แสงแดดร้อนแรงยามบ่ายส่องกระทบพื้นลานกว้างหน้าเสาธงเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วของเด็กนักเรียนชั้นประถมดังเคล้ามากับเสียงนกหวีดเป็สัญญาณเริ่มต้นคาบวิชาพละศึกษาของครูเอมร่างบางในชุดทะมัดทะแมงกำลังยืนแจกจ่ายอุปกรณ์กีฬาและจัดแถวเด็กๆ ด้วยความตั้งใจ
ในขณะเดียวกันไม่ไกลจากลานกิจกรรมนั้นผู้กองเอกที่สวมหมวกแก๊ปและชุดสนามกำลังเดินตรวจโครงสร้างอาคารเรียนร่วมกับทีมงานแต่สายตาคมกริบกลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ตัวตึกเลยสักนิดเขายืนกอดอกพิงเสาร่มเงาอาคาร ปล่อยให้ลูกน้องเดินสำรวจไปก่อนส่วนตัวเองแอบยืนมองตามทุกย่างก้าวของเอมด้วยสายตาที่อ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด
เสียงนกหวีดเป่าดังขึ้นยาวๆเป็สัญญาณพักเหนื่อยกลางสนามพละ เด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3กลุ่มใหญ่ก็พากันวิ่งกรูเข้ามาหาเอมด้วยใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อแต่เปื้อนยิ้ม
"คุณครูเอมขาเหนื่อยจังเลยค่ะ!"
เด็กหญิงน้ำใสวิ่งเข้าไปคว้าแขนเอมแล้วเขย่าเบาๆพลางทำหน้าอ้อน
"เหนื่อยกันไหมคะเด็กๆ วันนี้วิ่งกันซะเหงื่อท่วมเลยไหนใครเหนื่อยจนหมดแรงแล้วบ้างยกมือขึ้นซิ"
เด็กๆทุกคนพากันชูมือขึ้นร้องเสียงประสานกันลั่นสนาม
"หนูค่ะ! หนูด้วย!"
เด็กชายต้นกล้าตัวแสบประจำห้อง เดินเข้ามาสวมกอดเอวเอมแน่นแล้วซบหน้าลงกับแขน
"ผมไม่เหนื่อยครับแต่ผมคิดถึงคุณครู อยากกอดคุณครูที่สุดเลย!"
เอมหัวเราะคิกคักยื่นมือไปยีหัวเด็กชายเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"ปากหวานจริงๆ นะเราเนี่ย... ไหน ทุกคนมากอดให้หายคิดถึงหน่อยเร็ว!"
สิ้นคำพูดของเอมเด็กๆ ก็พากันกรูเข้ามาสวมกอดเอมจนตัวกลม กลายเป็ภาพความอบอุ่นและน่ารักน่าเอ็นดูท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังระงมไปทั่วสนามหญ้า
ภาพความอ่อนโยนรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ และความรักที่เด็กๆมีต่อเธอสะท้อนเข้าสู่สายตาของผู้กองเอกที่ยืนมองอยู่ไกลออกไปเต็มตาหัวใจนายทหารหนุ่มเต้นแรงความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นขึ้นมาในอกจนเขาเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอิจฉาพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่จนเขาต้องแอบพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างหมั่นไส้
"อยากกลับไปเป็เด็กก็ตอนนี้แหละ..."
ผ่านไปครู่ใหญ่เมื่อเด็กๆ เริ่มหายเหนื่อย เด็กชายต้นกล้าก็ส่งเสียงชวนเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
"คุณครูครับ! พักเสร็จแล้ว พวกเรามาเล่นวิ่งไล่จับกันต่อเถอะครับ นะๆๆๆ"
เอมทำท่าทางคิดหนักแกล้งทำเป็ส่ายหัว
"อืม...ครูเริ่มจะหมดแรงแล้วนะเนี่ย ถ้าครูวิ่งไม่ไหวทำไงล่ะทีนี้"
"โหยคุณครูต้องไหวสิคะ! งั้นให้คุณครูเป็คนไล่พวกเราดีกว่าใครโดนจับได้ต้องโดนทำโทษ!"
เด็กหญิงน้ำใสเสนอตัวพร้อมทำท่าวิ่งเตรียมพร้อม
เอมยิ้มกว้างด้วยความสนุกสนานก่อนจะสะบัดมือขวาชี้ไปที่เด็กๆ แล้วประกาศเสียงใส
"โอ้โห กล้ามากนะเด็กๆงั้นเอาล่ะ... นับหนึ่งถึงสาม เตรียมตัววิ่งหนีครูให้ดีนะ! หนึ่ง... สอง... สาม...ไป!"
สิ้นเสียงสียงประกาศ เอมก็วิ่งไล่จับกับเด็กๆ ท่ามกลางสนามหญ้าเสียงหัวเราะ รอยยิ้มที่สดใส และความสนุกสนานดังประสานกันกึกก้องไปทั่วบริเวณจนสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับคนที่แอบมองอยู่ไม่ไกลได้อย่างราบคาบ
ทันใดนั้นภาพการวิ่งไล่จับที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มที่เปล่งประกายและความสดใสที่ธรรมชาติสรรค์สร้างของเอม ก็สะกดสายตาผู้กองเอกให้อยู่ในภวังค์นายทหารหนุ่มยืนนิ่งค้าง ปล่อยให้แฟ้มเอกสารในมือร่วงตกลงข้างตัวโดยไม่สนใจความรู้สึกประทับใจ ความหลงใหล และความเอ็นดูระลอกใหญ่ไหลบ่าเข้าท่วมท้นหัวใจจนความดื้อรั้นหรือท่าทีเมินเฉยของเธอเมื่อเช้าถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น...
เขายิ่งตระหนักรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ล้นเหลือจนเกินกว่าที่เขาจะหักห้ามใจไม่ให้มองตามได้เลยจริงๆ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้กองเอกกำลังยืนมองภาพความน่ารักสดใสของเอมด้วยความประทับใจและหัวใจที่พองโตจู่ ๆ ความสุขเล็กๆ ของนายทหารหนุ่มก็ต้องสะดุดกึกลงทันทีเมื่อมีร่างสูงโปร่งของครูเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ สไตล์ห้าวๆเดินตรงเข้ามาหาเอมที่สนาม
ครูคนนั้นเดินเข้ามาตบไหล่เอมเบาๆด้วยความสนิทสนม พร้อมกับเอ่ยแซวเสียงดังฟังชัด
"แหม...คุณครูเอม วันนี้อารมณ์ดีเป็พิเศษแฮะ วิ่งเล่นกับเด็กๆ ไปๆ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงน้ำหวานเติมพลัง"
เอมหัวเราะคิกคักยื่นมือไปตีแขนเพื่อนร่วมงานเบาๆ อย่างหยอกล้อ
"เห็นน้องพี่เป็คนยังไงเนี่ย... แต่ถ้าได้น้ำเย็นๆสักแก้วก็คงดีนะ555555"
ทั้งสองคนยืนพูดคุยหยอกล้อ และหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนานสนิทสนมโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่คมกริบของใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่จากมุมตึก
ผู้กองเอกที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับหน้าตึงขึ้นมาในฉับพลันความรู้สึกหงุดหงิดระลอกใหญ่แล่นพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจนายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครและไม่เคยใส่ใจใครหน้าไหน กลับเกิดอาการ"หวงก้าง" ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องเขม็งไปยังครูเพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาพร้อมบวกขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็สันนูน
'ไอ้หมอนี่เป็ใครวะ...ทำไมถึงกล้ามาแตะเนื้อต้องตัว ใกล้ชิดแถมยังหัวเราะต่อกระซิกกับเอมขนาดนั้น!'
เอกคิดในใจอย่างหัวเสียรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเดินเข้าไปแยกสองคนนั้นออกจากกันซะเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!
หลังจากผ่านสอนเสร็จทุกวิชาของคาบบ่ายเอมเดินกลับเข้ามาในห้องพักครูเพื่อเคลียร์เอกสารและเตรียมตัวกลับบ้านเธอนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอกที่หมดภาระไปทีละอย่าง
แต่ทว่าความสงบสุขของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน...
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดกันก่อนที่ร่างสูงในเครื่องแบบสนามของผู้กองเอกจะผลักบานประตูเข้ามาหน้าตาเฉยโดยในมือหนามีแฟ้มเอกสารหนาเตอะทำทีเป็เดินเข้ามาติดต่อราชการเื่โครงสร้างตึกเรียน
เอมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิดทันทีเธอกำปากกาในมือแน่นแล้วเอ่ยเสียงห้วน
"ถ้าจะมาตรวจตึกอะไรตอนนี้มันหมดเวลาแล้วค่ะผู้กอง!"
ผู้กองเอกไม่ได้สนใจท่าทีขุ่นเคืองนั้นเขายกยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่แฝงไว้ด้วยความหึงหวงจากภาพเมื่อตอนบ่าย
"เอกสารหน้าสุดท้าย...รบกวนเซ็นชื่อยืนยันด้วยนะครับคุณครูคนเก่ง..."
ผู้กองเอกแกล้งวางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังปึ้งก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้โต๊ะอีกนิดเพื่อกดดันเธอ
เอมขมวดคิ้วถอยตัวหนีเล็กน้อย
"ไหนคะเอกสาร... เอามานี่สิ เอมจะรีบเซ็นแล้วจะได้กลับบ้านค่ะ!"
"ใจร้อนจังเลยนะครับ..."
ผู้กองเอกลากเสียงยาวแววตาทอประกายเ้าเล่ห์พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเอมถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ
"อ้อ...แล้วก็... ดูท่าทาง่บ่ายจะสนุกมากเลยสินะครับ เห็นยืนหัวเราะคิกคักกับเพื่อนร่วมงานซะเสียงดังลั่นสนามเชียว...สนิทกันขนาดนั้น ไม่ชวนเขามาเซ็นเอกสารแทนคุณซะเลยล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดกวนประสาทนั้นเอมชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อได้ยินคำแซวนั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ความกลัวและความใเมื่อครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความเ้าเล่ห์รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวทันที ดวงตากลมโตมองสบตาคมกริบของผู้กองเอกอย่างไม่เกรงกลัวก่อนที่เอมจะตัดสินใจเป็ฝ่ายรุกกลับบ้าง ร่างบางค่อยๆโน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าคมสันของนายทหารหนุ่มช้าๆจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆรดรินอยู่ใกล้กันจนผู้กองเอกถึงกับชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงที่คนตัวเล็กกล้าเปิดเกมรุกใส่แบบนี้
เอมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแสร้งทำเป็ยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทไม่แพ้กันก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"อ๋อ... แสดงว่าแอบมองเอมอยู่ตลอดใช่ไหมคะ ผู้กอง..."
เอมลากเสียงยาวอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"หรือว่า... แอบอิจฉาเพื่อนร่วมงานเอมเหรอคะถึงได้เก็บเอามาประชดประชันเป็เด็กๆ แบบนี้?"
คำพูดสวนกลับที่รู้ทันและตั้งใจย้อนเกล็ดทำเอาผู้กองเอกที่เคยคิดว่าจะมาเหนือกว่า ถึงกับนิ่งค้างไปในพริบตาหัวใจกระตุกวูบเมื่อใบหน้าของเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมอ่อนๆลอยแตะจมูกจนความกวนประสาทที่เตรียมมาแทบจะละลายหายไปหมดสิ้นกลายเป็ความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาในอกแทน
ท่าทีที่เปลี่ยนเป็ฝ่ายรุกเข้าหาอย่างไม่ทันตั้งตัวของเอมทำเอาผู้กองเอกที่เคยถือไพ่เหนือกว่าถึงกับไปไม่เป็ั์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้แค่คืบสมองที่เคยฉับไวในการวางแผนยุทธวิธีกลับประมวลผลช้าลงไปถนัดตาหัวใจเต้นแรงตึกตักจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ร่างสูงเผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นบนท้ายทอยแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆก็พุ่งทะยานขึ้นมาจนเต็มอกดวงตาหลบวูบไปชั่วขณะเพราะไม่กล้าสบตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน
"เอ่อ...คือ... ผม... ผมแค่จะมาตรวจความเรียบร้อยเฉยๆ!"
ผู้กองเอกเสียงตะกุกตะกักอย่างคนเสียฟอร์มก่อนจะรีบหมุนตัวกลับแล้วก้าวฉับๆ เดินหนีออกจากห้องพักครูไปอย่างลนลานแทบจะเรียกได้ว่าเกือบสะดุดขอบประตูห้องด้วยซ้ำทิ้งให้เอมยืนมองตามแผ่นหลังที่รีบจ้ำอ้าวหนีไปด้วยความสะใจ
เมื่อเห็นว่าคู่กรณีถอยทัพหนีไปอย่างไม่เป็ท่าเอมก็ะเิเสียงหัวเราะคิกคักออกมาด้วยความชอบใจเธอทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานอย่างผู้ชนะรอยยิ้มกริ่มปรากฏชัดบนใบหน้าสวยด้วยความสะใจที่ได้เอาคืนนายทหารหนุ่มจอมกวนประสาทให้เสียอาการได้สำเร็จ ด้วยความหมั่นเขี้ยวและอยากจะเม้าท์ให้ใครสักคนฟังเอมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชันแชทหา Big Boss ทันทีเพื่อรายงานวีรกรรมความแสบของตัวเอง
[ เอม ] : " กรี๊ดดด วันนี้สะใจมากเลย ผู้กองหน้าคนนั้นตั้งใจเดินมาหาเื่ที่ห้องพักครูแกล้งเอาเอกสารมาอ้างแล้วแซวฉันเื่เพื่อนร่วมงาน แต่เจอไม้เด็ดเข้าไป...ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แค่นิดเดียวเอง เขาถึงกับหน้าแดง เถียงไม่ออกแล้วก็เดินหนีออกไปเองเลยล่ะ 55555 สมน้ำหน้าอยากมาหาเื่ฉันดีนัก!"
ที่แชทอีกฝั่งหนึ่งผู้กองเอกที่เพิ่งเดินหนีออกมาและยืนถือมือถือค้างอยู่หน้าห้องได้แต่อ่านข้อความที่เด้งขึ้นมาฟ้องความแสบของตัวเองเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นเขี้ยวปะปนเอ็นดูจนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหวนึกภาพตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ให้กับความแสบสันของครูสาวคนนี้ที่นับวันเขายิ่งแพ้ทางเธอราบคาบเข้าไปทุกที