เธอเพิ่งออกไปสวี่ต้าซานสองพ่อลูกก็ต่อว่ากู่ซิ่วที่โกหกทันทีกู่ซิ่วอัดอั้นตันใจแทบตายก็ได้แต่กัดฟันทน
เธอมองไปยังลูกสาวคนเล็กสุดที่รักโดยไม่ตั้งใจก็เห็นว่าลูกสาวคนเล็กกำลังเพ่งมองเธออยู่
ทว่าพอมองอีกทีก็เห็นว่าลูกสาวคนเล็กมองเธอด้วยความห่วงใย
กู่ซิ่วนึกว่าตนเองคงตาฝาดไป
คืนนี้ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่จับตะพาบไม่ได้
สวี่ฮุ่ยกลับมาอาบน้ำแล้วเข้านอน
แม้ร่างกายจะนอนอยู่บนเตียงแต่เธอกลับไม่ง่วงเลยสักนิดเอาแต่ครุ่นคิดถึงตอนที่ลู่ฉี่เสียนกระโดดลงน้ำมาช่วยเธอ
ท่วงท่าคล่องแคล่วทรงพลังว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงตัวเธอ
จากนั้นเขาก็ยื่นแขนแข็งแกร่งข้างหนึ่งออกมาโอบรัดร่างกายท่อนบนของเธอจากด้านหลังและกอดโดนหน้าอกของเธอ
นึกถึงตอนนี้สวี่ฮุ่ยก็หน้าร้อนผ่าวใจเต้นรัว อายจนอยากกลั้นใจตาย
แล้วตอนที่เธอถูกช่วยขึ้นมาบนฝั่งในสภาพกึ่งหมดสติลู่ฉี่เสียนจะผายปอดให้เธอด้วย...แต่เธอกลับลืมตาขึ้นในช่วงเวลานั้น!
พอนึกถึงตรงนี้สวี่ฮุ่ยก็เลียริมฝีปากอย่างเสียดายไม่รู้ว่าการจูบกับชายในฝันจะเป็นเช่นไร
แต่เมื่อคิดว่าเธอกับเขาไม่มีทางเป็นไปได้เธอก็พลิกตัวนอนแผ่ด้วยความเศร้า
คืนนี้สวี่ฮุ่ยไม่ได้อยากกระโดดน้ำตายจริงๆ
มีโอกาสได้เกิดใหม่ทั้งทีเธออยากใช้ชีวิตให้ดี ๆ จะอยากตายได้ยังไง?
เธอแกล้งกระโดดน้ำเพื่อผลักดันให้กู่ซิ่วและคนอื่น ๆ ตกที่นั่งลำบากเท่านั้น
ยังไงบริเวณบ่อน้ำก็มีคนมาซักผ้าล้างผัก ทำกิจวัตรเป็นประจำอยู่แล้ว แค่เธอกระโดดลงไปก็จะถูกพบเห็นทันทีไม่เป็นอันตรายอะไร
แต่สวี่ฮุ่ยกลับคาดไม่ถึงว่าคนว่ายน้ำไม่เก่งอย่างเธอจะสำลักน้ำไปหลายอึกทันทีที่ตกลงไปในน้ำ
เธอพยายามดิ้นรนด้วยความตื่นตระหนกจนร่างกายลอยไปอยู่กลางบ่อ
ชาวบ้านที่คิดจะช่วยเหลือต่างลังเล
บริเวณกลางสระน้ำทั้งลึกและมีวัชพืชขึ้นหนาแน่นคนลงไปช่วยชีวิตเสี่ยงล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ
โชคดีที่ลู่ฉี่เสียนมาช่วยไว้ทันเวลาไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอคงตายด้วยน้ำมือของตัวเองแน่ ๆ
ในอนาคตหากมีโอกาสเธอต้องไปเรียนว่ายน้ำไว้
คืนนั้นกู่ซิ่วนอนไม่หลับแทบทั้งคืน
เด็กเวรนั่นเหมือนจะรู้ความลับของเธอเข้าให้แล้ว
เมื่อคิดว่าวันที่ชายคนนั้นให้เงินเธอตรงกับวันที่สวี่ฮุ่ยเดินทางไปร่วมงานประกาศเกียรติคุณในตัวเมืองพอดีเธอก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก
ทำไมเธอต้องเลือกไปขอเงินไอ้ผู้ชายทรยศนั่นวันนั้นด้วยนะ?ไม่งั้นก็คงไม่โดนเด็กเวรนั่นจับได้หรอก!
กู่ซิ่วพลิกตัวไปมาบนเตียงข่มตานอนอย่างไรก็ไม่หลับสักที
ใจหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งถ้าเกิดสวี่ฮุ่ยเอาเรื่องนี้มาขู่เธอจะทำยังไงดี?
เธอคิดแล้วคิดอีกอยู่นานก่อนตัดสินใจว่าถ้าสวี่ฮุ่ยเอาเรื่องนี้มาขู่เธอจริง ๆเธอจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปซะ
ต่อให้สวี่ฮุ่ยมีอาจารย์ใหญ่โจวเป็นพยานแล้วยังไงล่ะ?เธอก็จะบอกว่าพวกเขาอาจารย์กับลูกศิษย์ร่วมมือกันใส่ร้ายป้ายสีเธอ!
ไอ้คนทรยศนั่นอยู่ไกลถึงเมืองเซี่ยวเด็กเวรนั่นไม่มีทางตามหามันพบหรอก
ถึงแม้ยัยเด็กเวรจะพยายามทำทุกวิถีทางจนตามหาไอ้คนทรยศนั่นเจอมันก็คงไม่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับเธอ ยิ่งไม่มีทางออกมาเป็นพยานให้เด็กเวรนั่นแล้วเธอจะร้อนตัวทำไม?
โดนเด็กเวรนั่นรีดไถเงินไปพันหยวนนับว่าเสียรู้มันแล้ว
เมื่อคิดได้แบบนั้นกู่ซิ่วค่อยสบายใจขึ้นเตรียมตัวเข้านอน
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสวี่ต้าซานถามอย่างเย็นชา“ทำไมเธอยังไม่นอนอีก? คิดอะไรอยู่?”
พอหมดเรื่องให้กังวลความคิดที่อยากจิกกัดสวี่ฮุ่ยก็ผุดขึ้นมาในใจกู่ซิ่วอีกครั้ง เธอพูดว่า “ฉันกำลังคิดว่ายัยเด็กฮุ่ยฮุ่ยนั่นใจคอโหดเหี้ยมไม่ธรรมดาเลยถ้ายัยเด็กนั่นอยากกระโดดน้ำตายจริง ๆ ทำไมไม่เลือกกระโดดที่บ่อน้ำเปลี่ยว ๆไปเลือกสระที่ชาวบ้านใช้กันเป็นประจำทำไม? เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้พวกเราเสื่อมเสีย!”
สวี่ต้าซานรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ตอนเพื่อนบ้านมาบอกเขาว่าลูกสาวคนโตกระโดดน้ำตายเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ความเจ็บปวดที่เกือบสูญเสียลูกสาวคนโตยังคงไม่จางหายไป
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ฮุ่ยฮุ่ยไม่ได้ตาย เธอก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ? น้ำเสียงแบบนี้เธออยากให้ฮุ่ยฮุ่ยตายงั้นสิ? เธอทำกับฮุ่ยฮุ่ยขนาดนี้มิน่าล่ะฮุ่ยฮุ่ยถึงเกลียดเธอ! แม่ไม่รักลูก ลูกก็ไม่กตัญญู!”
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นฉันแค่อยากให้คุณระวังฮุ่ยฮุ่ยไว้ เธอไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดหรอก”
หลังกู่ซิ่วพูดจบรออยู่นานไม่ได้รับคำตอบจากสามีเธอรู้ว่าสามีไม่สนใจฟังสิ่งที่เธอใส่ร้ายป้ายสีสวี่ฮุ่ยแม้แต่น้อยก็ได้แต่ข่มตานอนด้วยความโมโห
เช้าวันรุ่งขึ้นสวี่ฮุ่ยหวีผมเสร็จ เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากห้อง เธอบังเอิญเจอกับกู่ซิ่ว
พอกู่ซิ่วเห็นสวี่ฮุ่ยเธอก็เบี่ยงสายตาหลบโดยไม่รู้ตัว แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ต้องกังวลอะไรแล้วเธอก็จ้องมองสวี่ฮุ่ยตาเขม็ง
สวี่ฮุ่ยแสยะยิ้มอย่างดูถูก“เห็นว่าหนูไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นเป็นชิ้นเป็นอัน เลยไม่กลัวแล้วสินะ?”
สวี่ต้าซานหยิบหม้อใบเล็กจากในห้องครัวเตรียมออกไปซื้ออาหารเช้า พอได้ยินคำพูดของสวี่ฮุ่ยก็ถามอย่างงุนงง “หลักฐานอะไร?ไม่กลัวอะไรกัน?”
กู่ซิ่วรีบเปลี่ยนเรื่อง“คุณรีบไปซื้ออาหารเช้าเถอะเดี๋ยวฮุ่ยฮุ่ยกินเสร็จก็ต้องไปขายปลาไหลแล้ว!”
สวี่ฮุ่ยได้ยินแบบนั้นรู้ว่ากู่ซิ่วเริ่มใจไม่ดี เธอแสยะยิ้มอย่างดูถูกรังเกียจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องครัว
สวี่ต้าซานมองภรรยาทีมองลูกสาวคนโตที่เดินเข้าไปในห้องครัวที ก่อนเขาถามตามหลัง “ฮุ่ยฮุ่ยอาหารเช้าลูกอยากกินอะไร?”
สวี่ฮุ่ยนึกถึงเกี๊ยวจีกวนที่ลู่ฉี่เสียนเคยให้เธอกินแล้วบอก“เอาเกี๊ยวจีกวนสองชิ้นก็พอค่ะ”
สวี่เยว่ยืนรอสวี่ต้าซานถามว่าเธออยากกินอะไรตาปริบๆ
ปกติเวลาซื้ออาหารเช้าที่บ้านสวี่ต้าซานมักจะถามเธอก่อนว่าอยากกินอะไรแล้วค่อยซื้อให้ ทุกคนในบ้านต้องตามใจเธอ
แต่ครั้งนี้สวี่ต้าซานไม่แม้แต่จะมองเธอยิ้มตาหยีตอบสวี่ฮุ่ยว่า “ได้เลย” แล้วเดินออกไป
สวี่เยว่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ
พอกู่ซิ่วเห็นว่าสวี่ต้าซานเดินออกนอกประตูไปไกลแล้วเธอจึงค่อยย่องเข้าไปในครัว
ตอนนั้นสวี่ฮุ่ยเพิ่งแปรงฟันล้างหน้าเสร็จกำลังจะออกไปก็ถูกกู่ซิ่วขวางไว้ในครัว
สวี่ฮุ่ยถามอย่างเย็นชา“แม่คิดจะทำอะไร?”
กู่ซิ่วขู่ด้วยสีหน้าดุร้าย“อย่านึกว่ารู้ความลับของฉันแล้วจะมาขู่ฉันได้นะแกไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!”
“งั้นเหรอคะ?งั้นแม่วิ่งโร่มาพูดเรื่องนี้กับหนูทำไม?”
สวี่ฮุ่ยแสร้งยิ้มด้วยท่าทางที่เป็นมิตร “ไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้เหรอ? งั้นเดี๋ยวพอพ่อกลับมาหนูจะบอกพ่อว่ามีผู้ชายคนหนึ่งแอบให้เงินกับแม่ดูสิว่าพ่อจะเชื่อแค่ไหนแม่ว่าดีไหมคะ?”
สวี่ฮุ่ยก็คิดว่าเธอเองก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเลยไม่เคยเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอย่างเอิกเกริก
แต่กู่ซิ่วใจเสาะเธอจึงสามารถขู่กู่ซิ่วได้
กู่ซิ่วเริ่มร้อนรนเล็กน้อย
แม้ว่าสวี่ต้าซานจะไม่เชื่อคำพูดสวี่ฮุ่ยแต่เรื่องนี้คงเป็นหนามตำใจสวี่ต้าซานและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เธอไม่กล้าเสี่ยง
กู่ซิ่วถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“แกต้องการอะไรถึงจะยอมปล่อยฉันไป?”
“จ่ายค่าปิดปากหนูมาสิ”
ตอนนี้สิ่งที่สวี่ฮุ่ยขาดแคลนที่สุดคือเงินมีเงินแล้วถึงจะสามารถซื้อบ้านในเมืองเจียงเฉิงได้
กู่ซิ่วพูดอย่างไม่พอใจ“เงินก็โดนแกรีดไถไปหมดแล้ว ฉันจะมีที่ไหนอีก!”
“หนูไม่เชื่อหรอกว่าคนโลภอย่างแม่จะขอเงินจากผู้ชายคนนั้นแค่พันเดียว?ไม่รีดไถคนอื่นให้หมดตัวไม่ใช่นิสัยของแม่เลยสักนิด”
กู่ซิ่วอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาเธออยากจะขอเงินจากไอ้คนทรยศนั่นมากกว่านี้ แต่ก็ต้องให้มันยอมให้เธอด้วยน่ะสิ
ไอ้คนทรยศนั่นให้เธอมาแค่พันหยวนก็เพราะเธอบอกว่าสวี่เยว่ป่วยหนัก รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเลยจำใจให้เธอมา
แล้วมันยังบอกอีกว่าถ้าเธอยังกล้าไปขอเงินอีกมันจะเปิดเผยเรื่องในตอนนั้นที่เธอเป็นคนไปยั่วยวนมันให้พังพินาศไปด้วยกันทั้งคู่
แม้กู่ซิ่วจะย้ำหลายครั้งว่าไม่มีเงินแต่สวี่ฮุ่ยก็ไม่ฟัง
กู่ซิ่วไม่มีทางเลือกอื่นลดเสียงถามแผ่วเบา“แกต้องการเท่าไหร่?”
สวี่ฮุ่ยชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว“หนูไม่เหมือนแม่ หนูไม่โลภ หนูขอแค่พันเดียวก็พอแล้ว”
กู่ซิ่วโกรธจนตาเบิกโพลง“แบบนี้เรียกไม่โลภเหรอ?”
สวี่ฮุ่ยทำหน้าไม่แยแส“แม่จะให้หรือไม่ให้ก็เรื่องของแม่ หนูไม่สนแต่แม่ต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมาเอง”
กู่ซิ่วกัดฟันบอก“ขอเวลาให้ฉันครึ่งเดือน”
“ไม่หนูให้ไม่เกินสามวัน”
กู่ซิ่วจำต้องเค้นเสียงตอบตกลง
ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องครัวเห็นสวี่เยว่กำลังเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง
สวี่ฮุ่ยหรี่ตาลงเมื่อกี้นังตอแหลนั่นต้องแอบฟังแน่ ๆ แต่สวี่ฮุ่ยไม่กลัวสักนิด
สิ่งที่ยัยนั่นแอบฟังก็แค่มีแต่เรื่องเหม็นคาวหน้าไม่อายของแม่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับเธอ!
ไม่นานสวี่ต้าซานก็ซื้อเกี๊ยวจีกวนกลับมาสวี่ฮุ่ยกินไปแค่ชิ้นเดียวแล้วไม่กินต่อ
เกี๊ยวจีกวนนี่อร่อยสู้เจ้าที่ลู่ฉี่เสียนเคยให้เธอกินไม่ได้เลย
สวี่ต้าซานถามด้วยความเป็นห่วง“ทำไมกินแค่ชิ้นเดียวล่ะ? กินอีกชิ้นสิ”
สวี่ฮุ่ยโบกมือ“ไม่เอาแล้วค่ะ กลัวกินเยอะแล้วแม่จะไม่พอใจ”
แม่ลูกกู่ซิ่วชอบกัดเธอเป็นเรื่องปกติงั้นเธอก็จะกัดพวกเขาบ้าง
ใครกลัวใครกันแน่?
สวี่ต้าซานนึกถึงตอนที่กู่ซิ่วห้ามไม่ให้สวี่ฮุ่ยกินปาท่องโก๋ในโรงพยาบาลก็อดจ้องมองกู่ซิ่วอย่างไม่พอใจไม่ได้