“คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?” เสียงสตรีนางหนึ่งดังอยู่ด้านข้าง เสียงเดียวกับที่ลินินได้ยินเมื่อคราวก่อน
“น้ำ…ฉันอยากดื่มน้ำ” เธอบอกเสียงแหบแห้ง ความมึนงงจากฤทธิ์ยาทำให้เธอไม่ทันสังเกตสิ่งรอบกายที่เปลี่ยนไป สตรีนางนั้นประคองเธอให้ลุกขึ้นนั่งแล้วพิงอยู่ในตัวของเ้าหล่อน ก่อนค่อย ๆ ยื่นจอกแก้วซึ่งบรรจุน้ำไว้เพียงน้อยนิดให้ดื่ม ลินินกระดกทีเดียวด้วยความกระหายจน
ไอค่อกแค่กเพราะหายใจไม่ทัน
“ค่อย ๆ ดื่มเ้าค่ะคุณหนู ไม่ต้องรีบ”
คราวนี้ลินินทำตามอย่างว่าง่าย ดื่มไปหลายจอกจนไม่กระหายแล้ว เธอจึงมีสติเริ่มสำรวจความเปลี่ยนแปลงรอบกาย
“ฉันอยู่ที่ไหนคะนี่ ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตฉันไว้”
“คุณหนูพูดอะไรเ้าค่ะ ข้าฟังไม่เห็นเข้าใจ?”
คราวนี้ลินินเริ่มเอะใจ เธอยันกายลุกนั่งเหลียวมองราบกายด้วยความประหลาดใจ แสงจากตะเกียงและเทียนไขหลายเล่มถูกจุดจนส่องแสงสว่างไปทั่วห้องซึ่งตกแต่งแบบจีนโบราณเหมือนซีรีส์จีนย้อนยุคหลายเื่ที่เคยดู ทั้งเตียงที่เธอกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ ไปจนถึงเก้าอี้และโต๊ะไม้อยู่ตรงริม ห้องด้านในมีกาน้ำกับจอกเหล้าเล็ก ๆ 3 - 4 ใบวางอยู่ เหนือขึ้นไปเป็ภาพวาดตัวอักษรจีนจากปลายพู่กันตวัดงดงามประดับอยู่บนผนัง
หากมีใครบอกว่าเธอกำลังอยู่ในฉากของซีรีส์จีน ย้อนยุคสักเื่ ลินินจะเชื่ออย่างสนิทใจไม่มีข้อสงสัยอะไรเลยสักนิด
“ที่นี่ที่ไหนกัน โรงถ่ายซีรีส์เหรอคะ?” หญิงสาวหันมาถามเด็กสาวซึ่งกำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยอาการสับสน แต่ยิ่ง เห็นนางสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวดำขลับถูกมัดไว้ด้านหลังประดับด้วยปิ่นเหล็กชิ้นเล็กเพียงชิ้นเดียวแบบนี้ ความสับสนที่มีก็ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มทวีคูณ
“คุณหนูพูดอะไร ข้าเริ่มใจคอไม่ดีแล้วนะเ้าค่ะ” นางปรี่เข้ามาทรุดตัวนั่งชันเข่ากุมมือเธอ น้ำเสียงแสดงชัดถึงความหวั่นใจ
“คุณหนู…คุณหนูที่ไหนคะ ฉันชื่อลินิน เป็นักศึกษาแพทย์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จำได้ว่าฉันกำลังเดินอยู่ริมถนน ฝนตกหนักมากแล้วฟ้าก็ผ่าลงมา นี่คุณเป็คนช่วยฉันไว้ใช่มั้ยคะ?”
“คุณหนูพูดอะไร ข้าฟังไม่รู้เื่ คุณหนูชื่อจงหลีชุนต่างหาก…จงหลีชุน บุตรสาวคนเดียวของท่านหมอหลวงจงชวน”
“จงหลีชุน…จงชวน” เธอรำพึงกับตัวเอง รู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างไรพิกล เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
“วันนี้คุณหนูตามนายท่านเข้าไปในวังหลวง แล้วเกิดพลัดตกลงไปในสระน้ำ โชคดีที่ท่านอ๋องช่วยไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นตอนนี้คุณหนูคง…คงสิ้นชีพไปแล้ว”
วังหลวง…ท่านอ๋อง โอ้ย! ใครก็ได้บอกให้รู้หน่อยเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่เธอกำลังอยู่ที่ไหน
“เดี๋ยวนะคะ ฉันงงไปหมดแล้ว” ลินินพยายามตั้งสติด้วยความยากลำบาก “คุณกำลังบอกว่าฉันชื่อจงหลีชุนงั้นเหรอคะ?”
“ก็ใช่นะซีเ้าคะ” เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักยืนยันเสียงหนักแน่น “คุณหนูคือจงหลีชุน ส่วนข้าก็คือจิ่วซินไง คนที่รับใช้คุณหนูมาั้แ่เด็ก คุณหนูจำข้าไม่ได้เหรอ?”
ลินินกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ กระแสลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างซึ่งเปิดค้างไว้พร้อมกับหอบเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้หลายชนิดเข้ามาในห้อง
สัญชาตญาณบางอย่างภายในตัวบอกลินินว่าเื่ทั้งหมดที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้…คือเื่จริง หรือว่าเหตุการณ์ฟ้าผ่าตอนนั้นจะทำให้เธอเดินทางย้อนเวลามาสู่อดีตอย่างนางเอกในนิยายหรือในซีรีส์จีนหลายเื่ที่เธอเคยดู!
‘ตายล่ะ…คราวนี้ได้ตายสมใจแน่’ ลินินคิดในใจขณะถามออกไปว่า
“แล้วตอนนี้ปี ค.ศ.อะไรคะ…ไม่สิตอนนี้ปีรัชฉกอะไร ใครเป็ฮ่องเต้?”
“ฮ่องเต้”
เมื่อเห็นจิ่วซินทำหน้างง ลินินจึงรีบอธิบายต่อ “ฉันหมายถึงใครเป็ผู้ปกครองประเทศน่ะค่ะ”
“อ๋อ…ท่านอ๋องไงเ้าค่ะ ฉีซวนหวางอ๋องเพิ่งขึ้นครองราชย์เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง คุณหนูลืมเสียแล้ว วันนั้นเรายังเที่ยวในตลอดดูเขาจุดดอกไม้ไฟกันอยู่เลย”
ท่านอ๋อง…ฉีซวนหวางอ๋อง ไม่ใช่ฮ่องเต้หรอกเหรอ นี่เธอหลุดเข้ามาอดีตยุคไหนกันเนี่ย ลินินใจเต้นระทึกละล่ำละลักถามเด็กสาวที่ทำหน้าซื่ออยู่ตรงหน้า
“ตอนนี้…ฉันอยู่ที่ไหนคะ ประเทศนี้ เมืองนี้คือที่ไหน ชื่อว่าอะไร?”
“แคว้นฉีเ้าค่ะ ที่นี่คือจวนตระกูลจง หมอหลวงที่เก่งที่สุดของแคว้นฉี”
“แคว้นฉี!!!” ลินินะโอย่างลืมตัวด้วยความใสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดลงฉับพลัน
หากที่นี่เป็แคว้นฉีอย่างที่เด็กสาวนางนี้บอกจริง ๆ นั่นก็หมายความว่า เหตุการณ์ฟ้าผ่าได้นำพาเธอให้ย้อนกลับมาสู่อดีตของประเทศจีนเกือบ 2,500 ปีในยุคจ้านกว๋อ ที่ปกครองโดยอ๋อง ไม่ใช่ฮ่องเต้
ความทรงจำเมื่อครั้งถูกบังคับให้เรียนประวัติศาสตร์จีนั้แ่ก่อนเดินทางมาเรียนต่อที่ปักกิ่งนั้นทำให้มั่นใจได้ว่า ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เธอกำลังหายใจอยู่ในยุคประวัติศาสตร์จีนโบราณ ซึ่งเป็ยุคที่เกิดาระหว่างแคว้นทั้ง 7 อยู่ตลอดเวลา แทบจะเรียกได้ว่าเป็ ‘กลียุค’ ยุคหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนที่จิ๋นซีฮ่องเต้จะรวบรวมแผ่นดินและสถาปนาราชวงศ์จิ๋นกลายเป็ฮ่องเต้พระองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน
หากเธอย้อนเวลากลับมาไกลขนาดจริง แล้วอย่างนี้จะกลับไปสู่ปัจจุบันได้อย่างไร อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หนทางข้างหน้าช่างดูมืดมนยิ่งจนยากที่จะคาดเดา