“ฮัลโหล เคนนนนน กูเข้าห้องม่ายด้ายย”
“แปปนะ” เคนบอกคนในสายหันมองเนมเหมือนจะขอคุยโทรศัพท์กลายๆ แล้วลุกออกจากเตียงไปคุยที่ระเบียงด้านนอก เนมมองตามเงียบๆ เก็บความสงสัยไว้
“ฟ่าง มึงเป็อะไร เมาเหรอ?”
“นิดหน่อยย คือว่ากูเจอเพื่อนตอนมัธยมก็เลยปรับทุกข์กันนิดนึง แต่ว่า...แต่ว่าตอนนี้ กูเข้าห้องม่ายด้าย”
“ทำไมเข้าไม่ได้”
“กูกดรหัสผิด ทีนี้มันล็อกอ่าเคน มึงมาเปิดให้กูที มึงอยู่หนาย”
“จิ๊...เชี่ยเอ้ยยย มึงนี่มันจริงๆ นะฟ่าง” เคนสบถอย่างรำคาญ เขากะว่าคืนนี้จะค้างกับเนมแต่คงจะไม่เป็ไปอย่างที่คิดแล้ว
“เออๆๆ มึงรอกูอยู่ตรงนั้นอ่ะ อย่าไปไหน” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วกดวางสายไป เดินกลับเข้าห้องมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“มีอะไรรึเปล่าคะ” เนมถามเมื่อเขาเดินเข้ามา
“เนม เพื่อนพี่มีปัญหาน่ะ พี่คงไม่ได้ค้างกับเนมแล้วนะ” เขาพูดพร้อมก้มลงมาจุ๊บหน้าผากเนมที่นั่งอยู่บนเตียง
“ค่ะ ไม่เป็ไรค่ะ”
แต่งตัวเสร็จเคนก็ออกจากห้องไป ด้วยความที่สงสัยเนมเลยตัดสินใจแต่งตัวเรียกแท็กซี่แล้วตามออกไปเงียบๆ เธอคิดว่ามันไม่ปกติ สองครั้งแล้วที่เพื่อนมีปัญหาให้เขาต้องตามไปเคลียร์ แล้วเธอก็คิดว่าเสียงแว่วๆ ที่ได้ยินปลายสายเป็เสียงของผู้หญิง
ด้านเคนเมื่อมาถึงคอนโดแล้ว เขาก็รีบขึ้นไปชั้นบนสุดที่เป็ห้องของเขา แล้วภาพที่เห็นก็คือ ข้าวฟ่างที่นั่งหลับพิงประตูห้อง
“ฟ่าง ฟ่าง หืมมม กลิ่นเหล้าตึงเลย” เขาเขย่าตัวคนเมาอยู่สักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเขาเลยจัดการกับประตูห้องก่อนอันดับแรก เมื่อปลดล็อกประตูได้แล้วเขาก็อุ้มข้าวฟ่างเข้าไปในห้อง
“มึงกินอะไรของมึงขนาดนี้เนี่ย เฮ่อ....”
เขาวางข้าวฟ่างลงบนเตียงของเธอ ถอดรองเท้าแล้วจัดท่าให้นอนสบายขึ้น แต่คนเมาก็ทำท่าฮึดฮัด เหมือนอึดอัดกับชุดที่ใส่อยู่
“อื้อ...”
“ไอ้ฟ่าง มึงนอนดีๆ ได้มั้ยฮะ”
“ร้อน...อื้อ” ข้าวฟ่างพยายามจะดึงเสื้อออกจากตัว เพราะตอนออกไปเธอสวมเสื้อยาวปิดถึงคอ
“เห้ยๆๆ ไอ้ฟ่างมึงจะทำอะไร อย่าถอดนะ” เขาล็อกมือข้าวฟ่างไว้เมื่อเห็นเธอทำท่าจะถอดเสื้อออก
ตื้ดดดด...ตื้ดดดด
เสียงมือถือเคนดังขึ้น เขาใช้มือข้างที่ว่างหยิบมือถือออกมาแล้วก็ต้องใที่เห็นเบอร์เนมโทรเข้ามาก่อนรับเขามองข้าวฟ่างที่นิ่งไปแล้วจึงเบาใจ กดรับสายของเนม
“ครับ เนม”
“อ๊อก!! อั๊วะ...อั๊วะ..อึก!!” พูดได้แค่นั้นและขายังไม่ทันจะก้าวถึงประตูห้อง ข้าวฟ่างที่รู้สึกพะอืดพะอม ก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมาทำท่าจะโก่งคออ้วกตรงนั้น
“เห้ย!!!” เคนร้องออกมาด้วยความใ ลืมว่าเนมยังอยู่ในสาย
ส่วนเนมเมื่อได้ยินเสียงก็ตกตะลึง ยืนค้างอยู่หน้าห้องของเขา เธอตั้งใจว่าจะโทรหาเขาและจะมาดูว่าเขากลับถึงห้องหรือยัง แต่กลับได้ยินเสียงผู้หญิงที่เหมือนจะกำลังทำอะไรกันสักอย่าง เนมตัดสินใจกดวางสายแล้วเอื้อมมือกดรหัสเข้าห้องเขา
ด้านเคน วุ่นวายกับการพาข้าวฟ่างไปอ้วกในห้องน้ำ จึงไม่ได้ยินเสียงประตูเปิดและปิดลง เขาพาข้าวฟ่างล้างหน้าล้างตาทำให้เธอลืมตามาได้ แต่ก็ยังคงมีอาการเมาอยู่ เขาประคองเธอออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้องใที่ตอนนี้เนมยืนมองเขาและข้าวฟ่างอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนเล็ก
“เนม....”
เขาพูดได้แค่นั้นแล้วก็อึ้งเงียบไป เนมยืนมองการกระทำของทั้งคู่ด้วยความเ็ป เธอไม่ได้ร้องไห้โวยวาย เพียงแต่ยืนมองนิ่ง ตาแทบไม่กะพริบ มองหน้าเคนสลับกับข้าวฟ่างที่ยืนซบแนบอกเคนอยู่เหมือนคนไม่มีแรง
“ทำไม...” เธอพูดได้แค่นั้น ก็เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอทำให้ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกไปได้อีก
“เนม ฟังพี่ก่อนนะ พี่อธิบายได้” เคนรีบบอกเธอ
“อย่า....หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะ อย่าเข้ามาหาเนม” เธอห้ามเขา แล้วตัดสินใจหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องของเขาทันที
“เนม ฟังพี่ก่อน”
เคนก้าวเท้าจะวิ่งตามออกไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อร่างที่เขาผลักออกล้มลงบนพื้นเสียงดัง โครม!!
“ฟ่าง..” เคนรีบกลับมาพยุงข้าวฟ่างที่ร่วงลงไปกองกับพื้นขึ้นมา แล้วทำท่าจะอ้วกอีกครั้ง เคนจำใจต้องรีบพยุงเข้าห้องน้ำไปอีกรอบ ใจนึงก็ห่วงเนมที่วิ่งออกจากห้องลับสายตาไปแล้ว อีกใจก็เป็ห่วงเพื่อนที่ไม่ได้สติ
เนมวิ่งออกจากลิฟต์ตรงไปยังถนนใหญ่ ที่ยังมีรถวิ่งผ่านไปมาแต่ไม่ได้พลุกพล่านเหมือน่หัวค่ำ เธอโบกแท็กซี่คันหนึ่งบอกแต่ว่าให้ขับตรงไป เธอไม่อยากกลับห้องเพราะคิดว่าถ้าเคนตามมาเขาก็คงจะมาหาเธอที่ห้อง เธอเลยบอกให้แท็กซี่วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง
“น้อง สรุปจะไปที่ไหนเนี่ย พี่ขับมาสักพักแล้วนะ” คนขับแท็กซี่มองเธอผ่านกระจกมองหลังและถามออกมา
“เอ่อ งั้นพี่จอดที่สวนฯข้างหน้าก็ได้ค่ะ”
“มืดๆ ค่ำๆ มานั่งสวนแบบนี้มันอันตรายนะน้อง”
“เอ่อ..หนูมารอเพื่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวเพื่อนมารับ” เธอตัดสินใจโกหกออกไป เมื่อเริ่มได้สติและรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ
เมื่อลงจากแท็กซี่แล้วเธอไม่ได้เข้าไปในสวนสาธารณะอย่างที่บอก แต่เลือกที่จะเดินต่อไปอีกนิดยังป้ายรถเมล์ด้านหน้า อย่างน้อยมันก็สว่างและมีคนอยู่บ้าง
เนมนั่งลงพร้อมล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋า ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีสายเรียกเข้าจากเคน เธอมองหน้าจอนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ยอมรับสายจนกระทั่งสายตัดไป เธอจึงรีบปิดเครื่องทันที
“โธ่เว้ย!!!” เคนสบถออกมาเมื่อโทรไปอีกครั้งเนมปิดเครื่องไปแล้ว พลางหันไปมองข้าวฟ่างที่นอนซมเพราะหมดแรง
เอี้ยด!!!
“ทำไมมานั่งที่นี่” เสียงเอ่ยถามขึ้นทำให้เนมที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างเธอ
“พี่ทิว...” เงยหน้าก็เห็นทิวยืนมองคิ้วขมวดอยู่
“พี่ถามว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวดึกๆ ดื่นๆ”
“เอ่อ...คือ เนม.....” พูดได้แค่นั้น ก็มีก้อนจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก น้ำตาเริ่มคลอ
“ยังไม่ต้องบอก ไปขึ้นรถก่อน” เขาว่าเมื่อเห็นท่าทีของเธอ พร้อมดึงแขนเธอให้ลุกเดินตามเขาไปนั่งในรถด้านข้างคนขับ
“พี่ทิว จะไปไหนคะ?” เธอหันมาถามเมื่อเขาออกรถ
“ก็จะไปส่งเราที่คอนโดไง” เขาตอบโดยที่ไม่หันมามอง
“ไม่ค่ะ!..เนมไม่กลับคอนโด” เธอรีบบอกเขาเสียงดัง ทำให้เขาต้องตีไฟเลี้ยวๆ เข้าปั๊มใกล้ๆ ด้านหน้า
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไม่กลับคอนโด” เขาหันมาจ้องหน้า ถามเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เนม....ไม่อยากกลับค่ะ” เนมตอบพร้อมก้มหน้า ไม่อยากมองน่ากลัวเขาเห็นน้ำตาที่กำลังจะไหลของเธอ
“ทะเลาะกับแฟนเหรอ”
“......”
“เนม ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมจับไหล่เธอ
ได้ยินแค่คำว่า ไหวรึเปล่า เท่านั้นก็ทำให้เนมที่กลั้นอยู่นานถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย ทิวใไม่คิดว่าเธอจะร้องไห้หนัก เขาทำอะไรไม่ถูก
“ฮือออๆๆๆ”
“เนม เนมใจเย็นๆ ก่อน”
เมื่อคำพูดไม่เป็ผล เนมยังคงร้องไห้ไม่หยุด ทิวเลยตัดสินใจดึงเธอมากอดแนบอกไว้ มือก็ลูบหลัง ลูบหัว ประหนึ่งปลอบเด็กน้อยที่ร้องไห้หาแม่
“โอ๋ๆๆ ไม่เป็ไรนะๆ ร้องออกมาให้พอ”
หลังจากปลอบคนขี้แยอยู่พักใหญ่ เสียงสะอื้นเริ่มเบาลง เขาจึงดึงตัวเธอออกเช็ดน้ำหูน้ำตาให้ แล้วมองหน้าเธอ
“สบายใจขึ้นหรือยัง”
เนมพยักหน้าตอบหงึกหงัก สะอื้นน้อยๆ
“พรุ่งนี้ปิดเทอมแล้ว ถ้าไม่อยากกลับคอนโด จะไปกับพี่มั้ย?” เขาถามเธอ เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ยอมกลับคอนโด เขาเดาว่าคงกลัวว่าเคนจะตามไปหาที่นั่นเธอเลยเลือกที่จะไม่กลับ
คำตอบก็คืออาการพยักหน้าอีกเหมือนเดิม เธอไม่รู้หรอกว่าทิวจะพาเธอไปไหน เธอไม่อยากถาม รู้แค่ว่าเธอไว้ใจเขา และไม่อยากกลับคอนโดตอนนี้
ทิวพาเธอขับรถมาเรื่อยๆ ไม่เร็วมาก ก่อนหน้าที่จะออกมาเธอเห็นเขาหยิบมือถือมากดอยู่สักพักจากนั้นก็มุ่งหน้ามา
“พี่ทิวจะพาเนมไปไหนคะ” เมื่อหายสะอื้น และเสียงที่กลับมาแล้วเธอก็ถามเขา
“พาไปขาย หึหึ” เขาตอบพร้อมหัวเราะน้อยๆ หันมามองเธอแวบหนึ่ง
“......”
“กลัวรึเปล่า”
ส่ายหัว คือคำตอบ ทำให้เขายิ้มและขับรถมุ่งหน้าไปทะเล ก่อนที่จะออกมาเขาได้ไลน์ไปบอกเพื่อนของเขาที่เป็เ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งไว้แล้วว่า ให้เตรียมเปิดห้องพักให้เขา 1 ห้องเตียงคู่ เขาไม่ได้้าที่จะทำให้เธอเสียหาย แต่ไม่ไว้ใจคนข้างๆ หากเธอคิดอะไรสั้นๆ ขึ้นมาเขาคงทำใจไม่ได้