บานประตูโลหะมหึมาของตำหนักเมฆาคล้อยปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงกลไกที่หนักแน่นประดุจเสียงสับรางของเพชฌฆาตทันทีที่แสงสว่างจากภายนอกถูกตัดขาด
เปลวไฟสีเขียวอัปมงคลนับร้อยดวงพลันลุกโชนขึ้นตามผนังหินเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่เป็วงกลมซ้อนกิ่งก้านสาขาออกไปราวกับใยแมงมุมั์พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่ตำหนักสำหรับการฝึกตน แต่มันคือ 'เตาหลอมมนุษย์' ที่ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจง
กลิ่นธูปหอมที่เคยรุนแรงข้างนอกบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็กลิ่นคาวโลหิตที่เข้มข้นจนแทบจะจับตัวเป็ก้อน
หลินหยวนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางศิษย์สายนอกนับร้อยที่ยืนเรียงรายดุจหุ่นไม้ไร้ิญญาเนตรเร้นเงาของเขาเห็น 'เส้นด้ายสีเื' นับหมื่นเส้นโยงใยจากเพดานลงมาพันธนาการจุดชีพจรบนกระหม่อมของศิษย์ทุกคนไว้
[ตรวจพบ:ค่ายกลกลั่นิญญาห้าธาตุ - ระยะเตรียมการ]
[สถานะ:ธาตุไฟและธาตุดินเริ่มทำงานเพื่อตรึงร่างเหยื่อ]
[คำเตือน:กระแสพลังงานพุ่งสูงขึ้น 300% ในทุกๆ สิบลมหายใจหากไม่รีบแทรกแซง ิญญาจะถูกหลอมละลายภายใน 180 วินาที]
“นั่งลง!”เสียงของผู้าุโฉีกังวานไปทั่วห้องโถงทว่าคราวนี้มันไม่ได้เปี่ยมด้วยความเมตตาอีกต่อไปแต่มันคือเสียงของพรานป่าที่กำลังสั่งสัตว์ในคอก
“จงส่งมอบสิ่งที่พวกเ้ามีทั้งเื เนื้อ และจิติญญา เพื่อเป็ส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่แห่งสำนักเมฆาคล้อย!”
พริบตานั้นพื้นดินใต้เท้าพลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉานประดุจลาวาความร้อนมหาศาลพุ่งทะลักเข้าสู่ฝ่าเท้าของทุกคน
หลินหยวนรู้สึกได้ถึงพลังงานธาตุไฟที่พยายามจะม้วนพันและแผดเผาปราณแท้จริงในร่างของเขาทว่าภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุดนี้ พลัง 'อัสนีสลายิญญา'ในกระดูกสันหลังของเขากลับตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง
เขาััได้ถึง 'เศษศิลาอัสนีบาต' ที่กำลังสั่นะเืตอบรับธาตุทองที่แฝงอยู่ในโครงสร้างของตำหนัก
'เนตรวิวัฒนาการ...ระบุจุดเชื่อมต่อของธาตุทองทั้งหมด!' หลินหยวนกู่ร้องในใจ ขณะที่เขาแสร้งทำเป็ทรุดกายลงนั่งด้วยความเ็ปเหมือนศิษย์คนอื่นๆ
[ระบุพิกัด:จุดศูนรวมธาตุทองอยู่ที่เสาค้ำจุนทั้งแปดทิศ]
[กลยุทธ์:ใช้พลังอัสนีม่วงย้อนกระแสผ่านเส้นด้ายสีเืเพื่อเปลี่ยนแรงดึงดูดให้กลายเป็การะเิย้อนกลับ]
หลินหยวนค่อยๆสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อปลายนิ้วทั้งสิบที่ถูกสลักด้วยอักขระอัสนีเริ่มเปล่งแสงสีม่วงเข้มจัด
อากาศรอบตัวเขาเริ่มบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงประทุเปรี๊ยะปะเบาๆท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานของศิษย์คนอื่นๆ ที่เริ่มถูกค่ายกลสูบิญญา
เขามองเห็นผู้าุโฉีที่ยืนอยู่บนแท่นสูงล้อมรอบด้วยกำแพงปราณสีเขียวเข้มชายชรากำลังหลับตาพริ้มเสพสุขกับละอองิญญาที่เริ่มลอยวนอยู่ในอากาศ
'เสพเข้าไปให้เต็มที่เถอะตาเฒ่า...'หลินหยวนเหยียดยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร 'เพราะิญญาที่เ้ากำลังจะกลืนกินเข้าไปมันพกเอาสายฟ้าแห่งการทำลายล้างไปด้วย!'
เขากดปลายนิ้วลงบนพื้นหินที่ร้อนระอุทันใดนั้น สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นเล็กๆนับร้อยพุ่งกระจายออกจากร่างของเขาไปตามเส้นด้ายสีเือย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นความโกลาหลที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีที่เขาสั่งให้พลังนี้ะเิออก!
กระแสไฟฟ้าสีม่วงที่แฝงเร้นอยู่ในเส้นด้ายสีเืเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนบรรยากาศภายในตำหนักบิดเบี้ยว
หลินหยวนหลับตาลงรวบรวมสมาธิถึงขีดสุดเขาััได้ถึงความสับสนของค่ายกลที่พยายามจะสูบพลังงานจากเขา แต่กลับถูก"อัสนีสลายิญญา" ย้อนศรกลับไปทำลายรากฐานทีละจุด
“ถึงเวลาล่มสลายแล้ว...ตาเฒ่าฉี!”
หลินหยวนกู่ร้องในใจพร้อมกับกระแทกฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้นหินอย่างรุนแรงพริบตานั้น สายฟ้าสีม่วงทองขนาดั์แปดเส้นพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาแยกย้ายไปตามทิศทั้งแปดประดุจัอัสนีที่หิวโหยพวกมันมุ่งตรงเข้าหาเสาค้ำจุนธาตุทองที่เป็แกนหลักของตำหนักเมฆาเร้นในทันที
เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!
เสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นจนแผ่นดินะเืเลื่อนลั่นเสาหินที่สลักอาคมโบราณไว้หนาแน่นพลันแตกร้าวและถล่มลงมาดุจปราสาททรายค่ายกลห้าธาตุที่เคยหมุนเวียนอย่างทรงพลังพลันชะงักงันและเกิดการตีกลับของพลังงานอย่างมหาศาล
เส้นด้ายสีเืที่พันธนาการเหล่าศิษย์อยู่ขาดสะบั้นลงในพริบตาพร้อมกับเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงสีม่วงที่เผาผลาญอาคมชั่วร้ายให้กลายเป็เถ้าธุลี
“อึก! เกิดอะไรขึ้น!?”ผู้าุโฉีที่กำลังเสวยสุขอยู่บนแท่นสูงกระเด็นตกจากบัลลังก์ด้วยแรงสะท้อนของค่ายกล
ใบหน้าที่เคยอิ่มเอิบด้วยพลังิญญาพลันซีดเผือดเืสีคล้ำพุ่งออกจากปากดุจน้ำพุ
“ใคร!ใครกล้าบังอาจทำลายงานเลี้ยงของข้า!”
ท่ามกลางกลุ่มควันและซากปรักหักพังหลินหยวนหยัดกายขึ้นยืนอย่างมั่นคง เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยประกายสายฟ้าและลายสักอักขระอัสนีที่เรืองแสงวาบอยู่ใต้ิัดวงตาสีม่วงเข้มของเขาจับจ้องไปยังชายชราด้วยความอาฆาตที่สะสมมาเนิ่นนาน
“งานเลี้ยงของเ้านั้นจบลงแล้ว...ต่อไปนี้คือ 'งานศพ' ของเ้า!”
เหล่าศิษย์สายนอกที่เริ่มได้สติกลับคืนมาต่างพากันทรุดลงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
พวกเขาเห็นแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เคยดูอ่อนแอบัดนี้กลับดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามประดุจเทพาที่จุติลงมาท่ามกลางกองเพลิง
หลินหยวนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเขาพุ่งทะยานออกไปดุจแสง ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้เกรียมบนพื้นหิน
ในมือของเขาปรากฏ 'ดาบอัสนีสลายิญญา' ที่ควบแน่นจากความว่างเปล่าและสายฟ้าพุ่งตรงเข้าหาลำคอของผู้าุโฉีด้วยความเร็วที่เหนือกว่าประสาทััของมนุษย์จะตามทัน!
คมดาบอัสนีสลายิญญากรีดผ่านมวลอากาศจนเกิดเสียงวีดหวิวประดุจเสียงนกฟีนิกซ์คำรามผู้าุโฉีที่เพิ่งเสียหลักกระแทกพื้นพลันเบิกตากว้างความตายที่คืบคลานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสงทำให้สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในร่างตื่นตัวสัญชาตญาณนั้นสั่งให้เขาสละสิ้นซึ่งรูปลักษณ์มนุษย์ที่จอมปลอมในทันที
“เ้าเด็กเหลือขอ!เ้าบังคับให้ข้าต้องเผยร่างนี้ออกมาเอง!”
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักสะบั้นดังสนั่นไปทั่วตำหนักร่างของชายชราหลังค่อมพลันขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่าสยดสยองิัเหี่ยวแห่นปริแตกออกเผยให้เห็นเกล็ดสีเขียวคล้ำดุจงูพิษ
แขนขาที่เคยลีบเล็กกลับยืดพองหนาด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยไอศพและหนอนไหมสีดำนับล้านตัวที่ชอนไชอยู่ใต้ิัพริบตานั้น ผู้าุโฉีได้กลายเป็ครึ่งมนุษย์ครึ่งอสูรที่มีความสูงกว่าสองเมตรแผ่กลิ่นอายกดดันระดับก่อเกิดิญญาออกมาอย่างเต็มพิกัด
ตึง!
ฝ่ามืออสูรที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมยกขึ้นรับคมดาบอัสนีของหลินหยวนได้อย่างหวุดหวิดการปะทะกันของสองพลังงานที่ต่างขั้วส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทกสีม่วงและเขียวะเิออกรอบทิศทางทำลายเศษซากเสาหินที่หลงเหลืออยู่ให้กลายเป็ผุยผง
[วิเคราะห์สถานะศัตรู:ร่างอวตารหนอนไหมซากศพ]
[ความสามารถ:ฟื้นฟูร่างกายทันทีที่ได้รับาเ็ และแพร่กระจายพิษทางอากาศ]
[คำแนะนำ:อย่าให้โดนตัว! พิษจากกรงเล็บสามารถเน่าเปื่อยิญญาได้ภายใน 3 ลมหายใจ]
หลินหยวนไม่สะทกสะท้านเขาพลิกแพลงท่าร่างด้วย 'อัสนีไร้ลักษณ์' วนเวียนรอบตัวอสูรฉีดุจพรายน้ำที่มองไม่เห็น
ทุกครั้งที่เขาขยับกายจะทิ้งรอยแยกของความว่างเปล่าไว้เื้ับีบคั้นให้อสูรฉีต้องพ่นไอพิษออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าไอพิษเ่าั้กลับถูก 'วิชาสลายิญญา' กลืนกินจนหายวับไปก่อนจะถึงตัวเขา
“เ้าฝึกวิชาอะไรมากันแน่!?เหตุใดพลังของข้าถึงทำอะไรเ้าไม่ได้!”อสูรฉีคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง มันเหวี่ยงกรงเล็บเข้าใส่หลินหยวนราวกับพายุทว่าทุกการโจมตีกลับถูกหลินหยวนเบี่ยงเบนออกไปได้ด้วยความนิ่งสงบ
“วิชาที่ข้าฝึก...คือวิชาที่เกิดจากความเ็ปของทุกคนที่พวกเ้าเหยียบย่ำ!”หลินหยวนตอบกลับด้วยเสียงเย็นเยียบ เขาดีดตัวถอยหลังออกมาสามก้าวก่อนจะรวบรวมปราณม่วงทองทั้งหมดไว้ที่ดวงตาข้างซ้าย
พริบตานั้นเนตรเร้นเงาพลันส่องสว่างวาบ ทะลวงผ่านชั้นิัและกล้ามเนื้อของอสูรฉี จนเห็น 'แก่นิญญา' สีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้รากฐานของกระดูกสันหลังซึ่งเป็จุดที่เชื่อมต่อกับพลังงานของหัวใจเทวะใต้ดิน
“นั่นไง...จุดจบของเ้า!”
หลินหยวนชูมือขึ้นฟ้าเมฆาเบื้องบนตำหนักที่แตกสลายพลันรวมตัวกันเป็วังวนสีม่วงขนาดั์
สายฟ้าฟาดลงมาสู่ฝ่ามือของเขาเปลี่ยนดาบอัสนีให้กลายเป็หอกยาวที่เปี่ยมด้วยอำนาจการทำลายล้างกฎเกณฑ์บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนแม้แต่แสงสว่างก็ยังถูกดูดกลืนเข้าไป!
มวลอากาศภายในตำหนักเมฆาเร้นบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็ระลอกคลื่นพลังงานความว่างเปล่าที่หลินหยวนปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงเสียจนเปลวไฟสีเขียวอัปมงคลตามผนังถ้ำมอดดับลงในพริบตาเหลือเพียงแสงสว่างสีม่วงทองเจิดจ้าจาก 'หอกอัสนีสลายิญญา'ในมือของเขาที่ส่องสว่างประดุจดวงอาทิตย์ดวงใหม่ท่ามกลางนรกจำลอง
"จบสิ้นกันที...ตาเฒ่าฉี!"
หลินหยวนคำรามก้องพร้อมกับขว้างหอกในมือออกไปหอกนั้นไม่ได้เคลื่อนที่ผ่านอากาศด้วยความเร็วธรรมดา แต่มัน 'ทะลุผ่านมิติ' ด้วยอำนาจของวิชาสลายิญญาพริบตาที่หอกหลุดจากมือ มันก็ไปปรากฏอยู่ห่างจากหน้าอกของอสูรฉีเพียงไม่กี่นิ้ว!
"ไม่!!!หัวใจเทวะ ช่วยข้าด้วย—!"
เปรี้ยง!!!!
เสียงะเิกัมปนาทครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆหอกอัสนีม่วงแทงทะลุร่างอสูรของผู้าุโฉีเข้าที่ตำแหน่งแก่นิญญาอย่างแม่นยำ
พลังอัสนีบาต์พุ่งเข้าทำลายหนอนไหมซากศพนับล้านในร่างจนพวกมันกลายเป็เถ้าธุลีในเสี้ยววินาทีความสามารถในการฟื้นฟูอันน่าภาคภูมิใจของอสูรฉีกลายเป็ไร้ค่าเมื่อเผชิญกับ 'ความว่างเปล่า' ที่สลายทุกสรรพสิ่งให้กลับคืนสู่ความมิมี
ร่างอสูรั์บิดเบี้ยวและแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆก่อนจะะเิกลายเป็กลุ่มควันสีดำสนิทที่ถูกแสงสีม่วงกลืนกินจนสิ้นซาก
ผู้าุโฉี...มหาเทพผู้กุมชะตาชีวิตศิษย์สายนอกมานับทศวรรษบัดนี้ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของดวงิญญาให้ไปผุดไปเกิด
[กำจัดเป้าหมาย:ผู้าุโฉี — สำเร็จ]
[สถานะ:ได้รับการสะท้อนกลับของพลังงาน 15%] [คำเตือนฉุกเฉิน:ตรวจพบตัวตนระดับ 'ข้ามขอบเขติญญา' กำลังทะลวงมิติเข้ามา!]
หลินหยวนทรุดกายลงคุกเข่าหอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนเืไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดร่างกายของเขาบัดนี้ถึงขีดจำกัดอย่างแท้จริงพลังปราณในร่างแห้งเหือดจนแทบไม่เหลือหยดสุดท้าย ทว่าเขากลับไม่มีเวลาให้พักหายใจ
ครืนนนน...
เพดานตำหนักเมฆาเร้นที่พังทลายพลันถูกแยกออกด้วยมือขนาดั์ที่ทำจากกลุ่มหมอกสีดำมืด
แรงกดดันมหาศาลมหาศาลกดทับจนศิษย์สายนอกที่เหลืออยู่ถึงกับกระอักเืและสิ้นสติไปทันทีร่างของบุรุษในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ทว่าแผ่กลิ่นอายความตายที่ลุ่มลึกยิ่งกว่าผู้าุโฉีนับร้อยเท่าค่อยๆ ลอยละล่องลงมาจากฟากฟ้า
นั่นคือ 'เ้าสำนักเมฆาคล้อย' ตัวจริงที่ปรากฏกายออกมาในที่สุด!
ดวงตาของเขาเรียบเฉยราวกับมองมดปลวกเขามองไปยังซากปรักหักพังของตำหนักและเศษฝุ่นของผู้าุโฉีด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึกก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่หลินหยวน
"ขยะที่ข้าเลี้ยงไว้...กลับกลายเป็งูพิษที่แว้งกัดเ้าของงั้นรึ?" น้ำเสียงของเขาราบเรียบทว่าทุกคำพูดกลับทำให้กระดูกของหลินหยวนร้าวราน
"เ้าทำลาย 'โอสถ' ของข้า... เช่นนั้น เ้าก็จงมาเป็ 'หัวใจ' ดวงใหม่ให้ข้าแทนเถิด"
หลินหยวนฝืนพยุงกายยืนขึ้นอย่างยากลำบากมือที่สั่นเทาพยายามคว้าเศษศิลาอัสนีบาตที่เหลืออยู่ขึ้นมา แววตาสีม่วงของเขายังคงจ้องตอบกลับไปอย่างไม่ลดละ
'เ้าสำนัก...แม้ข้าจะต้องแลกด้วยิญญา ข้าก็จะลากเ้าลงนรกไปพร้อมกับข้าให้ได้!'
**********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร