แม้ตอนนี้เฉียวเฟิงจะถึงพื้นแล้ว แต่ก็ยังคงใช้ปราณพลังรักษาสถานะวิชาตัวเบาไว้อยู่ พร้อมเอามือไขว้หลังร่างลอยเหนือพื้นเล็กน้อย ทำให้หญ้าพลิ้วปลิวใต้เท้าของมันอยู่ตลอด เหล่าเด็กๆ เห็นดังนี้ จึงประทับใจยิ่งในความสามารถของศิษย์พี่ผู้นี้ ต่างรีบคำนับศิษย์พี่อย่างนับถือ
เฉียวเฟิงตอนนี้พอใจนักในความสำเร็จขั้นแรกในการหลอกเหล่าเด็กน้อย มันยิ้มในใจพร้อมพูดกับตัวเองอย่างมีความสุข ‘แผนขั้นแรกสำเร็จด้วยดีสินะ’
เมื่อสร้างภาพลักษณ์ยิ่งใหญ่สำเร็จ เฉียวเฟิงตอนนี้ก็ทำการพูดคล้ายการปฐมนิเทศต่อเหล่าเด็กน้อย นอกจากนั้นยังทำการแนะนำเคล็ดวิชาพื้นฐานอย่างเฉพาะเจาะจงต่อเหล่าเด็กน้อย แต่ละคนตอนนี้ตั้งใจฟังด้วยดี แต่ในกลุ่มเด็กน้อยตอนนี้มีเพียงหลีกังที่ดูจะไม่มีสมาธิในการฟังเฉียวเฟิงสั่งสอนเท่าไหร่ ทำให้เฉียวเฟิงจำต้องแกล้งสอบถามเด็กน้อยคนนี้แล้ว แม้ในใจจะรู้ปัญหาของเด็กน้อยเป็อย่างดี
“หลีกังเหตุใดเ้าไม่ตั้งใจฟังศิษย์พี่คนนี้สั่งสอนละ” เฉียวเฟิงพูดพร้อมเอามือไขว้หลังไว้อีกครั้ง ทำทีดูสูงส่งและทรงปัญญา แม้แท้จริงมันจะรู้ว่าเพราะเหตุใดแต่ก็จำเป็ต้องซักถามเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ทำคล้ายเพิ่งพบกันครั้งแรกจริงๆ นอกจากนั้นการทำแบบนี้ยังทำให้ตัวเฉียวเฟิงดูเป็คนดีและใส่ใจต่อเหล่าศิษย์น้อง แน่นอนอยู่แล้วว่าเฉียวเฟิงรู้ว่าหลีกังเด็กน้อยมีปัญหาอะไร ด้วยความบ้านยากจนมีพี่น้องมาก ดังนั้นการมาที่นี่จึงสร้างปัญหาต่อเด็กน้อยหลีกัง ที่ใช้ชีวิตที่ต้องทำงานหาเงินเป็ค่าอาหารให้น้องๆ ในครอบครัว หลีกังนั้นเป็เด็กกตัญญูปัญหาเดียวตอนนี้ก็คือ ปัญหาความยากจนที่จะคัดขวางความสำเร็จในเชิงยุทธ์ของตัวมัน ซึ่งหากเฉียวเฟิงตอนนี้ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ให้หลีกังได้ คงไม่มีวันแล้วที่เด็กน้อยคนนี้จะเป็ยอดคนและมือเท้าให้เฉียวเฟิงมันใช้งานได้
“ศิษย์พี่ที่บ้านข้ายากจนแถมมีน้องๆ อีกมากให้ดูแล ข้าจึงเป็ห่วงน้อยๆ นะขอรับ เกรงว่าตอนนี้จะยังไม่มีอะไรกินกันหากข้าไม่รีบกลับไป”
เป็ตามที่เฉียวเฟิงคิด เด็กน้อยหลีกังเป็ห่วงครอบครัวจนไม่เป็อันทำอะไรจริงๆ สถานการณ์นี้เฉียวเฟิงคิดไว้แล้ว มันจึงหยิบถุงเงินและอาหารให้หลีกัง “เมื่อเ้ากลับไปจงไปบอกกับบิดาและมารดาเ้าว่า มียอดคนที่มีระดับวรยุทธ์สูงส่งถูกชะตากับเ้าและรับเ้าไว้เป็ศิษย์แล้ว พร้อมยินดีดูแลเ้า ให้เงินทองแก่เ้า เพื่อสะดวกในการฝึกฝนสู่เส้นทางแห่งยอดยุทธ์”
ถุงเงินที่เฉียวเฟิงโยนให้หลีกังนั้นหนักมากทีเดียวสำหรับเด็กน้อย เพราะมันมีเศษเงินหนึ่งหมื่นเหรียญอยู่ในนั้นเลยทีเดียว หลีกังได้ยินดังนี้ก็ดีใจ มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าแล้ว
ต้าไห่เห็นศิษย์พี่ให้เงินหลีกังหนึ่งหมื่นเศษเหรียญเงินก็ต้องแอบมองศิษย์พี่คนนี้เสียใหม่แล้ว แม้ศิษย์พี่ท่านจะเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและดูยากจน
แต่จริงๆ แล้วศิษย์พี่คนนี้กับร่ำรวย พร้อมโยนเหรียญเงินให้ศิษย์น้องที่พึงรู้จักเช่นหลีกัง ทีเดียวได้ถึงหนึ่งหมื่นเหรียญ ตอนนี้ต้าไห่คิดแล้วว่าศิษย์พี่คนนี้ต้องรวยมากแน่นอน
ต้าไห่เด็กน้อยที่มาจากตระกูลการค้าย่อมอ่อนไหวเป็พิเศษกับเื่เงินๆ ทองๆ ส่วนพานลี่กับจิ้งเหอก็มีภาพจำที่ประทับใจต่อศิษย์พี่คนนี้ยิ่งขึ้น นอกจากเคล็ดวิชาและความรู้ ตอนนี้รู้แล้วว่าศิษย์พี่ร่ำรวยเงินทอง
เด็กทั้งสี่จึงพูดคุยและรับคำแนะนำต่างๆ จากเฉียวเฟิง จากนั้นเวลาผ่านไป 2 ชั่วยาม เหล่าเด็กน้อยทุกคนจึงได้แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง
เฉียวเฟิงตอนนี้ยืนอยู่คนเดียวพร้อมทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ราวกับว่าตัวเองเป็พ่อคนที่กำลังสั่งสอนลูกๆ ของตัวเอง รู้สึกมีความสุขและเอ็นดูเด็กๆ อย่างประหลาด
โดยเฉพาะพานลี่ที่เมื่อวานดูมีความคิดแปลกๆ แต่ตอนนี้กลับทำตัวน่ารักและเชื่อฟังในเฉียวเฟิงอย่างมาก อาจจะเพราะเฉียวเฟิงไม่ได้เป็ดั่งท่านเทพผู้สง่างามในแบบความฝันนั้นก็เป็ได้
ส่วนต้าไห่แม้ร่างกายอ่อนแอที่สุด แต่วันนี้เด็กน้อยก็มีความเพียรพยายามในการเรียกรู้ จุดเด่นของต้าไห่คือเป็คนที่มีความจำดีเยี่ยม แม้จะเฉลี่ยวฉลาดสู้พานลี่ไม่ได้แต่ก็นับเป็อัจฉริยะน้อยผู้หนึ่ง
จิ้งเหอและหลีกังสนใจแต่เื่วิชายุทธ์แม้ความจำไม่ดีนัก เพียงแต่เฉียวเฟิงเลือกเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้ตัวมันก็มั่นใจว่าทั้งสองจะก้าวหน้าได้ เื่ความจำและความเข้าใจในการฝึกยุทธ์นั้นคือคนละอย่างกัน แม้ทั้งสองจะมีความจำไม่ดีนัก หากแต่ถ้ามีความตั้งใจฝึกฝน เฉียวเฟิงก็มั่นใจที่จะทำให้เด็กน้อยทั้งสองก้าวหน้าในระดับสูงได้ โดยเฉพาะหลีกังเฉียวเฟิงตั้งใจจะดูแลเป็พิเศษ อาจจะเพราะจิ้งเหอนั้นเฉียวเฟิงรู้แน่ว่าเด็กน้อยคนนี้มีพร์แอบแฝง แต่หลีกังกับไม่ใช่ เป็คนที่มันเลือกจากอุปนิสัยใจคอจริงๆ ดังนั้นสิ่งแรกที่เฉียวเฟิงจะมอบให้หลีกังเด็กน้อยก็คือ เื่อาหารการกิน
พานลี่แม้นางจะเป็เด็กหญิงมากพร์ แต่จุดอ่อนกับอยู่ที่พลังลมปราณนั้นต่ำมากอย่างประหลาด เฉียวเฟิงตอนแรกที่รับรู้สิ่งนี้ก็คล้ายไม่เข้าใจทำไมจึงเป็เช่นนี้ ตัวมันจึงได้แต่เน้นกล่าวสอนและถ่ายทอดเคล็ดวิชาเป็พิเศษด้านการเสริมลมปราณต่างๆ ส่วนด้านอื่นๆ เฉียวเฟิงไม่ห่วงนางมากนัก
เพียงแค่บอกว่าอยากเรียนวิชาอะไรก็ให้มาบอกศิษย์พี่คนนี้ ศิษย์พี่จะสั่งสอนให้เ้าทุกอย่าง ตอนแรกพานลี่เด็กหญิงตัวน้อยก็มีทิฐิเล็กน้อย ไม่คิดว่าเฉียวเฟิงจะมีวิชาและความสามารถสั่งสอนนางได้มากมาย
เพราะนางก็ถือเป็ระดับอัฉริยะเหนืออัจฉริยะผู้หนึ่ง ตอนนี้นางสำเร็จวิชาพื้นฐานนับร้อยวิชา สำเร็จวิชาระดับต่ำแล้วอีกกว่า 5 วิชา นางจึงถามเฉียวเฟิงว่ามีวิชาอะไรจะสอนนางได้บ้าง เฉียวเฟิงที่พอคาดการณ์ความคิดอ่านของเด็กน้อยได้บ้างอยู่แล้ว ไม่ช้าก็หยิบม้วนกระดาษกว่ายี่สิบม้วนออกมา แยกเป็เคล็ดวิชาระดับพื้นฐานและเคล็ดวิชาระดับต่ำที่มีวิชารวมทั้งสิ้นเกือบสองพันวิชา เขียนรายละเอียดและแบ่งหมวดหมู่อย่างละเอียดเพื่อเด็กหญิงตัวน้อยมากพร์คนนี้ ไม่ช้าเมื่อนางได้เห็น นางจึงหมดคำพูดคำถาม พร้อมทำสีหน้าตกตะลึง เมื่อศิษย์พี่บอกว่าเคล็ดวิชาทั้งหมดศิษย์พี่สำเร็จหมดแล้ว
'...ศิษย์พี่ท่านเป็ทวยเทพหรือไร' พานลี่คิดในใจ