เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 48 หนึ่งเด็กหญิงหนึ่งสตรี

            บทที่48 

            หนึ่งเด็กหญิงหนึ่งสตรี

            กลิ่นกายที่คุ้นเคยหนิงหนิงในอ้อมแขนของไป๋เฟิ่งยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุณเคยจากร่างของสตรีผู้นี้พริบตาหนึ่งน่ามองเห็นภาพของมารดาทับซ้อนเข้ากับร่างของสตรีผู้นี้ ทำการอุทานออกมา“ ท่านแม่.. ” 

            ไป๋เฟิ่งก่อนหน้านี้ปรากฏกายออกมานางควบมาเข้ามาอย่างรวดเร็วไล่ตามขบวนของพวกมันทันมองเห็นว่าเด็กผู้นี้กำลังจะโดนแส้ม้าเฆี่ยนตีนางยกธนูขึ้นมาแล้วก็ยิงปักหน้าอกของมันสังหารคนผู้นั้นในทันทีและก็ควบมาเข้ามาช่วยนางอย่างรวดเร็ว 

            ไป๋เฟิ่งนางใช้มือข้างซ้ายในการควบม้าและก็โอบร่างของเด็กหญิงผู้ที่ผ่านเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้เอาไว้ภายในอ้อมแขนข้างซ้ายขณะเดียวกันบริเวณมือข้างขวาก็ถือกระบี่ของตนเองเอาไว้แน่นพุ่งทะยานไปด้านหน้าใช้กระบี่ภายในมือฟาดฟันเข้าร่างของศัตรูนับไม่ถ้วน

            ไป๋เฟิ่งบุกทะลวงอย่างเกรี้ยวกราดไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยในขณะที่ร่างกายของนางกำลังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอาชาสีดำพุ่งทะยานราวกับลูกธนูกระบี่ภายในมือสังหารคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

            ไม่ว่าผู้ใดที่ขวางหน้าของนางหนึ่งกระบี่สามารถตัดคอพวกมันได้ทั้งหมดทำการสังหารศัตรูมากมายด้วยกระบี่ของตนเองโลหิตกระเด็นติดหน้าแต่ว่าบนใบหน้าอันงดงามของนางก็เต็มไปด้วยความเย็นช้า

            ไป๋เฟิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมากับการสังหารคนพวกนี้แล้วบุกทะลวงเข้าไป 

            กองทัพที่ติดตามมาด้วยประมาณ200 นายพุ่งเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วพวกมันพุ่งตรงเข้าปะทะกับกองทหารของอ๋องหลัน 

            ในตอนนี้เกิดการปะทะกันที่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มเป็นการปะทะที่ดุเดือดกองกำลังทั้งสองฝ่ายมีจำนวนคนที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนักเลยสามารถปะทะกันได้อย่างสูสี

            ไป๋เฟิ่งยังคงสังหารศัตรูอย่างต่อเนื่องในตอนนี้นางมีเด็กน้อยอยู่ภายในอ้อมแขนแต่ว่ามันไม่ได้ลดทอนฝีมือของนางลงไปเลยสักนิดกระบี่ภายในมือยังคงเฉียบคมเช่นเดิม

            “ อ๊าก!!!! ”  

            “ อ๊าก!!! ” เสียงร้องของเหล่าทหารมากมายดังขึ้นผู้ที่ทำการส่งเสียงร้องออกมามันก็คือทหารของอ๋องหลันพวกมันโดนกระบี่ตัดเข้าไปที่คอส่งเสียงร้องวาระสุดท้ายก่อนที่จะล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นในที่สุด

            เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นหลังจากที่เข้ามาสู่สมรภูมิรบไป๋เฟิ่งกำลังพุ่งทะยานไปด้านหน้าสังหารชีวิตของทหารมากมายนับดูแล้วคงจะมากกว่าสิบชีวิตอย่างแน่นอนที่กระบี่ของนางได้ดื่มเลือดไปแล้ว

            อาชาสีดำที่บนหลังของมันมีร่างของสตรีที่ห้าวหาญยังคงพุ่งตรงไปอย่างต่อเนื่องเป้าหมายของนางยังคงไม่จางหายนั่นก็คืออ๋องหลันที่อยู่บริเวณด้านหลังสุดของพวกมัน 

            แต่ว่าการที่จะเคลื่อนที่ไปด้านหน้ามันก็ยากยิ่งนักทหารของฝั่งอ๋องหลันเขาปิดกั้นราวกับว่ากำแพงที่นั่นหนา

            มันทำการปิดกั้นเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อขัดขวางไม่ให้นางเข้าไปถึงตัวของผู้เป็นนายพวกมัน

            อ๋องหลันที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังมันแสดงท่าทางและใบหน้าที่หวาดกลัวมันไม่คิดว่านางจะไล่ตามมันมาได้ทันจริงๆ 

            ตอนนี้สามารถประจักษ์ได้เห็นแก่ตายแล้วว่าฝีมือของสตรีผู้นี้เก่งกาจเพียงใดกระบี่ของนางรำกับว่าเป็นกระบี่แห่งความ

            ไป๋เฟิ่งเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วบริเวณด้านหน้าทหารสองนายที่นั่งอยู่บนอาชาสีน้ำตาลยืนตระหง่านรอรับนาง 

            ภายในมือข้างขวาของพวกมันถือทวนขนาดใหญ่เอาไว้ลองดูแล้วน่าจะเป็นอาวุธที่ไม่ธรรมดามองดูฝีมือของพวกมันแล้วท่าทางของพวกมันเองก็ไม่ธรรมดาด้วยเช่นเดียวกัน

            ไป๋เฟิ่งขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันจ้องมองไปที่คนทั้งสอง 

            ทหารสองผู้นั้นเตรียมการโจมตีมาที่นางพวกมันยกทวนของตนเองขึ้นในขณะเดียวกันลมปราณก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งทวน 

            ไป๋เฟิ่งสัมผัสได้ถึงลมปราณที่แข็งแกร่งพูดออกมาหลังจากที่มองด้วยสายตาว่า“ ยอดฝีมือขั้นที่สาม สองคน ”

            ใช่แล้วผู้ที่อยู่ด้านหน้าทหารสองผู้นั้นเป็นยอดฝีมือที่ฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายพวกมันเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธลมปราณภายในร่างกายอยู่ในระดับสามซึ่งถือว่าเป็นระดับที่แข็งแกร่งก็ลองเปรียบเทียบกับตำแหน่งภายในกองทัพคนสองผู้นี้น่าจะมีความสามารถที่เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับแม่ทัพเลย 

            ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นยอดฝีมือขั้นสามสนามก็ไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยแสดงใบหน้าที่เรียบเฉย

            อาชาสีดำที่กำลังเคลื่อนที่ตรงไปด้านหน้าเพิ่มความเร็วมากขึ้นอีกระดับพุ่งทะยานเข้าไปหาพวกมัน

            ยอดฝีมือสองคู่นั้นราวกับว่าเป็นกำแพงสูงใหญ่ทวนภายในมือของพวกมันเริ่มทำการเหวี่ยงไปมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างของสตรีผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสนจะบอบบางภายในมือของพวกมันพร้อมจะบดขยี้

            พวกมันทั้งสองได้ยินชื่อของแม่ทัพผู้นี้มานานไม่เคยประจักษ์ความสามารถแกะตา 

            ภายในใจของพวกมันทั้งสองที่มั่นใจในพลังของตนเองรู้สึกกังขาภายในใจมาโดยตลอดพวกมันทั้งสองได้ยินว่าสตรีเพียงคนเดียวที่อยู่เหนือบุรุษเกือบจะทั้งแผ่นดินก็คือไป๋เฟิ่ง 

            แต่ในวันนี้มองเห็นด้วยสายตาร่างกายที่เหมือนกับสตรีธรรมดาทั่วไปแสนจะบอบบางมีเพียงแค่ท่าทางที่นั่งอยู่บนหลังม้า 

            พวกมันไม่รู้สึกเองกลัวเลยสักนิดแต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งรู้สึกอยากจะบดขยี้นางมาขึ้นไปอีกเพื่อให้ทั่วทั้งแผ่นดินประจักษ์และก็ล่วงรู้ถึงความสามารถของพวกมัน

            ตอนนี้ทั่วทั้งแผ่นดินต่างยกย่องนางถ้ามีคนสังหารนางได้คงจะถูกยกย่องเหมือนกันว่าเป็นยอดฝีมือ

            เพราะแบบนั้นทวนภายในมือของพวกมันเตรียมพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

            ไป๋เฟิ่งควบอาชาเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวเมื่อถึงระยะนึงศัตรูทั้ง 2 ที่อยู่ด้านหน้าทวนภายในมือของมันย่อมมีระยะการโจมตีที่ต่ำกว่ากระบี่ของนาง

            พวกมันทำการตวัดการโจมตีมาด้านหน้าอย่างรวดเร็วทวนทั้งสองเล่มพุ่งตรงมาจากท้องนภาราวกับว่าเป็นเส้นแสง 

            มันเป็นทวนที่ถูกเหวี่ยงลงมาในแนวดิ่งแสงและลมปราณอันมหาศาลเอาไว้พร้อมจะบดขยี้ผู้ที่อยู่ด้านหน้า

            หนิงหนิงที่อยู่ภายในอ้อมแขนแสดงท่าทางหวาดกลัวนางจับร่างของไป๋เฟิ่งแน่นแล้วก็ส่งเสียงออกมาอย่างหวาดกลัว “ ท่านแม่!!! ”

            ดวงตาทั้งสองข้างของเด็กน้อยพับปิดลงชั่วขณะในขณะที่การโจมตีด้านหน้าพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว 

            ตรึง!!!!เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสนามรบบนพื้นที่ราบลุ่มที่กว้างขวาง 

            มันคือการปะทะของลมปราณที่แข็งแกร่งบุรุษทั้ง 2 ที่มีร่างกายใหญ่โตด้านหน้าที่เป็นผู้ปล่อยการโจมตีออกมาพวกมันแสดงท่าทางตกใจ 

            เพราะว่าในตอนนี้การโจมตีของพวกมันที่ปล่อยออกไปมันถูกหยุดเอาไว้ได้ทวนทั้งสองที่ถูกตวัดไปด้านหน้าอย่างรุนแรงและเต็มกำลังมันได้ถูกหยุดเอาไว้ด้วยการใช้กระบี่เพียงแค่เล่มเดียว

            ไป๋เฟิ่งกระบี่ภายในมือของนางขึ้นมาการถือจับกระบี่เพียงมือเดียวนั่นคือมือขวานางยกกระบี่ของตนเองขึ้นมาเป็นแนวนอนตั้งรับการโจมตีในแนวดิ่งด้านหน้า

            ปลายทวนนั้นแหลมคมปะทะลงที่คมกระบี่พวกมันหยุดนิ่งไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยในขณะเดียวกันอาชาสีดำร่างกายของมันก็ไม่สะทกสะเทือน 

            ไป๋เฟิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าอันใดออกมาเรียกได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของนางนิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์

            ขณะเดียวกันกระบี่ของนางมันเองก็ไม่สะทกสะท้านด้วยเช่นเดียวกันเหมือนกับผู้ที่เป็นเจ้าของ 

            พวกมันนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่มองเห็นว่าการโจมตีของตนเองไร้ผลภายในหัวของพวกมันเต็มไปด้วยคำถาม 

            เป็นเพราะว่าการโจมตีของพวกมันทั้งสองคนถ้าประสานกันแล้วการโจมตีนี้แม้แต่ขุนพลสึกร่างกายใหญ่โตยังไม่สามารถต้านทานได้

            นางเป็นสตรีที่มีร่างกายผอมบางเหตุใดแขนที่เล็กเรียวเช่นนั้นถึงมีพละกำลังมากมายขนาดสามารถรับการโจมตีของมันได้โดยไม่สะทกสะเทือน

            ไป๋เฟิ่งทำการสะบัดมือข้างซ้ายสั่งการให้ม้าศึกของตนเองทำการพุ่งทะยานไปด้านหน้า

            อาชาสีดำร่างกายกำยำทำการพยศอย่างรวดเร็วมันยกขาหน้าทั้งสองข้างของตนเองขึ้น 

            ร่างกายของมันยกขึ้นกระบี่ภายในมือของนางเองก็ตวัดไปด้านหน้าตอบโต้การโจมตีกลับไป 

            ขณะเดียวกันร่างของทั้งสองด้านหน้าอย่างรวดเร็วอาชาที่ยกขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นเมื่อขาหน้าทั้งสองของมันลงสัมผัสกับพื้นพุ่งทะยานไปด้านหน้าตามคำสั่ง

            พละกำลังของเจ้าอาชาตอนนี้ถือได้ว่าเป็นม้าปีศาจอย่างแท้จริงมันเคลื่อนที่ราวกับว่าเป็นสายลมสีดำพุ่งทะยานเข้าหาร่างของทั้งสองที่อยู่ด้านหน้า

            เมื่อเข้าไปใกล้ร่างของมันสองขุนพลผู้นั้นถือทวนที่เป็นการโจมตีระยะกลางไม่สามารถตอบโต้อันใดกระบี่ที่มาประชิดตัวได้

            พวกมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจไป๋เฟิ่งไม่ปล่อยโอกาสกระบี่ภายในมือของนางตวัดอย่างรวดเร็วสังหารคนสองผู้นั้นได้อย่างง่ายดาย

            ฉึบ!!!ฉับ!!! กระบี่ที่เฉียบคมฟันเข้าที่คอของพวกมัน ยอดฝีมือระดับสามสิ้นใจตายบนหลังม้า 

            แม้พวกมันทั้งสองจะถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถในยุทธภพแต่กำลังของพวกมันก็ไม่สามารถต้านทานคนที่ฝึกฝนวรยุทธและมีลมปราณระดับขั้นหนึ่งเช่นนางได้

            แน่นอนว่าฝึกฝนวรยุทธ์มีกี่ระดับความแข็งแกร่งที่สามารถวัดกันได้ด้วยสามอย่างลมปราณ วรยุทธ และก็สติปัญญา 

            ไป๋เฟิ่งเป็นคนที่มีความสามารถทั้งสามอย่างอยู่ในระดับสูงคนสองผู้นี้ไม่มีทางจะเป็นคู่ต่อสู้ให้นางได้อย่างแน่นอน

            ไป๋เฟิ่งหลังจากที่สังหารขุนพลทั้งสองได้แล้วพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วนางพุ่งหาอ๋องหลัน แต่ในขณะนั้นเองรอบกายของนางก็ถูกล้อมรอบด้วยอาชาประมาณสิบตัวพวกมันเข้ามาประชิดพร้อมกับใช้กระบี่พุ่งเข้ามาโจมตีนางรวดเดียว 

            กระบี่ทั้งสิบเล่มพุ่งเข้ามาในคราวเดียวไป๋เฟิ่งเตรียมการตั้งรับกระบี่ของนางยกขึ้นมาอย่างรวดเร็วถ้าเป็นการต่อสู้ตรงบริเวณพื้นนางคงจะสามารถรับอย่างง่ายดายและพวกมันก็ไม่มีทางทำอันใดนางได้

            ในตอนนี้เป็นการต่อสู้บนหลังม้าอีกทั้งยังมีร่างของเด็กน้อยผู้นี้อยู่ภายในอ้อมแขน 

            ไป๋เฟิ่งตวัดกระบี่ของตนเองต้านทานการโจมตีได้แปดเล่มหนึ่งเล่มพุ่งตรงเข้ามาด้านหน้าอย่างรวดเร็วนางมองเห็นว่ามันจะพุ่งตรงเข้ามาโดนเด็กน้อยที่อยู่บริเวณอกของนางไป๋เฟิ่งยกแขนข้างซ้ายของตนเองขึ้นทำให้กระบี่นั้นทิ่มเข้ามาที่บริเวณแขนของตน

            ฉึก!!!ไป๋เฟิ่งกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดเลือดสีแดงกระเด็นออกมาจากบาดแผลบริเวณแขนข้างซ้ายที่เข้ามารับกระบี่แทนหนิงหนิง 

            หนิงหนิงมองเห็นโลหิตสีแดงที่กระเด็นอยู่ตรงใบหน้าของตนดวงตาทั้งสองข้างของนางเบิกกว้างขึ้นนึกย้อนถึงภาพวันที่มารดาจากไปมันกระตุ้นบาดแผลในอดีตที่เลวร้าย

            ในขณะเดียวกันก็มีอีกหนึ่งเล่มที่เหลืออยู่พุ่งตรงเข้ามาอีกครั้งหวังจะทำการโจมตีเข้ามาที่นางอีกครั้ง 

            คราวนี้ไม่ได้เล็งโจมตีไปที่เด็กน้อยบริเวณด้านหน้าของไป๋เฟิ่งแต่ว่ากระบี่เล่มนี้เล็งตรงไปที่นางโดยตรง 

            ไป๋เฟิ่งเพิ่งโดนไปหนึ่งกระบี่บาดเจ็บเล็กน้อยแต่มันทำให้นางสูญเสียจังหวะในขณะที่การโจมตีกำลังพุ่งตรงเข้ามากระบี่ภายในมือข้างขวาเคลื่อนที่ไม่ทัน 

            ลองดูจากระยะคงจะทิ่มเข้ามาที่ร่างกายของนางอย่างแน่นอนแต่ในขณะนั้น 

            ฉึก!!!!โลหิตสีแดงกระเด็นออกมาเป็นจำนวนมากไป๋เฟิ่งตาทั้งสองข้างเบิกกว้างร่างของเด็กน้อยที่นางช่วยไว้ยกร่างกายขึ้นมาแล้วก็อกรัดนางเอาไว้ทำให้กระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามาที่มันควรจะโดนร่างกายของนางแทงเข้าไปบริเวณแผ่นหลังของหนิงหนิง 

            “ ท่านแม่.. ”หนิงหนิงส่งเสียงอย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนแรงจากร่างกายที่โดนพิษบาดแผลของกระบี่ทิ่มแทงเข้าไปบริเวณกลางแผ่นหลัง 

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185