ตอนที่ 2 ฝันร้าย
ภาพเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้ดวงจันทร์ ทะเลเพลิงกำลังลุกไหม้เผาผลาญเมืองเล็กเบื้องล่าง เศษซากปรักหักพังมากมายกระจายทั่วบริเวณ ลูกไฟขนาดั์และแสงดาราจำนวนมากสาดประกายเต็มท้องฟ้า ฉากราวกับาพาดผ่านไปทั่วทุกแห่งหน ซากสัตว์อสูรจำนวนมากล้มตาย เหล่านักสลักต่างทิ้งชีวิตทอดร่างอยู่ในสนามรบ บนฟากฟ้าปรากฏสองร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ แผ่พลังมหาศาล
ร่างหนึ่งสะบัดเสื้อคลุมเพียงน้อย สัตว์อสูรนับร้อยก็โผล่พรวดออกมาจากปลายเสื้อคลุม อีกร่างหนึ่งทั่วร่างห่อหุ้มด้วยไฟ ลูกไฟขนาดใหญ่จำนวนมากเต็มผืนฟ้า ทั้งสองเข้าโรมรันกันอย่างน่ากลัว
ขณะนั้นเองที่สัตว์อสูรมหึมาตัวหนึ่งปัดลูกไฟั์ให้พ้นจากร่าง ลูกไฟั์ลูกนั้นขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ในครรลองสายตาของนิทาน จนในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่ามันมุ่งหน้ามาทางตน มันตกลงบนบ้านของเขาก่อนจะะเิออกอย่างรุนแรง นิทานที่ขณะนั้นอายุ 12ปี มองพ่อกับแม่ที่รีบคว้าเขาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงเขาออกมาจากบ้านในขณะที่ลูกไฟั์ลุกไหม้ วินาทีนั้น ราวกับภาพทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าลง นิทานเห็นพ่อกับแม่ขยับปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความวุ่นวายรอบตัวทำให้นิทานไม่อาจได้ยินสิ่งใด
นิทานในตอนนั้นวิตกอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นะ! ไม่! พ่อ! แม่! รีบหนีออกมา พ่อกับแม่พูดอะไร รีบหนีออกมาสิ!
ในวินาทีที่ลูกไฟั์ะเิออก เปลวเพลิงครอบคลุมร่างของพ่อและแม่ของนิทานอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น ดวงดาราสีดำทมิฬในห้วงจิตของนิทานแตกออกและพังทลายอย่างรวดเร็ว เมื่อดวงดารานั้นสาดประกายออกมา นิทานก็รับรู้ได้ว่าพ่อกับแม่พูดอะไร
ใช้ชีวิตให้ดีนะ ลูกรักของแม่
คนเก่งของพ่อ ลูกต้องมีชีวิตต่อไป
นิทานค้นพบคำแห่งพลังคำที่ 2 ด้วยวัยเพียง 12ปี
นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ฝังลึกอยู่ในใจของนิทานเสมอมา นิทานมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า เขาเห็นทุกอย่างชัดเจนราวกับมันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งตรงหน้า สีหน้าเขาเรียบสนิทไร้อารมณ์แต่มือกำเป็หมัดแน่น ที่หางตาปรากฏคราบน้ำตาบาง ๆ เป็สายพร้อมกับั์ตาที่สั่นระริกเบา ๆ
ภาพตัดไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นิทานในวัย 15ปี
“ไม่เป็ไรนะไอ้ตัวเล็ก นายปลอดภัยแล้ว ขอโทษด้วยนะที่ฉันช่วยแม่กับพี่น้องนายไม่ได้” นิทานในวัย 15ปีกำลังทำแผลและป้อนนมให้ลูกหมาสีดำตัวเล็ก
“ฉันกับนายเราเหมือนกันเลยนะ ไม่เหลือใครเลย…” นิทานพูดเสียงค่อย
ลูกหมาสีดำตัวนั้นเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ั์ตาสีดำสนิทเหมือนเม็ดลำไยคู่นั้นมองมาที่นิทาน ั์ตาคู่นั้นไร้เดียงสา ไร้อารมณ์และไร้ประกายแห่งชีวิตใด ๆ
“นายอยากมาอยู่ด้วยกันมั้ย” สิ้นเสียง ั์ตาคู่นั้นราวกับมีบางอย่างถูกจุดขึ้นในใจ ประกายแห่งชีวิตเบาบางกลับมา ทอประกายอย่างงดงาม
โฮ่ง
เสียงเห่าแหลมแหบแห้งดังออกมาจากเ้าตัวเล็กในอ้อมอก
นิทานยิ้มออกมาก่อนพูดต่อ
“ชื่อของฉันคือนิทาน หมายถึงเื่ราว เป็สิ่งที่เมื่อคนได้อ่านก็จะมีความสุขไปกับมัน งั้นต่อจากนี้ไปชื่อของนายคือคีตาดีมั้ย หมายถึงเสียงเพลง เป็สิ่งที่เมื่อคนได้ยินก็จะมีความสุขเหมือนกัน เราทั้งคู่ประกอบกัน เื่ราวดี ๆ และเพลงสนุก ๆ นายไม่คิดว่ามันจะกลายเป็สมการแห่งความสุขที่ยอดเยี่ยมบ้างเหรอ” นิทานคลี่ยิ้ม
โฮ่ง! เสียงเห่าแหลมเล็กดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยพลังพร้อมกับหางน้อย ๆ ที่เริ่มส่ายไปมา
“งั้นเหรอ นายชอบชื่อนี้เหมือนกันใช่มั้ยคีตา” นิทานลูบหัวลูกสุนัขตัวน้อย บนใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มที่มาจากใจ สิ่งที่เขานึกว่าตัวเองลืมไปแล้วว่าต้องทำยังไง
ภาพเปลี่ยนฉากไปอีกครั้ง คราวนี้นิทานหน้าพลันซีดลงเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่น เขารู้ตัวดีว่าฉากต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งคือสิ่งใด และมันทรมานเขามากเพียงไหน
มาแล้ว ฉากฝันร้ายในฝันร้ายอีกที
นิทานกำหมัดแน่น เตรียมใจเผชิญกับสิ่งที่จะได้เห็นอีกครั้ง ภาพกลายเป็ฉากป่าแห่งหนึ่ง นิทานอยู่กับคีตาและนายทหารอีก 3คน ทั้งสามสวมชุดหน่วยลาดตระเวน เดินเป็ขบวนอยู่ที่ชายป่า ทั้ง 4แม้มีสีหน้าผ่อนคลาย หากยังคอยเฝ้าระวังรอบตัว
เฮ้อ…
นี่จะเป็อีกครั้งและไม่ทราบว่ากี่ครั้งแล้ว ที่นิทานจะได้เห็นวินาทีที่เขาทำลายอนาคตของตัวเองลงอย่างไม่มีชิ้นดี
นิทานในวัย18 หลังจากเรียนจบก็ได้เข้าร่วมกับหน่วยลาดตระเวนและจะได้เข้าร่วมกับหน่วยเชื้อไฟเมื่ออายุครบ 20ปีบริบูรณ์ เหตุการณ์ที่นิทานกำลังจะได้เห็นอีกครั้งคือ1ในการลาดตระเวนธรรมดา ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อเขาอายุ 19ปี
ทุกอย่างเริ่มต้นอย่างปกติเหมือนการลาดตระเวนรอบอื่นๆ ของเขา นิทานวัย 19ย่าง20ปี กับเพื่อนทหารอีก3คนที่อยู่หน่วยเดียวกันกำลังเดินลาดตระเวนรอบแนวป่าเหมือนทุกครั้ง ข้างกายนิทานมีคีตาในวัย 4ขวบ คีตาในขณะนั้นร่างกายใหญ่โตจนหัวของคีตาสูงเท่าหน้าท้องของนิทาน หากยืนจะสามารถเลียหน้านิทานได้อย่างสบาย คีตากลายเป็สุนัขตัวใหญ่ที่นิทานคิดว่าเขาอาจขี่มันไปไหนมาไหนได้ด้วยซ้ำ
ในตอนแรกเพื่อนทหารกังวลกับการที่นิทานจะพาคีตามาลาดตระเวนด้วย พวกเขากลัวเ้าคีตาจะทำเสียเื่ การลาดตระเวนแม้ไม่อาจเรียกได้ว่างานที่ต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดเวลา แต่ก็เป็งานที่อันตราย หากคีตาวิ่งเล่นไปทั่วหรือทำเสียงดังก็อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมได้ แต่ความกังวลก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อนิทานแสดงให้เห็นว่าคีตานั้นฉลาดขนาดไหน
มันไม่เคยเดินออกห่างจากกลุ่มเกินรัศมี 10เมตร คอยดมกลิ่นของพวกสัตว์อสูรเพื่อนำทางกลุ่มของนิทาน คอยแจ้งเตือนหากสัญชาตญาณของมันรับรู้ถึงสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง คีตาจึงกลายเป็สมาชิกและเพื่อนร่วมทีมของคนในหน่วยเต็มตัว
เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อคีตาเริ่มเห่าเตือนเสียงดัง แล้วจึงหันไปทางพุ่มไม้และทำเสียงขู่แยกเขี้ยวตั้งท่าเตรียมต่อสู้
นิทานและนายทหารอีก3คนตัวเกร็ง เตรียมรับมือกับอะไรก็ตามที่คีตาเตือน
พุ่มไม้สั่นไหวจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่บางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในนั้น
หมีั์ตัวใหญ่สีเขียวเดินออกมาจากพุ่มไม้ช้าๆ สายตาจ้องไปที่พวกนิทานด้วยั์ตามุ่งร้าย น้ำลายไหลเยิ้ม
หมีั์สีเขียวตัวนี้ขนาดใหญ่มากกว่า 3เมตร เขี้ยวและเล็บแหลมยาวเฟื้อย ตาสาดประกายแสงออกมาจาง ๆ รับรู้ได้ถึงพลังจิติญญาที่จะพบได้เฉพาะตัวตนระดับผู้เรียนรู้ขึ้นไปเท่านั้น
“ส…สั…สัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้…” ไม่ทราบว่าใครเป็คนพูดขึ้นมาในหมู่ทหารทั้ง 3คน
“มันมาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง ตรงนี้ห่างจากประตูเมืองไม่ถึงกิโลเมตรเองนะ” อีกคนหนึ่งพูดเสียงสั่น
นิทานในขณะนั้นใจเต้นรัวเร็ว เขาพยายามหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติอารมณ์ สมองหมุนเร็วจี๋ คิดคำนึงถึงทางออกจากสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าตน ร่างกายสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม
เขาไม่ใช่คนขี้แตกตื่น แต่ก็ไม่ใช่คนประเภทใจเย็นได้ในทุกสถานการณ์เช่นกัน สถานการณ์อันตรายเช่นนี้คงจะโกหกถ้าจะบอกว่าเขาไม่กลัว
นิทานพูดเบา ๆ โดยที่ไม่ละสายตาออกจากหมีั์ คีตายังคงยืนอยู่ข้างนิทาน แยกเขี้ยวขู่หมีั์
“พวกนายรีบไปตามกำลังเสริมมา ตัวใหญ่และรัศมีพลังแบบนี้ สัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้แน่นอน ดีไม่ดีอาจจะถึงผู้เรียนรู้ระดับ 2คำ เลยก็ได้ ถ้าให้ดีตามนักสลักเอกมาเลย ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้”
ทั้ง3เบิกตากว้าง
“ผู้เรียนรู้ระดับ 2คำเลยเหรอ..” หนึ่งในทหารพูดออกมาอย่างสิ้นหวัง
“นายจะบ้าหรือไงนิทาน พวกฉันรู้ว่านายเก่ง แต่ยังไงนายก็เป็แค่พวกแรกเกิดนะ นายยังไม่ได้ทำพิธีสลักคำด้วยซ้ำ นายจะสู้กับไอ้ตัวนี้ยังไง” นายทหารอีกคนหนึ่งพูดขึ้น
“ฉันบอกว่าถ่วงเวลา ไม่ใช่สู้ ฉันไม่บ้าพอไปสู้กับไอ้บ้านี่หรอก ที่นี่ห่างจากเมืองไม่ถึงกิโลเมตร พวกนายรีบไปตามกำลังเสริมอย่างมากก็10นาที ถ้าเป็แค่ 10นาที ฉันพอเอาตัวรอดได้ ถึงยังไงฉันก็ค้นพบคำแห่งพลังถึง 2คำแล้ว” นิทานอธิบายรัวเร็ว สายตายังไม่ยอมละจากหมีั์
“รีบไปเถอะน่า! พวกนายยังไม่ค้นพบสักคำไม่ใช่หรือไง อยู่ตรงนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ อยากตายเปล่าหรือไง ถ้านายอยาก จะวิ่งไปหามันเลยก็ได้ แต่ฉันไม่ เพราะงั้นรีบไปตามคนมาช่วยเร็ว ๆ ฉันไม่คิดจะเป็พระเอกสละชีวิตถ่วงเวลาให้พวกนายนะ” นิทานแค่นเสียง
“โอ..โอเค พวกฉันจะรีบมา นายต้องปลอดภัยนะ” ทั้งสามค่อย ๆ ก้าวถอยหลังช้า ๆ
“คีตา นายคอยก่อกวนมันก็พอ อย่าเข้าไปสู้กับมัน” นิทานจับจ้องหมีั์อย่างไม่วางตา ตาสีน้ำเงินเข้มเริ่มเรืองแสงจาง ๆ
เมื่อเ้าหมีั์เห็นนายทหารอีก 3คนถอยหลังเตรียมจะจากไป มันจึงหรี่ตาลง ก่อนพุ่งตัวเข้าหานิทานอย่างว่องไว หวังจะรีบจัดการเหยื่อตรงหน้าก่อนที่เหยื่อรายอื่นจะทันหนีไป
เห็นดังนั้นตาของนิทานก็เรืองแสงเบาบาง แสงอ่อนจางเทียบไม่ได้แม้แต่น้อยกับแสงเรืองจากตาทั้งคู่ของเ้าหมีั์ นิทานจับจ้องไปที่อุ้งมือหน้าข้างขวาที่มันใช้ดีดตัวเพื่อพุ่งเข้ามาโจมตีตน
จังหวะนั้นเองที่มันพลันเสียหลักหน้าคะมำลงสู่พื้นอย่างแปลกประหลาด
เ้าหมีั์งุนงงก่อนจับจ้องไปที่อุ้งมือหน้าข้างขวาของมัน อุ้งมือข้างนั้นขณะนี้ติดแน่นอยู่กับพื้นราวกับโดนทากาวเอาไว้ การที่มันออกแรงพุ่งตัวโดยที่โถมน้ำหนักทั้งร่างกายไปข้างหน้าแต่เท้ากลับขยับไม่ได้ทำให้หมีั์เสียสมดุลล้มลง
เหมือนกับนักกรีฑาที่พุ่งตัวอย่างสุดแรงเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ แต่มือที่แตะกับพื้นกลับติดแน่นขยับไปไหนไม่ได้
เชื่อมโยง!
คำแห่งพลังคำที่สองของนิทานที่ตื่นขึ้นเนื่องจาก้ารับรู้สิ่งที่พ่อกับแม่พูดก่อนจากไป ในตอนนั้นนิทานเชื่อมโยงตัวเองกับพ่อแม่อย่างเบาบางทำให้รับรู้ได้ว่าพ่อกับแม่พูดอะไร นิทานใช้พลังนี้เชื่อมโยงเท้าของหมีั์ไว้กับพื้นทำให้มันเสียสมดุลล้มลง
นิทานเป็เพียงแรกเกิด เขายังไม่ได้เข้าพิธีสลักคำพลังที่เขาใช้ได้จึงน้อยนิด แถมใช้พร้อมกันหลาย ๆ จุดก็ไม่ได้ นิทานจึงเล็งเป้าหมายไปที่อุ้งมือหน้าเพียงจุดเดียว
หากหมีั์รู้ตัวก่อนั้แ่แรก แค่มันออกแรงกระชากก็สามารถหลุดออกได้อย่างง่ายดายแล้ว แต่การโจมตีทีเผลออย่างนี้ย่อมมีผลดีมากมายมหาศาล หมีั์ที่ไม่ทันระวังจึงล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น
ถึงการเล่นทีเผลอแบบนี้จะทำได้ไม่กี่ครั้ง แต่ก็มากพอแล้วกับการสร้างจังหวะให้นิทาน
พอหมีั์ลุกขึ้นมาอีกครั้ง นิทานและคีตาก็หายตัวไปแล้วราวกับควัน หมีั์กวาดสายตาไปทั่ว ๆ แต่กลับไม่เห็นนิทานอยู่ที่ใด
ขณะนั้นเองที่เสียงกรอบแกรบดังมาจากต้นไม้ข้าง ๆ ตรงจุดที่หมีั์เคยกวาดสายตาผ่านไปแล้ว หมีั์จึงเพ่งสายตามอง มันก็ได้เห็นนิทานกำลังปีนขึ้นต้นไม้ข้าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว ร่างของนิทานเวลานี้จางลงเหมือนโดนหมอกบัง หากมันไม่ตั้งใจมอง อาจมองผ่านไปได้อย่างง่าย ๆ
จางหาย!
คำแห่งพลังคำแรกของนิทานที่เขาค้นพบเมื่ออายุได้ 8ปี พลังนี้ทำให้ร่างกายของนิทานและสิ่งที่เขามีติดตัวจางลงไปเล็กน้อย ราวกับมองตัวเขาผ่านหมอกควันหนา หากไม่เพ่งสายตามองอาจมองข้ามไปได้อย่างง่ายดาย
เ้าหมีั์เมื่อพบเป้าหมายจึงวิ่งไปกระแทกใส่ต้นไม้จนต้นไม้สั่นไหวอย่างรุนแรง หวังให้เหยื่อของมันเสียสมดุลตกลงมาแต่นิทานกลับไม่ตกลงมาอย่างที่มัน้า ร่างนั้นยังคงเกาะแน่นอยู่บนกิ่งไม้ดังเดิม
เป็นิทานที่ใช้พลังของตนอีกครั้ง ครานี้เข้าเชื่อมขาของตนกับลำต้น แม้เขาจะไม่ตกลงมา แต่แรงกระแทกมหาศาลนั้นมากพอจะทำให้นิทานต้องพึ่งพิงการเกาะด้วยสองมือเข้าช่วย
แรงเยอะชิบ นิทานหน้าซีด
เ้าหมีั์ที่เห็นดังนั้นก็เริ่มโมโห อุ้งมือทั้งสองเรืองแสงออกมาจาง ๆ กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งมือปูดโปนขึ้นมา อัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล
คำประเภทเสริมพลัง ไม่สิ คำประเภทรวบรวมพลังมากกว่า นิทานหรี่ตามองพลางควักมีดสั้นขึ้นมา3เล่ม
หมีั์ง้างอุ้งมือทั้ง2ไปข้างหลังแล้วจึงเหวี่ยงไปที่ลำต้นอย่างรุนแรง วินาทีนั้นเองที่นิทานโยนมีดสั้นทั้งสามเล่มใส่ใบหน้าของหมีั์อย่างแม่นยำ เ้าหมีั์เห็นอันตรายที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันหันไปสังเกตวิถีของมีดสั้นหวังเบี่ยงหัวหลบ แต่มีดสั้นนั้นกลับจางลงราวกับหมอกควันยากจะคาดเดาวิถี
เมื่อมันเดาวิถีการโจมตีไม่ออก หมีั์จึงใช้อุ้งมือข้างหนึ่งเหวี่ยงใส่มีดสั้นเพื่อปัดป้องให้ออกจากระยะใบหน้าของมัน
ิัของมันเหนียวทนทาน ต่อให้ปาใส่ใบหน้าของมันโดยตรงมันก็มั่นใจว่ามันจะไม่ประสบอันตรายใด ๆ แต่ดวงตาของมันไม่ใช่ มันไม่ยอมเสี่ยงให้ดวงตาของมันโดนมีดปัก
คีตาที่หายตัวไปนานโผล่ออกมาจากข้างหลัง กัดไปที่ขาหลังของหมีั์อย่างเต็มแรง เขี้ยวของสัตว์ธรรมดา ๆ อย่างมันย่อมไม่อาจเจาะิัของสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ได้ แต่สิ่งที่คีตา้าไม่ใช่การสร้างาแ แต่เป็การสร้างจังหวะให้แก่นิทาน
หมีั์ชะงักเล็กน้อย การชะงักนี้เกิดจากความใ ไม่ใช่ความเ็ป มันจึงตั้งหลักได้ภายในเวลาไม่ถึงวินาที แต่นิทาน้าแค่หนึ่งวินาทีนี้เท่านั้น มีดสั้นทั้ง 3เล่มขณะที่กำลังจะชนเข้ากับกรงเล็บพลันเบนวิถีออกเล็กน้อย การเบนอย่างผิดธรรมชาตินั้นทำให้มีดสั้นเล็ดลอดผ่านระหว่างซอกกรงเล็บของหมีั์โดยไม่สูญเสียความเร็ว
เชื่อมโยง!
นี่เป็หนึ่งในวิธีพลิกแพลงใช้พลังที่นิทานถนัด นิทานเชื่อมโยงปลายมีดเข้ากับใบหน้าของหมีั์เพื่อเบนวิถีเล็กน้อย
มีด 2เล่มโดนเพียงแค่ผิวหน้าของหมีั์ก่อนจะกระเด็นออกอย่างไร้าแ แต่มีดเล่มสุดท้ายกลับปักพุ่งปักลงที่ตาข้างซ้ายของหมีั์อย่างแม่นยำ มันสูญเสียการมองเห็นข้างหนึ่งไปในทันที
หมีั์ร้องคำรามเสียงดังลั่นด้วยความเ็ป โชคยังดีที่นิทานเป็เพียงพวกแรกเกิด กำลังกายเขาไม่ต่างอะไรกับมนุษย์อื่น มีดปักลงไปเกือบถึงด้ามแต่ไม่ลึกพอให้กลายเป็าแที่สาหัสถึงชีวิต
หมีั์สะบัดหน้าอย่างเ็ป ตาข้างขวาที่เหลืออยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยประกายสังหาร แต่นิทานกลับใช้จังหวะนั้นเองเปิดใช้จางหายเพื่อะโหนีไปที่ต้นไม้อีกต้นแล้ว
เ้าหมีั์คำรามอย่างโกรธแค้น ขนที่หลังของมันตั้งชูขึ้นก่อนจะแข็งตัวกลายเป็เข็มเรียวเล็ก นิทานม่านตาหดวูบ รีบะโลงจากต้นไม้หลบลงด้านหลังเพื่อใช้ลำต้นหนาเป็กำบัง
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!
เสียงเข็มเล็กๆ นับร้อยดังขึ้นถี่ยิบ ต้นไม้ที่นิทานหลบอยู่สั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อทุกสิ่งหยุดลง ต้นไม้แกร่งราวกับกลายเป็กระบองเพชร โดนปักจนพรุนแทบไม่มีพื้นที่ใดหลงเหลือ
มีสองคำจริงๆ ด้วย แถมเป็การโจมตีระยะไกลอีก คำว่าเข็มเหรอ หรือคำว่า ยิง
เหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามใบหน้าของนิทาน ลมหายใจหอบถี่ หากสายตากลับยังคงจับจ้องไปที่เ้าหมีั์สีเขียว
เ้าหมีั์สะบัดเท้าเพื่อยกเท้าที่ติดกับพื้นออกด้วยพลังเชื่อมโยงของนิทาน ก่อนจะออกตัววิ่งมาทางเขาอีกครั้ง
ลูกเล่นแบบนี้ใช้ได้ครั้งเดียวจริงๆ นั่นแหละ
นิทานพุ่งออกข้างหวังจะใช้จุดบอดจากตาข้างซ้ายที่บอดลงของหมีั์เพื่อยื้อเวลา แต่เ้าหมีั์ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันเห็นเป้าหมายของตนชัดเจนหรือไม่ ขนตั้งขึ้นชูชันพ่นหนามแหลมจากหลังไปทั่วบริเวณ
แม้นิทานจะหลบหลังก้อนหินใหญ่ทันอย่างฉิวเฉียด แต่บางส่วนของร่างกายเขาก็โดนเข็มข่วนเป็รอยแผลมากมาย
พอนิทานพุ่งตัวเตรียมจะหลบหนีไปขึ้นต้นไม้อีกครั้ง ร่างของนิทานก็ทรุดฮวบลง ขาข้างขวาจมลงไปในดินจนถึงข้อเท้า พอก้มลงไปมองก็เห็นรอยเท้าของเ้าหมีั์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาพอดี รอยเท้าหมีั์เรืองแสงจางๆ เกิดเป็พลังอันแปลกประหลาดที่ทำให้ดินรอบข้างอ่อนยวบลง ข้นและหนืดราวกับโคลนตม ขาของนิทานจมลงไปถึงข้อเท้าทันที
แย่แล้ว มันอยู่ระดับ 3คำ!
เพียงสิ้นความคิดเ้าหมีั์ก็พุ่งเข้ามาถึงระยะโจมตีแล้ว อุ้งมือทั้งสองตะปบลงมาที่นิทานสุดแรง นิทานในขณะนั้นยังไม่สามารถหลุดจากหล่มโคลนได้ ได้แต่ใช้สองมือตั้งท่าป้องกัน ย่อตัวลงหวังให้การโจมตีไม่โดนจุดสำคัญ
นิทานกัดฟันเตรียมรับการโจมตีที่โถมเข้ามา ร่างของคีตากลับปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ข้างตัวนิทาน มันวิ่งสุดแรงะโโหม่งใส่ร่างเขา ด้วยขนาดตัวและน้ำหนักของคีตา นิทานกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่ไร้เชือก ภาพทุกอย่างช้าลงอีกครั้ง เมื่อกรงเล็บของหมีั์ได้หวดลงกลางแผ่นหลังของคีตา เืสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่ว
“คีตา!!!”
นิทานอายุ 21ปีที่เฝ้ามองอยู่หลับตาลง ไม่อยากเห็นภาพตรงหน้าแม้แต่น้อย ไม่ว่านิทานจะฝันร้ายถึงเหตุการณ์นี้กี่ครั้ง เขาก็ยังไม่อาจทำใจเห็นฉากที่คีตาเกือบตายได้
ใครมันจะไปทำใจให้ชินได้กัน
ร่างของคีตาที่โดนโจมตีอย่างรุนแรงกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ ร่างสีดำไม่ขยับเขยื้อน นอนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ อกกระเพื่อมเบาบาง เสียงหายใจเบาลง เืไหลนองจนเปรอะเปื้อนพื้นดินจนเป็สีแดงฉาน
นิทานที่ยังตั้งสติไม่ได้ยังไม่ทันลุกขึ้น กลับเป็เ้าหมีั์ที่เหมือนยังไม่สะใจ พุ่งเข้าไปหาร่างของคีตาที่นอนไม่รู้เป็ตาย หวังซ้ำให้สิ้นใจสนิท
นิทานขณะนั้นกลับเกิดแรงปรารถนาอันแรงกล้า ดาราสีดำทมิฬในใจพลันปริแตก รอยร้าวหลายสายเริ่มแผ่กระจาย
วินาทีที่เ้าหมีั์ตะปบกรงเล็บลงใส่ร่างของคีตาอีกครั้ง นิทานก็แผดร้องบ้าคลั่งะโอย่างสุดเสียง
“คีตา!”
นิทานกางมือ ยื่นไปทางคีตาราวกับพยายามจะคว้าสิ่งสำคัญที่สูญหายกลับมาข้างตัวอีกครั้ง นิทานไขว่คว้าอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยระยะห่างเพียงนี้สิ่งที่ไขว่คว้าได้มีเพียงความสิ้นหวัง
ขณะที่กรงเล็บห่างจากศีรษะของคีตาเพียงเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ทั้งหลายั้แ่นิทานรับคีตามาเลี้ยง ภาพที่เขาพาคีตาเดินเล่น กินขนมด้วยกัน นอนกอดกันในตอนกลางคืน จมูกอุ่น ๆ ชื้น ๆ ที่ยุกยิก ๆ มาปลุกเขาในทุก ๆ เช้า
นิทานกัดฟันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยว ตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเวลานี้แดงฉานราวกับจะะเิออกมา นิทานะโอย่างสุดเสียง รอยร้าวบนดวงดาราแผ่ขยายอย่างรวดเร็วปกคลุมไปทั่วดวง
“ทำไมคว้าไม่ถึงวะ!! ใกล้กว่านี้! คีตา! เข้ามาใกล้กว่านี้สิวะ!!”
ดวงดาราสีดำทมิฬนั้นพังทลายลง ปรากฏเป็ดวงดาราสีม่วงที่แผ่พลังออกมารอบตัว
ทันใดนั้นร่างของคีตาก็กระตุก ก่อนขยับหลบจากกรงเล็บมรณะที่จะส่งมันไปสู่ดินแดนของเทพแห่งความตายทีรานด้วยระยะห่างเพียงเส้นขน
ร่างกายของคีตาเหมือนโดนดูด ขยับมาทางนิทานช้า ๆ ถึงจะขยับเพียงไม่ถึงคืบ แต่ก็มากพอทำให้อุ้งเล็บที่ตะปบลงพื้นเฉียดพลาดไปเพียงนิดเดียว กรงเล็บมรณะปักลงพื้นดินข้างศีรษะของคีตา
คำที่เลือนรางในจิตใจของนิทานกลายเป็ชัดเจนอย่างสุดเปรียบ
แรงดึงดูด!
ในห้วงเวลาเป็ตายของครอบครัวคนสุดท้าย นิทานค้นพบคำที่3ของตัวเองได้สำเร็จราวกับปาฏิหาริย์
หากแต่นิทานไม่มีแม้แต่เวลาให้ภูมิใจหรือดีใจ ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณภายในตัว ร่างของนิทานเบาลงราวกับไร้น้ำหนัก ฝีเท้าและการเคลื่อนไหวกลายเป็ไร้เสียง นิทานกระโจนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้ในบริเวณจุดออกตัวแม้แต่น้อย เหมือนขนนกที่ไม่ทิ้งรอยใดบนผืนหิมะยามร่วงหล่น ร่างของนิทานจางลง เลือนหายไปราวกับเป็หมอกควัน ความเร็วเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด
ร่างไร้รอยพุ่งฝ่าอากาศตะบึงไปยังร่างของคีตาที่นอนไร้สติอยู่เบื้องหน้า
เ้าหมีั์ที่รู้ตัวว่าตะปบพลาดเงื้ออุ้งมือขึ้นอีกครั้งแต่ในคราวนี้อุ้งเล็บติดกับพื้นแ่า เป็มุขเดิมๆ ที่นิทานใช้ซ้ำ อย่างไม่เคยเบื่อหน่าย หมีขนมรกตกระตุกมือออก วิธีเดียวกันกับที่หมีขนมรกตใช้ยามอุ้งเท้าของมันถูกพันธนาการ
มันพบความผิดปกติ อุ้งมือที่ควรหลุดอย่างง่ายดายคราวนี้กลับไม่ยอมหลุดออก มันรู้สึกว่าอุ้งมือของมันเวลานี้หนักราวกับเป็หินั์ก้อนหนึ่ง มันคำรามอย่างรำคาญฝืนทนน้ำหนักของอุ้งมือที่เพิ่มขึ้น รวบรวมแรงอีกครั้งดึงอุ้งมือออกจากพื้น แต่พอมันหันกลับมา นิทานที่ร่างเลือนรางก็พุ่งตัวหายเข้าป่าไปแล้ว