อาครับเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกัน ปิ่นมุก ผม เจฟ หรือจะหลิน เมี่ยง ภวิน ต่างก็รู้จักกันมาแต่เด็กถึงทุกอย่างจะแฝงไปด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะไม่มีสิทธิ์รักกันน่ะครับ”
“หึๆ”
“….”
“ได้ยินคำว่ารักจากปากเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกนาย มันจักจี้นิดๆ นะเนี้ย”
“ผมไม่สนนะครับว่าอาจะมองมันไร้สาระยังไงแต่ผมต้องการผู้หญิงของผมคืน ผมอยากให้อายกเลิกงานแต่ง....”
“นายรู้หรือเปล่าว่าผลประโยชน์ระหว่างบ้านฉันกับบ้านหนูปิ่นมุกคืออะไร”
“....”
“ท่านทูตจะเป็นใบเบิกทางให้ฉันนำเข้าและส่งขายเครื่องมือทางการแพทย์ไปยังต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชียอีกกว่า 20 ประเทศและผูกขาดกับรัฐบาลเป็นเวลา 10 ปี นั่นหมายความว่ายังไงรู้ไหม”
“.......”
“ลูกฉัน หลานฉัน เหลนฉันสายเลือดฉัน ตระกูลฉัน จะยั่งยืนโดยไม่มีคู่แข่งคนไหนมาสกิดผิวเราได้ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่แต่งงานเพื่อค้ำสัญญา แต่มันยังรวมไปถึง ผลประโยชน์นายหน้าการค้าอีกนับแสนล้านบาทที่ฉันกำลังจะได้”
“........”
“แล้วจู่ๆ ก็มีเด็กคนนึงมาบอกว่าจะยกหุ้นแค่หลักพันล้านให้ฉันเนี้ยนะ”
เป็นไปตามคาดพ่อเจฟไม่ใช่คนที่จะต่อรองด้วยง่ายๆ เพราะเป็นนักธุรกิจหัวการค้าเดียวกันผมจึงเข้าใจและคิดไว้แล้วว่ายังไงซะ ด้วยมูลค่าแค่นี้ ทางพ่อเจฟคงไม่ชายตาแลแน่
“อามั่นใจหรอครับว่ามันจะได้ 100%ตามสัญญา”
“.....”
“เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยนนะครับนั่นหมายความว่า ถ้ามีการเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล อาแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ฉีกสัญญาดึงพวกของเขาเข้ามาแทน” ผมพยายามหักล้างความมั่นใจของเขา
“ภามม์ฉันไม่ใช่เด็กที่พึ่งฝึกหัดบริหารที่จะถูกใครตลบหลังง่ายๆ หรอกนะ”
“ผมทราบดีครับ.....”
“กว่าจะถึงวันที่สัญญาถูกฉีกฉันก็มีหุ้นส่วน พันธมิตรรายใหญ่รายเล็กกระจายอยู่ทั่วโลกแล้ว”
“นอกจากหุ้นในบริษัทที่ผมจะยกให้ถ้าเพิ่มเงื่อนไขเป็นผู้สนับสนุน 20% ในการก่อสร้างตึกการแพทย์ทุกหลังที่อาต้องการแค่โรงพยาบาลในประเทศไทย ก็ 200 กว่าแห่งแล้วยังไม่นับที่ต่างประเทศอีก หรือธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเครื่องมือแพทย์ผมประมาณการดูแล้ว สิ่งที่ได้รับแน่ๆ มีมูลค่าเกินหมื่นล้านแน่นอนครับ”
“….”
“ถ้าเรื่องเป็นใบเบิกทางให้นำเข้า-ส่งออกสินค้าให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งเอเชียและยุโรปบ้านผมก็เก่งไม่แพ้ใคร ผมจะเป็นคู่ค้าทางนี้ให้อาเองครับ”
ผมอธิบายถึงมูลค่าระยะยาวที่เขาจะได้รับ แววตาเขาเริ่มเปลี่ยนสีหน้าจากที่มั่นใจในเงื่อนไขเดิมกลับเริ่มเผยถึงมุมวิตก เขาเพียงฟังอย่างเงียบๆโดยไม่ขัดแย้งในการเจรจาเบื้องหน้า
“.....”
“ถ้าเขาผูกขาดให้ 10 ปี งั้นผมให้อา 20 ปี ถ้าเขาให้ 20 ปี ผมจะให้อา 30ปี...การผูกขาดนี้ผมให้เฉพาะตระกูลเมดิสันเท่านั้น”
“......”
“ถ้ามันน่าสนใจพอก็เซ็นยกเลิกสัญญากับบ้านปิ่นมุกได้เลยครับ แน่นอนว่าเรายกเลิกทางธุรกิจแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นศัตรูกัน”
“....”
“คุณอาก็เป็นนักธุรกิจเบอร์ต้นๆของโลก ความสามารถที่เก่งทางด้านนี้ ประมาณการณ์เริ่มที่ 20 ปีก็น่าจะเดาได้นะครับว่ามูลค่ามันมหาศาลแค่ไหน”
“...หึๆๆ”
ผมยิ้มรับกับตาที่แวววาวของอาเมดิสันเขายกมือขึ้นลูบริมฝีปากช้าๆ แสดงท่าทีพิจารณาเงื่อนไขจานเบอร์ใหญ่ของผมผมคาดเดากับพ่อไว้แล้ว ว่าแค่เงื่อนไขยกหุ้น 50% มันเล็กน้อยเกินไป คนอย่างดอกเตอร์เมดิสันไม่ยอมกินอาหารจานเล็กๆ แค่พออิ่มท้องแน่
“แน่นอนครับว่าระยะ 20ปี บริษัทยังอยู่ในกำมือผม ทุกอย่างจะคงเดิมตามคำสัจ สามารถตั้งทนายได้เลยสืบต่อลูกหลานคุณอาก็ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าหมดสัญญานี้แล้วเราสามารถเจรจาพึ่งพากันได้ ….เราเป็นนักธุรกิจนี่ครับ”
แปะ แปะ แปะ
“ฮ่าๆ หัวไวนี่…”
คุณอาเมดิสันปรบมือเป็นจังหวะช้าๆเพื่อชมเชยผม เขายิ้มมุมปากแสดงความชอบใจกับผลประโยชน์ที่ได้มากกว่าเงื่อนไขเดิม เขาไม่ได้สนใจว่าจะได้ตัวปิ่นมุกไหมเขาสนใจแค่ว่าได้อะไรจากบ้านปิ่นมุกต่างหาก
“ขอบคุณที่ชมครับ” ผมโค้งหัวรับอย่างเต็มใจ
“ก่อนนั้น ฉันขอถามอะไรอย่างสิ”
“….”
“ทำไมนายถึงกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้แค่ผู้หญิงเพียงคนเดียว”
“เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงครับ”
“….”
“ปิ่นมุกคือคนที่ผมรักและผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมา”
“เสือผู้หญิงอย่างนายน่ะหรอ...ภามม์ เพราะเรากำลังจะเป็นคู่ค้ากัน และในฐานะ ‘อา’ ฉันจะเตือนอะไรนายอย่าง”
“......”
“ความรักน่ะมันเป็นแค่ความรู้สึกรักได้ก็เลิกรักได้ เพราะงั้นนายคิดดีแล้วหรอกับสิ่งที่จะเสีย เพื่อ ‘ความรัก’ ของนายน่ะ”
“เงินทองผมหาใหม่ได้ครับแต่ผู้หญิงอย่างปิ่นมุก ผมหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”
ผมยืนยันอย่างหนักแน่นกับความรู้สึกตัวเองผมไม่เคยรู้สึกอยากทุ่มเทและกลัวการสูญเสียในเรื่องไหนเท่านี้มาก่อนนั่นยิ่งทำให้รู้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน แน่นอนว่าต่อให้ต้องตัดแขนตัดขาตัวเองแลกผมก็จะทำ
“ในเมื่อนายกล้าทุ่มขนาดนี้ ….ฉันจะลองรับเงื่อนไขดู”