ในบ้านหลังนี้นอกจากคุณย่าหลิวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวแล้วหลิวเกาและหลิวจวีฟางก็เป็นเด็กที่เสียคนเหมือนกัน หลิวจวีเซียงยังพอใช้ได้ส่วนลูกของบ้านรองและบ้านสาม แม้จะเกเรอยู่บ้างแต่ก็ไม่เท่ากับลูกของบ้านพี่สะใภ้ใหญ่หลิวเลย!
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวเอ่ยว่า“แล้วลูกของเธอมากัดมือจวีฟางของฉันจนเหวอะหวะขนาดนี้เธอจะว่ายังไงดีล่ะ!”
เซียวหยวนซินเท้าเอวพลางเอ่ยอย่างไม่เกรงใจว่า“ลูกบ้านพี่หาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ ยังจะถามฉันอีกหรือว่าเอายังไง?บ้านฉันกลับมาไม่กี่ครั้งต่อปี แต่ทุกครั้งที่กลับมาบ้านพี่ก็ต้องมาแย่งของกินหรือของเล่นทุกทีทำไมถึงได้อยากได้อยากมีของคนอื่นขนาดนี้? ทุกครั้งก็ต้องทำให้บ้านวุ่นวายปั่นป่วนถึงจะพอใจ!”
เซียวหยวนซินจูงมือหลิวหยวนหยวนแล้วเอ่ยว่า “ต่อไปถ้าใครกล้ารังแกลูกอีกละก็จงสู้กลับไป กัดกลับไปให้เต็มที่เลยนะลูก”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าพลางเอ่ยเสียงดุคล้ายลูกสัตว์ว่า“หนูเข้าใจแล้วค่ะแม่ หนูจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหนูเด็ดขาดและหนูก็จะไม่ไปรังแกใครด้วย แต่ถ้าใครกล้าทำร้ายหนูละก็ หนูจะไม่ยอมเด็ดขาด!”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวแทบจะโมโหจนแทบกระอักเลือดตาย
เซียวหยวนซินพาหลิวหยวนหยวนกลับเข้าห้องไปโดยไม่รอช้า
หลิวเฉิงเหว่ยเห็นภรรยาหน้าบึ้งตึงส่วนใบหน้าของลูกสาวก็ยังมีรอยบวมเล็กน้อย ก็พลันรู้สึกไม่สบายใจนักเดิมทีเขาพาภรรยาและลูกสาวกลับมาอย่างมีความสุข แต่ความรู้สึกดีๆ ก็หายไปในพริบตา
เซียวหยวนซินจ้องหลิวเฉิงเหว่ยเขม็ง
หลิวเฉิงเหว่ยรู้สึกน้อยใจ“คุณจ้องผมทำไม ไม่ใช่ผมที่ไปแย่งลูกอมสักหน่อย”
เซียวหยวนซินเอ่ยอย่างฉุนเฉียวว่า“ก็คุณนั่นแหละที่คะยั้นคะยอให้กลับมา กลับมาถึงบ้านหยวนหยวนก็โดนตีคุณพูดมาซิ ฉันควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้?”
หลิวเฉิงเหว่ยลูบศีรษะตัวเองอย่างกลุ้มใจ“ผม... ผมก็ตีเด็กไม่ได้นี่นา หยวนหยวนก็กัดตอบไปแล้ว ถือว่าหายกัน”
เซียวหยวนซินได้ยินอย่างนั้นก็โกรธจัดยื่นมือไปหยิกเอวของหลิวเฉิงเหว่ยอย่างแรง “นี่ยังจะเข้าข้างพวกนั้นอีกเหรอ?ตกลงใครกันแน่ที่เป็นภรรยาเป็นลูกของคุณ?”
หลิวเฉิงเหว่ยเจ็บจนหน้าเหยเกแต่ก็ไม่ตอบโต้ “ผมไม่ได้เข้าข้างพวกเธอผมแค่พูดความจริง”
“อย่าพูดแบบนี้อีก!” เซียวหยวนซินจ้องเขาเขม็งเห็นเขาไม่ตอบโต้ก็หยิกเขาอีกครั้ง
เธอเอาแต่ใจอยู่บ้างเป็นครั้งคราวเขาก็ยังคงอดทน
บางทีการดุเขาบ้างก็คงจะไม่เสียหายอะไร
อันที่จริงแล้วเซียวหยวนซินไม่ได้คาดหวังให้เขาไปตีหลิวจวีฟางจริงๆเพราะปีนี้หลิวจวีฟางก็อายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น หากผู้ใหญ่ไปตีเด็กจริงๆก็คงเป็นเรื่องที่พูดไม่ออกจริงๆ
ต่อให้มีเหตุผลแค่ไหนก็คงกลายเป็นไม่มีเหตุผล
แต่เซียวหยวนซินก็ไม่อาจอดกลั้นความโกรธในใจได้จึงระบายอารมณ์ใส่หลิวเฉิงเหว่ย “คุณดูสิหน้าของหยวนหยวนถูกตีจนบวมขนาดนี้ก่อนจะมาที่นี่ใบหน้าของแกก็ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยความสุข แต่กลับมาแล้วยังไง?กลับมาถึงก็โดนตีอีกแล้ว!”
“เข้าใจแล้วๆ อย่าโกรธไปเลย คุณจะอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วันพอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว คุณก็พาหยวนหยวนกลับไปที่บ้านของอาหมิงก็แล้วกัน” หลิวเฉิงเหว่ยปลอบพลางอุ้มหลิวหยวนหยวนไว้ในอ้อมแขน “มาให้พ่อดูหน้าหน่อย ยังเจ็บอยู่ไหม”
หลิวหยวนหยวนน้ำตาคลอเบ้า“เจ็บค่ะ!”
“เดี๋ยวพ่อเป่าให้นะ”
หลิวเฉิงเหว่ยเองก็หงุดหงิดใจมากทั้งหมดเป็นความผิดของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวและหลิวจวีฟางสองแม่ลูกนี่แหละแย่งลูกอมกันทำไมกัน! ทุกครั้งที่กลับมาก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันจริงๆช่างน่าหงุดหงิดใจเหลือเกิน!
เซียวหยวนซินเอ่ยว่า“ครั้งนี้ฉันทนได้ แล้วครั้งหน้าล่ะ? ครั้งหน้าฉันก็ต้องทนอีกใช่ไหม?ทนอยู่เรื่อยๆ แบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ!”
หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยว่า“ก็เราไม่มีบ้านนี่นาคนทั้งบ้านอยู่รวมกันก็ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง”
เซียวหยวนซินเอ่ยว่า“ถ้าเราไม่มีบ้าน คุณก็สร้างสิ”
“แล้วเราจะเอาที่ดินมาจากไหน...” หลิวเฉิงเหว่ยหยุดชะงักพลางนึกถึงเมื่อครู่ที่แม่ของเขาเพิ่งจะตกลงว่าจะยกที่ดินจัดสรรส่วนตัวที่หัวหมู่บ้านให้พวกเขา!
หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า“ที่ดินจัดสรรส่วนตัวตรงหัวหมู่บ้านติดถนน และค่อนข้างใหญ่มากในอนาคตถ้าเรามีเงินแล้ว เราก็สามารถสร้างบ้านที่นั่นได้จะได้ไม่ต้องอยู่รวมกับพวกเขาแล้ว”
เซียวหยวนซินพยักหน้า“ดีค่ะ แล้วสร้างบ้านต้องใช้เงินเท่าไร”
หลิวหยวนหยวนมองทั้งสองด้วยดวงตากลมโต“พ่อคะ แม่คะ หนูเองก็อยากได้บ้านใหม่ของตัวเองค่ะหนูไม่อยากอยู่ที่นี่”
คำพูดของหลิวหยวนหยวนทำให้หลิวเฉิงเหว่ยเริ่มคล้อยตาม“หากเราสร้างบ้านดิน ราคาคงราวสองร้อยกว่าหยวนก็เพียงพอแล้วแต่หากต้องการปูพื้นซีเมนต์ในลานบ้านเหมือนอาหมิงและคนอื่นๆคงต้องใช้เงินอีกมากทีเดียว”
“ผมทำงานตลอดทั้งปีหักค่าอาหารแล้วก็ได้แต้มคะแนนงานเพียงห้าสิบกว่าหยวนเท่านั้นไม่พอสำหรับสร้างบ้านแน่”
หลิวเฉิงเหว่ยเงยหน้ามองเซียวหยวนซินพลางเอ่ยว่า“หยวนซิน คุณกับหยวนหยวนอดทนอยู่ที่นี่ก่อนนะรอพวกเราเก็บเงินได้พอแล้ว เราก็จะสร้างบ้านและย้ายออกไป”
เซียวหยวนซินเอ่ยว่า“งั้นพอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว คุณก็เริ่มลงมือสร้างเลยนะคุณมีห้าสิบหยวน ฉันมีร้อยกว่าหยวน สร้างบ้านดินก็น่าจะพอถ้าไม่พอก็จะไปยืมจากอาหมิงกับเจียวเจียวมาอีกหน่อย”
แม้เจียวเจียวจะบอกว่าในอนาคตถ้าเธอมีเงินแล้วให้ไปซื้อบ้านในตัวอำเภอ แต่ที่นี่คือบ้านเกิดของเธอเธอจะไม่มีบ้านในบ้านเกิดตัวเองได้อย่างไรกันเล่า
บ้านคือรากฐานถ้าไม่มีบ้านก็เหมือนผักไร้รากที่ลอยน้ำไปมา สิ้นไร้ซึ่งศักดิ์ศรีต้องคอยเงี่ยหูฟังคำคน
อาหมิงและเจียวเจียวปฏิบัติต่อเธอและหยวนหยวนเป็นอย่างดีเธอจึงไม่ต้องระแวดระวังสีหน้าผู้ใด แต่เมื่ออยู่ในกองผลิตตระกูลหลิวทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป
อีกเรื่องคือเซียวหยวนซินยังมีเงินเก็บกับเจียวเจียวอยู่สองร้อยกว่าหยวนตอนนี้เธอแกล้งบอกหลิวเฉิงเหว่ยว่ามีแค่ร้อยกว่าหยวนถ้าไม่พอก็แค่ยืมจากอาหมิงและเจียวเจียวมาหน่อยก็แค่ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมีเงินมากนักเกรงว่าวันใดวันหนึ่งเขาจะปากโป้งออกไปละก็ คงจะทำให้ทุกคนคิดว่าเธอมีเงินมาก
ยุคนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการยืมเงินยืมแล้วไม่รู้เมื่อไรจะได้คืน และอีกอย่างคือกลัวว่าคุณย่าหลิวกับคนอื่นๆจะมาเพ่งเล็งกระเป๋าเงินอันน้อยนิดของเธออีก
หลิวเฉิงเหว่ยได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ก็ได้งั้นพอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว ผมจะหาคนมาสร้างบ้าน”
ช่วงหลังจากปีใหม่งานในไร่นาก็ยังไม่เริ่ม สามารถสร้างบ้านได้ก่อน
เรื่องก็ตกลงกันเช่นนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้นหลิวเฉิงเหว่ยก็หลอกแม่ของเขาให้ไปที่หัวหน้ากองผลิตเพื่อทำสัญญาว่าที่ดินจัดสรรส่วนตัวที่หัวหมู่บ้านจะเป็นของบ้านเขา
คุณปู่หลิวได้รับเสื้อผ้าใหม่ที่เซียวหยวนซินทำให้แล้วจึงไม่มีข้อทักท้วงใดๆ
คุณปู่หลิวนั่งอยู่บนธรณีประตูพลางสูบยาเส้นมองดูภรรยากับลูกชายคนที่สี่กลับมาก็คิดในใจว่า ผ่านมาหลายปีแล้วทำดีกับบ้านใหญ่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยทุกครั้งที่บ้านใหญ่ได้ของก็จะเก็บซ่อนอย่างแน่นหนามีดีแต่ปากว่ากตัญญูเท่านั้น...
บ้านรองก็ยังดีซื่อสัตย์สุจริต
บ้านสามนอกจากบ้านใหญ่แล้ว ก็ทำดีกับบ้านสามมากที่สุด แต่มีประโยชน์อะไรเล่า?
ตอนนี้บ้านสามย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอแล้วแม้แต่ตอนปีใหม่ก็ไม่กลับมาเลย...
คิดไปคิดมาก็เหลือแค่บ้านรองกับบ้านสี่ที่ดีที่สุด
แต่ภรรยาของเขาคนนี้เมื่อก่อนค่อนข้างไม่ชัดเจนมักจะดีกับบ้านรองและบ้านสี่น้อยที่สุด...
ในวินาทีที่ได้รับสัญญาเซียวหยวนซินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเธอเก็บสัญญาอย่างดีแล้วเริ่มจัดระเบียบและทำความสะอาดห้อง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงวันที่ยี่สิบแปดค่ำเดือนสิบสอง
บ้านพักยุวชนก็คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่มีตัวอักษร ‘喜’ ติดอยู่บนประตูรั้วหน้าต่าง และประตูห้องพักส่วนกระดาษตัดหน้าต่างนั้นจ้าวอวี้เฟินเป็นคนซื้อกระดาษแดงมาตัดเองตัดออกมาได้เล็กและประณีตเมื่อติดไว้ที่ประตูและหน้าต่างก็ดูมีชีวิตชีวาและเป็นมงคล