เด็กหนุ่มที่นอนอยู่ตรงหน้าข้าดูแล้วน่าจะอายุประมาณ6 ปี ตอนที่พบเขาในป่าร่างกายไม่มีาแหน้าตาสะอาดแต่เสื้อผ้าของเขาขาดและยับเยินมาก
เด็กหนุ่มมีผมสีดำปิดตาแต่ก็ไม่สามารถซ่อนคราบน้ำตากับดวงตาที่บวมเหมือนคนที่ร้องไห้อย่างยาวนาน
ผิวขาวรูปร่างของเขาผอมแต่ไม่ได้ดูสุขภาพไม่ดี ค่อนข้างแข็งแรงเลยด้วยซ้ำ ที่น่าสงสัยคือเขาไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง แล้วเป็ใครมาจากที่ไหน
หลังจากบอกว่านี่คืออาณาจักรเดลเบิร์กเขาก็สะดุ้งเล็กน้อยแสดงว่าไม่ได้มาจากอาณาจักรนี้หรือไม่ก็ถูกไล่ล่าจากคนในอาณาจักร
แต่เด็ก6ขวบจะทำอะไรให้ถึงกับโดนไล่ล่าได้ ถ้างั้นละก็
“เ้ามาจากอาณาจักรอื่นใช่หรือไม่?” ข้าพยายามถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่สุดเพื่อไม่ให้เด็กกลัว
“อาณาจักรฮาร์ด”เด็กหนุ่มตอบพลางหันหน้าหนี ทุกอย่างลงตัวแล้ว
เด็กคนนี้เป็ประชากรของอาณาจักรฮาร์ดที่เพิ่งโดนอาณาจักรเดลเบิร์กบุกไปทำลาย
การที่ได้ยินว่าอยู่ในถิ่นของศัตรูเป็ธรรมดาที่จะตื่นตระหนก แม้จะเป็ประชากรของอาณาจักรนี้ข้ายังรู้สึกว่าการกระทำครั้งนี้นั้นแทบจะไร้ความหมาย
เข่นฆ่าโดยเปล่าประโยชน์มากมายเกินไป ถึงจะได้อาณาเขตเพิ่มขึ้นมาแต่ชีวิตที่สูญเสียนั้นนับหมื่น
บางทีเด็กคนนี้อาจเห็นครอบครัวถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาด้วยซ้ำ ข้าจะพูดคุยกับเด็กคนนี้ยังไงดีนะ
“ไม่ต้องห่วงนะ พวกข้าไม่ทำอันตรายเ้าแน่นอน” พร้อมกับยิ้มให้ด้วยใบหน้าอ่อนโย…. โอ้ย
“อย่าไปยิ้มน่ากลัวแบบนั้นให้เด็กสิยะ” ข้าโดนภรรยาสับหัวเข้าให้
เห็นรูปร่างผอมเพรียวแบบนี้แต่แรงกายนั้นเข้าขั้นแรงช้างเลยละ
‘อุ้บบ’ เหมือนเด็กคนนั้นจะหัวเราะนิดๆนะ ถือว่าดีขึ้นได้ไหมนะ? เพียงแปปเดียวเขาก็นั่งสงบอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปากพูด
“ขอโทษที่ทำให้กังวลนะครับ ผมมาจากอาณาจักรฮาร์ดก็จริงแต่พวกคุณไม่ได้ไปร่วมาใช่ไหมละครับเพราะงั้นไม่เป็ไรหรอก ถึงจะยังเด็กอยู่แแต่ผมแยกแยะเป็
ผมขอขอบคุณจากใจจริงที่ช่วยผมไว้ ผมขอนอนพักอีกคืนได้ไหมครับ พรุ่งนี้ผมจะรีบออกไปั้แ่เช้าเลยครับ”
อยู่ๆเขาก็พูดร่ายยาวจนสรุปได้ว่า ขอพักอีกคืนแล้วจะออกไปพรุ่งนี้เช้า เป็คำพูดที่มีมารยาทเหมือนว่าจะเคยร่ำเรียนมา
ที่จริงอาจจะเป็ขุนนางก็ได้ ถ้าเป็แบบนั้นยิ่งปล่อยไปไม่ได้ ข้าจึงรีบคุยกับเขาด้วยความร้อนรน
“ดะ.. เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าเ้าไม่รังเกียจจะอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้นะ หรือถ้าชอบจะอยู่ที่นี่เลยก็ได้”
เด็กหนุ่มมองด้วยความสงสัย ส่วนภรรยานั้นทำหน้าเหนื่อยใจและเดินออกมาคุยกับไกรอัสแทนข้า
“ขอโทษที่สามีพูดไม่ค่อยรู้เื่นะ นับจากที่เจอเธอในป่าเธอสลบไป3วันน่ะ หลังจากเขาเจอเธอก็รีบกลับมาที่บ้านด้วยความร้อนรนเลยล่ะ บอกว่าเด็กคนนี้อาจถูกส่งมาเพื่อพวกเราก็ได้อะไรแบบนี้น่ะ”
เด็กหนุ่มก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ภรรยาของข้าจึงตัดสินใจพูดใจความสำคัญออกไป
“พอดีพวกเราอยากมีลูกแต่มีไม่ได้น่ะ เธอช่วยมาเป็ลูกของพวกเราหน่อยได้ไหม” พร้อมกับทำหน้าน่าสงสารที่ไม่เข้ากับวัยของเธอ
ถึงตรงนี้ผมก็พอเข้าใจแล้ว ฮิวส์ไปเจอผมสลบอยู่ในป่า เก็บมาหวังให้เป็ลูกสินะ ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ผมสินะว่าจะตอบรับคำขอของพวกเขาไหม คำตอบก็ง่ายเพียงนิดเดียว
“เข้าใจแล้วครับ ขอฝากตัวด้วยนะครับ” เป็การยอมรับที่ง่ายดาย เพราะถ้าไม่รับผมก็ไม่รู้จะไปที่ไหนเหมือนกัน
แถมการเข้ามาอยู่ในตระกูลนี้ยังไม่ต้องถูกตามล่าด้วย รู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกตัวจริงกับพวกเขาแต่มันยังไม่ถึงเวลา
ทั้งคู่ได้ยินก็ดีใจยกใหญ่ที่จะได้มีลูกชายในบ้านแล้วเลยเข้ามากอดผมอย่างแแ่ ผมที่ไม่มีแรงจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตัวเป็ตุ๊กตาให้พวกเขากอด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ถึงเวลามื้อเย็นแล้วทั้งคู่ไปกินมื้อเย็นที่ห้องทานข้าว ส่วนผมที่ยังขยับไม่ได้ ตาแก่ฮิวส์บอกว่าจะให้เมดส่วนตัวเป็คนนำอาหารมาป้อนให้
น่าอายจังเลยแฮะ ว่าแต่เราจะเรียกพวกเขาว่ายังไงดีนะ จะไปเรียกตาแก่ยายแก่ก็ดูจะแย่ไปหน่อย จะเรียกท่านพ่อท่านแม่ก็ยังไงอยู่ เห้อยิ่งคิดยิ่งหิวแฮะ
เอาไว้กินข้าวก่อนแล้วค่อยถามพวกเขาทีหลังแล้วกัน ขณะคิดๆอยู่ ผมก็ได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์บางอย่าง
“วว วะ ว้ายยย จะหล่นแล้ว ไม่นะะะ”
เด็กผู้หญิงอายุน่าจะเท่าๆผม
มัดผมหางม้าสีแดง
มีดวงตาสีแดงเหมือนกับดวงตาของผม
ผิวขาวปกติที่ตัวเล็กมากๆ
สวมชุดเมดและถือถาดที่มีชามอยู่ใบหนึ่งซึ่งน่าจะเป็ข้าวของผม เธอเดินผ่านเข้าประตูห้องมาปกติ
แล้วอยู่ๆก็สะดุดชุดของตัวเองทำให้ถาดที่ถือพุ่งหลุดจากมือขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับข้าวของผม
ตัวเธอที่กำลังล้มลงใช้มือดันพื้นเพื่อพุ่งข้างหน้าเพื่อรับถาดข้าวของผมที่กำลังจะตกลงบนพื้นและสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
เธอเข้ามารับทันแถมยังไม่มีข้าวหกสักนิดแต่ตัวเธอหน้าทิ่มพื้นไปแล้ว ถ้าขยับได้ก็อยากปรบมือให้อยู่หรอก
“ไม่มีข้าวหกแม้แต่นิดเดียว แถมยังมาเสิร์ฟตรงหน้าพอดีด้วย แบบนี้ถือว่าเซฟสินะคะนายท่าน”
เมดตัวเล็กคนนั้นพูดด้วยความภาคภูมิใจในขณะที่หน้ายังทิ่มพื้นอยู่
“ถ้าไม่นับที่เธอหน้าทิ่มกับกระโปรงเปิดโชว์กกน.ลายทางสีฟ้านั่น ก็นับว่าเซฟละนะ”
เมื่อผมพูดเช่นนั้นเธอก็รีบลุกมาเช็คสภาพตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มหน้าก้มตาขอโทษผมด้วยใบหน้าเขินอาย
“เธอชื่ออะไรน่ะ”
"หนูชื่อว่า ‘มิร่า อัลเจน’ ค่ะ อายุ 5 ขวบ หนูเป็ลูกของหัวหน้าเมด ‘จูน่า อัลเจน’ เมื่อก่อนหนูอยู่กับคุณพ่อ
..แต่ว่าคุณพ่อเสียชีวิตในาเลยย้ายมาอยู่กับคุณแม่และทำงานเป็เมดของตระกูลไวท์ฟรอนเทียร์ค่ะ"
เด็กคนนั้นกลับมายิ้มแบบร่าเริงพร้อมกับตอบคำถามแบบ…เกินความจำเป็ ถึงจะเกินความจำเป็แต่ก็เป็การสรุปประวัติดีมาก อยากปรบมือให้จริงๆแฮะ ใครเป็คนสอนเด็กคนนี้นะอยากเห็นหน้าจัง
ถึงตาเราร่ายประวัติให้เธอฟังแล้วสินะ
"ฉันเป็อดีตขุนนางจากอาณาจักรฮาร์ดที่พลัดหลงมาที่อาณาจักรศัตรูชื่อว่า ไกรอัส ถ้าอยู่ในตระกูลนี้ก็คง
‘ไกรอัส ไวท์ฟรอนเทียร์’ อายุ 6 ปี ไม่เหลือครอบครัวอีกแล้ว ได้ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยง เลยกลายเป็ขุนนางน่ะ"
อืม นี่ถือว่าเป็จุดเริ่มต้นใหม่ที่ไม่ได้แย่นี่นา เอาละเธอจะตอบสนองยังไงน.. ‘อ้ากกก’
“งืออ นายท่านน่าสงสารจังเลยค่ะ มิร่าจะเป็น้องสาวให้เองนะคะ เท่านี้ก็มีครอบครัว1คนแล้วนะคะ”
เธอพุ่งเข้ามากอดผมแบบไม่ทันตั้งตัวเลยแถมยังพูดอะไรไม่รู้เื่อีก คนบ้านนี้เป็อะไรกับการกอดนะแล้วเธอไปวางข้าวของผมตอนไหนน่ะ
ถ้ายังอยู่กันแบบนี้คงคุยไม่รู้เื่แน่ ต้องให้เธอออกไปจากตัวผมสักที
“นี่มิร่าปล่อยฉันก่อน”
เหมือนเธอก็คงรู้ตัวว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่เลยรีบผละตัวออกไป เธอก้มหัวแล้วรีบขอโทษทันที
“สรุปสั้นๆเลยนะ ฉันไม่อยากได้น้องสาวและฉันก็มีครอบครัวใหม่แล้วด้วย เพราะงั้นเป็เมดนั่นแหละดีแล้ว”
เธอทำหน้าบู้บี้หน่อยๆที่โดนปฏิเสธไม่ให้เป็น้องสาว อย่างน้อยก็รู้สึกผิดบ้างเถอะเพราะคำสุดท้ายมันเหมือนบอกให้เธอรู้ว่าเธอควรอยู่ตรงไหน
แต่เหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจ ช่างมันก่อนละกัน เสียพลังงานไปเยอะมากจนหิวสุดๆแล้ว
โอ้ เหมือนเธอจะรู้โดยอัติโนมัติเลย เธอเตรียมป้อนข้าวเราแล้วแฮะ เป็ประเภทเก่งแต่พูดมากสินะเนี่ย
ด้วยความสงสัยั้แ่ต้น ผมจึงถามคำถามเธอในระหว่างกินข้าว
“มิร่า ใครเป็คนสอนพวกมารยาทกับสิ่งต่างๆให้น่ะ”
“ก็คุณแม่น่ะสิคะ” นั่นน่ะรู้อยู่แล้ว อย่างน้อยมันก็ต้องมีคนอื่นสอนด้วยสิ อย่าบอกนะว่า
“อย่าบอกนะว่า ทุกอย่างเลยน่ะ?”
"ใช่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะ มารยาท ทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาด การต่อสู้ระยะประชิด
แม้แต่การยิงธนู การขี่ม้า การเรียน การเป็เมดที่ทำให้นายท่านรู้สึกดี(ใจ)? คุณแม่เป็คนสอนทั้งหมดเลยค่ะ"
เป็คุณแม่และหัวหน้าเมดที่สุดยอดไปเลยคุณจูน่า แต่ว่าอันสุดท้ายคืออะไรน่ะ
ช่างมันก่อนละกัน ไม่จำเป็ต้องให้คนนอกที่ไม่รู้จักมาสอนให้ นี่อาจจะเป็การฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะแก้แค้นที่คาดไม่ถึงก็ได้
ถึงจะยังไม่เคยเห็นหน้าเลยก็เถอะ แต่ขอฝากตัวด้วยนะครับคุณจูน่า
พวกคำสรรพนามแทนตัวเอง ถ้าเป็นบทบรรยายของไกรอัสจะใช้ผมนะครับ
ถ้าเป็นบทพูดจะขึ้นอยู่กับว่าคุยกับใครครับ ด้วยความเคารพSHIEN