ตอนที่8 แผนกำราบพ่อ
“น่าสนใจแฮะไม่เหมือนไช่อิงคนเก่าเลย ถ้าเป็คนเก่าละก็.....คงร้องไห้ั้แ่เห็นพ่อลงจากรถสภาพนั้นแล้ว”
จิวหลุนพึมพำด้วยความประหลาดใจเขากำลังเปรียบเทียบหญิงสาวผู้เป็ภรรยาเ้านายจากวันวานและวันนี้โดยพบว่าวันนี้เธอมีบุคลิกใจเย็นและดูฉลาดเฉลียวมากกว่าเมื่อวานก่อนเกิดอุบัติเหตุจนหยุดหายใจพลางอยากรู้มากขึ้นว่าเธอเป็สายลับของฝั่งญาติเ้านายในตระกูลหลงหรือไม่
ไช่อิงช่วยประคองร่างพ่อร่วมกับแม่และน้องสาวไปวางตัวเขานอนบนพื้นหญ้าใต้ร่มไม้เธอ้าตรวจสอบอาการาเ็ของเขาให้ละเอียด ก่อนพาไปโรงพยาบาลเนื่องจากมีเงินเหลือไม่มากนักจึงกลัวว่าจะไม่พอจ่ายค่ารักษาอาการาเ็
“ขอบใจมากนะลูก ถ้าไม่ได้อิงอิงหาเงินมาช่วยละก็พ่อคงแย่แน่เลย ดูสิ!.....แค่นี้ก็หนักมากแล้ว”
ถางเจียหลิงลูบเนื้อตัวสามีด้วยความสงสารและเห็นใจพลางลูบต้นแขนกล่าวขอบคุณลูกสาวคนโตด้วยความซาบซึ้งใจเธอได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ได้รับาเ็หนักเพราะรู้ดีว่าครอบครัวตนมีเงินไม่มากพอต่อการจ่ายค่ารักษา
เธอไม่กล้าบอกลูกสาวทั้งสองคนตามจริงว่าเงินสินสอดที่ได้รับจากการแต่งงานของไช่อิงถูกพ่อนำเป็เล่นการพนันจนหมดสิ้นทำให้ครอบครัวไม่มีเงินเหลืออยู่เธอรู้สึกเกรงใจลูกสาวคนโตเป็อย่างมากเพราะแค่ต้องแต่งงานแทนลูกสาวคนเล็กก็แย่มากพอแล้ว
“ขอบคุณเจี่ยเจียนะคะพ่อรอดตายได้ก็เพราะเจี่ยเจียอีกแล้ว”
ไช่ปินจับแขนพ่อไม่ยอมห่างกายเธอรู้สึกซาบซึ้งใจต่อความช่วยเหลือจากพี่สาวเป็อย่างยิ่งเพราะที่ผ่านมาพี่สาวมักจะช่วยเหลือั้แ่เด็กจนรู้สึกได้ว่าหากชีวิตนี้ไม่มีพี่สาวเธอคงอ้างว้างมากทีเดียว
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวพี่ตรวจสอบอาการของพ่อก่อน ถ้าาเ็แค่ภายนอกจะได้ซื้อยามากินเองไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล พอดี่อยู่ตระกูลหลงไม่ค่อยได้ทำงานอะไรเลยมีเวลาเรียนรู้เื่แพทย์แผนจีนน่ะ”
ไช่อิงรับรู้ได้ถึงความซาบซึ้งใจจากแม่และน้องสาวเธอรู้สึกได้ว่าการอยู่ร่วมกับครอบครัวไช่ไม่ใช่เื่เลวร้ายสำหรับตนเองเท่าใดนักจึงไม่คิดสนใจเสาะหาที่มาของตนอีก พลางคิดว่าหากถึงเวลาที่จะได้พบครอบครัวแท้จริงเธอจะไม่ปฏิเสธหากครอบครัวแท้จริงยัง้าตนอยู่ แต่เธอจะไม่ทิ้งครอบครัวไช่ที่เลี้ยงดูมาเป็อย่างดีเช่นกัน
หญิงสาวนึกถึงความสุขเมื่อได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวทั้งสี่คนหากพ่อไม่ไปเล่นการพนันก็มักจะทำอาหารอร่อยให้ลูกสาวทั้งสองคนกินโดยมีเสียงหัวเราะจากเื่ตลกขบขันบนโต๊ะอาหารเป็ประจำซึ่งเธอคิดว่าบรรยากาศแบบนี้เหมาะสมกับตนเองแล้ว
ประการสำคัญการอาสาแต่งงานกับสามีแทนน้องสาวของร่างเก่าล้วนเกิดจากความสมัครใจของไช่อิงเอง ไม่ใช่ถูกบังคับจากพ่อแม่หรือน้องสาวเหตุผลสำคัญอีกอย่างคือ ตัวเธอในปัจจุบันหลงรักสามีั้แ่แรกเห็นจึงอยากอยู่พิสูจน์ความจริงบางอย่างในตระกูลหลงก่อนตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตในอนาคต
อย่างไรก็ตามเหตุผลหลักในการตรวจสอบอาการาเ็ของพ่อหญิงสาวไม่ลืมกล่าวถึงทักษะแพทย์แผนจีนซึ่งเป็ทักษะติดตัวมาั้แ่เกิดใหม่ในชาติที่สองเพื่อลดความสงสัยในการกระทำของตน
“เอ๋! ลูกเพิ่งไปอยู่แค่สามเดือนเองนะจะตรวจอาการพ่อได้เหรอ พาพ่อไปโรงพยาบาลดีกว่า ถ้าพวกเราไม่มีเงินจ่ายจริง ๆแม่จะทำเื่ขอผ่อนชำระกับทางโรงพยาบาลเอง คงไม่รบกวนอิงอิงอีกแล้วล่ะ”
ถางเจียหลิงอุทานด้วยความประหลาดใจเพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวคนโตเรียนหนังสือไม่เก่งเท่าลูกสาวคนเล็กฉะนั้นจึงไม่อยากให้สามีเกิดอันตรายได้ ทั้งตัวเธอเองยังยินดีจะเป็ลูกหนี้ของทางโรงพยาบาลเพื่อความมั่นใจในการรักษาอาการาเ็ของสามีมากกว่า
ไช่อิงเห็นว่าอาจเกิดปัญหาตามมาแล้วต้องเสียเวลาอธิบายอีกพลางคิดว่าถ้าการรักษาในโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายมากเธออาจหาทางช่วยเหลือแม่ในภายหลังได้ จึงยินยอมเชื่อฟังแม่เพื่อให้ทุกคนสบายใจก่อนตอบอย่างเห็นด้วยว่า
“ก็จริงค่ะงั้นหนูจะเรียกรถแท็กซี่ให้มารับพวกเราไปโรงพยาบาลนะคะ”
“ค่อยยังชั่วนึกว่าเจี่ยเจียจะทำได้จริง นั่นมันมหัศจรรย์มากเลยนะคะเพิ่งไปอยู่ตระกูลหลงแค่สามเดือนเจี่ยเจียรับเชื้อ
อัจฉริยะของพวกเขาไปแล้วเหรอเนี่ย”
ไช่ปินกล่าวกับพี่สาวด้วยความโล่งอกเธอไม่อยากเชื่อในทักษะอันเก่งอาจของพี่สาวเหมือนกับความคิดเห็นของแม่ทว่าเธอไม่กล้ากล่าวท้วงพี่สาวจึงปล่อยให้แม่เป็คนจัดการเอง
อนึ่งที่ผ่านมาเธอมีผลการเรียนดีกว่าพี่สาวมากนักจึงไม่คิดว่าพี่จะสามารถเรียนรู้เื่ยากได้รวดเร็วกว่าตน โดยตอนนี้เธอใกล้จะเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ในเดือนสิงหาคมนี้แล้วโดยใช้เวลาเรียนระดับปริญญาตรีเพียงสามปี ซึ่งเธอมีแผนจะแต่งงานกับชายคนรักหลังเรียนจบทันทีนั่นจึงเป็เหตุผลของการไม่ยินยอมแต่งงานใช้หนี้กับหลงปิงผู้พิการนั่นเอง
ไช่อิงไม่ได้ตอบน้องสาวเพราะกำลังโทรเรียกรถแท็กซี่ให้มารับทุกคนผ่านบริการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเธอตั้งใจเลือกใช้บริการของบริษัทขนส่งในเครือหลงกรูปโดยตรงเพราะมีแผนการบางอย่างเพื่อดึงดูดความสนใจจากเขา
อย่างไรก็ตามระหว่างการตรวจชีพจรตามร่างกายของพ่อก่อนหน้านั้นเธอแอบกดจุดชีพจรสำคัญซึ่งจะช่วยให้พ่อยังครองสติไม่เป็ลมหรือหมดสติไปก่อนเพราะเธอ้าพูดกับพ่อต่อหน้าทุกคนในครอบครัวซึ่งเธอเพิ่งนึกออกเมื่อสักครู่
ครั้นเรียกรถแท็กซี่ให้มารับแล้วเธอเห็นว่าพ่อเปิดเปลือกตาทั้งสองข้างได้เล็กน้อย ขณะใบหน้าโดยรวมบวมปูดจนเป็ปุ่มป่ำกระจายไปทั่วพลางจ้องมองแล้วกล่าวกับพ่อด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า
“พ่อคะหนูรู้นะคะว่าพ่อเอาเสื้อแมนยูไปซ่อนไว้ที่ไหน ถ้าพ่อยังไปเล่นการพนันอีกละก็หนูจะเอาเสื้อแมนยูที่พ่อรักและหวงตัวนั้นไปเผา เข้าใจไหมคะ?!”
ฉับพลันไช่เฟิงเบิกเปลือกตากว้างกว่าเดิมพลางเอื้อมมือกำแขนลูกสาวคนโตแน่นแล้วละล่ำละลักพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวเขาไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะกล้าวางแผนทำร้ายดวงใจของตน ทว่าเขาััได้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่โดยสายตาลึกลับจ้องตนอยู่จึงรู้ได้ทันทีว่าลูกสาวคนโตไม่ได้พูดเล่น เขาพยายามอ้าปากเปล่งเสียงร้องออกมาว่า
“ยะ.....อย่า.....อย่านะลูกอย่าทำร้ายจิตใจพ่อเลย พ่อยอมแล้ว นั่นมันลายเซ็นดาวเด่นของพ่อเลยนะกว่าจะได้ลายเซ็นเวย์น รูนีย์มา พ่อลำบากมากเลยนะลูกพ่อรับปาก.....พ่อจะไม่ไปเล่นอีก พ่อให้สัญญานะ...นะลูกนะ....อย่าทำร้ายหัวใจพ่อเลย”
ไช่ปินเห็นท่าทางพ่อแสดงอาการหวาดกลัวออกมาต่อคำขู่ของพี่สาวเธอตาโตเป็ประกายเพราะพร้อมจะช่วยเหลือพี่สาวอย่างเต็มที่จึงขู่พ่ออีกครั้งอย่างมีความหมายว่า
“หนูน่าจะคิดเื่นี้ออกตั้งนานแล้วในเมื่อเจี่ยเจียเป็คนเปิดประเด็นงั้นหนูจะเป็คนเก็บเสื้อตัวนั้นไว้เองเพราะเจี่ยเจียไม่อยู่บ้านหนูจะเป็คนคอยเตือนพ่อเอง ถ้าวันไหนพ่อกลับบ้านผิดเวลาละก็.....ได้รู้เื่แน่!”
ไช่ปินยิ้มเ้าเล่ห์อย่างมีความสุขพลางเขย่าแขนชื่นชมพี่สาวที่คิดแผนกำราบพ่อได้อยู่หมัดโดยตั้งใจเป็คนเก็บเสื้อฟุตบอลที่มีลายเซ็นดาวเด่นของทีมฟุตบอลเลื่องชื่อจากประเทศอังกฤษไว้แทนพี่สาว
ไช่เฟิงอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาเขาไม่คาดคิดว่าตนจะมีวันเวลายากลำบากขนาดนี้โดยเป็่เวลาความร่วมมือสมานสามัคคีของสองพี่น้องซึ่งเขาคาดเดาอนาคตได้อย่างง่ายดายชายวัยกลางคนร่างกายบอบช้ำกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอในทันใด
ถางเจียหลิงอ้าปากค้างครู่เดียวพอเห็นลูกสาวคนเล็กร่วมมือในแผนกำราบสามี เธอพลันเปล่งเสียงหัวเราะขบขันพลางกล่าวเยาะเย้ยสามีอย่างมีความสุขว่า
“สมน้ำหน้า! รู้สึกว่าเจ็บตัวคราวนี้คุณคงหมดโอกาสไปเล่นอีกแน่ ๆ ฉันจะคอยช่วยลูกอีกแรงถ้ายังกล้าไปเล่นหรือคิดจะมีอีหนูนอกบ้านละก็ ฉันจะเอามีดเฉือนแล่เนื้อคุณแล้วก็ทาเกลือให้เจ็บแสบไปเลย ดีไหมลูก?!”
ถางเจียหลิงพลันนึกแผนการแก้แค้นสามีเพิ่มเติมจึงกล่าวออกมาด้วยสายตาวาววับอย่างคนมีชัยพลางยิ้มมุมปากแสดงความตั้งใจต่อแผนการนั้นในทันทีแล้วสอบถามหาเสียงสนับสนุนจากลูกสาวทั้งสองคนด้วย
“ดีค่ะ!” ไช่อิงและไช่ปินกล่าวตอบพร้อมกัน
หลังจากนั้นหญิงสามคนสามวัยต่างพากันหัวเราะขบขันอย่างมีความสุขขณะไช่เฟิงร้องไห้ออกมาอย่างหมดหนทางเพราะตนไม่มีโอกาสทำความผิดได้อีกเขารู้สึกได้ว่าชีวิตวันข้างหน้าคงจะหงอยเหงาและหดหู่ยิ่งนักเพราะครั้งนี้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
จิวหลุนได้ยินเสียงหัวเราะจากครอบครัวไช่เขารู้สึกประหลาดใจต่อเหตุการณ์ที่มีหญิงสามคนนั่งรุมล้อมร่างของไช่เฟิงพลางอยากรู้ว่าพวกเขากำลังพูดคุยกันเื่อะไรถึงได้หัวเราะในสถานการณ์อันควรเศร้าเสียใจแบบนี้
“เอ๋! นั่นพวกเขาหัวเราะเื่อะไรไช่เฟิงาเ็น่วมซะขนาดนั้น ยังพากันมีความสุขอยู่ได้ ประหลาดคนซะจริง”
จิวหลุนััได้ว่าไช่อิงในวันนี้แตกต่างจากไช่อิงในวันวานเป็อย่างมากทั้งเื่การไปวิ่งออกกำลังกายจากเพื่อนองครักษ์โดยเพื่อนกล่าวรายงานเ้านายด้วยความประหลาดใจเพราะหญิงสาวอดทนวิ่งจนครบสิบรอบในวันแรกทั้งเดินและวิ่งอย่างไม่ย่อท้อซึ่งเป็เื่ผิดปกติเป็อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะตอนสายวันนี้ที่เขาเห็นรอยยิ้มกว้างของเธอร่วมกับสมาชิกในครอบครัวพลางจ้องมองอย่างเพลิดเพลินต่อรอยยิ้มอันเป็ธรรมชาติสวยงามซึ่งไม่จำเป็ต้องแต่งแต้มใดๆ ชายหนุ่มอดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้ว่า
“วันนี้คุณไช่อิงยิ้มกว้างกว่าที่เคยเห็นถ้าเธอแต่งหน้าแต่งตัวใหม่ให้ดูดีเหมือนคนอื่น อยากรู้จังเลยว่าคุณชายจะหวั่นไหวไหมนะมีเมียสวยขนาดนี้.....ยังจะนิ่งเฉยเหมือนเดิมหรือเปล่า”
จิวหลุนลูบคางพลางพึมพำถึงท่าทีของเ้านายกับภรรยาด้วยความอยากรู้เขาและเพื่อนองครักษ์ได้แต่คาดหวังให้หญิงสาวเป็คนดีเพื่อจะได้เป็ภรรยาของเ้านายอย่างเต็มภาคภูมิสมเกียรติคุณนายใหญ่แห่งตระกูลหลง
..........
ระหว่างจิวหลุนพึมพำกล่าวถึงเ้านายหนุ่มอยู่นั้นหลงปิงพลันจามเสียงดังกะทันหันจนทำให้องครักษ์เหลียงเกอต้องสอบถามด้วยความกังวลใจว่า
“อ๊ะ! คุณชายครับ เป็หวัดหรือเปล่าครับผมจะได้เรียกหมอไป๋ให้มาตรวจร่างกาย”
หลงปิงกำลังนั่งพิมพ์เตรียมงานด้วยการแฮ็กข้อมูลสำคัญของบรรดาคณะกรรมการบริหารหลงกรูปเขา้าค้นหาข้อมูลลับของกรรมการทั้งหลายไว้เพื่อใช้ต่อรองสู้กับฝั่งอาพลันจามขึ้นมาอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย
ชายหนุ่มโบกมือปฏิเสธองครักษ์พลางตอบอย่างผ่อนคลายเพราะอาการคันจมูกได้จางหายไปอย่างไร้ร่องรอยว่า
“ไม่ต้อง! ฉันสบายดี ไม่อยากกินยาอีกฉันกินมาเยอะมากแล้ว แค่ได้กลิ่นยาก็อยากอ้วกเต็มที”
เหลียงเกอกล่าวรับคำตอบจากเ้านายด้วยความเข้าใจพลางคาดเดาว่าเ้านายอาจรู้สึกระคายเคืองจมูกจากการมีฝุ่นหลงเหลืออยู่ภายในห้องซึ่งเขาตั้งใจจะกำชับแม่บ้านผู้ไว้ใจได้ให้ทำความสะอาดห้องให้ดีจึงเสนอความคิดให้เ้านายรับรู้ว่า
“คุณชายครับถ้างั้นผมจะให้แม่บ้านทำความสะอาดใหม่ บางทีอาจมีฝุ่นเยอะ เผื่อคุณชายจะแพ้ฝุ่นได้”
“..........”
หลงปิงพยักหน้ารับโดยไม่ได้ตอบองครักษ์เพราะเขากำลังค้นพบข้อมูลสำคัญจึงไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับลูกน้องอีก
อนึ่งเื่การตรวจสอบความเรียบร้อยภายในห้องนอนห้องทำงานและห้องหนังสือของหลงปิง จะมีสององครักษ์ทำหน้าที่รับผิดชอบหลักโดยมีแม่บ้านคนหนึ่งซึ่งไว้ใจได้เป็คนเข้ามาทำความสะอาดภายใต้การจับตามองอย่างเข้มงวดอย่างไม่คลาดสายตาจากสององครักษ์
หลงฮวาลูกสาวคนรองของพ่อบ้านหลงเชา ทำหน้าที่เป็แม่บ้านทำความสะอาดห้องใช้งานทั้งสามห้องของหลงปิงเป็
ประจำั้แ่สมัยเ้านายชรายังมีชีวิตอยู่โดยยังได้รับความไว้วางใจจากหลงปิงให้ทำงานเดิมต่อไป