เสนาบดีที่รัก (Yaoi)

    ตอนที่ 32

    第 三十二 章


    มือที่กำลังจะเอื้อมไปรั้งแขนของฝ่ายตรงข้ามให้กลับมายืนข้างตัวกลับทิ้งลงแนบลำตัว มองอีกฝ่ายโวยวายเดินไปมาและทำท่าทางรังเกียจตัวเขาจนเห็นได้ชัด

            "เสี่ยวเสวียน...อย่าทำเช่นนี้"น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าดวงตาเจ็บช้ำ ปู้เฉินที่กลับมาจากการสั่งการให้เหล่าลูกน้องของตนไปจัดการตามความต้องการเหินตัวเองเข้ามาหยุดตรงหน้าประตูก่อนจะกระแอมเสียงให้คนด้านในรู้ว่าตนอยู่หน้านี้แล้ว

            "ปู้เฉินเข้ามาเถอะ"น้ำเสียงแหบแห้งของจื่อหลงทำให้ปู้เฉินรีบผลักประตูเข้ามาด้วยความเร่งร้อน

            "เกิดเรื่องอะไร..."ปู้เฉินหยุดคำพูดคาอยู่ในปาก มองดูสภาพของเจ้านายตนและฟ่านเสวียนได้แต่ลอบตื่นตระหนกในใจ

            "นำท่านเสนาบดีฟ่านเสวียนกลับเมืองหลวง ระดับการป้องกันสูงสุด ดูแลเขาให้ดี"จื่อหลงสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มก่อนจะทะยานตัวเองออกไปทางหน้าต่างหายลับไปในเสี้ยวลมหายใจทิ้งให้คนที่ยืนต่างความคิดมองหน้าต่างว่างเปล่ามีเพียงสายลมสายหนึ่งวูบหายออกไปเท่านั้น

            "เกิดเรื่องใดขึ้นขอรับ"ปู้เฉินถามเสียงหนัก ฟ่านเสวียนเองก็ใบหน้าไร้สีเลือดมือข้างหนึ่งเกาะขอบโต๊ะเอาไว้แน่น

            "พวกเจ้ามันโจรกบฏทรยศแผ่นดิน ยังมีหน้ามากล่าวกับข้าได้อีกหรือ"เพียงเท่านี้ปู้เฉินก็พอจะเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ เขาขยับเข้าไปใกล้บุคคลที่รักของเจ้านายช้าๆ

            "ขออย่าได้เข้าใจนายท่านผิดเลยขอรับ เรื่องหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ พวกเราถูกใส่ร้าย"

            "ใส่ร้ายงั้นหรือ เรื่องราวผ่านมานานนับสิบปีหากไม่ใช่เรื่องจริงคงถูกรื้อฟื้นคดีขึ้นมาแล้ว แต่นี่ทุกอย่างกลับกลืนหายไปราวกับคลื่น จะหาข้อแก้ตัวใดมาได้อีก"

            "แต่พวกเราไม่มีอำนาจขนาดนั้นนะขอรับ จึงจำต้องค่อยๆแก้ไข บัดนี้นายท่านสามารถหาหลักฐานมาลบคำกล่าวหานั้นได้แล้ว เพียงแต่..."ปู้เฉินเงียบเสียงไป

            "เพียงแต่อะไร เพียงแต่เรื่องที่พวกเจ้าปั้นแต่งขึ้นมามีคนเช่นข้ารู้ทันใช่หรือไม่"ฟ่านเสวียนตวัดเสียงส่งสายตามาดร้ายจ้องไปยังใบหน้าสลดของปู้เฉิน

            "เรื่องหาเป็นเช่นนี้ไม่ขอใต้เท้าใจเย็นลงสักสองสามส่วนเถอะขอรับ"

            "ข้าจะกลับเมืองหลวงเดี๋ยวนี้ วางใจเถอะข้าถือว่าที่ข้ามาอยู่กินได้รับการปรนนิบัติจากพวกเจ้าข้าจะตอบแทนให้ด้วยการลืมเรื่องนี้ไปเสีย ไปจัดขบวนม้าให้ข้า"ฟ่านเสวียนไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นได้แต่เม้มปากแน่นดวงตาวาววับด้วยความรู้สึกปนเปในอก ปู้เฉินได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วเดินจากไปปล่อยให้ฟ่านเสวียนทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ด้วยท่าทีหมดแรง เขานึกย้อนเรื่องราวไม่กี่วันที่ผ่านมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก่อนจะสะบัดหน้าไปมาเพื่อให้ภาพเหล่านั้นหายไป

            "ช่างเถอะข้าเองก็เป็นบุรุษเรื่องที่ผ่านมานั่นถือนับเสียว่าข้าฝันไปก็แล้วกัน"เพียงแต่อาหารบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเป็นละรอกทางด้านหลังกลับมิได้ง่ายดายเช่นที่เขากล่าวกับตัวเอง

            "พร้อมแล้วขอรับ"ปู้เฉินเดินเข้ามาบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด แบมือออกให้เห็นของสิ่งหนึ่งบนฝ่ามือ

            "นายท่านฝากมาให้ขอรับ"พู่เสือหยกบนฝ่ามือนั่นทำให้ฟ่านเสวียนถึงกับสะดุดลมหายใจ เขาเอื้อมมารับมันช้าๆ

            "นายท่านฝากคำมาว่า เขาไม่คิดจะทำให้ใต้เท้าต้องเสียหายหรืือต้องอับอาย ขอให้ใต้เท้าบรรเทาโทสะลงเพื่อสุขภาพของท่านเองขอรับ และขอให้ใต้เท้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ"

            "แล้วเขาล่ะ"

            "ไม่อยู่แล้วขอรับ"ฟ่านเสวียนได้ยินก็กรุ่นในอกขึ้นมาอีกครั้ง

            "นี่เขาไม่คิดจะแก้ตัวอีกแล้วหรือ"ปู้เฉินไม่ต่อคำได้แต่ก้มตัวลงผายมือให้ฟ่านเสวียนออกจากห้อง ฟ่านเสวียนก้าวเดินเชื่องช้าคล้ายรอคอยอะไรบางอย่างจนถึงรถม้าคันหรูที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมกับขบวนชายฉกรรจ์อีกนับร้อยยืนเป็นแถวหัวและท้ายขบวนอย่างเป็นระเบียบ

            "คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือและไว้วางใจได้ขอรับ พวกเขาจะคุ้มกันใต้เท้าจนถึงจวนในเมืองหลวง"ปู้เฉินบอกเสียงสั้นๆเอื้อมออกไปให้ฟ่านเสวียนเกาะพยุงตัวขึ้นรถม้า จากนั้นก็ยื่นตลับสีเงินสลักสลวดลายสวยงามส่งให้

            "นี่เป็นยาที่นายท่านสั่งให้หมอยาอันดับหนึ่งปรุงให้ขอรับ บอกว่าให้ทาที่บาดเจ็บทุกเช้าเย็นและฝากขออภัยที่ไม่สามารถช่วยรักษาให้ได้"จบคำปู้เฉินก็พยักหน้าให้คนขับรถมาออกเดินทางเขาตบสะโพกม้าเบาๆกระตุ้นให้มันออกเดิน ฟ่านเสวียนเปิดม่านหน้าต่างออกมากวาดตามองไปรอบๆก็มิอาจพบสิ่งที่อยากเห็นเขาถอนหายใจช้าๆแล้วปิดม่านกลับไปนั่งด้านในด้วยท่าทีสงบนิ่ง

            "ไปแล้วหรือ"

            "ให้ข้าตอบเช่นไรดีขอรับ"คนที่แต่งกายธรรมดาด้วยผ้าเนื้อหยาบเฉกเช่นชาวบ้านมายืนเคียงข้างปู้เฉินมองขบวนที่กำลังจะลับสายตาไปด้วยสายตาเจ็บช้ำ

            "เขาใจร้ายจริงๆ"

            "อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ ข้าน้อยว่านายท่านทำข้ามขั้นตอนไปต่างหากเรื่องราวจึงได้จบเช่นนี้"

            "ข้ามขั้นงั้นหรือ ไม่หรอกเขาเปราะบางเกินไป เกินกว่าจะทนรับสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่เป็นไร การที่เขาจากไปเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง ทำให้ข้าพอได้มีเวลาสะสางปัญหาพวกนี้"

            "ขอรับ"ปู้เฉินตอบรับสั้นๆด้วยรู้ดีว่านายท่านของเขามักจะขลาดเขลาเสมอถึงเรื่องของคนที่ลับสายตาห่างไปแล้ว คนทั้งคู่ถอนหายใจโดยพร้อมเพรียง

            "ไปเถอะไปแก้ปัญหากัน"เสียงเด็ดเดี่ยวของจื่อหลงเรียกให้ปู้เฉินหลุดจากภวังค์ก่อนจะพยักหน้า เขาทั้งคู่หันกายกลับเข้าไปยังโรงเตี้ยมของตนเอง ทั้งคู่กลับเข้าไปที่ห้องหนังสือเพื่อรอคอยคนที่ถูกเรียกตัวกลับมา ใช้เวลาเพียงชั่วยามคนที่รอคอยก็มาถึง

            "คารวะท่านประมุขเหวิน"ร่างบางที่ดูเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางอย่างเร่งรีบประสานมือตรงหน้า

            "มาแล้วหรือไห่เปียว"น้ำเสียงทอดยาวเนิบนาบเอ่ยขึ้น ไห่เปียวเงยหน้าขึ้นมองคนใบหน้าคมเข้มนั่งด้วยท่าทีสบายคล้ายอยู่ในสวนสวย ใบหน้าสงบนิ่งส่งสายตาคมกริบมาให้เขามองเห็นคนตัวสูงใหญ่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะหยกตัวใหญ่มือที่กำหมัดเท้าอยู่ตรงแก้มศรีษะเอียงข้างตามแขนที่เท้าใบหน้าอยู่ มืออีกข้างเคาะเบาๆบนโต๊ะเป็นจังหวะ ชุดสีดำมันเลื่อมยิ่งทำให้อีกฝ่ายดูดุดันน่ากลัวมากยิ่งขึ้นซ้ำร้ายบรรยากาศเย็นยะเยือกทำให้เขาหายใจไม่ทั่วทท้อง

            "ขอรับ ข้าน้อยยินดีด้วยกับตำแหน่งประมุข"

            "เรื่องนั้นช่างมันเถอะ บอกข้ามาเกิดเรื่องอะไรขึ้น"

            "เรื่องศิษย์พี่หญิงกับศิษย์พี่รองหรือขอรับ ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรงกระทั่งศิษย์พี่หญิงพลั้งมือ ตอนนี้อาการของศิษย์พี่รองน่าเป็นห่วง ท่านอาจารย์กำลังเร่งรักษาอยู่ขอรับ"

            "อืมเป็นเช่นนั้น มีเรื่องอะไรที่เจ้าจะต้องบอกข้าอีกหรือไม่"ทั้งจื่อหลงและปู้เฉินจ้องใบหน้าเรียวเขม็ง ถงไห่เปียวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมาช้าๆ

            "จริงหรืิอ ถง ไห่เปียว เจ้าไม่มีสิ่งใดจะบอกข้าเลยจริงๆเช่นนั้นหรือ"คราวนี้ไห่เปียวถึงกับใบหน้าซีดเผือด

            "ท่าน..ท่านรู้"

            "แน่นอนคนอย่างข้ามีหรือจะไม่รู้เรื่องราวในสำนักของตนเอง เหตุใดท่านอาจารย์จึงรับเจ้าเป็นศิษย์แถมยังให้มาอยู่ข้างกายข้าอีก ตอบ!"จื่อหลงตบโต๊ะเสียงดังลั่น ไห่เปียวนั้นพึ่งเข้ามาอยู่สำนักได้ไม่นานมีเพียงวิชาขั้นสามเท่านั้นจึงมิอาจต่อสู้ประมือกับปู้เฉินหรือจื่อหลงได้ เขาสะดุ้งสุดตัวรีบคุกเข่าลงอย่างแรงจนดึงกึก

            "ข้าน้อยหาได้คิดอกุศลใดไม่ ประมุขได้โปรดเชื่อข้า"เขาก้มลงบอกเสียงสั่น เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

            "ข้าไม่ได้เป็นบุตรโดยสายเลือดของถงซืออี้ไม่ ข้าถูกเขาซื้อมาเพื่อรับมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เพราะ..เพราะ"เขาละอายใจเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้แต่ก้มหน้านิ่ง"จื่อหลงหันมาสบตากับปู้เฉินทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

            "พูดมา"

            "ข้า..ข้าถูกเลี้ยงมาเพื่อปรนเปรอ...ปรนเปรอถงซืออี้ขอรับ"ทั้งคู่เงียบกริบและตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ไห่เปียวสะอื้นไห้ยามที่ต้องเอ่ยปากถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

            "เรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับเพราะฮูหยิน เพราะท่านแม่ต้องกล้ำกลืนปกปิดสถานะที่แท้จริงเอาไว้ว่าท่านพ่อจริงแล้วเป็นชายตัดแขนเสื้อมิอาจจะมีอะไรกับสตรีเพศได้ นางมิได้มีบุตรกับท่านพ่อแต่กลับเป็นคนสนิทของเขา ท่านพี่ทั้งสามต่างก็เป็นสายเลือดที่แท้จริงของคนสนิทเขาทั้งสิ้น พอซื้อตัวข้าน้อยมาเขาก็วางแผนทำให้คนสนิทของเขาไปต่อสู้กับกองโจรและถูกฆ่าตาย เรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับกระทั่งข้าแอบได้ยินเข้าโดยบังเอิญ ครั้งแรกข้าไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งคืนหนึ่ง ข้าดื่มน้ำโสมที่ฮูหยินสั่งให้คนรับใช้นำมาให้จากนั้น..จากนั้นพอตื่นขึ้นข้าก็เจ็บไปทั้งตัวและคนที่นอนข้างๆคือเขา ที่ข้ารู้ว่าตนเองถูกกระทำเพราะตัวเขาและขาต่างก็หลงเหลือร่องรอยแบบนั้นเอาไว้ชัดเจน จากวันนั้นมาข้าก็ถูกเขาจับไปบำเรอกระทั่งท่านอาจารย์ได้มาเยี่ยมที่จวนและพบเจอข้าเข้า"ไห่เปียวเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าสะอื้นไห้ คนทั้งคู่เมื่อได้ฟังก็อดจะตกตะลึงไม่ได้ ที่แท้เด็กผู้นี้ตกอยู่ในขุมนรกกระทั่งเจอท่านอาจารย์ของเขาถึงได้หลุดพ้น

            "ข้าขอโทษที่เอ่ยปากถามเรื่องอันมืดมนของเจ้า แต่ถ้าข้าไม่สืบให้แน่ชัดมันก็จะเป็นภัยกับตัวข้าเอง"

            "ไม่เป็นไรเลยขอรับ ท่านอาจารย์ได้บอกเรื่องนี้กับข้าแล้วว่าให้ข้าเปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง เพียงแต่ข้าละอายใจเกินที่จะเอ่ยมัน"เข้าก้มหน้านิ่ง นึกไม่ถึงจื่อหลงผุดลุกขึ้นก้าวออกมาจากโต๊ะมาหยุดยืนที่ตรงหน้าของไห่เปียว เขาย่อตัวลงใช้สองมือจับหัวไหล่ของข้างประคองให้ร่างบางที่ยังสะอื้นอยู่มากอดเอาไว้แนบอกตบหลังเบาๆเพ่ื่อปลอบโยน ไห่เปียวซุกใบหน้าเล็กเข้ากับอกร่ำไห้จนเสื้อสีดำเปียกชื้นจากน้ำตา

            "พอได้แล้ว อย่าร้องอีกเลย เอาเถอะมาอยู่กับข้า ข้าจะดูแลเจ้าเอง"น้ำเสียงอ่อนโยนลงหลายส่วนทำให้ไห่เปียวสะอื้นค้างในอกเงยหน้าเปียกชุ่มน้ำตามองปลายคางของจื่อหลงนิ่ง เขาก้มลงมองคนที่เงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วอดนึกถึงอีกคนที่ห่างออกไปหลายลี้ไม่ได้ ที่แท้ดวงตาของสองคนนี้คล้ายคลึงกันเสียจริง ยิ่งตอนที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำตาเช่นนี้

            

            

    คล้ายกับเรื่องเสนาบดีที่รัก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801