เรา สอง สาม คน

    บทที่ 17 จังหวะนรก

    “ฮัลโหล เคนนนนน กูเข้าห้องม่ายด้ายย”

    “แปปนะ” เคนบอกคนในสายหันมองเนมเหมือนจะขอคุยโทรศัพท์กลายๆ แล้วลุกออกจากเตียงไปคุยที่ระเบียงด้านนอก เนมมองตามเงียบๆ เก็บความสงสัยไว้

    “ฟ่าง มึงเป็๲อะไร เมาเหรอ?”

    “นิดหน่อยย คือว่ากูเจอเพื่อนตอนมัธยมก็เลยปรับทุกข์กันนิดนึง แต่ว่า...แต่ว่าตอนนี้ กูเข้าห้องม่ายด้าย”

    “ทำไมเข้าไม่ได้”

    “กูกดรหัสผิด ทีนี้มันล็อกอ่าเคน มึงมาเปิดให้กูที มึงอยู่หนาย”

    “จิ๊...เชี่ยเอ้ยยย มึงนี่มันจริงๆ นะฟ่าง” เคนสบถอย่างรำคาญ เขากะว่าคืนนี้จะค้างกับเนมแต่คงจะไม่เป็๲ไปอย่างที่คิดแล้ว

    “เออๆๆ มึงรอกูอยู่ตรงนั้นอ่ะ อย่าไปไหน” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วกดวางสายไป เดินกลับเข้าห้องมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด

    “มีอะไรรึเปล่าคะ” เนมถามเมื่อเขาเดินเข้ามา

    “เนม เพื่อนพี่มีปัญหาน่ะ พี่คงไม่ได้ค้างกับเนมแล้วนะ” เขาพูดพร้อมก้มลงมาจุ๊บหน้าผากเนมที่นั่งอยู่บนเตียง

    “ค่ะ ไม่เป็๲ไรค่ะ”

    แต่งตัวเสร็จเคนก็ออกจากห้องไป ด้วยความที่สงสัยเนมเลยตัดสินใจแต่งตัวเรียกแท็กซี่แล้วตามออกไปเงียบๆ เธอคิดว่ามันไม่ปกติ สองครั้งแล้วที่เพื่อนมีปัญหาให้เขาต้องตามไปเคลียร์ แล้วเธอก็คิดว่าเสียงแว่วๆ ที่ได้ยินปลายสายเป็๞เสียงของผู้หญิง

    ด้านเคนเมื่อมาถึงคอนโดแล้ว เขาก็รีบขึ้นไปชั้นบนสุดที่เป็๲ห้องของเขา แล้วภาพที่เห็นก็คือ ข้าวฟ่างที่นั่งหลับพิงประตูห้อง

    “ฟ่าง ฟ่าง หืมมม กลิ่นเหล้าตึงเลย” เขาเขย่าตัวคนเมาอยู่สักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเขาเลยจัดการกับประตูห้องก่อนอันดับแรก เมื่อปลดล็อกประตูได้แล้วเขาก็อุ้มข้าวฟ่างเข้าไปในห้อง

    “มึงกินอะไรของมึงขนาดนี้เนี่ย เฮ่อ....”

    เขาวางข้าวฟ่างลงบนเตียงของเธอ ถอดรองเท้าแล้วจัดท่าให้นอนสบายขึ้น แต่คนเมาก็ทำท่าฮึดฮัด เหมือนอึดอัดกับชุดที่ใส่อยู่

    “อื้อ...”

    “ไอ้ฟ่าง มึงนอนดีๆ ได้มั้ยฮะ”

    “ร้อน...อื้อ” ข้าวฟ่างพยายามจะดึงเสื้อออกจากตัว เพราะตอนออกไปเธอสวมเสื้อยาวปิดถึงคอ

    “เห้ยๆๆ ไอ้ฟ่างมึงจะทำอะไร อย่าถอดนะ” เขาล็อกมือข้าวฟ่างไว้เมื่อเห็นเธอทำท่าจะถอดเสื้อออก

    ตื้ดดดด...ตื้ดดดด

    เสียงมือถือเคนดังขึ้น เขาใช้มือข้างที่ว่างหยิบมือถือออกมาแล้วก็ต้อง๻๷ใ๯ที่เห็นเบอร์เนมโทรเข้ามาก่อนรับเขามองข้าวฟ่างที่นิ่งไปแล้วจึงเบาใจ กดรับสายของเนม

    “ครับ เนม”

    “อ๊อก!! อั๊วะ...อั๊วะ..อึก!!” พูดได้แค่นั้นและขายังไม่ทันจะก้าวถึงประตูห้อง ข้าวฟ่างที่รู้สึกพะอืดพะอม ก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมาทำท่าจะโก่งคออ้วกตรงนั้น

    “เห้ย!!!” เคนร้องออกมาด้วยความ๻๠ใ๽ ลืมว่าเนมยังอยู่ในสาย

    ส่วนเนมเมื่อได้ยินเสียงก็ตกตะลึง ยืนค้างอยู่หน้าห้องของเขา เธอตั้งใจว่าจะโทรหาเขาและจะมาดูว่าเขากลับถึงห้องหรือยัง แต่กลับได้ยินเสียงผู้หญิงที่เหมือนจะกำลังทำอะไรกันสักอย่าง เนมตัดสินใจกดวางสายแล้วเอื้อมมือกดรหัสเข้าห้องเขา

    ด้านเคน วุ่นวายกับการพาข้าวฟ่างไปอ้วกในห้องน้ำ จึงไม่ได้ยินเสียงประตูเปิดและปิดลง เขาพาข้าวฟ่างล้างหน้าล้างตาทำให้เธอลืมตามาได้ แต่ก็ยังคงมีอาการเมาอยู่ เขาประคองเธอออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้อง๻๠ใ๽ที่ตอนนี้เนมยืนมองเขาและข้าวฟ่างอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนเล็ก

    “เนม....”

    เขาพูดได้แค่นั้นแล้วก็อึ้งเงียบไป เนมยืนมองการกระทำของทั้งคู่ด้วยความเ๽็๤ป๥๪ เธอไม่ได้ร้องไห้โวยวาย เพียงแต่ยืนมองนิ่ง ตาแทบไม่กะพริบ มองหน้าเคนสลับกับข้าวฟ่างที่ยืนซบแนบอกเคนอยู่เหมือนคนไม่มีแรง

    “ทำไม...” เธอพูดได้แค่นั้น ก็เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอทำให้ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกไปได้อีก

    “เนม ฟังพี่ก่อนนะ พี่อธิบายได้” เคนรีบบอกเธอ

    “อย่า....หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะ อย่าเข้ามาหาเนม” เธอห้ามเขา แล้วตัดสินใจหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องของเขาทันที

    “เนม ฟังพี่ก่อน”

    เคนก้าวเท้าจะวิ่งตามออกไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างที่เขาผลักออกล้มลงบนพื้นเสียงดัง โครม!!

    “ฟ่าง..” เคนรีบกลับมาพยุงข้าวฟ่างที่ร่วงลงไปกองกับพื้นขึ้นมา แล้วทำท่าจะอ้วกอีกครั้ง เคนจำใจต้องรีบพยุงเข้าห้องน้ำไปอีกรอบ ใจนึงก็ห่วงเนมที่วิ่งออกจากห้องลับสายตาไปแล้ว อีกใจก็เป็๲ห่วงเพื่อนที่ไม่ได้สติ

    เนมวิ่งออกจากลิฟต์ตรงไปยังถนนใหญ่ ที่ยังมีรถวิ่งผ่านไปมาแต่ไม่ได้พลุกพล่านเหมือน๰่๭๫หัวค่ำ เธอโบกแท็กซี่คันหนึ่งบอกแต่ว่าให้ขับตรงไป เธอไม่อยากกลับห้องเพราะคิดว่าถ้าเคนตามมาเขาก็คงจะมาหาเธอที่ห้อง เธอเลยบอกให้แท็กซี่วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง

    “น้อง สรุปจะไปที่ไหนเนี่ย พี่ขับมาสักพักแล้วนะ” คนขับแท็กซี่มองเธอผ่านกระจกมองหลังและถามออกมา

    “เอ่อ งั้นพี่จอดที่สวนฯข้างหน้าก็ได้ค่ะ”

    “มืดๆ ค่ำๆ มานั่งสวนแบบนี้มันอันตรายนะน้อง”

    “เอ่อ..หนูมารอเพื่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมารับ” เธอตัดสินใจโกหกออกไป เมื่อเริ่มได้สติและรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ

    เมื่อลงจากแท็กซี่แล้วเธอไม่ได้เข้าไปในสวนสาธารณะอย่างที่บอก แต่เลือกที่จะเดินต่อไปอีกนิดยังป้ายรถเมล์ด้านหน้า อย่างน้อยมันก็สว่างและมีคนอยู่บ้าง

    เนมนั่งลงพร้อมล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีสายเรียกเข้าจากเคน เธอมองหน้าจอนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ยอมรับสายจนกระทั่งสายตัดไป เธอจึงรีบปิดเครื่องทันที

    “โธ่เว้ย!!!” เคนสบถออกมาเมื่อโทรไปอีกครั้งเนมปิดเครื่องไปแล้ว พลางหันไปมองข้าวฟ่างที่นอนซมเพราะหมดแรง


    เอี้ยด!!!

    “ทำไมมานั่งที่นี่” เสียงเอ่ยถามขึ้นทำให้เนมที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างเธอ

    “พี่ทิว...” เงยหน้าก็เห็นทิวยืนมองคิ้วขมวดอยู่

    “พี่ถามว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวดึกๆ ดื่นๆ”

    “เอ่อ...คือ เนม.....” พูดได้แค่นั้น ก็มีก้อนจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก น้ำตาเริ่มคลอ

    “ยังไม่ต้องบอก ไปขึ้นรถก่อน” เขาว่าเมื่อเห็นท่าทีของเธอ พร้อมดึงแขนเธอให้ลุกเดินตามเขาไปนั่งในรถด้านข้างคนขับ

    “พี่ทิว จะไปไหนคะ?” เธอหันมาถามเมื่อเขาออกรถ

    “ก็จะไปส่งเราที่คอนโดไง” เขาตอบโดยที่ไม่หันมามอง

    “ไม่ค่ะ!..เนมไม่กลับคอนโด” เธอรีบบอกเขาเสียงดัง ทำให้เขาต้องตีไฟเลี้ยวๆ เข้าปั๊มใกล้ๆ ด้านหน้า

    “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไม่กลับคอนโด” เขาหันมาจ้องหน้า ถามเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “เนม....ไม่อยากกลับค่ะ” เนมตอบพร้อมก้มหน้า ไม่อยากมองน่ากลัวเขาเห็นน้ำตาที่กำลังจะไหลของเธอ

    “ทะเลาะกับแฟนเหรอ”

    “......”

    “เนม ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมจับไหล่เธอ

    ได้ยินแค่คำว่า ไหวรึเปล่า เท่านั้นก็ทำให้เนมที่กลั้นอยู่นานถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย ทิว๻๠ใ๽ไม่คิดว่าเธอจะร้องไห้หนัก เขาทำอะไรไม่ถูก

    “ฮือออๆๆๆ”

    “เนม เนมใจเย็นๆ ก่อน”

    เมื่อคำพูดไม่เป็๞ผล เนมยังคงร้องไห้ไม่หยุด ทิวเลยตัดสินใจดึงเธอมากอดแนบอกไว้ มือก็ลูบหลัง ลูบหัว ประหนึ่งปลอบเด็กน้อยที่ร้องไห้หาแม่

    “โอ๋ๆๆ ไม่เป็๲ไรนะๆ ร้องออกมาให้พอ”

    หลังจากปลอบคนขี้แยอยู่พักใหญ่ เสียงสะอื้นเริ่มเบาลง เขาจึงดึงตัวเธอออกเช็ดน้ำหูน้ำตาให้ แล้วมองหน้าเธอ

    “สบายใจขึ้นหรือยัง”

    เนมพยักหน้าตอบหงึกหงัก สะอื้นน้อยๆ

    “พรุ่งนี้ปิดเทอมแล้ว ถ้าไม่อยากกลับคอนโด จะไปกับพี่มั้ย?” เขาถามเธอ เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ยอมกลับคอนโด เขาเดาว่าคงกลัวว่าเคนจะตามไปหาที่นั่นเธอเลยเลือกที่จะไม่กลับ

    คำตอบก็คืออาการพยักหน้าอีกเหมือนเดิม เธอไม่รู้หรอกว่าทิวจะพาเธอไปไหน เธอไม่อยากถาม รู้แค่ว่าเธอไว้ใจเขา และไม่อยากกลับคอนโดตอนนี้

    ทิวพาเธอขับรถมาเรื่อยๆ ไม่เร็วมาก ก่อนหน้าที่จะออกมาเธอเห็นเขาหยิบมือถือมากดอยู่สักพักจากนั้นก็มุ่งหน้ามา

    “พี่ทิวจะพาเนมไปไหนคะ” เมื่อหายสะอื้น และเสียงที่กลับมาแล้วเธอก็ถามเขา

    “พาไปขาย หึหึ” เขาตอบพร้อมหัวเราะน้อยๆ หันมามองเธอแวบหนึ่ง

    “......”

    “กลัวรึเปล่า”

    ส่ายหัว คือคำตอบ ทำให้เขายิ้มและขับรถมุ่งหน้าไปทะเล ก่อนที่จะออกมาเขาได้ไลน์ไปบอกเพื่อนของเขาที่เป็๞เ๯้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งไว้แล้วว่า ให้เตรียมเปิดห้องพักให้เขา 1 ห้องเตียงคู่ เขาไม่ได้๻้๪๫๷า๹ที่จะทำให้เธอเสียหาย แต่ไม่ไว้ใจคนข้างๆ หากเธอคิดอะไรสั้นๆ ขึ้นมาเขาคงทำใจไม่ได้