ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“พี่วลัย นัดผมมาทำไมฮะ หรือถ้าเป็เื่ในคืนงานแต่งของพี่ ที่ผมไปทำร้ายคุณชัยวัฒน์ สำหรับเื่นี้ผมต้องขอโทษด้วยที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ” กัณฑ์พูดอย่างรู้สึกผิด
“สำหรับเื่นี้พี่เข้าใจจ้ะ แต่นายชัยวัฒน์กลับพลิกวิกฤติมาเป็โอกาสน่ะสิ” วลัยกล่าว
“ยังไงน่ะพี่” กัณฑ์งง
“พ่อแม่พี่เห็นชัยวัฒน์แกล้งใส่เผือก แล้วไปหายัยพันธ์ ท่านถึงกลับโมโหกัณฑ์มาก สั่งห้ามคนใช้ทุกคนไม่ให้กัณฑ์เข้าบ้าน และสั่งห้ามพันธ์ไม่ให้มาเจอกัณฑ์อีกน่ะสิ” วลัยเล่า
“แต่พี่รู้ใช่มั้ย ว่าชัยวัฒน์นั่น มันเป็ยังไงน่ะ” กัณฑ์กล่าว
“เื่นี้พี่รู้ พี่ก็เลยเป็ห่วงพันธ์อย่างมาก แต่พี่รู้สึกว่าพันธ์ไม่ได้ทำไปเพราะถูกพ่อแม่บังคับอย่างเดียว เหมือนพันธ์ทำเพื่อประชดใครสักคน” วลัยสงสัย
“คงจะเป็คุณพลศักดิ์ฮะ” กัณฑ์กล่าว
“อ๋อ คนที่จ้างยัยพันธ์ไปถ่ายแบบล่ะสินะ” วลัยกล่าว
“ใช่ฮะ ตราบใดที่ทั้งสองคนไม่เคลียร์กันให้เข้าใจ มันก็คงคาราคาซังแบบนี้” กัณฑ์กล่าว
“งั้นกัณฑ์ ต้องไม่ทิ้งพันธ์นะ ในตอนนี้มีเธอคนเดียวที่จะคอยกันท่าชัยวัฒน์ได้” วลัยกล่าว
“ผมเหนื่อยฮะ พี่วลัย หากเ้าตัวไม่ยอมปกป้องตัวเอง ผมคงช่วยอะไรไม่ได้” กัณฑ์กล่าวอย่างเหนื่อยใจเพราะเธอเป็แค่เพื่อน
“งั้นพี่จะช่วยพูดกับยัยพันธ์เื่นี้เอง แต่พูดไปมันก็ต้องโทษพ่อแม่พี่ด้วย ยัยพันธ์หนีไปไหนไม่ได้เลย เพราะแม่สั่งคนของแม่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของยัยพันธ์ทุกฝีก้าว จะได้ให้นายชัยวัฒน์ตามตัวถูก” วลัยกล่าว
“เมื่อผมหาทางได้ ผมจะพยายามช่วยพันธ์ก็แล้วกันนะฮะ พี่วลัย” กัณฑ์ยังคิดไม่ออก
“เอ้อ พี่ต้องกลับโรงแรมพ่อก่อน หากสามีไปแล้วไม่เจอจะอาละวาด ไม่คิดว่าเขาจะขี้หึงขนาดนี้” วลัยบ่น
“โถ่ ก็อย่างว่านะ ใครใช้ให้เขามีภรรยาสวยอย่างพี่ล่ะ” กัณฑ์แซว
“เลิกแซวพี่ได้แล้ว กัณฑ์ก็เหมือนกันนะดูแลตัวเองด้วย เอ้อ พี่ขอบคุณเื่ที่กัณฑ์ช่วยพี่ด้วยนะ เพราะกัณฑ์ พี่ถึงรอดพ้นน้ำมือตำรวจเลวได้” วลัยกล่าว
“ฮะ พี่วลัย ขอให้มีน้องเร็วๆ นะฮะ ผมไปล่ะ” กัณฑ์แยกจากวลัยทันที
กัณฑ์เดินออกนอกร้านอาหารไปสักพัก มือถือก็ดัง
“มีอะไรหรอฮะ คุณพัฒน์” กัณฑ์กล่าว
“ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมไปรับ” พัฒน์กล่าว
“ถ้าเป็เื่งาน เดี๋ยวผมไปพบคุณพี่บริษัทก็ได้ฮะ” กัณฑ์กล่าว
“เปล่า เื่ส่วนตัว” พัฒน์กล่าว
“พวกเรา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันนี่ฮะ” กัณฑ์กล่าว
“ถือเป็ครั้งสุดท้ายนะกัณฑ์ เพราะต่อไปผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก” พัฒน์พูดเสียงเด็ดขาด
“ก็ได้ฮะ ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าธนาคารใกล้บ้านพันธ์ฮะ” กัณฑ์กล่าว ในใจเธอแอบเจ็บกับคำว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก
“อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวผมไปรับ” “ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด” พัฒน์รีบวางสายทันที
“วางสายซะแล้ว นี่คงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วสินะ ถ้าจัดการเื่ของชัยวัฒน์เสร็จเมื่อไหร่ พวกเราคงไม่ได้พบกันอีก เมื่อถึงวันนั้น ฉันคงย้ายไปทำงานที่อังกฤษแล้วล่ะ” กัณฑ์บ่นเบาๆ อยู่คนเดียว
**************************************************
กัณฑ์ขึ้นไปบนรถของพัฒน์ ซึ่งตอนนี้กัณฑ์เห็นสีหน้าของพัฒน์เครียดมาก ลักษณะดูเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“คุณมีอะไรจะพูดกับกัณฑ์หรอฮะ” กัณฑ์เริ่มถาม
“ไปที่แห่งหนึ่งก่อน เดี๋ยวคุณก็รู้เอง” พัฒน์พูดจบก็ขับรถอย่างเงียบๆ
กัณฑ์จึงไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่มองทางข้างนอกรถ จนสังเกตได้ว่าพัฒน์ขับมาที่โรงพยาบาลจิตเวทแห่งหนึ่ง
พัฒน์จอดรถแล้วเดินนำกัณฑ์ ไปพบคนคนหนึ่ง เขามาหยุดยืนที่หญิงสาวที่นั่งบนรถเข็น มีสายตาเหม่อลอย ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอก ตอนนี้เธออยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ
“นี่น้องสาวผมเอง แพรวพรรณ คุณคงจำเธอไม่ได้สินะ เพราะคุณความจำเสื่อมนี่” พัฒน์จำต้องแนะนำน้องสาวอีกครั้ง
กัณฑ์เห็นแพรวพรรณ เธอรู้สึกคุ้นหน้าอย่างมาก แต่ก็นึกไม่ออกจริงๆ กัณฑ์เดินไปหาผู้หญิงที่นั่งบนรถเข็นคนนั้น พร้อมกับคุกเข่าจับมือของเธอไว้ ซึ่งแพรวพรรณก็หันมามองเพียงแว๊บเดียว แล้วก็หันไปทางอื่น
“ที่น้องสาวผมเป็แบบนี้ ก็เพราะชัยวัฒน์มันข่มขืนเธอ จริงๆ ตัวคุณก็รู้เื่นี้ดี แต่ผมคงจะไม่พูดอะไรมาก เพราะคุณจำมันไม่ได้แล้ว” พัฒน์กล่าว
“คุณพัฒน์คะ คุณหมออยากคุยเกี่ยวกับเื่คุณแพรวพรรณค่ะ รบกวนคุณไปพบคุณหมอเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” พยาบาลเดินมาตามพัฒน์ไปพบหมอประจำตัวของแพรวพรรณ
“ครับ คุณพยาบาล” พัฒน์พูดจบก็หันมาบอกกัณฑ์ทันที “ผมฝากน้องสาวผมสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมกลับมา”
“ฮะ เดี๋ยวผมดูแลเธอให้” กัณฑ์กล่าว
พัฒน์เดินออกไปพร้อมกับพยาบาล ในขณะที่กัณฑ์ยังคงนั่งคุกเข่ามองไปที่แพรวพรรณ ทันใดนั้นภาพนิมิตก็ผุดขึ้น
“ว่าไงจ้ะ ที่รัก รู้มั้ยหลังจากคืนนั้น ผมก็คิดถึงแต่คุณคนเดียวนะแพรวพรรณ” ชัยวัฒน์พูดทางโทรศัพท์
“ไปตายซะ นายชัยวัฒน์” แพรวพรรณกล่าว
“ไม่เอาสิ แช่งผัวแบบนี้มันบาปรู้มั้ย” ชัยวัฒน์พูดเสียงเย้า
“นาย้าอะไรอีก เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” แพรวพรรณกล่าวอย่างโกรธแค้น
“ผมมีคลิปคุณเก็บไว้ด้วยนะ ยิ่งผมนำกลับมาดู ผมก็ยิ่งคิดถึงคุณ” ชัยวัฒน์เริ่มข่มขู่
“นาย้าอะไร ไอ้เลว” แพรวพรรณกล่าว
“คุณต้องมาหาผมอีก ไม่งั้นผมจะปล่อยคลิป น่านะคนสวย คุณคงไม่อยากให้ใครต่อใครเห็นภาพของพวกเราหรอกใช่มั้ย” ชัยวัฒน์ยังขู่ต่อ
แล้วภาพนิมิตที่แพรวพรรณต้องไปมีความสัมพันธ์กับนายชัยวัฒน์ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งแพรวพรรณตั้งครรภ์ ตอนแรกเธอจะปกปิดเก็บเป็ความลับ และเก็บลูกไว้เลี้ยงคนเดียว แต่นายชัยวัฒน์กลับล่วงรู้ แทนที่เขาจะรับผิดชอบ แต่กลับบอกเธอให้ไปทำแท้ง แพรวพรรณไม่ยอม นายชัยวัฒน์ จึงผลักเธอตกบันได หลังจากแพรวพรรณเสียลูกไป เธอก็เสียสติไป หลังจากนั้นภาพก็มลายหายไปคล้ายหมอกควัน
กัณฑ์ผู้ซึ่งได้รับรู้เื่ราวของเธอ ถึงกลับน้ำตาไหล “แพรว! พี่รู้นะ ว่าน้องเจ็บแค่ไหน กับผู้ชายเลวๆ นั่น แต่พี่เชื่อว่าเวรกรรมมีจริง นายชัยวัฒน์มันต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม”
เมื่อแพรวพรรณได้ยินเสียงกัณฑ์กล่าวอย่างนั้นก็หันมา พร้อมกับมีน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย กัณฑ์จึงนำผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้กับแพรว
พัฒน์เดินกลับมาเห็นกัณฑ์ช่วยซับน้ำตาให้แพรว เขาก็แปลกใจ แต่ก็รีบกระแอม “คุณรอนานมั้ยครับ กัณฑ์”
กัณฑ์สะดุ้ง แต่ก็รีบพูดว่า “ไม่นานฮะ”
“งั้นพวกเรา ไปสถานที่อีกที่หนึ่งเถอะครับ ผมจะบอกเื่สำคัญที่นั่น” พัฒน์กล่าวเสียงจริงจัง
กัณฑ์ลุกขึ้นยืน แล้วพูดเบาๆ ว่า “เข้มแข็งไว้นะแพรว สักวันแพรวจะกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง พร้อมกับเห็นไอ้สารเลวรับผลกรรมตามที่มันก่อไว้”
พัฒน์ขับรถออกจากโรงพยาบาล แล้วพากัณฑ์ไปที่จุดชมวิว ตรงชายฝั่งแม่น้ำเ้าพระยา กัณฑ์รู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก เหมือนเธอคุ้นว่าเธอเคยมาแล้ว
“พวกเราเคยมาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่บ่อยๆ จนครั้งหนึ่งหลังจากพวกเราคบกันไม่นาน ผมได้ล่วงเกินคุณ ชอบแอบกอดและหอมคุณบ่อยๆ ซึ่งคุณไม่ชอบ ถึงกับบอกให้พวกเราเลิกคบกันแล้วกลับมาเป็เพื่อนกันเหมือนเดิม ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็สถานที่ที่ผมได้ให้คำสัญญากับคุณว่า ผมจะไม่ล่วงเกินคุณอีก ตราบใดที่พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกัน หลังจากนั้นผมก็รักษาสัญญาเรื่อยมา” พัฒน์เล่า
เมื่อกัณฑ์ได้รับรู้เื่ราว คราวนี้มันไม่ใช่ภาพนิมิต แต่มันคือภาพความทรงจำเก่าๆ มันผุดขึ้นมาเรื่อยๆ กัณฑ์ได้จดจำอดีตได้ทั้งหมดแล้ว จากการมาที่สถานที่แห่งนี้ กัณฑ์กำลังจะบอกกับพัฒน์เื่นี้ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เพราะเขาได้พูดต่ออีกว่า
“ในเมื่อคุณจดจำผมไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จะเป็พยาน ผมขอสัญญาว่าผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกเลย พวกเราจะเป็เพียงแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น” พัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
หลังจากสิ้นสุดคำพูดนี้ กัณฑ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะพัฒน์เป็คนรักษาสัญญาจริงๆ เห็นได้จากที่พัฒน์ไม่ยอมล่วงเกินเธอเลย หลังจากให้คำสัญญาข้อแรกไป และสำหรับในวันนี้พัฒน์ได้ให้สัญญาข้อที่สอง พัฒน์ก็คงจะรักษาสัญญาเช่นกัน ประกอบกับพัฒน์ก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย กัณฑ์จึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรอีก
“พวกเรากลับกันเถอะครับ ผมไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ขอบคุณที่ยอมมากับผมในวันนี้นะครับ” พัฒน์กล่าว
กัณฑ์ได้แต่พยักหน้า เพราะรู้ตัวเองดีว่า ถ้าตนพูดอะไรออกมา น้ำเสียงต้องสั่นเครือแน่นอน
พัฒน์ก็รู้สึกเหมือนกันว่ากัณฑ์ดูแปลกๆ ไป แต่ในเมื่อเขาให้คำสัญญาไปแล้ว เขาจึงเลือกที่จะไม่ไตร่ถามอะไรอีก ผลสุดท้ายพัฒน์ก็เลือกที่จะปล่อยกัณฑ์ไป ในใจคิดว่า “พวกเราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันสินะ เพราะเื่ราวระหว่างเรา มันก็มีแต่อุปสรรคไม่รู้จักหยุดหย่อน”
กัณฑ์ได้บอกให้พัฒน์มาส่งที่บ้านของกัณฑ์เลย เพราะรู้ตัวเองดีว่าวันนี้คงขับรถไม่ไหว ฝืนขับกลับมาเอง มีหวังได้เกิดอุบัติเหตุเป็แน่ จึงทิ้งรถไว้ที่หน้าธนาคารนั่น พรุ่งนี้ค่อยเดินทางไปเอารถเอง
เมื่อถึงบ้าน กัณฑ์กล่าวขอบคุณสั้นๆ แล้วรีบลงจากรถ ไม่หันมามองพัฒน์อีกเลยเช่นกัน
กัณฑ์กลับมาบ้าน คนใช้รายงานว่าพ่อแม่ของเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน กัณฑ์เลยรีบขึ้นไปบนห้องนอน พร้อมกับปล่อยโฮร้องไห้ เธอได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่า เหตุใดทำไมเธอถึงไม่บอกพัฒน์ว่าเธอจดจำอดีตได้แล้ว เหตุใดถึงยอมให้พัฒน์เดินจากชีวิตเธอไปอย่างนั้น เพราะคำว่าเขามีเ้าของอยู่แล้วงั้นหรือ…