นานเกือบยี่สิบนาทีพันดาวกะเวลาที่อีกฝ่ายน่าจะออกจากร้านไปแล้ว ค่อยๆ ชะเง้อชะแง้มองซ้ายมองขวาเมื่อมั่นใจว่า ไม่เห็นร่างเขา เธอก็ค่อยก้าวเท้าออกมา ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
เขารู้แล้วว่า เธออยู่ที่นี่อีกไม่นานอาจจะวนเวียนกลับมาอีก ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อม ดูสายตาเขาแล้วไม่ใช่คนที่จะละวางเื่ที่ผ่านมาได้ง่ายๆ เื่นี้น่าอายเกินกว่าจะปรึกษาธาราได้คงต้องหาวิธีเองล่ะนะ
“คุณกลับมาแล้ว”
ร่างสูงโปร่ง ขาวจัด โผล่มาราวกับผี
“......” เธออ้าปากค้าง
“เรามีเื่ต้องคุยกันสักหน่อย”เขาต่อรอง
“เื่อะไร?”
“อย่าแกล้งเซ่อน่าถ้าคุณอยากให้คนอื่นรู้ เราก็คุยกันตรงนี้...”
เขากำลังจะพูดต่อพันดาวใจกระตุก รีบดึงชายเสื้อเขาให้เดินตามหาไปด้านข้างร้าน ซึ่งเป็ซุ้มร้านอาหารในยามบ่ายคล้อย คนเริ่มบางตา เธอหันซ้ายหันขวา เห็นคนไม่เดินผ่านมาจึงพยักหน้าให้เขาพูดได้
เขาไม่แนะนำตัวเองเพราะคาดว่า เธอต้องรู้แล้วว่า เขาคือใคร? จากปากของธารา
“จะเอายังไงก็ว่ามา”พันดาวกระตุกเสียง
“คุณจะรับผิดชอบผมยังไง?”
พันดาวเงยหน้าขวับ!“เฮ้ย! ใคร ใครจะรับผิดชอบอะไร?”
“ผมไงคุณทำให้ผมตกน้ำลงไปช่วยคุณ แต่คุณซ่อนเสื้อผ้าผม ทำให้ผมต้องหาอยู่เป็ชั่วโมงแล้วผมก็เป็หวัดไปสองวัน”
เธออ้าปากจะแย้งแต่เขารีบสวนทันควัน
“อย่าบอกนะว่าจะปฏิเสธ” เขาจ้องเธอเขม็ง “ผมพร้อมจะมาหาคุณทุกวัน และทำให้ทุกคนแถวๆ นี้รู้ว่าเราใกล้ชิดกันแค่ไหน?”
พันดาวเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง“คุณกำลังข่มขู่ฉันนะ”
“เปล่า!ผมแค่อยากเรียกร้องค่าเสียหาย”
เธอส่งสายตาประหลาดใจรูปร่างหน้าตา บุคลิกภาพของเขา ไม่ได้ดูลำบากด้านการเงินสักนิดเธอมองเขาั้แ่หัวลงไปถึง่ตัวแล้วไล่มองขึ้นไปใหม่
“ไม่ใช่เื่เงิน”
“งั้นคุณจะเอาอะไร”
“เอาบริการ”
“เอ๊ะ!จะบ้าหรือไง?”
ชายหนุ่มยิ้มพรายเขาล้วงถุงสีแดงที่นิยมใส่ทองอันเล็กออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์แกะแล้วล้วงสร้อยสีเงินออกมา
“สร้อยของฉัน”หญิงสาวเผลออุทานออกมา
“ใช่ของคุณแน่เหรอ?ผมเก็บได้แถวๆ น้ำตก”
“คืนฉันมาเถอะ”เธอลดลงให้ดูน่าสงสาร
“งั้นเรามาตกลงกัน”
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยเขากำลังประเมินวิธีที่จะล้อมกรอบเธอให้แน่นขึ้น
“คุณต้องดูแลผมในเวลาที่ผม้าใน่ที่ผมอยู่ที่นี่ เพราะคุณน่าจะรู้ว่า ผมมาแค่ชั่วคราวแค่นี้คงไม่ลำบากอะไรมั้ง?”
สีหน้าและแววตานั้นไม่ล้อเล่น
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉัน”
“แล้วแต่คุณสิถ้าคุณพร้อมจะให้คนอื่นรู้เื่ของเรา และไม่ได้อยากได้สร้อยคืน ผมก็ไม่ขัดข้องนะ”เขาผายมือออกสองข้าง แถมยังยักไหล่
พันดาวเริ่มจะปรี๊ด!นี่ถ้าทุกคนรู้เื่ก็หมดกันน่ะสิ จังหวัดที่มีคนรู้จักกันไปหมดราวกับมดไต่กระด้งเื่ของเธอคงจะเป็ที่วิพากษ์วิจารณ์ไปอีกนานเลยทีเดียว ไหนจะสร้อยคอเส้นนั้นอีกจะไปแจ้งความก็คงไม่เหมาะเพราะไม่ได้มีราคาค่างวดมากมายแต่จะอ้างคุณค่าทางใจเพื่อให้เกิดคดีความนั้น ย่อมไม่มีน้ำหนักพอเธอได้ฮึดฮัดขัดข้องในใจ
“คุณอยากให้ฉันดูแลอะไร?”สีหน้าจนใจ แต่ปากไม่ยอมแพ้ของเธอ
“ก็แค่งานบริการง่ายๆ ทำงานเหมือนไกด์และผู้จัดการไปพร้อมกัน”
หญิงสาวเลิกคิ้ว
“ถ้าผมโทร.ไปคุณก็ต้องรับสาย คุณต้องมาขับรถให้ผม ไปกินข้าวกับผม คอยพาผมไปดูสิ่งที่ผม้า”
“3 ครั้ง” ขึ้นชื่อว่า เป็คนไม่ยอมเสียเปรียบพันดาวยื่นข้อเสนออย่างรวดเร็ว
“สำหรับเื่ของเรา 6 ครั้งสำหรับเื่สร้อยคอ อีก 6 ครั้ง”
สาวผมม้านิ่วหน้า “เอ๊ะ! เยอะไปไหม?”
“5 ครั้ง”
“12 ครั้ง”ขาดหนุ่มตัดความด้วยเสียงเข้ม เขาหรี่ตามองเธอ หน้าตาเริ่มบึ้งตึง
“7 ครั้ง” เธอหลับตาก่อนตัดสินใจต่อรองอีก
“12” เขายังเสียงเข้ม
เธอลืมตาขึ้น จ้องอีกฝ่ายเขม็ง เขาขยับเข้ามาชิดยื่นมาจนจมูกแทบจะชนกัน
“12 ขาดตัว”
หญิงสาวผงะด้วยความใเธอก็เผลอตอบออกไป
“ก็ได้”
ใบหน้าคมสัน ขาวจัดร่างสูงโปร่งพิงกรอบประตูหน้าเรือนพัก สายตาเหม่อลอยทอดยาวเลยยอดไม้มากมายไปถึงูเาฟากกระโน้นเขาเคาะโทรศัพท์มือถือในมือเบาๆ ข้อตกลงที่เขาได้มาเมื่อวานนี้สิบครั้งสำหรับโอกาสในการเรียกใช้บริการพันดาวเบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์ของเธอก็บันทึกอยู่ในโทรศัพท์ของเขาแล้วเรียบร้อยเธอยังไม่รู้ว่า เขาคือ คู่อริในวัยเด็ก อืม! โอกาสดีที่จะได้ชดใช้
สัญญาณเตือนดังขึ้น อีเมล์ฉบับใหม่ถูกส่งเข้ามาเขากดอ่านทันที เพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรีซึ่งคอยติดต่องานนอกให้เสมอส่งเงื่อนไขกันว่าจ้างงานใหม่มาให้
‘เอ๋า! นายจ้างอยู่ที่นี่เอง’ เขาเปิดกระเป๋าเอาสมุดบันทึกข้อมูลการทำงานออกมาจดชื่อนามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์สำหรับติดต่อกับนายจ้าง
“เฮ้!ฟ้า ข้าไปทำงานก่อนนะ กุญแจรถเล็กอยู่นี่ ตอนเย็นเจอกันเพื่อน”พฤกษ์ยืนอยู่หน้าบันไดเล็กๆ ติดระเบียงเรือนพัก
สายฟ้าชะโงกหน้าออกมามอง
“โอเควันนี้ข้าจะไปหานายจ้างสักหน่อย ได้งานใหม่แถวนี้พอดีเลย”
ต่างฝ่ายโบกมือให้กัน สายฟ้าหันมาเตรียมเอกสารใส่กระเป๋าพร้อมแล็ปท็อปคู่ใจคว้ากุญแจรถเก๋งคันเล็กที่เพื่อนทิ้งไว้ให้
โรงแรมและรีสอร์ตของผู้ว่าจ้างนั้นหาไม่ยากเพราะมีป้ายตลอดทางั้แ่ข้างถนนใหญ่ ลัดเลาะเขาซอยมาอีกสองเลี้ยวอาณาเขตขนาดใหญ่ติดริมน้ำ มีโรงแรมขนาดเล็กอยู่ด้านซ้าย ความสูงสามชั้นวางตัวแนวนอนขนาดแม่น้ำและด้านขวาเป็รีสอร์ตขนาดใหญ่ ที่มีอาคารสองชั้นอยู่กลาง ล้อมรอบด้วยบ้านสองชั้นและบ้านยกพื้นหลังเล็กๆ นับว่าเป็ธุรกิจขนาดกลางแต่ก็ใหญ่พอตัวสำหรับจังหวัดนี้
สอบถามเพียงจุดเดียวก็ได้มานั่งรอผู้ว่าจ้างคนใหม่ที่ห้องผู้จัดการใหญ่แล้ว
ชายวัยราวห้าสิบกว่าที่เดินเข้ามามีเค้าความใจดี รอยยิ้มประดับริมฝีปากบางๆดูทีงานนี้น่าจะราบรื่น สายฟ้ารีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพผู้สูงวัยกว่า อีกฝ่ายรับไหว้อย่างยินดี
“เอานั่งสิตามสบายนะ”
“ขอบคุณครับผมชื่อ สายฟ้าครับ”
“ผม นินนาทยินดีนะ ที่คุณมา”
“ก็อยากที่ผมแจ้งไปล่ะนะผมอยากปรับปรุงภาพลักษณ์โรงแรมและรีสอร์ตใหม่ เพื่อให้ดูทันสมัยมากกว่าเดิมและจะเพิ่มการโปรโมทผ่านอินเตอร์เน็ตให้มากขึ้น”
ผู้จัดการใหญ่เลื่อนแฟ้มข้อมูลมาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มรับไว้แล้วเปิดดู เขาพบว่า ในนั้นมีหลายสิ่งที่เพื่อนยังไม่ได้ส่งมาให้เขา
“ผมขออนุญาตมาพักดูสถานที่สัก3-4 วันได้ไหมครับ จะได้เข้าใจสภาพแวดล้อมที่นี่มากขึ้น”
ผู้จัดการใหญ่พยักหน้าเบาๆ
“ผมก็ว่าจะบอกคุณแบบนี้เหมือนกันเพราะผมอยากให้การออกแบบสอดคล้องกันกับการรีโนเวทที่สถาปนิกจะมาดูแล”
“คุณว่าจ้างทางนั้นไว้เรียบร้อยแล้วเหรอครับ?”
“ใช่ครับงานเริ่มต้นไปแล้ว ในส่วนด้านหลัง ส่วนด้านหน้าจะเสร็จใน่เดือนหน้าผมอยากให้งานออกแบบโลโก้ สัญลักษณ์ ป้าย และแพ๊กเก็จต่างๆ เสร็จไปพร้อมๆ กัน”
ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังนั้นเท่านั้นแล้วประตูก็เปิดเข้ามา
“พ่อคะหนูขอคุยส่วนตัวสักครู่”
เจตนาที่พูดออกมาโดยไม่สนใจแขกที่นั่งหันหลังให้อยู่ก่อนหน้านั้น ก็เป็การไล่อยู่กลายๆ ชายหนุ่มหันขวับไปตามเสียง ‘ไม่น่านะเธอนั่นเอง’
หญิงสาวเดินไปยืนชิดโต๊ะทำงานโดยไม่มองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ แม้แต่น้อย อารมณ์ของเธอพุ่งเหมือนปรอทแตกเธอเคาะมือลงกับโต๊ะสามครั้ง
“ขอรบกวนคุณออกไปรอข้างหน้าสักครู่ค่ะ”เธอพูดโดยไม่เหลือบตาแลเขาแม้แต่น้อย
เขาถอยเก้าอี้ยืนขึ้นค้อมศรีษะให้ผู้สูงวัย ก่อนจะเดินออกไป
“พ่อคะทำไมโปรเจคโรงแรมต้องมายุ่งกับรีสอร์ทด้วย”
“ก็กิจการเดียวกันอยู่แล้วควรจะทำคราวเดียวกันไปเลย”
“รีสอร์ตไม่มีเงินจะลงทุนส่วนนี้หรอกนะคะ”เธอแย้งเสียงเข้ม
“ทำทีเดียวโรงแรมก็ออกส่วนใหญ่แล้วไงล่ะ ทั้งรีโนเวท ทั้งปรับภาพลักษณ์ไปในตัว”
“ไม่ค่ะหนูไม่มีเงินทำทั้งนั้น พ่ออยากทำ ก็ทำที่โรงแรมเองล่ะกัน”
“แกต้องให้รีสอร์ตทำด้วย เงินที่โรงแรมไม่พอ”
“ก็ทำเท่าที่มีสิคะทำไมต้องทำอะไรเกินตัวด้วย”
ผู้สูงวัยที่นั่งอยู่หน้าตาเคร่งขึ้น เขาผุดลุก แล้วตบโต๊ะ ปัง!
“แค่นี้แกทำให้พ่อไม่ได้หรือไง?”
“หนูเหนื่อยแล้วแค่จะจ่ายเงินเดือนพนักงานให้ครบทุกเดือนก็ยังยาก เราแค่ประคับประคองสถานการณ์ตอนนี้ไปให้มันรอดก็พอทำไมต้องสร้างรายจ่ายเพิ่ม”
พันดาวยังคงเสียงแข็งถ้าเธอยอมรับปากตอนนี้จะกลายเป็ภาระที่มากขึ้นไปอีกยังไงวันนี้ก็ต้องตกลงให้ชัดเจน อ่อนข้อไม่ได้
“แต่พ่อตกลงกับเขาไปแล้วแกก็ต้องไปหาเงินมา”
“หนูไม่ทำแล้วหนูก็ไม่มีเงินด้วย”
เสียงทะเลาะทุ่มเถียงกันยังไม่มีทีท่าว่าจะเจอข้อยุติ สายฟ้านั่งรอหน้าห้องเขาได้ยินทุกถ้อยคำของสองพ่อลูก
ปัง!เธอเดินออกมา โดยไม่สนใจจะมองหน้าใครสักนิด เสียงฝีเท้าหนักๆ นั้น ทำให้รู้ว่าพื้นอารมณ์กำลังระอุอย่างยิ่ง เขามองเห็นเพียงแผ่นหลังกับมัดผมยาวของเธอสะบัดไปมาราวจะบอกอารมณ์ผู้เป็เ้าของ
สายฟ้าไม่กล้ากลับเข้าไปในห้องเขาคาดว่า หลังการปะทะ คุณนินนาทก็กำลังอยู่ในห้วงความหงุดหงิดสักครู่เลขาของเขาก็เดินมาเคาะประตูแล้วเข้าไปในห้องไม่ถึงห้านาทีก็เดินออกมาพร้อมกับข้อความที่ฝากถึงเขา
“ผู้จัดการให้คุณไปพักที่รีสอร์ตก่อนนะคะ รอการตกลงก่อนว่า จะจ้างทำส่วนไหนบ้าง? ค่าเช่ารีสอร์ตทางเราจะจัดการให้นะคะคุณสบายใจได้”
โดยปกติสายฟ้าไม่ได้สนใจงานปรับภาพลักษณ์โรงแรมนักเพราะเขาอยากไปหาไอเดียออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่นมากกว่าแล้วยิ่งผู้ว่าจ้างทะเลาะกันเองแบบนี้ ยิ่งวุ่นวาย เขาอยากจะยกเลิกการรับงานนี้แต่เป็เพราะเธอ!
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับไปจัดเสื้อผ้ามาพักคืนนี้เลย” ชายหนุ่มสะพายกระเป๋าแล้วกล่าวลาเลขานุการ
“พี่ดาวคะ ไปตรวจดูบริเวณจัดงานแต่งหน่อยค่ะว่าน่าพอใจหรือยัง?” ผู้จัดการรีสอร์ตเดินเข้ามาแจ้ง
พันดาวเพิ่งเงยหน้าจากอาหารจานเดียวตรงหน้าเธอกลับมาจากร้านขายของที่ระลึกได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงข้าวเย็นเพิ่งลงถึงท้องตอนสองทุ่มนี้เอง
“จ้าเดี๋ยวตามไปนะ”
“ค่ะ”
เธอคว้าแก้วน้ำมาดื่มอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินตามผู้จัดการรีสอร์ตไป ภารกิจดูแลที่นี่เป็หน้าที่ของเธอ เพราะนี่คือที่ดินมรดกของแม่ซึ่งเธอต้องรักษาไว้อย่างยิ่งยวด
