**ขอคั่นรายการด้วยการขายของแพพน้า**
ผลงานเื่อื่นของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
**ขอให้มีความสุขในการอ่านนิยายนะคะ
5
เงื่อนไขของต้าเทียนฮ่องเต้
ยังไม่ทันที่วัชรวีร์จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ถูกตัดไป เหลือแต่ความว่างเปล่าตรงหน้าพร้อมกับน้ำเสียงของเซียนเทพจิวที่เเว่วขึ้นมาทำลายบรรยากาศ
'นี่คือเงื่อนไขข้อแรกจากต้าเทียนฮ่องเต้...'
'ห้ามแต่งตั้งฮองเฮาโดยพลการ จนกว่าจะเจอผู้ที่เหมาะสมเด็ดขาด'
'ได้สิ'
โธ่...ต่อให้ไม่มีเงื่อนไขนี้เขาก็ไม่คิดจะแต่งตั้งอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมาบังคับให้เขาแต่งตั้ง มันก็อีกเื่...
'เงื่อนไขต่อมาล่ะ' เขาถามกลับ เซียนเทพจิวไม่ตอบแต่กลับฉายภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเข้ามาในหัวของเขาแทน...
...ใน่สองปีแรก การครองบัลลังก์ของต้าเทียนฮ่องเต้เป็ไปด้วยความราบรื่น เพราะมีรากฐานอำนาจจากสกุลต่างๆ ที่สนับสนุนเขาอยู่ และเก้าไทเฮาที่คอยช่วยบริหารงานอยู่ลับๆ ซึ่งนางก็ไม่ได้ตัดสินใจแทนโอรสหมดทุกอย่าง เพียงแค่คอยให้คำปรึกษาเวลาที่ฮ่องเต้ไม่มั่นใจ สำหรับองค์ชายคนอื่นก็ส่งไปเป็อ๋องเมืองต่างๆ หมด แต่ให้ถือกำลังทหารเพียงแค่พอป้องกันตน ยกเว้นองค์ชายสี่ที่เก็บเอาไว้ องค์หญิงที่เป็พี่สาวและพี่สาวต่างมารดา ก็ให้พำนักอยู่ในวังหลังจนกว่าจะแต่งออกไป
นอกจากนี้ พระเ้าต้าเทียนก็ดำเนินการจัดการส่งทหารไปปราบพวกอันธพาลตามเมืองต่างๆ โดยไม่รอให้มีฎีการ้องเรียน ทั้งยังจัดการขุนนางกังฉินโดยไม่มีการไว้หน้าแม้แต่น้อย (มีบทลงโทษสถานเดียวคือตัดหัว) ถึงขุนนางผู้นั้นจะเป็บิดาของสตรีที่เป็สนมก็ตาม ไม่สังหารสนมตามไปด้วยก็บุญหัวพวกนางแล้ว
“ใต้เท้าฟ่ง ท่านมีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่?” ต้าเทียนฮ่องเต้พูดพลางจ้องไปที่ใต้เท้าฟ่ง แล้วชูกระดาษแผ่นหนึ่งให้ดู
“ก...กระหม่อม...” อีกฝ่ายยืนหน้าซีด พูดอะไรไม่ออก ด้วยใต้เท่าฟ่งผู้นี้ได้รับสินบนจากเ้าเมืองชุ่ย ให้มากล่าวความเท็จ เมืองชุ่ยก็คือเมืองเล็กๆ ที่ประสบปัญหาด้านการเพาะปลูก เอาเปรียบราษฎร โดยยักยอกข้าวบางส่วนที่หลวงส่งไปช่วยเหลือราษฎรไปให้สมาคมข้าวที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วเอามาขายให้ราษฎรในราคาสูงลิบลิ่ว ซึ่งทำแบบนี้มาได้สักพัก รับเงินจากเ้าเมืองไปก็มิใช่น้อย
และที่กล้าทำเช่นนี้เพราะพวกเขามิคิดว่าฮ่องเต้จะเอาเวลามาสนใจเมืองเล็กกระจิดริดพรรค์นี้ด้วย เหมือนเป่าซือฮ่องเต้ ทว่าพวกเขาคิดผิด...
“ลากตัวไปปะา! เพื่อมิให้ผู้ใดเอาเป็เยี่ยงอย่าง เสร็จแล้วประกาศไปให้ราษฎรทั่วใต้หล้าได้รับรู้” หลังจบพระราชดำรัส ก็มีทหารสี่นายเข้ามาลากตัวใต้เท้าฟ่งออกไปทันที
“ฝ่าา... กระหม่อมขอโอกาสแก้ตัว...” ระหว่างที่โดนลากออกไป ใต้เท้าฟ่งก็เอาแต่ะโเช่นนี้ออกมา แต่ต้าเทียนฮ่องเต้ก็หาได้ใส่ใจไม่ ทำเป็หูทวนลม
อึก... ขุนนางหลายคนแอบกลืนน้ำลายลงคอ ขนาดใต้เท้าฟ่งที่เป็บิดาของฟ่งเจี๋ยยวี๋ ก็ยังไม่เห็นแก่หน้านาง ทั้งที่ความผิดเท่านี้ รับโทษเป็ก็พอ แต่ในยุคของต้าเทียนฮ่องเต้ ทำความผิดใดก็ตัดหัวสถานเดียว ต่อไปนี้ พวกเขาจะทำอะไรก็ต้องระวังให้ดีแล้ว
การกระทำดังกล่าวทำให้พระองค์ได้ใจของชาวประชาไปเต็มๆ แต่อีกด้านหนึ่งก็ไปขัดขวางผลประโยชน์ของหลายๆ คน นานวันเข้าจึงมีคนหลายกลุ่มแอบมารวมตัวกันวางแผนการโค่นล้มบังลังก์ขึ้น แต่เื่นี้ก็ยากพอสมควร จะยกกำลังบุ่มบ่ามเข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย ทั้งราษฎรก็จงรักภักดียิ่งนัก ตัวของต้าเทียนฮ่องเต้เองก็มีเก้าไทเฮาคอยช่วยเหลืออีก
อา...แต่ใช่ว่าจะมิมีทาง หากช่วยกันทั้งจากภายนอกและภายใน อย่างไรการใหญ่ก็ต้องสำเร็จ ในเมื่อต้าเทียนฮ่องเต้ไม่ยอมเป็หุ่นเชิดก็หายไปจากบัลลังก์ตลอดกาลเสียเถิด...
“ทูลฝ่าา... กระหม่อมอยากกราบทูลว่าขอพระองค์ผ่อนปรนต่อเหล่าขุนนางบ้างเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ในห้องทรงพระอักษร อัครมหาเสนาบดีจาง ผู้ที่เดิมเป็ที่ปรึกษาส่วนตัวของฮ่องเต้องค์ก่อน เอ่ยเสียงเรียบกับต้าเทียนฮ่องเต้ การที่พระองค์ซื้อใจประชามันก็ดี แต่เหล่าขุนนางพระองค์ก็ต้องสนใจด้วย จะสนแค่เว่ย เหลียง เก้ามิได้
เื่ทุกอย่างระหว่างเป่าซือฮ่องเต้ เตี่ยเต๋อเฟยและเก้าฮองเฮา ตัวเขานั้นรู้เป็อย่างดี เพราะเป่าซือฮ่องเต้มักจะมาปรับทุกข์กับเขาตลอด (แม้จะไม่เชื่อฟังคำแนะนำและคำเตือนเลยก็เถอะ) และถึงเป่าซือฮ่องเต้จะไม่ชอบเก้าฮองเฮา ทำให้พลอยไม่ยอมเข้าใกล้องค์ชายต้าเทียน แต่ใช่ว่าจะไม่เป็ห่วง จึงให้เขาสาบานต่อหน้าพระพักตร์ก่อนจะไปจากวังหลวง ว่าจะช่วยดูแลต้าเทียนฮ่องเต้จนกว่าชีวิตจะหาไม่...
ทว่าฝ่าาคนปัจจุบันก็หาได้ใส่ใจเขาไม่ จริงๆ เเค่เห็นว่าเป็คนของเสด็จพ่อ ต้าเทียนฮ่องเต้ก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว เขามีแค่เสด็จแม่คนเดียวก็พอแล้ว อัครมหาเสนาบดีจางก็ได้แต่ทอดถอนใจ เพราะฮ่องเต้องค์ปัจจุบันไม่ยอมเปิดพระทัยรับฟังตนเลยแม้แต่น้อย
...วันเวลาผ่านเลยไป ในที่สุดพวกกบฎก็ได้เริ่มดำเนินแผนการของพวกเขา โดยหาทางส่งหญิงงามนาม 'ยวี่ไฉ่เสีย' เข้ามาในวัง ยวี่ไฉ่เสียเข้ามาวังหลังครั้งแรกในฐานะไฉเหริน เป็สตรีที่ทั้งงามล่มเมืองและมากไปด้วยสตรีปัญญา ตัวนางนั้นเป็บุตรบุญธรรมที่เตี่ยจินจูเคยอุ้มชูและก็ไปรักใคร่กับบุตรชายขุนนางที่เพิ่งทำผิดแล้วถูกจับตัดหัว (แต่ต้าเทียนฮ่องเต้ในขณะนั้นก็ดันไม่รู้ เพราะประวัติเดิมของนางก็มีคนกลบเกลื่อนให้) ทั้งยังเป็คนที่กล้าพูดแย้งกล้าปฏิเสธฮ่องเต้ ผิดกับสนมคนอื่นที่มักจะโอนอ่อนผ่อนตาม แถมยังกล้าแสดงความคิดเห็นในด้าการบริหารบ้านเมือง
ซึ่งเมื่อต้าเทียนฮ่องเต้นำไปทำตามก็ประสบแต่ผลดี สิ่งนั้นทำให้ต้าเทียนฮ่องเต้สนใจนางมากกว่าใคร และค่อยๆ เลื่อนตำแหน่งให้เรื่อยๆ จนได้เป็สนมเอกยวี่ชงหรง แต่กลับมีอำนาจมากกว่าเว่ยกุ้ยเฟยซะอีก
ฝ่ายเก้าไทเฮา คราแรกที่เห็นก็รู้สึกไม่ถูกชะตาแล้ว แต่ในเมื่อพระโอรสของตนลุ่มหลงซะขนาดนั้น อยู่ๆ จะให้ไปดึงตัวออกมาก็หาใช่เื่ง่ายไม่ จึงทำได้เพียงเตือนให้ระวัง ขนาดพระมารดาเตือนยังไม่ฟัง แล้วมีหรือคนอื่นจะเชื่อ แม้แต่องครักษ์เงาผู้จงรักภักดียังถูกไล่ออกมาให้ยืนรอข้างนอกตำหนักของชงหรงเลย
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เก้าไทเฮาก็ต้องตามเว่ยไทฮองไทเฮาไปปฏิบัติธรรมที่วัดบนเขา พวกกบฎจึงได้ดำเนินการตามแผนทันที
“ชากุ้ยฮวาเพคะ” ยวี่ชงหรงพูดพลางเทน้ำชาในกาลงในจอกสีทองสลักลายัของฮ่องเต้และจอกสีเงินของตนเอง จากนั้นยวี่ชงหรงก็ยกขึ้นดื่ม เมื่อเห็นต้าเทียนฮ่องเต้ยังมีท่าทีลังเล จึงเอ่ยถามขึ้นมา
“เป็อะไรหรือเพคะ? ทรงมิเชื่อใจหม่อมฉันหรือ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น...” ต้าเทียนฮ่องเต้กล่าว แต่คำพูดที่ขัดกับสีหน้าที่แสดงออกมายามเลิกเก็บอารมณ์ เป็ใครก็ล้วนดูออก
“เช่นนั้น...หม่อมฉันขอพระบรมาานุญาตแสดงความจริงใจให้พระองค์เห็นนะเพคะ” เมื่อเห็นต้าเทียนฮ่องเต้พยักหน้า จึงยกจอกของอีกฝ่ายขึ้นดื่มจนหมด เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มียาพิษปนอยู่แต่อย่างใด แล้วรินให้ใหม่
“ชาดีมากเพคะ หากไม่ดื่มพระองค์อย่าทรงเสียใจละกัน” กล่าวจบก็ส่งยิ้มทรงเสน่ห์ไปให้อีกฝ่าย ทำให้ต้าเทียนฮ่องเต้วางใจ จึงยอมดื่มชา
“อื้ม...ชาดีจริงๆ แบบนี้ข้าต้องให้รางวัลเ้าสักหน่อยเเล้ว” พูดจบก็ปรายตามองไปทางยวี่ชงหรง ก่อนจะวางจอกลง แต่ทันใดนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกชาไปทั้งตัว ก่อนจะหงายหลังตกลงจากเก้าอี้ แต่ยวี่ชงหรงก็โผเข้ามารับร่างไว้ทัน ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
“....” ต้าเทียนฮ่องเต้พยายามจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถจะเปล่งเสียงออกมาจากลำคอได้ เมื่อเห็นดังนั้น ยวี่ชงหรงก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความสมใจ เท่านี้ก็ทำให้พระองค์รู้แล้วว่าถูกวางยา
“ชาดีขนาดนั้นเลยหรือเพคะ ดีจนพระองค์ถึงขั้นลงไปนอนหลับบนพื้น” หลังจากเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของต้าเทียนฮ่องเต้ นางก็ทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เอ... พระองค์สงสัยอันใดหรือ ทำไมต้องทำเช่นนี้กับพระองค์...หรือทำไมหม่อมฉันมิเป็อะไร... อืมตอนนี้พวกเราก็ยังพอมีเวลาอยู่หน่อยนึง เช่นนั้นหม่อมฉันจะตอบทีละคำถามนะเพคะ” ก่อนที่ยวี่ชงหรงจะวางร่างของต้าเทียนฮ่องเต้ลงที่พื้น แล้วย่อตัวลงไปนั่งใกล้ๆ
“จริงๆ แล้ว... ในน้ำชาน่ะมีพิษของงูเหยี่ยนจิ้งผสมอยู่น่ะเ้าค่ะ แต่โชคดีที่หม่อมฉันได้อมว่านขจัดพิษไว้ก่อนแล้ว ทำให้ตอนที่ดื่มชาเข้าไป พิษงูจึงทำปฏิกิริยากับว่านชนิดนี้ ที่หม่อมฉันกลืนลงไปจึงมีแต่ชากุ้ยฮวาบริสุทธิ์” แล้วยวี่ชงหรงก็เอ่ยต่อ
“ส่วนที่ว่าทำไมต้องทำเช่นนี้...ก็เพราะพระองค์ทำให้ตัวข้าที่เพิ่งหมั้นหมายกับพี่เยี่ยนได้ไม่ถึงเดือนกลายเป็ม่ายน่ะสิเพคะ หม่อมฉันเฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว หลับให้สบายนะเพคะ” พูดจบก็ส่งยิ้มหวานให้ต้าเทียนฮ่องเต้ ที่พระเนตรกำลังจะปิดลง
พลันก็มีบุรุษสองคนที่มิมีแรงเงยหน้าขึ้นไปดูว่าเป็ใครเดินออกมาจากฉากกั้นด้านหลังของห้องนอนยวี่ชงหรง แต่ยังไม่ทันจะรู้อะไรหลังจากนั้น ต้าเทียนฮ่องเต้ก็ตลงเสียก่อน...
ด้วยประการฉะนี้เอง...
'สรุปตายเพราะติดหญิง' วัชรวีร์พูดหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง จึงถูกตาเฒ่าจิวเอาไม้เท้าฟาดปากอย่างแรง
'อย่าลบหลู่ฝ่าา'
'เอ้า พูดความจริงก็ผิด!' แต่คิดไปคิดมา ต้าเทียนฮ่องเต้นั่นก็ตัวเขาในอดีตนี่หว่า
อืม...มิน่าชาตินี้ตรูถึงได้ช่ำชองเื่สาวๆ นัก