ปี F.S.1998
ณ Star9999 ที่ห่างไกล ชีวิตความเป็อยู่ของประชากรชาวดวงดาวแห่งนี้ยังถือว่ายากจนข้นแค้นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีเครื่องอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานตามกำหนดระเบียบของทางสหพันธรัฐครบถ้วนแต่เพราะเป็ดาวเคราะห์ที่เพิ่งถูกค้นพบได้ไม่ถึง 215 ปี เทคโนโลยีและวิวัฒนาการด้านต่างๆ จึงยังคงล้าหลังดาวเคราะห์ดวงอื่นอยู่มาก
อีกทั้งทางองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะจาก 3 กลุ่มอำนาจหลักหรือแวดวงธุรกิจก็ไม่ได้ให้ความสนใจดาวเคราะห์ดวงนี้เท่าไรนัก เนื่องจากผลสำรวจเมื่อครั้งแรกที่ค้นพบการมีอยู่ของ Star9999 ไม่ปรากฏแหล่งทรัพยากรใดที่โดดเด่น
แต่วันนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างแตกต่างออกไปเพราะมีกองกำลังทหารอวกาศมากมายเดินกันให้ควักไปหมดไม่ต้องคิดก็รู้ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน
" พ่อ ทำไมมีทหารเยอะจัง "
ไนเจล ดิสซ์ ธีโอเพศชายวัย 13 ขวบเอ่ยถามบิดาที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยความสงสัยใคร่รู้ ด้วยใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจดไม่สกปรกมอมแมมเหมือนเด็กวัยเดียวกันอีกทั้งดวงตาเรียวงามที่ทอประกายสดใสยังเต็มไปด้วยชีวิตชีวาคู่นั้นทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกเอื้อเอ็นดูได้ไม่ยาก หญิงชราที่ยืนอยู่ไม่ไกลจึงเป็ฝ่ายบอกเล่าเื่ราวแก่เด็กน้อยแทนผู้เป็บิดา
" เห็นว่ามีประกาศมาจากทางกองทัพว่าพบการเคลื่อนไหวผิดปกติทางฝั่งเขตชายแดน อาจมีการบุกรุกจากเอเลี่ยนบางกลุ่ม ทางกองทัพเลยเพิ่มหน่วยลาดตระเวนมากขึ้น หนุ่มน้อยคงไม่ได้ออกจากบ้านใน่นี้ใช่ไหมถึงได้ไม่รู้ข่าว "
" ใช่ครับ ่นี้ผมไม่ได้ออกจากบ้านเลย " เด็กน้อยเอ่ยตอบหญิงชราอย่างมีมารยาท ยิ่งทำให้หญิงชรานึกเอ็นดูมากขึ้นไปอีก มีใครบ้างเล่าไม่ชื่นชอบเด็กน้อยที่น่ารักเชื่อฟังเช่นนี้จึงอดเอ่ยเตือนบิดาของเด็กน้อยไม่ได้
" ่นี้อันตรายไม่น้อยพ่อหนุ่มต้องเอาใจใส่ที่บ้านมากขึ้นหน่อยนะ เด็กน้อยในบ้านถึงจะรู้ความแต่ป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ยายได้ยินคนในตลาดพูดกันว่าทางกองทัพมีประกาศรับอาสาสมัครป้องกันชายแดนจากชาวดวงดาวด้วย พ่อหนุ่มหน่วยก้านไม่เลวไม่คิดลองไปสมัครดูบ้างหรือ เห็นว่ามีสวัสดิการดีไม่น้อยเลย ที่สำคัญครอบครัวเหล่าอาสาสมัครจะได้รับการคุ้มครองจากกองทัพเป็กรณีพิเศษด้วยนะ "
หญิงชราเห็นว่าบิดาของเด็กน้อยดูหน่วยก้านใช้ได้หากลองไปสมัครดูมีความเป็ไปได้สูงที่จะถูกเลือก และหากโชคดีเข้าตานายทหารชั้นสูงอาจมีโอกาสเข้าทำงานในกองทัพด้วยก็ได้ ซึ่งนั่นไม่เท่ากับโชคหล่นทับเลยหรือ ต่อจากนี้ชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวนี้ก็มีแต่จะรุ่งโรจน์เรืองรองเท่านั้น หากเธอมีลูกชายก็คิดอยากจะให้ไปลองสมัครดูเช่นกัน แต่เสียดายที่เธอมีแต่ลูกสาว
เจย์ ดิสซ์ ยืนฟังหญิงชราบอกเล่าเื่ราวอย่างสงบไม่ได้เอ่ยคัดค้านหรือสอบถามอะไรเพิ่มเพราะชายหนุ่มเองก็ตั้งใจจะมาสมัครเป็อาสาสมัครอยู่แล้ว หลังจากกล่าวลาหญิงชราอย่างมีมารยาทแล้วสองพ่อลูกก็จับจูงกันเดินไปอีกทาง ไม่นานก็เจอชายหนุ่มอีกคนยืนรออยู่ไม่ไกล
หนุ่มน้อยไนเจลดวงตาเปล่งประกายทันทีที่เห็นร่างอันคุ้นตาก่อนจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของบิดาแล้ววิ่งถลาเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น
" ลุงเจริค "
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาหันมาตามเสียงเรียกแล้วรีบย่อตัวลงรับร่างเล็กๆ ที่วิ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วก่อนยกร่างเล็กขึ้นอุ้มเอาไว้แนบอกอย่างอ่อนโยน
" เ้าหนูน้อยรีบวิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้มหรอก "
" ลุงเจริคผมคิดถึงน้องชาย ผมไปหาน้องชายได้ไหมครับ "
เจริค ไบรซ์ ได้ยินคำถามก็หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู ที่แท้หลานชายของตนก็ไม่ได้ดีใจที่พบเขาแค่อยากถามไถ่หาบุตรชายตัวน้อยของตนเท่านั้น
" ตอนแรกฉันจะออกมาคนเดียวแต่ไนท์ร่ำร้องอยากจะตามมาด้วยให้ได้ คิดไม่ถึงว่าเ้าตัวน้อยนี่แค่อยากจะมาขออนุญาตนายเท่านั้น ว่าแต่หนูเรย์เป็ยังไงบ้าง เมื่อวันก่อนเมียฉันบอกว่าหนูเรย์ไม่สบาย ดีขึ้นแล้วหรือยัง "
เจย์ ดิสซ์ส่ายหัวกับท่าทางของลูกชายแต่ก็อดสอบถามอาการของหลานชายตัวน้อยกับเพื่อนรักไม่ได้ หลานชายคนนี้ของเขาน่าสงสารนัก เกิดมาก็มีร่างกายอ่อนแอ ระดับค่าพลังก็ผิดปกติ โชคดีที่เจริคกับโซฟีร่ารักใคร่บุตรชายคนนี้มากเด็กน้อยจึงไม่ตกที่นั่งลำบากเหมือนเด็กน้อยคนอื่น
ด้านไนเจล เพราะได้ยินว่าน้องชายป่วย เด็กน้อยที่เพิ่งเคยมีน้องชายเป็ครั้งแรกจึงรู้สึกกระวนกระวายใจมากอยากไปหาน้องชายในวันนั้นเลย แต่ถูกมารดาห้ามปรามไว้ด้วยเกรงว่าจะรบกวนการพักฟื้นของเด็กน้อยเข้าเขาจึงต้องอดทนไม่ไปหาใน่ 2-3 วันนี้อย่างยากลำบาก พอได้ยินว่าวันนี้พ่อของตนจะออกมาพบกับลุงเจริคจึงร่ำร้องขอติดตามมาด้วย เด็กน้อยคิดเพียงว่าถ้าลุงเจริคของตนอนุญาตเขาก็สามารถไปหาน้องชายได้แล้ว
พอนึกถึงบุตรชายตัวน้อยที่บ้าน เจริคก็คลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนั์ตาคมเข้มเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างที่สุด
" ดีขึ้นแล้วล่ะ เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอ พออากาศเปลี่ยนก็เลยจับไข้ได้ง่ายกว่าคนอื่น "
นี่เป็เหตุผลหนึ่งที่เจริค้าสมัครเป็อาสาสมัครป้องกันรักษาชายแดน ชายหนุ่มรู้ดีว่าระดับค่าพลังของตนเองแข็งแกร่งมากกว่าชาว Star9999 ทั่วไป หากทำผลงานได้ดีอาจได้เข้าร่วมกองทัพซึ่งเป็ความใฝ่ฝันของตนและเพื่อนรักอย่างเจย์ ดิสซ์ั้แ่เด็ก และถ้าหากเขาได้เป็ทหารจริงๆความเป็อยู่ของครอบครัวก็จะดีขึ้น ภรรยาและบุตรชายของเขาก็จะสบายตามไปด้วย
" ถ้าหนูอยากไปหาน้องก็ไปได้ครับป้าโซฟีของหนูก็อยู่ด้วย แต่ต้องระวังตัวด้วย เดินดีๆ ไม่ต้องวิ่ง เข้าใจไหมครับ " เจริคลูบศีรษะเล็กๆ ของหลานชายอย่างเอ็นดู
" ครับ "
" ลุงฝากดูแลน้องด้วยนะ "
" ลุงเจริคไม่ต้องห่วงผมจะดูแลน้องเป็อย่างดี จะไม่ให้ใครมารังแกน้องได้เด็ดขาด มีผมอยู่ใครก็รังแกน้องไม่ได้ " เด็กน้อยตบอกตัวเองปุๆ อย่างมาดมั่นสัญญากับผู้เป็ลุงอย่างจริงจัง
" เป็เด็กที่กล้าหาญจริงๆ ไปเถอะ เดินทางระวังด้วยล่ะ "
เจริคปล่อยหลานชายลงพื้นย่างระมัดระวัง และเพราะเส้นทางไปบ้านตระกูลไบรซ์อยู่ถัดจากนี้ไม่กี่ซอยซึ่งมีผู้คนที่คุ้นเคยและไว้ใจได้อยู่มากมาย ผู้ใหญ่ทั้งสองเลยไม่กังวลว่าจะเกิดเื่กับเด็กน้อยถ้าปล่อยให้เ้าตัวไปคนเดียว
เมื่อได้รับอนุญาตแล้วไนเจลก็โบกมือลาผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วมุ่งหน้าไปทางบ้านใหญ่ตระกูลไบรซ์ทันที ตอนนี้เด็กน้อยคิดถึงน้องชายจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
เจริคหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนเดินเคียงข้างกับเจย์ ดิสซ์เพื่อไปสมัครเป็อาสาสมัครอย่างที่ตั้งใจเอาไว้โดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกตน
เพราะหนึ่งในนั้นชีวิตจะพลิกคว่ำลงสู่พื้นดินไม่อาจผงาดขึ้นฟ้าอย่างที่วาดหวังเพราะความอิจฉาริษยาชั่วร้าย
แต่อีกหนึ่งคนกับก้าวเดินอย่างมั่นคงองอาจเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรักและดูแลคนสำคัญของเพื่อนสนิทเหลือเอาไว้เพียงหนึ่งเดียวอย่างซื่อสัตย์
และเหนือสิ่งอื่นใด คำสัญญาที่เด็กน้อยได้ลั่นวาจาเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรเ้าตัวก็ยังคงยึดมั่นและทำตามสัญญาที่เคยพูดไว้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเสมอมา....
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)