จินใช้เวลา่บ่ายของวันนั้น และรุ่งเช้าของอีกวันไปกับการเตรียมตัว เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด เพื่อเข้าสู่ห้วงแห่งการสรรสร้าง แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้ามาอย่างอบอุ่นแต่ไม่เจิดจ้า อควายืนเฝ้าอยู่ห่างๆ พร้อมให้คำแนะนำเมื่อจำเป็
จินนั่งขัดสมาธิบนพื้น ดวงตาหลับพริ้ม ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ มือสองข้างเหยียดออกไปข้างหน้า ฝ่ามือหงายขึ้น เปล่งประกายแสงสีน้ำเงินเข้มผสมกับความมืดมิดที่ปลายปลายนิ้ว พลังเวทในร่างของเขาเริ่มหมุนวนและถูกดึงออกมาอย่างต่อเนื่อง
จินเริ่มจากการ เชื่อมโยงจิตกับเรลม์แห่งความเป็ไปได้อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พยายามเจาะทะลุผนึกใดๆ เพียงแต่ดึงเอา "โครงสร้าง" และ "แิ" ของวงแหวนมิติที่ซับซ้อนเข้ามาในห้วงความคิด เขาเห็นภาพวงแหวนที่ทำจากโลหะหายาก ประดับด้วยอัญมณีสีน้ำเงินเข้มและดำที่เต้นระริกด้วยพลังเวทมนตร์
ขั้นตอนนี้ต้องใช้สมาธิที่แน่วแน่และพลังงานมหาศาล จินต้องควบคุมจิตไม่ให้ถูกความทรงจำอันเ็ปจากเรลม์เข้าครอบงำ และต้องแยกแยะ "แิ" บริสุทธิ์ออกจาก "ข้อมูล" ที่ถูกบิดเบือน เขารู้สึกเหมือนสมองถูกดึงยืดและหดตัวอย่างรุนแรง
เมื่อภาพลักษณ์ชัดเจนในใจ จินก็เริ่มดึง ธาตุน้ำจากรอบตัว น้ำจากทะเล หยาดน้ำค้างบนใบไม้ ละอองความชื้นในอากาศ แม้กระทั่งน้ำบางส่วนที่อยู่ในตัวเขาเอง ให้มารวมตัวกันเป็กระแสสีฟ้าอ่อนๆลอยวนอยู่เหนือฝ่ามือ อีกด้านหนึ่ง เขาเรียกพลังธาตุมืดที่เป็เหมือนเงาจากส่วนลึกของจิติญญาออกมา มันรวมตัวกันเป็หมอกสีดำมิดชวนขนลุก
การหลอมรวมสองธาตุที่ต่างกันสุดขั้วอย่างน้ำและความมืดเข้าด้วยกันเป็เื่ที่ยากยิ่งกว่าการใช้เวทมนตร์ทั่วไป จินต้องควบคุมให้มันไหลเวียนอย่างสมดุล ไม่ให้ธาตุใดธาตุหนึ่งเข้าครอบงำอีกธาตุหนึ่ง ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าสองขั้วกำลังพยายามตีกันภายในร่างของเขา
จากกระแสธาตุที่หลอมรวมกัน จินค่อยๆ นึกภาพวงแหวนให้เป็รูปเป็ร่างทีละน้อย เขาเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานของแหวน ก่อนจะลงรายละเอียดถึงช่องว่างมิติภายใน รูปลักษณ์ภายนอก และพลังเวทมนตร์พิเศษที่เขา้าฝังลงไป
เขาจินตนาการถึงมิติภายในที่กว้างขวางไร้ขีดจำกัด คล้ายถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทอดยาว
เขาฝังแก่นเวทมนตร์ของธาตุน้ำเข้าไปในโครงสร้างแหวน เมื่อสวมใส่ พลังน้ำจะหมุนเวียนอยู่รอบกายผู้ใช้ สามารถเรียกใช้เป็ เกราะน้ำป้องกัน ที่ดูดซับแรงกระแทก หรือใช้เยียวยาาแเล็กน้อยได้อย่างรวดเร็ว คล้ายการเร่งการฟื้นตัวของเซลล์
และนี่คือส่วนที่ซับซ้อนที่สุด จินฝังเวทมนตร์ธาตุมืดให้เป็ ผนึกเงาลับ ที่ปกคลุมสิ่งของภายในมิติ ไม่ให้ใครสามารถตรวจสอบหรือรับรู้สิ่งของภายในที่มีอยู่จากภายนอกได้ นอกจากผู้ที่เป็เ้าของที่แท้จริงเท่านั้น การทำพันธะสัญญาด้วยเืถูกกำหนดให้เป็กุญแจสำคัญ และเมื่อผู้ทำพันธะสัญญาตาย พลังธาตุมืดจะทำงานอย่างสมบูรณ์ ทำลายวงแหวนและสิ่งของทั้งหมดภายใน เพื่อรักษาความลับขั้นสูงสุด
การสร้างฟังก์ชันที่ซับซ้อนเหล่านี้พร้อมกัน ทั้งการขยายมิติ การฝังเวทสองธาตุที่ต่างกัน และกลไกทำลายตัวเอง ต้องใช้พลังการสรรสร้างในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จินเคยลอง จินรู้สึกเหมือนกำลังสร้างโลกขนาดเล็กขึ้นมาในฝ่ามือ สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลจนแทบจะะเิ เืในกายร้อนรุ่มราวกับถูกหลอมละลาย ทุกเส้นประสาทในร่างตึงเครียดถึงขีดสุด
เมื่อทุกสิ่งเป็รูปเป็ร่าง แสงสีน้ำเงินเข้มและหมอกสีดำมิดก็ควบแน่นเข้าหากันอย่างรุนแรง พลังเวทมหาศาลถูกอัดแน่นลงในจุดศูนย์กลาง จินกัดฟันแน่น ใบหน้าชุ่มเหงื่อ ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว ราวกับกำลังจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
“อ้ากกก!” เขาคำรามอย่างเ็ป เสียงของเขาแหบแห้งและทรมาน พลังที่ไหลผ่านร่างเขารุนแรงเกินกว่าที่เคยัั แต่สัญชาตญาณนักรบของเขาก็สั่งให้เขาอดทนและควบคุมมันไว้ ไม่ให้ะเิออก
ในที่สุด แสงทั้งหมดก็หดตัวลงอย่างฉับพลัน เหลือเพียงวงแหวนมิติสีเงินดำทอประกายฟ้าเรืองรองอยู่ในฝ่ามือของจิน มันมีลวดลายคลื่นน้ำวนรอบตัวเรือน ประดับด้วยอัญมณีสีน้ำเงินเข้มที่ดูดกลืนแสง และมีสัญลักษณ์เงาสลักอยู่ด้านใน
จินหอบหายใจอย่างหนัก ราวกับเพิ่งผ่านการรบมาอย่างยาวนาน เขามองวงแหวนในมือด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“สำเร็จแล้ว…” เขาพึมพำ เสียงของเขาแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
อควาเดินเข้ามาใกล้ “เ้าสร้างมันขึ้นมาได้จริงๆ” น้ำเสียงของเขามีแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งความกังวลเล็กน้อย “มันเป็แหวนมิติที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ข้าเคยรับรู้มา”
“ข้าจะให้ชื่อมันว่ามารีนัสแห่งรัตติกาล” จินกล่าวเสียงแ่
“ชื่อที่ทรงพลังยิ่งนัก” อควาเอ่ยช้าๆ “มันสมกับพลังที่เ้ามอบให้”
“ตอนนี้…เราก็มีของที่จะนำไปประมูลแล้ว” จินกล่าว ใบหน้าแม้จะซีดเผือดและพลังเวทมนต์ที่เขาสามารถใช้ได้นั้นหืดแห้งจนแทบไม่เหลือ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ด้วยสภาพของจินในตอนนี้ เขาคงไม่สามารถใช้เวทใดๆ ได้อีกเลยในหนึ่งเดือนต่อจากนี้ นับว่าเป็ผลกระทบที่ร้ายแรงสำหรับจอมเวทเป็อย่างมาก
“เ้าต้องพักผ่อน” อควากล่าวอย่างเป็กังวล น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและจริงจัง “พลังเวทในร่างเ้าบกพร่องไปมาก การฟื้นฟูต้องใช้เวลา”
จินพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้ามา ดวงตาแทบจะปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังสรรสร้างในระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน การสร้างสรรค์ที่ซับซ้อนและต้องใช้จิติญญาในการหลอมรวมเช่นนี้ กินพลังงานไปมากกว่าที่คาดไว้มาก ทำให้เขาอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเป็มาั้แ่มายังโลกนี้
“ใช่…ข้าจะพักผ่อน” จินหลับตาลง พยายามรวบรวมลมหายใจให้เป็ปกติ “อควา…ข้าฝากเื่นี้ด้วย” เขาชูวงแหวนมารีนัสแห่งรัตติกาลให้
อควารับวงแหวนมาเก็บไว้อย่างระมัดระวัง “วางใจได้ ข้าจะจัดการให้เอง”
ในขณะที่จินกำลังฟื้นฟูพลัง อควาก็เริ่มภารกิจของเขา เขาเลือกที่จะปกปิดตัวตนโดยการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย ผมสีน้ำเงินเข้มแซมดำถูกย้อมให้เป็สีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีน้ำเงินถูกปรับให้ดูหม่นลงเล็กน้อย เสื้อคลุมสีเข้มที่เขาสวมทำให้เขากลืนหายไปกับฝูงชนในเมือง เขาไม่้าให้ใครสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเขา
อควาเดินตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของ กลุ่มการค้าจันทราทมิฬ อาคารหินอ่อนสีดำสนิทที่สูงเสียดฟ้า ตั้งตระหง่านอยู่ริมอ่าวของเมืองเทอร์วา ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามสมกับเป็กลุ่มการค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุด
เขาไม่จำเป็ต้องใช้คำพูดมากนัก เพียงแค่ก้าวเดินด้วยท่าทางที่สง่างามและมั่นใจ ถือถุงผ้ากำมะหยี่สีดำที่ภายในบรรจุวงแหวนมารีนัสแห่งรัตติกาล พนักงานต้อนรับที่ดูภูมิฐานก็สังเกตเห็นถึงออร่าบางอย่างที่แตกต่างจากคนทั่วไป
“ข้ามาเพื่อนำของมาลงประมูล” อควาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
พนักงานต้อนรับมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วผู้ที่จะนำของหายากมาลงประมูล มักจะเป็ขุนนาง นักเวทระดับสูงหรือพ่อค้าใหญ่ แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับดูเรียบง่ายจนน่าสงสัย แต่เป็ความเรียบที่แฝงไปด้วยพลังที่ยากจะปฏิเสธ
“ได้โปรดรอสักครู่” พนักงานเอ่ย ก่อนจะหายเข้าไปในห้องด้านหลัง ไม่นานนัก เธอก็กลับมาพร้อมกับเชิญอควาเข้าไปในห้องรับรองพิเศษ
ภายในห้อง ผู้จัดการหญิงของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ คุณหญิงเซรีน่า ผู้มีผมสีแดงเพลิงและดวงตาสีเขียวมรกตคมกริบ กำลังนั่งรออยู่ข้างโต๊ะขนาดใหญ่ ถัดจากเธอนั่ง มาสเตอร์เอลริค นักตรวจสอบสิ่งของเวทมนตร์ชื่อดังของหอการค้า ผู้ซึ่งมีหนวดเคราสีเทายาวและสวมแว่นตาโบราณ
“ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มการค้าจันทราทมิฬ ท่านสุภาพบุรุษ ข้าเป็ผู้จัดการของที่นี่ ส่วนคนข้างๆคือมาสเตอร์เอลริค นักตรวจสอบของเรา” คุณหญิงเซรีน่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่งามสง่าแต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ “ได้ยินว่าท่านนำสิ่งของสำหรับงานประมูลมาด้วย”
อควาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาวางถุงผ้ากำมะหยี่ลงบนโต๊ะพร้อมเปิดออก เผยให้เห็นแหวนมารีนัสแห่งรัตติกาล ที่เปล่งประกายสีเงินดำเรืองรอง
มาสเตอร์เอลริคหยิบวงแหวนขึ้นมาดูทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อััได้ถึงพลังเวทมหาศาลที่แผ่ออกมาจากวงแหวน แม้จะมีผนึกเวทมืดปกคลุมอยู่ แต่พลังธาตุน้ำที่ละเอียดอ่อนก็ยังเล็ดลอดออกมาได้
“นี่มัน…แหวนมิติ” มาสเตอร์เอลริคพึมพำอย่างตื่นตะลึง เขาใช้แว่นขยายและอุปกรณ์ตรวจสอบเวทมนตร์หลายชิ้นพยายามเจาะลึกเข้าไป แต่ทุกครั้งที่พยายาม วงแหวนก็จะดูดกลืนการตรวจสอบเข้าไปในความมืดมิด ราวกับมันไม่มีอยู่จริง
“ข้าไม่เคยเห็นแหวนมิติที่มีพลังซับซ้อนเช่นนี้มาก่อน” มาสเตอร์เอลริคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย “ความจุของมัน…ข้าไม่อาจประเมินได้จากภายนอก และเวทมนตร์ที่ฝังอยู่ก็เกินกว่าความเข้าใจของข้า”
คุณหญิงเซรีน่าหยิบวงแหวนมาพิจารณา เธอััได้ถึงกระแสพลังงานที่เย็นะเืแต่ทรงอำนาจ แววตาของเธอลุกวาวด้วยความโลภและสนใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณสมบัติของมันคืออะไรบ้าง?” เธอถามอควาโดยตรง
อควาอธิบายคุณสมบัติของวงแหวนอย่างกระชับและชัดเจน “ความจุขนาดใหญ่ มีเวทธาตุน้ำภายในที่สามารถใช้ป้องกันหรือเยียวยาาแเล็กน้อยแก่ผู้สวมใส่ และที่สำคัญที่สุดคือ มีเวทธาตุมืดปกปิดสิ่งของภายใน ไม่สามารถตรวจสอบจากภายนอกได้นอกจากเ้าของที่ทำพันธะสัญญาด้วยเื และมันจะทำลายตัวเองพร้อมสิ่งของทั้งหมดภายใน หลังจากผู้ทำพันธะสัญญาตาย เพื่อรักษาความลับ”
คำอธิบายของอควาทำให้ทั้งคุณหญิงเซรีน่าและมาสเตอร์เอลริคตาค้าง ความสามารถในการปกปิดและทำลายตัวเองนั้นเป็สิ่งที่ไม่มีแหวนมิติใดในยุคปัจจุบันสามารถทำได้
“ที่มาของมัน…?” คุณหญิงเซรีน่าถามอย่างระมัดระวัง “เป็ของโบราณ?”
“มันถูกสร้างขึ้นด้วยพลังที่ท่านไม่จำเป็ต้องรู้” อควาตอบเสียงเรียบ
รอยยิ้มของคุณหญิงเซรีน่าไม่จางหาย แต่ดวงตาของเธอลึกซึ้งขึ้น “เข้าใจแล้ว…แล้วท่าน้าส่วนแบ่งเท่าไหร่?”
“แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์” อควาตอบทันที “ข้า้าให้มันถูกตั้งราคาเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล และถูกประกาศเป็ของชิ้นสำคัญที่สุดในการประมูล”
มาสเตอร์เอลริคสะดุ้งเล็กน้อย ส่วนแบ่งแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์นั้นสูงมากสำหรับสิ่งของทั่วไป และการเรียกร้องให้จัดลำดับของประมูลก็แสดงถึงความมั่นใจในคุณภาพของแหวนวงนี้
คุณหญิงเซรีน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเธอไร้ความรู้สึก เธอชั่งน้ำหนักข้อเสนอ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างเ้าเล่ห์
“ตกลง” เธอตอบรับในที่สุด “ข้อเสนอของท่านน่าสนใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ วงแหวนนี้…จะทำให้งานประมูลของเราน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน”
“นี่คือจดหมายเชิญของท่าน และบัตรระดับเพชรจากสมาคมเรา” คุณหญิงเซรีน่าตอบพร้อมหยิบจดหมายออกมา รอบๆเคลือบทองไว้ แสดงถึงห้องพิเศษของหอการค้า ส่วนบัตรเป็บัตรที่ดำเครือบเพชรรอบๆ มีตราสมาคมตรงกลาง เมื่อแสดงบัตรนี้จะได้ส่วนลดจากสมาคม 15% “และหลังจากจบงานประมูล ท่านสามารถมารับส่วนแบ่งได้ที่นี่”
อควาพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ
“อีกคำถามหนึ่ง ท่านสุภาพบุรุษ” คุณหญิงเซรีน่าเอ่ยขึ้น ก่อนที่อควาจะก้าวออกจากห้อง “ท่าน…บอกใบ้ที่มาได้หรือไม่?”
อควาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาฉายแววบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจได้ “ข้ามาจาก…ที่ที่ไม่มีใครรู้จัก” เขาตอบ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้คุณหญิงเซรีน่าและมาสเตอร์เอลริคจมอยู่กับความสงสัยและความตื่นเต้นกับของประมูลชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้รับมา
“ไม่ต้องตามเขาไป ตามไปก็ไม่มีประโยชน์ อาจจะทำให้นายท่านของเขาขุ่นเคืองได้” เซรีน่าเอ่ยเบาๆภายในห้อง
เธอมองว่าอควาต้องมีเื้ั ซึ่งมันไม่ธรรมดาแน่นอน คนที่ปฎิเสธแหวนมิติมีแต่พวกระดับ 8 ขึ้นไป เพราะพวกเขาสามารถเปิดช่องว่างมิติเองได้
มาสเตอร์เอลริครู้ว่าเธอพูดกับใคร ก่อนละความสนใจทั้งหมดแล้วโฟกัสที่แหวน